Series: ค้างคาวดูดเืแห่งดอยผาหม่น
ตอนที่ 3 – เืนาคราชที่หายไป
เช้ามืด 05:47 น.
เมฆายืนอยู่หน้าปากถ้ำแม่ซื้อ
แสงแรกของวันสาดลงมาบนใบหน้าที่ไม่หลับมาทั้งคืน
แม่ซื้อนั่งพิงโลงไม้สัก หน้าซีดกว่าเดิม
ค้างคาวทุกตัวบินกลับเข้าไปเกาะเพดานถ้ำ นิ่งสนิท
“คนที่ขโมยเืนาคราช… หน้าตาเป็ยังไง” เมฆาถามเสียงต่ำ
แม่ซื้อตอบโดยไม่มองหน้า
“สูงเท่าเ้า ใส่เสื้อแจ็คเก็ตลายพรางทหารเหมือนกัน
แต่กำไลเงินที่ข้อมือเขา… มีสามวง”
เมฆาตัวแข็งทื่อ
กำไลเงินของตระกูลนาคราช
คนละรุ่นกัน
รุ่นเก่าที่หายสาบสูญไปพร้อมกับปู่ทวดของเขาเมื่อ 70 ปีก่อน
เ้าพรายลอยวนรอบเมฆาอย่างตื่นตระหนก
“ท่านครับ… นั่นมันกำไลของ ‘ลุงเทวา’ ไม่ใช่เหรอครับ
คนที่หายตัวไปพร้อมเืนาคราชั้แ่าโลกครั้งที่สอง!”
เมฆาไม่ตอบ
เขายกมือซ้ายขึ้นแตะกำไลสองวงของตัวเอง
กำไลสั่นแรงจนรู้สึกได้ถึงกระดูก
“เขาไม่ได้หายตัวไป”
เมฆาพูดเบาๆ “เขาหลบไปซ่อนตัว
แล้วกลับมาเพื่อทำพิธีปลุกนาคราชให้ฟื้น”
แม่ซื้อเงยหน้าขึ้น
“แล้วเ้าจะทำยังไง”
เมฆาหันกลับ
“ฉันจะไปหาเขา
ก่อนที่เขาจะฆ่าคนให้ครบ 9 ศพ”
เขาขึ้นคร่อมรถ สตาร์ทเครื่อง
ก่อนบิดคันเร่ง แม่ซื้อเรียกไว้
“รอเดี๋ยวะ!”
เธอโยนบางอย่างมาให้เมฆา
เป็เขี้ยวค้างคาวสีดำสนิท ขนาดเท่านิ้วชี้
“ถ้าเ้าพบเขา… เอาเขี้ยวนี้จิ้มลงไปที่กำไลสามวงของเขา
มันจะทำให้เืนาคราชที่เขาขโมยไป… ไหลย้อนกลับ”
เมฆารับเขี้ยวไว้
พยักหน้าครั้งเดียว แล้วหายไปในสายหมอกเช้า
07:30 น.
บ้านนายบุญส่ง
ศพถูกห่อผ้าขาววางไว้หน้าบ้านเพื่อรอเผา
แต่ตอนนี้ศพหายไปแล้ว
ชาวบ้านแตกตื่นกันหมด
มีแต่รอยเืหยดเป็ทางจากโลงไปยังป่าด้านหลัง
เมฆาเดินตามรอยเืเข้าไปในป่า
เจอรอยเท้าเปล่าเปื้อนเืเดินวนไปวนมา
ก่อนจะหยุดที่โคนต้นไทรเก่าแก่ต้นหนึ่ง
ใต้ต้นไทร มีรอยเืเขียนเป็วงกลม
กลางวงกลมมีข้อความเขียนด้วยเืสด
“ศพที่ 4
เหลืออีก 5
มารับเืนาคราชได้ที่
ศาลเ้าพ่อป่าหม่น คืนวันพระ”
เ้าพรายอ่านแล้วหน้าซีด
“ท่านครับ… คืนนี้คือวันพระพอดี!”
เมฆามองไปที่ต้นไทร
เห็นรอยเชือกฟางเก่าฝังลึกในเนื้อไม้
รอยเดียวกับที่แม่ซื้อเคยถูกแขวนคอ
“
“เขาไม่ได้แค่้าปลุกนาคราช”
เมฆาพูดเบาๆ “เขา้าแก้แค้นแทนแม่ซื้อด้วย
ด้วยวิธีที่โหดที่สุด”
เ้าฮูกบินลงมานั่งบนไหล่เมฆา
ส่งภาพมาให้เห็นทันที
ภาพจากมุมสูง
ศาลเ้าพ่อป่าหม่นตอนนี้
มีคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตลายพรางทหารยืนอยู่คนเดียว
กำไลเงินสามวงที่ข้อมือขวาสะท้อนแสงแดด
หน้าตา… เหมือนเมฆาทุกประการ
ยกเว้นรอยแผลเป็ยาวที่ใบหน้า
เมฆาปิดตาลงช้าๆ
“ลุงเทวา…”
เขาพูดชื่อนั้นออกมาเป็ครั้งแรกในรอบยี่สิบปี
เ้าพรายตัวสั่น
“ท่าน… ลุงของท่านยังมีชีวิตอยู่จริงๆ เหรอครับ”
เมฆาเปิดตา
ดวงตาเปลี่ยนเป็สีเขียวมรกตเต็มดวง
“ไม่ใช่มีชีวิตอยู่
เขาแค่ “ไม่ตาย” ต่างหาก
แล้วคืนนี้… ฉันจะต้องเลือก
ระหว่างหยุดคำสาป
หรือหยุดคนในสายเืของตัวเอง”
ลมหนาวพัดผ่านป่าดอยผาหม่น
เสียงค้างคาวกรี๊ดดังมาจากไกลๆ
เหมือนกำลังนับถอยหลัง
สู่ค่ำคืนวันพระที่ทุกอย่างจะจบ
*โปรดติดตามบทต่อไป*