21 | ไม่อยากนอนคนเดียว
หลังจากที่ผมโดนออร่าความหล่อของมันกระแทกเบ้าหน้าไปเต็มๆ แล้ว ผมก็รีบจัดการกินโจ๊กจนหมดแล้วรีบเดินออกมาจากห้องครัวทันที แต่พอเดินมาถึงเตียงผมก็เจอเข้ากับบรรยากาศหลอนๆ อีก ผมเลยต้องเลี้ยวหัวเดินกลับเข้าไปที่ห้องครัวต่อ “เอาอะไรครับ?” มันเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองผม “กินน้ำหิวน้ำ” “ข้างหัวเตียงเราก็มีนิครับ” “อยากกินน้ำเย็น หยิบให้หน่อย” ผมนั่งลงข้างๆ มัน “แต่คิสไม่สบายอยู่นะครับ” “ก็ไม่มีไข้แล้ว หายแล้วน่า ไปหยิบให้หน่อยอยากกินจริงๆ” ผมพูดอ้อนๆ เดี๋ยวนะนี่กูกำลังอ้อนมันอยู่เหรอ? “ก็ได้ครับ” มันลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำเย็นออกมารินใส่แก้วให้ผม “ไข้ก็หายแล้วเมื่อไหร่หมอจะปล่อยให้กลับบ้านอ่ะ?” หลังจากที่ผมดื่มน้ำจนหมดแก้วแล้ว ผมก็หันไปถามมันที่นั่งอยู่ข้างๆ ทันที “คงต้องให้หมอรอดูอาการอีกมั้งครับ” “กลับพรุ่งนี้เลยไม่ได้เหรอ นะๆ” ผมบอกแล้วเขย่าแขนมัน “เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ถามหมอให้นะครับ ว่าแต่คิสหายดีแน่แล้วใช่ไหม ไม่รู้สึกปวดหัวแล้วนะ” “หายแล้ว เนี่ยสบายดีม๊ากมากเลย!!” ผมยกแขนขึ้นมาแบ่งกล้ามให้มันดู “หึๆ แบบนี้คงหายดีแล้วจริงๆ ด้วย” มันหัวเราะแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั่นทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ รอยยิ้มแบบนี้...ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นเคยจังเลยนะ... “คิสเป็นอะไรรึเปล่าครับ?” “เปล่าๆ ไม่ได้เป็นอะไร” ผมรีบส่ายหัวทันที “แน่ใจนะครับ ไม่ใช่ว่าปวดหัวอีกนะ” “อื้อ! หาว!! ง่วงนอนแล้ว ไปนอนกันเถอะ” “ห๊ะ!! คิสว่าอะไรนะครับ?” พี่มันดูท่าจะตกใจ ตกใจไรวะ ก็คนง่วงนอนแล้วชวนไปนอนมันผิดตรงไหนวะ =___=;; “ไปนอนไง ง่วงแล้ว ถือถุงน้ำเกลือให้หน่อย กลัวเลือดออก” “อ๋อ ครับ” “ไปบ้วนปากก่อนนะครับ” เฮลพาผมเดินเข้ามาในห้องน้ำ แล้วจัดการเปิดก๊อกน้ำเอาแก้วน้ำไปกรองน้ำแล้วส่งมาให้ผม “อือ” “พรุ่งนี้กลับบ้านนะ” ผมพูดขึ้นหลังจากที่บ้วนปากเสร็จแล้ว ตอนนี้ผมกำลังขึ้นมานั่งบนเตียงโดยที่มีเฮลคอยประคองผมอยู่ “แน่ใจแล้วนะครับว่าหายดีแล้ว” พี่มันถามหลังจากที่พาผมขึ้นมานั่งบนเตียงเรียบร้อยแล้ว “หายแล้วน่า จะโกหกทำไม อยากกลับบ้านจะตายแล้วเนี่ย แถมหยุดเรียนตั้งหลายวัน เดี๋ยวก็เรียนไม่ทันเพื่อนหรอก” “เรื่องนั้นพี่ลาอาจารย์ที่ปรึกษาของคิสให้แล้วครับ” “โอเค แต่พรุ่งนี้ต้องได้กลับบ้านนะ” ผมจ้องหน้ามันอย่างต้องการคำตอบ “ต้องให้หมอดูอาการก่อนนะครับ” “หายแล้วเหอะ กูจะกลับใครจะทำไม!!” “ทำไมดื้อจังเลยครับ แล้วนั่นพูดไม่เพราะอีกแล้วนะ” มันยกมือขึ้นมาโยกหัวผม “ไม่ได้ดื้อ!! ใครจะไปพูดเพราะเหมือนน้องพลอยของมึงล่ะ!!” ฉิบหาย!! พูดอะไรออกไปวะไอ้คิส >_< “เมื่อกี้คิสว่าอะไรนะครับ?” มันถามผมอีกครั้งด้วยสีหน้างงๆ ส่วนผมก็ทำหน้ามึนใส่มัน “บอกว่าไม่ได้ดื้อไง ทำไมเหรอ?” “แน่ใจนะครับ?” “อย่าเซ้าซี้เยอะได้ปะ จะนอนแล้วเนี่ยง่วง!” ผมยกมือขึ้นมาปิดปากหาว แล้วล้มตัวลงนอนทันที “งั้นฝันดีนะครับ” มันยกมือขึ้นมาลูบหัวผมอีกครั้ง “อื้อ!! ไปนอนได้แล้ว! จะนอนแล้วเนี่ย!!” ผมปัดมือมันที่ลูบหัวผมอยู่ออกแล้วยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เพื่อหลบสายตาของมันที่จ้องมองมาที่ผม กึกๆ ผมไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้ผมนอนไม่หลับ!! ไม่รู้ว่าเฮลมันหลับไปแล้วรึยัง แต่ไอ้เสียงที่ดังกึกๆ ตรงระเบียงนี่ทำเอาผมหลับไม่ลงจริงๆ T^T เปรี้ยง!! เสียงฟ้าที่ดังลั่นไปทั่วบอกได้อย่างดีว่าข้างนอกฝนตกแน่ๆ แล้วไหนจะไอ้ฟ้าที่แลบนั่นอีก บรรยากาศแม่งเหมาะที่จะมีอะไรที่มองไม่เห็นออกมาทักทายผมเลยอ่ะ กึกๆ มันดังอีกแล้ว ฮือ...ไม่เอานะ ถ้าเกิดอยู่ๆ ผมลืมตาขึ้นไปแล้วเห็นคนยืนอยู่ตรงปลายเตียงผมล่ะ แค่คิดขนก็ลุกวาบไปหมดแล้ว “ฮะ เฮล...” ด้วยความกลัวทำให้ผมตัดสินใจเรียกเฮลที่นอนหลับอยู่ตรงโซฟาข้างๆ เตียง “...” แต่เสียงที่ตอบรับกลับมามีแต่ความเงียบ เฮ้ย!! อย่าพึ่งหลับทิ้งกันดิพี่มึง ถ้ามันหลับผมก็อยู่คนเดียวดิ ถ้าจะเจออะไรกูก็เจอคนเดียวดิวะ ฮืออ...ไม่เอานะ T_T “หลับแล้วเหรอ? เฮล...” ผมค่อยๆ รั้งผ้าห่มที่คลุมโปงอยู่ออกเพื่อที่จะมองดูคนที่นอนอยู่ข้างๆ เตียง ว่ามันหลับไปแล้วจริงรึเปล่า กึกๆ ฮือ...ไอ้เสียงนี้อีกแล้ว ผมคิดว่าผมคงต้องลงไปปลุกมันแล้วแหละ ด้วยความกลัวทำให้ผมรีบร้อนกระเด้งตัวขึ้นมาลงจากเตียง แต่ด้วยความมืดบวกกับตกใจเสียงฟ้าร้องผมเลยรีบกระโดดลงจากเตียง ทำให้ข้อเท้าของผมพลิกลงมานั่งอยู่ที่พื้น “โอ๊ย!!” ฮือ ทำไมซวยงี้ “คิส!! เป็นอะไรครับ?” เฮลลุกขึ้นมาเปิดไฟแล้วรีบมาดูผม “เปล่าไม่เป็นอะไร” “จะไม่เป็นอะไรได้ไงครับ ไหนพี่ขอดูหน่อย” พี่มันว่าแล้วจับข้อเท้าผมไปดู “เจ็บไหมครับ?” “นิดหน่อย อ๊ะ!!” ผมมองทุกการกระทำที่พี่มันทำ แต่แล้วจู่ๆ ผมก็ต้องร้องขึ้นมาเพราะพี่มันเล่นมาอุ้มช้อนตัวผมขึ้นไปวางบนเตียง แล้วพี่มันก็จับข้อเท้าผมมาดูอีกรอบ “ยังเจ็บอยู่ไหมครับ รอแป๊บนะครับเดี๋ยวไปขอยานวดมาให้” พูดจบพี่มันก็ทำท่าจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง แต่ผมก็คว้าเสื้อพี่มันเอาไว้ได้ซะก่อน “ไม่ต้องหรอก! ไม่ได้เจ็บอะไรมาก” “แต่ว่า...” “ไม่เจ็บจริงๆ แค่นวดนิดหน่อยก็ได้แล้ว ไม่ต้องใช้ยาหรอก” ผมบอกเมื่อพี่มันหันมาจะค้าน “ก็ได้ครับ งั้นพี่นวดให้นะ” แล้วพี่มันก็นวดข้อเท้าให้ผม ระหว่างที่นวดเราทั้งสองไม่ได้พูดอะไรเลย ผมมองพี่มันอยู่ตลอดไม่ล่ะสายตา แต่ก็ต้องรีบเบือนหนีเมื่อพี่มันเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตากับผมเข้าพอดี “ยังเจ็บอยู่ไหมครับ?” “ไม่เจ็บแล้ว” ผมขยับข้อเท้าให้พี่มันดูเพื่อเป็นการยืนยัน “ดื้อจนเจ็บตัวจนได้นะเรา” พี่มันยกมือขึ้นมายีหัวผม “ไม่ได้ดื้อ” “ทีหลังเรียกพี่นะ ไม่ว่ายังไงคิสก็ต้องเรียกพี่นะ...” พี่มันจ้องหน้าผมด้วยแววตาจริงจัง แล้วก็เป็นผมเองอีกนั่นแหละที่ต้องหลบสายตาพี่มันอีกครั้ง “ก็เรียกแล้ว...นึกว่าหลับไปแล้ว” ผมได้แต่ตอบเสียงเบา “พี่ยังไม่หลับครับ พี่รอคิสบอกอยู่ว่าคิสเรียกพี่ทำไม” อ้าว! ไอ้พี่เวร มึงกวนตีนนะ -____-;; “นอนได้แล้วครับเด็กดื้อ” เอ๊ะ! ก็บอกว่าไม่ได้ดื้อไงวะ พี่มันพูดเสร็จแล้วปิดไฟตรงหัวเตียง ทำท่าจะกลับไปนอนที่โซฟาอีก “เดี๋ยว!!” ผมรีบคว้าเสื้อพี่มันไว้อย่างเร็ว ฮือ...พอปิดไฟปุ๊บบรรยากาศมาเลยจ้า T^T “หืม ครับ?” พี่มันหันหน้ากลับมามองผมอีกครั้ง “ไม่ไปนอนตรงนั้นได้ไหม” “ทำไมล่ะครับ?” พี่มันหันหน้ามาถามผม “...” ผมได้แต่เงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่ก็ยังคงไม่ยอมปล่อยชายเสื้อพี่มัน “เด็กดี เป็นอะไรครับ พี่บอกแล้วไงว่ามีอะไรให้บอกกัน” พี่มันยกมือขึ้นมาลูบหัวผม สัมผัสแผ่วเบาทำให้ผมรู้สึกอุ่นวาบไปทั่วทั้งใจ “...” “ว่าไงครับ” ไหนจะน้ำเสียงอบอุ๊นอบอุ่นแบบนี้อีก “นอนด้วยกันไหม?” ผมได้แต่ก้มหน้าพูดหลบสายตาของพี่มันที่จ้องมองมา “ห๊ะ!! เมื่อกี้คิสว่าไงนะครับ?” “ก็นอนด้วยกันไง นอนคนเดียวมันหนาวอ่ะ” “งั้นเดี๋ยวพี่เบาแอร์ให้นะครับ” ไอ้เวร! กูไม่รู้จะแถยังไงแล้วว้อยยยย!! “โอเค!! กลัวผีจบไหมมานอนเป็นเพื่อนบนเตียงหน่อย พอใจยัง!!!” “หึ! ก็แค่นี้ แต่ไม่อยากนอนเป็นเพื่อน นอนเป็นผัวได้ไหมครับ : )” เอาอีกแล้วนะพี่มึง จังไรอีกแล้วนะ -___- “ไปเป็นผัวน้องพลอยของมึงดิ” ผมบ่นอุบอิ้บกับตัวเอง “เมื่อกี้คิสว่าอะไรนะครับ?” “เปล่า! นอนคนเดียวก็ได้ เหอะ!!” พูดจบผมก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้พี่มัน “ไม่กลัวผีแล้วเหรอครับคนเก่ง?” “หยุดพูดน่า!! จะนอนแล้ว!!” “หึๆ เด็กน้อย” ผมได้ยินเสียงหัวเราะของพี่มัน แล้วไม่นานพี่มันก็ขึ้นมานอนบนเตียง ผมขยับให้พี่มันจะได้นอนถนัด เตียงที่นี่กว้างนอนสองคนได้สบายๆ อยู่แล้ว ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าไม่ได้อยากจะพิศวาทอะไรพี่มันนักหรอกนะ เหอะ!! ก็คนมันกลัวผีไงเว้ย! เชอะ!! ผมนอนหันหลังให้พี่มันในความมืด เราสองคนไม่มีใครพูดอะไรทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว น่าแปลกที่ตอนแรกผมรู้สึกกลัวผีมาก แต่พอพี่มันมานอนด้วยกันข้างๆ ความกลัวทั้งหมดกลับหายไปทั้งหมด “คิสหลับหรือยังครับ?” “...” ผมหลับตาลงทำเหมือนกับว่าหลับไปแล้ว “คงหลับแล้วสินะ” เสียงพูดดังแผ่วเบาแต่ผมกลับได้ยินชัดเจน “...” “พี่ไม่รู้ว่พี่ทำผิดอะไร ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไง ตั้งแต่ที่ได้เจอคิสอีกครั้งชีวิตของพี่มันก็ดีขึ้นมาก” เจอกันอีกครั้งงั้นเหรอ? พี่มันกำลังพูดถึงอะไรอยู่กันแน่นะ “ถ้าพี่ฟังไม่ผิดเมื่อกี้เหมือนพี่ได้ยินชื่อพลอย” แล้วเมื่อกี้ที่ทำเหมือนกับว่าไม่ได้ยินคืออะไรวะ “...” ผมนอนกำผ้าห่มแน่น พอคิดถึงวันนั้นแล้วก็อยากจะหัวเราะตัวเองด้วยความสมเพศ วันนั้นผมเหมือนคนบ้าที่นั่งร้องไห้ท่ามกลางสายฝนจนทำให้ต้องมานอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนี้ ให้ตายเถอะ! ไม่อยากจะเชื่อตัวเหมือนกันว่าจะทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ “ตอนนี้มีแค่คิสคนเดียวนะครับ พี่เคลียร์กับทุกคนหมดแล้วไม่มีเด็กในสต๊อคอีกแล้วเพราะพี่รักคิส พี่ไม่รู้ว่าพี่ทำผิดอะไร คิสช่วยบอกพี่ได้ไหมครับว่าพี่ทำอะไรผิดไป พี่ขอโทษ” เสียงทุ้มดังก้องในความมืดถึงแม้ว่าท้ายประโยคมันดูสั่นไหวมากแค่ไหนก็ตามผมก็ยังคงได้ยินชัดอยู่ดี รักงั้นเหรอ? “ไม่เชื่อ..” พอได้ยินคำว่ารักก็เกิดคำว่าไม่เชื่อขึ้นมาในใจคนแบบเฮลน่ะเหรอจะมารักคนแบบผม ผมพลิกตัวหันกลับไปจ้องใบหน้าหล่อที่ตอนนี้นอนมองผมอยู่ด้วยความตกใจคงคิดไม่ถึงว่าผมจะได้ยินทุกคำพูดของมัน ดวงตาคมมีน้ำใสๆ คลอเหมือนจะร้องไห้สายตาที่ส่งมาให้ผมเต็มไปด้วยความเสียใจ จนทำให้หัวใจของผมจุกไปหมด ให้ตายเถอะ! คนแบบเฮลนี่นะกำลังจะร้องไห้ “วันนั้นที่หลังตึกกูเห็นมึงกับผู้หญิงคนนั้น” ผมนอนจ้องหน้าคนตัวสูงตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง จ้องมองเข้าไปในดวงตาคมนั่น “กำลังกอดกัน” ภาพวันนั้นที่ผมเห็นไหลย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้งราวกับย้ำเตือน “วันนั้นพี่นัดพลอยมาเคลียร์ว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกันอีกพี่ไล่เคลียร์กับทุกคนเลิกยุ่งกับทุกคนเพราะว่าพี่มีคิสแล้ว ที่เห็นว่ากอดกันความจริงพอพี่พูดธุระเสร็จพี่ก็จะเดินออกไปแต่พลอยก็พุ่งเข้ามากอดพี่ หลังจากนั้นพี่ก็ผลักเขาออกแล้วเดินออกมาจากตรงนั้นเลยครับ คิสครับเชื่อพี่ได้ไหมทุกอย่างที่พี่พูดคือความจริง เชื่อพี่นะครับ” มือหนายกขึ้นมาเกลี่ยแก้มผมแผ่วเบา แววตาจริงจังส่งมาให้กับผมดูเว้าวอนขอให้เชื่อใจ “แล้วหายไปไหนมา ฮึก! หายไปไหนมาห้องก็ไม่กลับ ฮึก!” ผมปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างสุดกลั้นแต่ก็ได้มือหน้าช่วยเช็ดน้ำตาออก “ช่วงนั้นพี่ติดทำโปรเจคส่งอาจารย์ครับ พี่ต้องไปนอนห้องไอ้อิล แล้วก็พี่กลัวคิสเกลียดพี่วันนั้นที่คิสบอกว่าให้พี่เลิกยุ่งกับคิสพี่ทำไม่ได้ พี่ทนเห็นสายตาที่คิสเกลียดพี่ไม่ได้ พี่คิดว่ารอให้คิสอารมณ์เย็นลงก่อนแล้วเราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที แต่พี่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เลยส่งข้อความหาคิสทุกวัน” น้ำตาของผมยิ่งไหลออกมาเป็นสายเมื่อได้ฟังความจริงจากปากคนตรงหน้า “พี่เลิกคุยกับทุกคนที่คุยอยู่เพราะพี่มีคิสแล้วแต่พอพี่เคลียร์ได้หมดคิสก็หายไป อึก! วันนั้นตอนที่พี่กลับไปที่ห้องแล้วเสื้อผ้าในตู้หายไปหมดเหมือนโลกทั้งใบของพี่มันถล่มลงมา พี่ไม่รู้ว่าคิสหายไปไหน พี่ไม่รู้ว่าจะต้องตามหาคิสจากที่ไหนมันมืดแปดด้านไปหมดในหัวของพี่คิดซ้ำไปซ้ำมาว่าพี่ทำอะไรผิดไปคิสถึงได้ทิ้งพี่ไป” เสียงทุ้มดูสั่นเพราะกำลังร้องไห้ออกมาแววตาเจ็บปวดที่ส่งมาให้ทำให้ผมยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้น “ฮือ! ขอโทษ ฮึก! ขอโทษที่หายไป ฮือ คิสโง่เอง คิสงี่เง่าเอง พี่เฮลคิสขอโทษ ฮือ!!” ผมพุ่งตัวเข้าไปกอดคนตรงหน้าแน่นร้องไห้ออกมาอย่างคนรู้สึกผิด เฮลกอดตอบผมพร้อมกับลูบหลังผมอย่างปลอบประโลม “สัญญาได้ไหมครับว่าต่อไปจะไม่หายไปอีก ถ้ามีอะไรเราคุยกันได้ไหมอย่าหายไปแบบนี้ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคิส” “สัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ขอโทษ” ผมผละออกจากอกหนาแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบดวงตาคมที่กำลังมองมาที่ผมอยู่ “พี่รักคิสนะครับ” มือหนาเกลี่ยน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาแล้วก้มลงมาจูบหน้าผากผม “คิสก็รักพี่เฮล” ผมบอกความรู้สึกในใจออกไปไม่รู้ว่าจะปากแข็งไปเพื่ออะไร เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็เกิดจากความปากแข็งนี่แหละถ้าเราหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรับความเข้าใจกันตั้งแต่วันแรกเรื่องราวทั้งหมดคงไม่บานปลายขนาดนี้ เราทั้งสองคนนอนมองหน้ากันยกยิ้มให้กันมันเป็นยิ้มที่ออกมาจากความจริงใจ รอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้ผมทำให้หัวใจของผมรู้สึกอบอุ่น “เป็นแฟนกันนะครับ” นิ้วเรียวเกลี่ยริมฝีปากของผมแผ่วเบา สายตาที่ส่งมาให้เต็มไปด้วยความรักอย่างล้นหลาม “อื้อ” ผมตอบกลับพร้อมส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้าอย่างมีความสุข หัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนจะเป็นไบโพลาร์นะเมื่อกี้เราทั้งคู่ยังร้องไห้กันอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับยิ้มให้กันอย่างมีความสุข “อื้อคืออะไรครับพี่ไม่เข้าใจ พี่จะถามอีกรอบนะครับ น้องคิสเป็นแฟนกับพี่เฮลนะครับ” “ตกลงครับ น้องคิสเป็นแฟนพี่เฮลแล้วนะครับ” ผมยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างมีความสุข พอเปิดใจแล้วมันมีความสุขแบบนี้นี่เอง “ขอบคุณนะครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไม่นานริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็แตะกัน ริมฝีปากหนาบดเบียดนุ่มนวล ลิ้นร้อนละเลียดลงบนริมฝีปากบางเหมือนอ้อนวอนขอเข้าไปชิมความหวานภายใน ผมเผยอริมฝีปากขึ้นเพื่อให้ลิ้นร้อนเข้ามา จูบที่แสนนุ่มนวลโหยหามีแต่ความสุขความคิดถึงเป็นจูบที่ทำให้ใจเราทั้งคู่สั่นไหวเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆไม่อยากจะคิดเลยว่าการได้จูบกับคนที่รักเราแล้วเราก็รักเขามันจะมีความสุขมากมายขนาดนี้ เหมือนฟ้าหลังฝนที่เราจะพบเจอกับท้องฟ้าที่สดใสอยู่เสมอหลังจากที่พายุพัดผ่านพ้นไป “ขอบคุณนะครับที่รักพี่” เฮลผละจูบออกแล้วส่งยิ้มให้ผมอย่างมีความสุข “หยุดทำสายตาแบบนั้นได้แล้วไอ้บ้า เขินเป็นนะ งื้อออ” ผมมุดอกแกร่งเพื่อหลบสายตาหวานฉ่ำที่ส่งมาให้เรียกเสียงหัวเราะจากคนตรงหน้าพร้อมกับวงแขนที่กอดผมไว้อย่างอบอุ่น อยากจะบ้าตายทำไมใจสั่นขนาดนี้นะถ้าเอาหน้าออกมาจากอกพี่มันได้พี่มันต้องรู้แน่ๆ เลยว่าตอนนี้ผมกำลังหน้าแดงอยู่ >//////<