บทที่ 15 ลาภลอยที่ไม่คาดคิดระหว่างไลฟ์สด
[คอมเมนต์ : ตัวผมเองนี่แหละ คือคุณปู่ของผม!]
[คอมเมนต์ : ตรรกะการหักล้างที่แข็งแกร่งมาก หลบเลี่ยงทุกปัญหาแล้วพุ่งตรงไปยังความจริง!]
[คอมเมนต์ : แม้ข้อสรุปนี้จะดูโอ้อวด แต่ก็น่าเชื่อถือ ทว่าความจริงเป็เช่นนั้นจริงหรือ?]
[คอมเมนต์ : ข้อสรุปนี้ไร้ที่ติ ฉันยอมคุกเข่าให้เขาเลย!]
ที่มุมหนึ่งของห้องส่ง เหล่าผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ยอมรับในตัวเจียงเจ๋อ ในตอนนี้ต่างต้องรู้สึกทึ่ง ใบหน้าของผู้เข้าสอบสิบกว่าคนปรากฏรอยยิ้มที่คลั่งไคล้ พร้อมกับปรบมือกันอย่างไม่หยุดหย่อน
"คู่แข่งคนนี้ต้องอนาคตไกลแน่นอน บางทีในอนาคตฉันอาจเป็ได้แค่ตัวสำรองของเขา ได้ออกหน้าจอแค่ตอนที่เขาป่วยเท่านั้น"
"เฮ้อ คาดว่าเขาคงจะอยู่ในสถานีโทรทัศน์ตลอดไป พวกเราคงไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก"
"เมื่อกี้ฉันเห็นเหล่าหวังจากแผนกตรวจสอบเดินหน้าตื่นเต้นไปรายงานในห้องประชุมหลายรอบแล้ว ฉันว่ารายการนี้ดังะเิแน่!"
"ไม่ต้องคาดแล้ว มันดังะเิจริง ๆ ยอดคนดูในห้องไลฟ์สดของเว็บทางการทะลุ 2 ล้านคนไปแล้ว ติดตรงที่ส่งของขวัญไม่ได้ ไม่อย่างนั้นยอดผลงานรอบนี้คงพุ่งทะยาน ส่วนยอดคนดูทางโทรทัศน์เรามองไม่เห็น แต่คาดว่าน่าจะทะลุ 1 ล้านคนเช่นกัน"
"ถ้าคนที่อยู่บนเวทีเป็ฉันก็คงดีสิ!"
...
ภายในห้องทำงานของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ในเมืองจิงตู ความสงสัยทั้งหมดของศาสตราจารย์เฝิงถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น
"ตัวผมคือคุณปู่ของตัวเอง ไอเดียนี้ต่อให้เอาไปทำหนังหรือซีรีส์ก็สามารถกลายเป็ผลงานยอดฮิตได้ทันที"
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น โทรศัพท์บนโต๊ะของศาสตราจารย์เฝิงก็ดังขึ้น เมื่อเขาหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็เพื่อนเก่าจากสมาคมนักเขียนในเมืองจิงตู ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อกดรับสาย ศาสตราจารย์เฝิงก็ยิ้มและพูดด้วยความแปลกใจว่า "ดึกป่านนี้แล้ว เหล่าเฉียนโทรหาฉันมีอะไรหรือ?"
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกังวลและร้อนรน "เหล่าเฝิง นายเรียนฟิสิกส์มา ่นี้ฉันรับงานจากฮอลลีวูดเตรียมจะเขียนบทซีรีส์ไซไฟเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา แต่บทไซไฟในตลาดตอนนี้มันซ้ำซากเกินไปทำให้คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ทางนายพอจะมีไอเดียดี ๆ บ้างไหม?"
"หือ?" เหล่าเฝิงรู้สึกแปลกใจ ทำไมเจียงเจ๋อเพิ่งจะไขปริศนาเสร็จ เขาก็โทรมาพอดี
"มาสายไม่เป็ไรแต่มาได้จังหวะพอดี ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ รีบไปดูรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นเมืองซูเลย นายดูแล้วจะรู้เอง"
"จะให้ดูสถานีท้องถิ่นทำไม มีอะไรน่าดู?" ภายใต้คำแนะนำของเหล่าเฝิง เหล่าเฉียนเปิดโทรทัศน์อย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย และปรับช่องไปยังรายการสถานีโทรทัศน์เมืองซู
ทันทีที่เปิดก็เห็นเจียงเจ๋อเพิ่งจะพูดจบถึงคำตอบที่สองของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์
...
ในขณะเดียวกัน ณ วิลล่าแห่งหนึ่งในเมืองจิงตู มีนักเขียนบทาุโในชุดสูทวัยห้าสิบกว่าปี กำลังนั่งดูการไขปริศนาปฏิทรรศน์ของเจียงเจ๋ออยู่ในห้องนั่งเล่น
เขาคือเหล่าเฉียน หรือ ‘เฉียนโหย่วเต๋อ’ ที่ศาสตราจารย์เฝิงพูดถึงนั่นเอง ตอนนี้เขากดกรอรายการย้อนกลับและเพิ่มความเร็วในการเล่น
"หืม ไขปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์? เื่ที่แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ยังแก้ไม่ได้ พิธีกรจากสถานีเล็ก ๆ อย่างนายจะแก้ได้งั้นเหรอ?"
แน่นอนว่าเหล่าเฉียนไม่เชื่อว่าพิธีกรหนุ่มคนนี้จะสามารถแก้แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ได้จริง ๆ เขาจึงดูต่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ยิ่งดูก็ยิ่งหยุดไม่ได้
"บ้าน่า..." แม้จะเป็เหล่าเฉียนที่ผ่านโลกมามาก แต่ก็ต้องตกตะลึงกับกระบวนการคิดที่เหนือชั้นของเจียงเจ๋อ
"อาศัยอยู่ในปี 1980 ของอนาคต ไม่ใช่ปี 1980 ในอดีต การเลือกแบบควอนตัมสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมในอดีตได้ในขณะนี้”
“บ้าไปแล้ว! หลานชายกลายเป็คุณปู่ของตัวเองได้ยังไง"
ถ้าเป็เมื่อก่อน เหล่าเฉียนคงจะดูถูกคำพูดแบบนี้ แต่ประเด็นคือเจียงเจ๋อกลับยกตัวอย่างที่เป็รูปธรรมมาพิสูจน์ว่าแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีคำตอบ แต่เป็สิ่งที่แก้ไขได้จริง ๆ!
นักวิทยาศาสตร์หรือศาสตราจารย์คนอื่น ๆ ทำได้เพียงนึกถึงโลกคู่ขนานเพื่อแก้แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์
ใครจะไปคิดว่าพิธีกรชั่วคราวของสถานีท้องถิ่นเล็ก ๆ จะสามารถแก้ความย้อนแย้งทางเวลาที่ไม่มีใครแก้ได้มาตลอดหลายปี และยังเป็ภายในเส้นเวลาเดี่ยวเชิงเส้นได้!
"เป็ไงบ้าง เหล่าเฉียน?" เมื่อเห็นเหล่าเฉียนเงียบไปนาน ศาสตราจารย์เฝิงจึงเอ่ยล้อเลียน
เหล่าเฉียนตื่นจากอาการตกตะลึง "เหล่าเฝิง ไอเดียพวกนี้ของเขาถ้าอยู่ในวงการบันเทิงล่ะก็มีค่ามหาศาลเลยนะ!"
ศาสตราจารย์เฝิงกล่าวว่า "ฉันไม่รู้เื่พวกนี้หรอก แต่ถ้านายอยากจะลอกไอเดียของเขา นายควรติดต่อผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ของเขาจะดีกว่า อีกอย่างไอเดียนี้มันล้ำเกินไปคนที่อยากลอกไอเดียเขาน่าจะมีเยอะ"
ในโลกนี้แม้ไอเดียจะมีค่ามหาศาล แต่ก็ไม่มีลิขสิทธิ์คอยคุ้มครอง
"ขอแค่รายการของเขาถูกแพร่กระจายออกไป จะต้องมีคนเชิญเขาไปเป็นักเขียนบทไซไฟแน่นอน ถึงตอนนั้นนายคงไม่มีโอกาสแล้ว"
พอถูกพูดแบบนี้ เหล่าเฉียนก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น "ฉันรู้แล้ว ถ้าเื่สำเร็จ ฉันจะเลี้ยงเหล้านายเอง!"
พูดจบเหล่าเฉียนก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ "ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ สำหรับโลกนี้มันคือเื่ที่เหลือเชื่อและล้ำยุคมาก แต่ไอเดียนี้จะให้ฮอลลีวูดไม่ได้ ต้องให้ประเทศเซี่ยของเราถ่ายทำเอง ต่อให้ต้องใช้เงินมหาศาลก็ต้องถ่ายออกมาให้ได้!"
จากนั้นเขาก็ติดต่อคนในวงการโทรทัศน์จนได้เบอร์โทรศัพท์ของจ้าวิ ผู้อำนวยการสถานีเมืองซูมา
...
ภายในห้องประชุมผู้บริหาร ที่นี่เงียบกริบ ทุกคนตกอยู่ในภวังค์กับคำตอบที่ว่า ‘ตัวเราเองคือคุณปู่’
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของจ้าวิก็ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูก็พบว่าเป็เบอร์แปลกที่ไม่เคยเห็น ปกติเขาไม่มีนิสัยรับสายเบอร์แปลกจึงกดวางสายไป
จ้าวิยังคงจมอยู่กับคำตอบที่น่าทึ่งว่าตัวเราเองคือคุณปู่ของตัวเอง "รู้สึกว่ามันผิดศีลธรรมจัง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นพิกล!"
หวังกั๋วเซิ่งที่อยู่ข้าง ๆ มุมปากกระตุกไม่หยุด "นี่คือการคาดเดาที่มีเหตุผลและปกติ คุณอายุขนาดนี้แล้ว ทำไมยังคิดเื่ลามกเหมือนพวกวัยรุ่นอีก"
จ้าวิกระแอมไอ ประจวบเหมาะกับที่โทรศัพท์สายนั้นโทรเข้ามาอีกครั้ง จ้าวิกำลังจะกดวางเช่นเดิมแต่ถูกหวังกั๋วเซิ่งขัดจังหวะและแนะนำว่า "เผื่อเป็เื่สำคัญ รับสายดูก่อนเถอะ"
"ก็จริง"
หลังจากกดรับ สายปลายทางก็ส่งเสียงทุ้มของชายวัยกลางคนมาทันที "ใช่ผู้อำนวยการจ้าวไหมครับ?"
"ใช่ครับ ใครครับ?"
"ผมได้รับการแนะนำมาจากศาสตราจารย์เฝิง ผมสังกัดอยู่สมาคมนักเขียน อยากจะร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์ของคุณครับ"
จ้าวิขมวดคิ้ว ให้ตายเถอะ ผ่านไปแค่ 2 นาที ก็ถูกเพื่อนนักเขียนของศาสตราจารย์เฝิงจากเมืองจิงตูเจอตัวเข้าแล้ว ดังนั้นเขาจึงรีบเปิดลำโพงเพื่อให้ทุกคนในที่นั้นได้ยิน
"ทราบแล้วครับ ไม่ทราบว่าคุณ้าร่วมงานด้านไหนครับ?"
ปลายสายไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะเวลาคือเงินทอง จึงพูดตรง ๆ ว่า "ผม้าจ้างพิธีกรของสถานีคุณที่ชื่อเจียงเจ๋อ ให้เขียนบทให้ผม ผมจะซื้อในราคาสูง เนื่องจากเขายังไม่มีชื่อเสียง ผมจึงขอเสนอราคาบทระดับแถวหน้า คือ 3 ล้านหยวน!"
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงทันที
"สามล้าน!" หวังกั๋วเซิ่งทำหน้าประหลาดใจ ชั่วชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นเงินสามล้าน ยกเว้นตอนกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เงินของเขาเองอยู่ดี
เซียวสืออีกับหวังหลินตบมือกันดังแปะจนรู้สึกเจ็บ เพื่อยืนยันว่านี่คือเื่จริง
"นี่คือลูกรักพระเ้าเหรอเนี่ย ออกรายการครั้งแรกก็ถูกผู้ใหญ่ในสายงานดึงตัวทันที แถมตอนนี้ยังได้ค่าเขียนบท 3 ล้านอีก"
"ฉันอึ้งไปเลย เขาเพิ่งเป็พิธีกรวันแรกเองนะ ฉันเป็มาตั้งนานทำไมไม่มีคนใหญ่คนโตมาหาฉันบ้าง?"
เหล่าพิธีกรรุ่นกลางและรุ่นใหญ่จากรายการอื่น ๆ ต่างพากันน้ำลายสอด้วยความอิจฉา ทั้งชีวิตพวกเขาอาจจะหาเงิน 3 ล้านไม่ได้ แต่เจียงเจ๋อเพิ่งเริ่มออกอากาศครั้งแรกก็ได้ 3 ล้านแบบไปแล้ว
ทำไมช่องว่างระหว่างคนเราถึงได้กว้างขนาดนี้! ถ้าไม่ใช่เพราะอายุมากแล้ว พวกเขาคงอยากจะร้องไห้โฮออกมาจริง ๆ
ภายในห้องประชุมวุ่นวายอยู่พักหนึ่งก่อนจะถูกจ้าวิสั่งให้เงียบลง แม้จ้าวิจะตื่นเต้นแต่น้ำเสียงยังคงราบเรียบ
"คุณลองคุยกับเขาดูเถอะครับ ผมไม่สามารถตัดสินใจแทนคนอื่นได้ เดี๋ยวเขาจะเลิกไลฟ์แล้ว"
จากนั้นจ้าวิหยิบเอกสารของเจียงเจ๋อขึ้นมา เตรียมจะให้เบอร์โทรศัพท์กับปลายสาย แต่คิดว่าอาจจะไม่ค่อยสุภาพจึงปฏิเสธไป
"เดี๋ยวถ้าเขาสนใจ เขาจะติดต่อคุณกลับไปเองครับ"
"รบกวนคุณรีบหน่อยนะครับ ผมคาดว่าหลังจากรายการนี้แพร่กระจายออกไปเป็วงกว้าง พวกเพื่อนร่วมอาชีพที่ชอบคัดลอกผลงานเอาไปใช้ ซึ่งจะทำให้เสียประโยชน์กันหลายฝ่าย ความคิดสร้างสรรค์แบบนี้จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไซไฟของประเทศเราได้แน่นอน ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยว่าถ้าไอเดียนี้ไปถึงฮอลลีวูดทางนั้นต้องให้ราคาสูงกว่านี้แน่!"
เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวิพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
เป็เช่นนั้นจริง ๆ สถานีโทรทัศน์ของพวกเขาได้เจอเพชรเม็ดงามเข้าให้แล้ว แิใหม่ วิธีคิดใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกใหม่ ทั้งหมดมาจากพิธีกรที่เกือบจะสอบตกคนหนึ่ง
จ้าวิลองหยิกตัวเองจนรู้สึกเจ็บถึงได้รู้ว่าไม่ได้ฝันไป อีกฝ่ายดูจริงใจมากคงจะอยากช่วยพัฒนาวงการไซไฟของประเทศจริง ๆ!
"ผมรับทราบแล้ว ตอนนี้คำถามที่สามเริ่มขึ้นแล้ว ลองฟังให้จบก่อนค่อยวางสายนะครับ"
"ผมกำลังดูโทรทัศน์อยู่ครับ"
ในขณะนั้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมกับเสียง 'ตู้ด ตู้ด ตู้ด!' ดังขึ้น สายที่สามถูกต่อติดแล้ว ครั้งนี้อีกฝ่ายไม่ได้แนะนำตัวอะไรมากแต่ถามคำถามออกมาทันที
"สวัสดีค่ะ ฉันมีคำถามเดียวคือปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำคืออะไรคะ ฉันลองค้นหาในเน็ตตั้งนานแต่ไม่เจอความย้อนแย้งนี้เลย ฉันหาผิดวิธีหรือเปล่าคะ?"
เจียงเจ๋อชะงัก อีกฝ่ายไม่ได้ถามเื่แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ แต่กลับถามถึงปฏิทรรศน์ที่เขาพูดขึ้นมาลอย ๆ ก่อนหน้านี้
เพื่อความปลอดภัยเขาจึงลองทบทวนในหัว และพบว่าโลกนี้ไม่มี ‘ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ’ จริง ๆ
เขาจึงตอบได้อย่างสบายใจว่า "นี่เป็ปฏิทรรศน์ที่ผมคิดขึ้นมาเองครับ เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้พูดในภายหลัง แต่ในเมื่อมีคนถามขึ้นมาก่อน ผมจะขอเปิดเผยรายละเอียดเล็กน้อยครับ"