Starcraft : The Last Commander

    ตอนที่ 54 : ไม่มีใครอยากทิ้งใคร



    เสียงเครื่องยนต์ไม่ได้คำรามอีกต่อไป


    มันเหมือนหอบอยู่มากกว่า เสียงต่ำแหบดังลอดขึ้นมาจากฝากระโปรงหน้าเป็นจังหวะขาด ๆ หาย ๆ เหมือนสัตว์แก่ที่ถูกบังคับให้วิ่งต่อทั้งที่ปอดเต็มไปด้วยเลือด ทุกครั้งที่ล้อบดผ่านหิมะ รถทั้งคันจะสั่นตามแรงกระแทกจนแผ่นโลหะภายในประตูร้องเบา ๆ กระจกหลังที่แตกบางส่วนสั่นกระทบขอบยางเป็นเสียงแหลมเล็ก ๆ เหมือนมีฟันของอะไรบางอย่างขูดกันอยู่หลังหัวพวกเขา ลมเย็นลอดเข้ามาตามรอยร้าว กลิ่นน้ำมันไหม้ กลิ่นยางร้อน และกลิ่นเลือดสดผสมกันจนห้องโดยสารแคบลงกว่าเดิม


    ทุกสิ่งทุกอย่าง เงียบ… ไม่มีใครพูดออกมาสักคน


    หลังจากลานขนส่งร้างหายลับไปด้านหลัง ถนนขาวยาวตรงหน้าไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนทางหนีอีกแล้ว มันดูเหมือนแผลเปิดบนผืนโลกสีซีด เส้นทางที่ถูกบังคับให้ลากต่อไปโดยไม่มีใครรู้ว่าปลายทางคืออะไร หิมะสองข้างทางนิ่งเกินไป นิ่งเหมือนผ้าปูเตียงในห้องคนตาย ไม่มีกิ่งไม้ไหว ไม่มีนก ไม่มีเสียงสัตว์ ไม่มีอะไรบอกว่าภูมิประเทศนี้ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังใกล้พัง และเสียงหัวใจของคนในรถ


    คาเอลได้ยินเสียงของตัวเองหายใจ ได้ยินเสียงของแจ็กซ์กัดฟันทุกครั้งที่รถสะดุด


    เสียงผ้าพันแผลของโวร่าเสียดสีกับเบาะหนังเก่า


    เสียงของนิกซ์พยายามกลืนเลือดที่ไหลย้อนลงคอ


    เสียงลูน่าที่กำลังหายใจสั้น ๆ อยู่กลางเบาะหลัง


    และในระหว่างเสียงเหล่านั้น เขาเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังแทรกเข้ามา


    ไม่ใช่เสียงฝูงพวกมันที่พุ่งตามมาจากด้านหลัง


    แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงแรงสั่นใต้พื้นเหมือนก่อนหน้านี้


    มันละเอียดกว่า


    ช้ากว่า


    ใกล้กว่า


    เหมือนปลายนิ้วเย็น ๆ ของใครบางคนแตะลงบนหน้าอกของคนในรถทีละคน แล้วรอให้หัวใจตอบกลับ


    คาเอลมองกระจกหลัง


    โวร่านั่งตรงริมซ้ายของเบาะหลัง ไหล่ข้างที่มีแผลกดแนบกับประตู รถสั่นแรงพอให้แผลนั้นควรเจ็บ แต่เธอไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย มือหนึ่งยังจับชายเสื้อของลูน่าไว้เหมือนคำสัญญาที่เปลี่ยนเป็นการกระทำ อีกมือกดใกล้มีดข้างเอว นิ้วของเธอนิ่งเกินไป นิ่งแบบคนที่พร้อมขยับภายในเสี้ยววินาที


    ลูน่านั่งอยู่กลางเบาะ เด็กหญิงดูตัวเล็กกว่าที่ควร หลังผ่านความหนาวและความกลัวมาหลายวัน ผ้าห่มบาง ๆ คลุมไหล่ไว้ครึ่งหนึ่ง มือเล็ก ๆ จับชายเสื้อโวร่าแน่นจนข้อนิ้วซีด ดวงตาของเธอไม่ได้หลับอีกแล้ว เธอมองพื้นรถ มองเงาสั่น ๆ ใต้รองเท้าของตัวเองที่เหมือนเป็นพื้นโลหะบาง ๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่คั่นระหว่างเธอกับโลกข้างล่างได้จริง


    นิกซ์นั่งอีกฝั่ง ก้มหน้า มือกดจมูกไว้ด้วยผ้าสกปรกที่เริ่มชุ่มสีแดงเข้ม เส้นดำบาง ๆ ใต้ผิวตรงคอของเขายังไม่หาย มันเต้นตามชีพจรช้ากว่าหัวใจมนุษย์นิดหนึ่ง เหมือนร่างของเขามีจังหวะที่สองซ้อนอยู่ข้างใน มิเลียนั่งด้านหน้าแต่หันมาดูเขาบ่อยกว่าดูถนน เธอไม่ได้พูดปลอบซ้ำ ๆ ไม่ได้ถามว่าไหวไหม เพราะคำถามนั้นเริ่มไร้ประโยชน์ในโลกที่ไม่มีใครไหวแล้ว เธอเพียงยื่นผ้าสะอาดอีกผืนให้นิกซ์โดยไม่บังคับให้เขามองหน้า


    แจ็กซ์จับพวงมาลัยด้วยสองมือแน่นเกินปกติ นิ้วของเขาขาวซีดกับความหนาวและแรงเกร็ง หน้าปัดรถมีไฟเตือนขึ้นสามดวง สองดวงกระพริบไม่สม่ำเสมอ อีกดวงติดค้างเหมือนตาสีแดงของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ยอมตาย กลิ่นไอน้ำร้อนเริ่มลอดเข้ามาจากช่องระบายด้านหน้า


    “แจ็กซ์ นายอย่าพูดนะว่ามันยังขับได้” มิเลียพูดเบา ๆ


    แจ็กซ์หัวเราะสั้น ๆ ออกมาทางจมูก ไม่มีความขำอยู่ในนั้นเลย


    “ถ้าฉันพูดว่ามันยังขับได้ รถคันนี้อาจเสียใจที่ฉันโกหกมัน”


    เขาเหลือบมองหน้าปัดอีกครั้ง


    “น้ำหล่อเย็นรั่ว ความร้อนขึ้นเร็วผิดปกติ สายพานเสียงไม่ดี น้ำมันก็ลดแบบไม่ควรลด และฉันค่อนข้างมั่นใจว่าใต้ท้องรถมีอะไรหลวมอย่างน้อยหนึ่งชิ้นที่ควรอยู่ติดกับรถมากกว่านี้”


    ไม่มีใครตอบมุกนั้น


    แจ็กซ์เงียบไปเอง


    รถสะดุดแรงจนทุกคนโยกไปข้างหน้า โวร่ายื่นแขนกันลูน่าแทบพร้อมกับที่เด็กหญิงก้มลงเอง นิกซ์สะดุ้ง มือหลุดจากผ้าที่ปิดจมูก เลือดหยดลงบนกางเกงเป็นจุดเล็ก ๆ สีแดงเข้ม เขารีบกดมันกลับ แต่สีหน้าของเขาไม่ได้เจ็บเพราะเลือด


    เขากลัวว่าเลือดนั้นจะมีเสียง


    คาเอลเห็นความคิดนั้นบนหน้าเขา


    “นิกซ์”


    นิกซ์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงและชื้น


    “ถ้าผมหยุดหายใจ…” เขาถามเสียงแหบ 


    “มันยังจะได้ยินผมไหม”


    มิเลียหันกลับมาทันที


    “ไม่เอาน่านิกซ์ อย่าพูดแบบนั้น”


    “ผมแค่ถาม…”


    “ไม่ต้องถามแบบนั้น”


    “…”


    นิกซ์หลบตาลงเหมือนเด็กที่ทำผิด ทั้งที่คำถามนั้นไม่ได้มาจากความอยากตาย แต่มาจากความกลัวว่าการมีชีวิตของตัวเองกำลังกลายเป็นประตูให้บางสิ่งเข้ามาหาคนอื่น


    มิเลียเอื้อมมือผ่านช่องระหว่างเบาะไปแตะแขนเขาเบา ๆ สัมผัสนั้นสั้นมาก พอให้รู้ว่ามีคนอยู่ตรงนี้ แต่ไม่มากพอจะทำให้เขารู้สึกถูกบังคับ


    “หันมาคุยกับฉัน” เธอพูด


    นิกซ์ฝืนหันมอง


    “นายต้องหายใจต่อ”


    “แต่ว่า ถ้ามันฟังอยู่…”


    “ก็ให้มันฟังว่าเธอยังอยู่กับเรา ไม่ใช่พวกมัน!”


    นิกซ์เม้มปากแน่น เส้นใต้ผิวตรงคอสั่นหนึ่งครั้ง เขาพยักหน้าเล็กมาก แล้วสูดลมหายใจเข้าอย่างยากลำบาก


    ลูน่ามองนิกซ์ แล้วมองโวร่าอีกครั้ง


    เลือดซึมออกจากผ้าพันแผลบนต้นแขนโวร่าเป็นวงเล็ก ๆ สีเข้ม เด็กหญิงจ้องมันนานเกินไป ยิ่งรถสั่น เลือดยิ่งซึมออกมาช้า ๆ เหมือนเวลาเองกำลังบีบแผลนั้นให้เตือนเธอว่าใครต้องเจ็บเพราะเธอ


    “พี่โวร่า…” ลูน่าพูดเสียงสั่น 


    “พี่เจ็บไหมคะ”


    โวร่าก้มมองแผลตัวเองเพียงครู่เดียว เหมือนเพิ่งจำได้ว่ามันอยู่ตรงนั้น


    “ไม่เท่าไหร่”


    ลูน่าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่รู้จะเถียงยังไง เธอกำชายเสื้อโวร่าแน่นขึ้น


    “หนู… หนูไม่น่ามากับพวกพี่เลย”


    รถทั้งคันเงียบลง


    แจ็กซ์ไม่พูด


    นิกซ์ไม่กล้ามองเธอ


    มิเลียหันกลับมา ดวงตาของเธออ่อนลง แต่คำพูดติดอยู่หลังลมหายใจ เพราะบางประโยคปลอบเด็กได้ แต่บางประโยคถ้าพูดผิด มันจะกลายเป็นการโกหก


    โวร่ามองลูน่า


    ไม่ใช่มองผ่าน ๆ ไม่ใช่มองเหมือนมองเด็กที่ต้องปกป้อง แต่เหมือนมองสิ่งเดียวในรถคันนี้ที่เธอยอมให้ตัวเองผูกติดไว้กับความกลัว


    “เธออยู่ตรงนี้แล้ว”


    คำตอบสั้นมาก


    แต่ลูน่าก้มหน้าลงทันที


    เพราะมันไม่ได้บอกว่าเธอไม่ผิด


    ไม่ได้บอกว่าไม่มีใครเจ็บเพราะเธอ


    มันแค่บอกว่า ต่อให้ความจริงเป็นอะไร ตอนนี้เธออยู่ตรงนี้ และโวร่าจะไม่ผลักเธอออกไปจากคำว่า “ตรงนี้”


    คาเอลมองภาพนั้นในกระจกหลัง แล้วบางอย่างในอกของเขาบีบแน่น


    เขาควรดีใจที่ลูน่ายังอยู่


    ควรดีใจที่โวร่ายังไม่ถอย


    หรือควรดีใจที่ทีมยังไม่แตกสลาย


    แต่หัวเขากำลังทำสิ่งที่เขาเกลียดอีกครั้ง


    ลูน่า กลางรถ ทั้งที่เธอไม่ควรเป็นตำแหน่งอะไรทั้งนั้น


    โวร่า ซ้ายหลัง บาดเจ็บแต่ตอบสนองได้เร็ว


    นิกซ์ ขวาหลัง ไม่เสถียร หากใช้รับสัญญาณพวกมันจะมีความเสี่ยงสูง


    มิเลีย อยู่ด้านหน้าจุดยึดเหนี่ยวของทีม


    แจ็กซ์ คนขับ เครื่องยนต์ใกล้ล้มเหลว


    ทางหนี ข้างหน้าไม่ชัด


    ถนน ด้านหลังแคบ


    พายุ ลดลง แต่ทัศนวิสัยยังต่ำ


    ฝูง ไม่ไล่ตามตรง ๆ


    แปลว่าไม่จำเป็นต้องไล่แล้ว


    คาเอลกำมือบนเข่าของตัวเองจนเล็บจิกเข้าเนื้อ


    หยุด


    อย่าเปลี่ยนคนเป็นตำแหน่ง


    อย่าเปลี่ยนเด็กเป็นจุดล่อ


    อย่าเปลี่ยนคำสัญญาของโวร่าเป็นทรัพยากรทางยุทธวิธี


    แต่ความคิดเขาไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย


    มันไหลต่ออย่างเย็น เฉียบ และไร้ความเมตตา เหมือนน้ำใต้หิมะที่ยังเดินทางได้แม้ผิวโลกจะแข็งตายไปแล้ว


    เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากกลางเบาะหลัง


    “พี่คะ มันกำลังนับพวกเรา”


    แจ็กซ์เผลอเหยียบคันเร่งแรงขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนผ่อนลงทันที รถสะดุดด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ไม่พอใจ


    มิเลียหันกลับมา


    “ลูน่า?”


    เด็กหญิงไม่ได้มองใคร เธอมองพื้นรถตรงหว่างเท้าตัวเอง มือยังจับชายเสื้อโวร่าเหมือนกำลังยึดตัวเองไว้ไม่ให้ตกลงไปในเสียงที่เธอได้ยิน


    “มันไม่ได้วิ่งตามแล้วค่ะ” เธอกระซิบ 


    “มันค่อย ๆ แตะทีละคน”


    นิกซ์หน้าซีดลงกว่าเดิม


    “แตะ?”


    ลูน่ากลืนน้ำลาย ริมฝีปากสั่นจากความหนาวหรือความกลัว คาเอลแยกไม่ออก


    “หัวใจค่ะ”


    ในห้องโดยสารเล็ก ๆ นั้น ทุกคนเหมือนได้ยินหัวใจตัวเองดังขึ้นพร้อมกัน


    ตึก


    ตึก


    ตึก


    คาเอลไม่รู้ว่านั่นเป็นเสียงจริงหรือเป็นสิ่งที่คำพูดของลูน่าปลุกขึ้นมาในหัวเขา


    เด็กหญิงมองแจ็กซ์ก่อน เหมือนฟังบางอย่างรอบตัวเขา


    แล้วมองมิเลีย


    มองนิกซ์


    หยุดที่คาเอลนานเกินไปครึ่งจังหวะ


    สุดท้ายเธอมองโวร่า


    ใบหน้าของเธอซีดขาว


    “มันรู้ว่าเรามีกี่คน”


    ไม่มีใครถามว่าเธอแน่ใจไหม


    ไม่มีใครกล้าถาม


    เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา เด็กคนนี้พูดสิ่งที่ไม่มีใครอยากเชื่อ และสิ่งเหล่านั้นมักมาถึงก่อนความตายเสมอ


    ถนนข้างหน้าเริ่มโค้งขึ้นไปตามแนวภูเขา หิมะบางลงบนสันทางที่ลมพัดแรง แต่ขอบถนนกลับถูกกองหิมะหนาทับไว้จนแยกไม่ออกว่าตรงไหนคือพื้นจริง ตรงไหนคือเหว ด้านซ้ายเป็นผาหินสูงสีดำเทาที่ตัดขึ้นจากพื้นเกือบตั้งฉาก หิมะเกาะอยู่ตามรอยแตกเหมือนคราบกระดูก ด้านขวาเป็นทางลาดลงสู่ป่าสนที่มืดและลึกเกินกว่าจะเห็นพื้นด้านล่าง กิ่งสนถูกน้ำแข็งเคลือบจนสะท้อนแสงเช้ามืดเป็นเส้นเงินเย็น ๆ


    แจ็กซ์ชะลอรถโดยไม่ต้องให้ใครสั่ง


    ด้านหน้ามีป้ายเหล็กขนาดใหญ่เอียงอยู่ครึ่งหนึ่ง ตัวอักษรถูกน้ำแข็งเกาะจนอ่านได้ไม่หมด แต่รูปสัญลักษณ์รถบรรทุกและลูกศรชี้เข้าช่องทางด้านขวายังพอมองเห็น


    สถานีชั่งน้ำหนักรถบรรทุกร้างตั้งอยู่ตรงคอถนนภูเขา เหมือนด่านที่ไม่มีใครควรหยุดอยู่ตรงนั้น


    อาคารเตี้ยหลังหนึ่งตั้งชิดผาหิน หลังคาโลหะของมันยุบลงบางส่วนจากน้ำหนักหิมะ กระจกหน้าต่างแตกทุกบาน เหลือกรอบสีดำเหมือนเบ้าตาโล่ง ๆ แท่นชั่งยาวฝังอยู่กลางลานคอนกรีตขาวซีด เส้นสีเหลืองเก่าบนพื้นถูกหิมะกลบจนเหลือเพียงรอยจาง ๆ ข้างอาคารมีถนนบริการแคบ ๆ พาดเลียบรั้วเหล็กไปด้านหลัง สภาพมันแทบไม่ต่างจากร่องหิมะที่ถูกลืม รั้วครึ่งหนึ่งล้มทับทางไว้ ส่วนอีกครึ่งถูกน้ำแข็งจับจนกลายเป็นกำแพงโปร่ง ๆ ที่ดูเปราะแต่ขวางพอจะทำให้รถผ่านไม่ได้ทันที


    “ฉันไม่ชอบที่นี่เลย” แจ็กซ์พูด


    “รถไปต่อไหวไหม” คาเอลถาม


    แจ็กซ์มองหน้าปัด แล้วหัวเราะเสียงเบาอย่างสิ้นหวัง


    “ถ้าจะให้ตอบแบบคนรักเครื่องยนต์ ฉันอยากจอดตั้งแต่ห้านาทีก่อน ถ้าจะให้ตอบแบบคนอยากมีชีวิต รถคันนี้กำลังจะตายกลางถนนในอีกไม่กี่นาที”


    “ซ่อมตรงนี้ได้ไหม”


    “ซ่อมให้มันไม่ตายทันที ได้” แจ็กซ์เหลือบไปมองลานชั่งน้ำหนัก “ซ่อมให้มันกลายเป็นรถที่น่าไว้ใจ ไม่ได้ ถ้าจะเอาแบบนั้นต้องใช้โรงซ่อม อะไหล่ และพระเจ้าที่ชอบรถเก่า”


    ไม่มีใครยิ้ม


    คาเอลมองสถานีอีกครั้ง


    ผาหินซ้าย


    เหวขวา


    ถนนด้านหลังแคบจนถอยกลับยาก


    แท่นชั่งกลางลาน


    อาคารให้กำบังได้บางส่วน


    ถนนบริการอาจใช้หนี ถ้าเปิดรั้วได้


    จุดอับสายตามากเกินไป


    พื้นแข็งพอให้รถจอด แต่ใต้หิมะไม่รู้มีอะไร


    ทางเลือกไม่ดี


    แต่ไม่มีทางเลือกที่ดีเหลืออยู่แล้ว


    “เข้าไป” เขาพูด


    แจ็กซ์ไม่เถียง


    รถเลี้ยวเข้าช่องทางสถานีชั่งน้ำหนักอย่างช้า ๆ ล้อหน้าบดผ่านหิมะที่จับแข็งจนแตกเป็นเสียงกรอบแกรบ ด้านบนป้ายโลหะเก่าที่ห้อยอยู่กับเสาโยกตามลม ส่งเสียงเอี๊ยดเบา ๆ เป็นจังหวะเชื่องช้า คล้ายประตูที่ไม่มีใครเปิดมานานกำลังเตือนพวกเขาว่าไม่ควรเข้ามา


    ลูน่าตัวแข็งทันที


    โวร่ารู้ก่อนใคร มือที่จับชายเสื้อเด็กหญิงเปลี่ยนเป็นจับข้อมือเล็ก ๆ เบา ๆ


    “มีอะไร”


    ลูน่ามองแท่นชั่ง


    รถกำลังค่อย ๆ ไหลขึ้นไปตรงแนวเหล็กฝังพื้นนั้น


    เด็กหญิงสูดลมหายใจแรง เหมือนน้ำเย็นพุ่งเข้าปอด


    “อย่าขึ้นไปค่ะ”


    แจ็กซ์แตะเบรกทันที แต่รถยังไหลต่ออีกครึ่งช่วงล้อบนพื้นน้ำแข็ง


    “อะไรนะ”


    “อย่าขึ้นไป!” ลูน่าร้อง คราวนี้เสียงแตกจากความกลัว 


    “ข้างใต้กำลัง มีอะไรหายใจอยู่”


    คาเอลไม่ถามซ้ำ


    “หักออก!”


    แจ็กซ์หมุนพวงมาลัยสุดแรง รถสะบัดออกจากแนวแท่นชั่ง ล้อหลังปัดข้างบนพื้นลื่น เสียงยางครูดกับน้ำแข็งดังลั่น ห้องโดยสารเอียงจนลูน่ากระแทกไหล่กับโวร่า โวร่าดึงเธอกดลงทันที


    เสี้ยววินาทีถัดมา แท่นชั่งระเบิดขึ้นจากใต้พื้น


    หนามสีคล้ำยาวหลายแท่งแทงทะลุแผ่นเหล็กและคอนกรีตขึ้นมาในตำแหน่งที่รถควรจอดพอดี เสียงโลหะฉีกดังเหมือนประตูนรกเปิดจากใต้ดิน เศษคอนกรีตกระแทกฝากระโปรงและกระจกหน้าแตกเป็นรอยยาวใหม่ รถสะบัดอีกครั้งก่อนแจ็กซ์จะเหยียบเบรกจนหยุดห่างจากแท่นชั่งเพียงไม่กี่เมตร


    ไม่มีใครหายใจอยู่ชั่วขณะ


    หนามลอร์เกอร์สั่นค้างอยู่กลางอากาศ รอยแตกบนแท่นชั่งแผ่เป็นวงเหมือนพื้นทั้งแผ่นกลายเป็นผิวบาง ๆ ของสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างล่าง


    แจ็กซ์ค่อย ๆ หันกลับมามองลูน่า


    “เด็กน้อย…” เขาพูดเสียงแหบ 


    “ฉันติดหนี้เธออีกครั้งแล้วใช่ไหม”


    ลูน่าไม่ตอบ


    เธอกำชายเสื้อโวร่าแน่นกว่าเดิม


    คาเอลมองหนามนั้น แล้วมองถนนรอบสถานี


    มันไม่ได้รอรถทั้งคัน


    มันรอตำแหน่งที่รถควรหยุด


    มันรู้ว่ารถจะต้องเข้าแท่นชั่ง


    หรืออย่างน้อย มันอยากทดสอบว่าพวกเขาจะทำตามเส้นทางที่ถูกบังคับไว้ไหม


    “มันไม่ได้โจมตีทันที” คาเอลพูดเบา ๆ


    มิเลียได้ยิน


    “อะไร”


    “มันรอให้เราเข้าตำแหน่งที่มันดักรอ”


    จากแนวป่าสนด้านขวา เงาสูงหลายเงาค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นมาบนสันหิมะ


    ไฮดราลิสก์


    ร่างสูงผอมคล้ายเงามีชีวิตงอกขึ้นจากความมืดข้างทางทีละตัว เกราะชีวภาพสีคล้ำของพวกมันสะท้อนแสงเช้าเป็นประกายเปียกเย็น แผงหนามบนหลังขยับช้า ๆ เหมือนกำลังหายใจร่วมกัน ดวงตาเล็กสีเหลืองซีดจ้องมาทางลานชั่งน้ำหนัก ไม่ใช่ด้วยความคลั่งของสัตว์หิว แต่ด้วยความนิ่งของนักล่าที่รู้ว่าทางหนีของเหยื่อเหลือเท่าไร


    “ลงจากรถไม่ได้ใช่ไหม” แจ็กซ์ถาม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร


    หนามชุดแรกจากไฮดราลิสก์พุ่งมา


    มันไม่ได้ยิงเข้ากระจกหน้า ไม่ได้เล็งคนขับ ไม่ได้เล็งเครื่องยนต์


    มันยิงรั้วเหล็กข้างถนนบริการ


    เสารั้วสองต้นหักโค่นลงมาทับทางแคบ ๆ เพิ่มจากเดิม เสียงเหล็กกระแทกพื้นดังโครม หิมะฟุ้งขึ้นเป็นม่านขาว


    แจ็กซ์สบถ


    “โอเค มันไม่ได้อยากให้เราออกทางนั้น งั้นแปลว่าทางนั้นคือทางที่เราควรออก”


    “ซ่อมรถ” คาเอลสั่ง


    “ตรงนี้?”


    “ตรงนี้”


    “ฉันขอเสนอว่าตรงนี้มีสิ่งมีชีวิตใต้พื้น หนามยิงจากป่า และแท่นชั่งที่เพิ่งพยายามเสียบเราเหมือนไม้เสียบลูกชิ้นยักษ์”


    คาเอลหันไปจ้องเขม็ง


    แจ็กซ์กลืนคำที่เหลือลงคอทันที


    “กำลังซ่อม”


    เขาดับเครื่องครึ่งจังหวะ เปิดฝากระโปรงจากในรถ แล้วคว้ากระเป๋าเครื่องมือจากด้านหลัง มิเลียเปิดประตูลงไปก่อน ลมเย็นพุ่งเข้ามาทันทีเหมือนมีมีดจำนวนมากกรีดผ่านผิว คาเอลตามลงไป กลิ่นไอน้ำร้อนจากหน้ารถกระแทกจมูกพร้อมควันขาวหนาที่พุ่งออกมาจากใต้ฝากระโปรง แจ็กซ์ยกฝากระโปรงขึ้นแล้วสบถยาวโดยไม่มีคำไหนเหมาะให้เด็กฟัง


    “รถแย่มากไหม” มิเลียถาม


    “ถ้าเป็นคนไข้ เธอคงบอกญาติให้เตรียมใจ”


    “แจ็กซ์”


    “ฉันรู้ ฉันรู้” เขายัดมือเข้าไปในความร้อนใต้ฝากระโปรงแล้วสะดุ้ง 


    “น้ำรั่วตรงท่อ เส้นนี้พออุดได้ สายพานยังอยู่ แต่ไม่ควรอยู่ในสภาพนี้ เชื้อเพลิงยังพอ แต่ถ้าขับกระแทกอีกสองรอบ มันจะตายแน่”


    โวร่าลงจากรถพร้อมลูน่า เธอให้เด็กหญิงอยู่ชิดผนังรถด้านที่ติดอาคาร ไม่ใช่ด้านป่า มือยังไม่ปล่อยข้อมือลูน่าแม้ต้องใช้มืออีกข้างดึงมีดออกจากเอว นิกซ์ลงตามช้ากว่า เขาเซเล็กน้อย มิเลียรีบประคองไว้ แต่เขาฝืนยืนเอง


    “ผมไหว”


    ไม่มีใครเถียงเดิน


    เพราะทุกคนรู้ว่าเขาไม่ไหว


    แต่ไม่มีใครเหลือแรงพอจะโกหกแทนเขา


    หนามจากไฮดราลิสก์ยิงเข้าใส่หลังคาเหล็กของอาคารชั่งน้ำหนัก เสียงกระแทกดังถี่ ๆ แผ่นโลหะเก่าถูกเจาะเป็นรูและหลุดลงมาพร้อมหิมะที่สะสมอยู่ด้านบน คาเอลเห็นทิศทางทันที มันไม่ได้หวังฆ่าพวกเขา มันยิงให้หลังคาถล่มปิดทางเข้าของอาคาร และบังคับให้ทุกคนถอยกลับสู่ลานโล่ง


    “โวร่า ระวังขวา” คาเอลพูด


    โวร่าขยับก่อนหนามชุดถัดไปมาถึง เธอพุ่งต่ำออกจากข้างรถ มีดในมือสะบัดปัดหนามสองแท่งที่พุ่งเข้าหาลูน่า เสียงโลหะชีวภาพกระทบคมมีดดังแหลม หนามหนึ่งแตกกลางอากาศ แต่อีกแท่งเฉียดต้นแขนเธอจนผ้าพันแผลฉีก เลือดสดพุ่งออกมาเป็นเส้นสั้น ๆ บนหิมะ


    ลูน่าสะดุ้ง


    “พี่โวร่า!”


    “ก้ม”


    คำเดียว


    ยังเป็นคำสั่ง


    ยังเป็นการปกป้อง


    ลูน่าก้มลงทันที น้ำตาเอ่อขึ้นแต่ยังไม่ไหล เธอรู้แล้วว่าถ้าตัวเองช้าหนึ่งจังหวะ คนอื่นจะเจ็บแทนเธอ


    นิกซ์ยกมือแตะข้างหู ใบหน้าเขาบิดเบี้ยว


    “มันไม่ได้…มันไม่ได้ยิงมั่ว”


    “พูด” คาเอลสั่ง โดยไม่ละสายตาจากแนวป่า


    นิกซ์หายใจแรง เลือดไหลลงมาจากจมูกอีกครั้ง


    “มันกดทางขวา…ใต้พื้นกดตรงกลาง…มันไม่อยากให้เราไปถนนหลัก มันอยากให้เรากลับไปตรงแท่น”


    คาเอลเห็นแล้ว


    ลอร์เกอร์คุมพื้น


    ไฮดราลิสก์คุมแนวข้าง


    ผาหินปิดด้านซ้าย


    เหวปิดด้านขวา


    ถนนบริการถูกปิด แต่เปิดได้ถ้าแจ็กซ์เคลียร์รั้วทัน


    ฝูงไม่ได้ล่า


    มันกำลังทำให้พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นมือหนึ่งข้าง แล้วค่อย ๆ กำเข้าหากัน


    “แจ็กซ์ ใช้เวลานานแค่ไหนเปิดถนนบริการ”


    “ถ้าไม่มีใครยิงใส่หัวฉัน ขอสามนาที”


    หนามอีกชุดพุ่งมา กระแทกข้างรถจนโลหะบุบดังปัง


    แจ็กซ์สะดุ้ง


    “ถ้ามีคนยิงใส่หัวฉัน อาจสั้นกว่านั้น เพราะฉันจะตายก่อน”


    “สองนาที”


    “นายต่อรองกับความจริงได้เหรอ”


    “แจ็กซ์”


    “ได้ สองนาที ฉันเกลียดมาก แต่ได้”


    เขาคว้าคีมตัด ลากกล่องเครื่องมือไปทางถนนบริการ มิเลียตามไปครึ่งก้าวเพื่อช่วยกำบัง คาเอลจับแขนเธอไว้


    “มิเลีย เธออยู่กับนิกซ์”


    มิเลียมองเขา


    เธอไม่ได้เถียง


    แต่สายตานั้นบอกว่าเธอเห็นแล้วว่าเขากำลังเลือกตำแหน่งให้ทุกคนเร็วเกินไป


    คาเอลปล่อยมือ


    “ขอโทษ”


    “อย่าหายเข้าไปในตัวเลขตอนนี้” เธอพูดเบามาก


    เขาอยากตอบว่าไม่


    แต่คำโกหกติดอยู่ในลำคอ


    พื้นข้างรถยุบลงเป็นเส้นยาว


    ลูน่าหันขวับ


    “ระวังข้างล่าง!”


    คาเอลไม่ทันคิด


    “ถอยออกจากรถ!”


    ทุกคนกระโดดออกจากแนวรถทันที หนามลอร์เกอร์แทงขึ้นใต้ประตูหลังซ้าย เสียดสีกับท้องรถจนเกิดประกายไฟ รถทั้งคันถูกยกขึ้นครึ่งช่วงล้อแล้วตกกระแทกพื้นอีกครั้ง เสียงบางอย่างใต้ท้องแตกดังกร๊อบ แจ็กซ์หันกลับมาหน้าเสีย


    “ถ้ามันพังเพลากลาง ฉันจะกลับไปด่ามันถึงใต้หิมะ”


    “เปิดทางต่อ!” คาเอลตะโกน


    แจ็กซ์กัดฟันแล้ววิ่งต่อไปที่รั้ว ลากเครื่องมือผ่านหิมะ เสียงเหล็กขูดพื้นดังเป็นรอยแห้ง ๆ ท่ามกลางเสียงหนามและเครื่องยนต์ที่ยังร้อนจัด


    ลูน่าหอบ เธอยืนชิดโวร่าเกินกว่าจะขยับเองได้ ดวงตาเธอกวาดไปทั่วลาน ไม่ใช่มองภาพ แต่เหมือนฟังทุกจุดพร้อมกัน ความกลัวบนหน้าเด็กหญิงไม่ได้กระจายเหมือนเมื่อก่อน มันเริ่มมีทิศทาง


    เธอรู้ว่าตรงไหนกำลังจะตายก่อน


    “เสาข้างหลัง!” เธอร้อง


    โวร่าหันกลับทันที เสาเหล็กริมอาคารที่ถูกหิมะจับหนาเริ่มเอียงจากแรงกระแทกของหนามจากแนวสน ถ้ามันล้มลงมา จะปิดทางระหว่างพวกเขากับรถ คาเอลพุ่งเข้าไปพร้อมโวร่า โวร่าฟันหนามที่ยังเสียบค้างอยู่ คาเอลใช้ไหล่กระแทกเสาให้ล้มออกไปอีกทิศ แรงสั่นสะเทือนแล่นขึ้นแขนจนชาจากข้อศอกถึงปลายนิ้ว เสาล้มฟาดพื้น ห่างจากลูน่าไม่ถึงสองเมตร


    ลูน่าถอยหลังหนึ่งก้าว


    ฝูงใต้พื้นหยุด


    แค่เสี้ยววินาที


    แต่คาเอลเห็น


    ทุกครั้งที่ลูน่าพูด ทุกครั้งที่ลูน่าขยับผิดจากจังหวะเดิม สิ่งใต้หิมะจะชะงักเหมือนกำลังแยกสัญญาณของเธอออกจากเสียงอื่น


    มันไม่ได้แค่ได้ยินเธอ


    มันกำลังระบุตัวเธอ


    นิกซ์ทรุดลงเข่าหนึ่งข้าง มือกดข้างศีรษะ


    “ไม่…” เขาพึมพำ


    มิเลียคุกเข่าข้างเขาทันที


    “นิกซ์ มองฉัน”


    “มันพูด…ไม่ใช่พูด มัน…”


    “หายใจ”


    “คนที่ฟัง…” นิกซ์หลุดเสียงออกมา เลือดไหลจากจมูกหยดลงบนหิมะ 


    “คนตัวเล็ก…”


    คาเอลหันกลับมาทันที


    นิกซ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความกลัว


    “เก็บไว้”


    ลูน่าตัวแข็ง


    โวร่าก้าวมาขวางหน้าเธอทันที


    “พูดต่อ” คาเอลสั่ง แม้ในอกจะเย็นลง


    นิกซ์ส่ายหน้าเหมือนไม่อยากได้ยินเสียงตัวเอง


    “คนอื่น…ปล่อย”


    คำสุดท้ายเบาจนแทบหายไปกับลม


    ไม่มีใครพูด


    แต่ทุกคนเข้าใจพร้อมกันในแบบที่ไม่มีใครอยากเข้าใจ


    ฝูงไม่ได้ต้องการฆ่าทุกคน


    มันต้องการลูน่า


    หนามจากไฮดราลิสก์ยิงเข้าลานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เล็งลูน่า มันเล็งพื้นระหว่างโวร่ากับแจ็กซ์ ทำให้เส้นทางช่วยเหลือขาดเป็นช่วง มิเลียลากนิกซ์ถอยเข้าใกล้รถ คาเอลยิงตอบด้วยปืนพกที่เหลือกระสุนไม่กี่นัด เสียงปืนสั้น แห้ง และเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับภูเขาทั้งลูกที่กำลังกลายเป็นกับดัก กระสุนหนึ่งนัดกระแทกไหล่ของไฮดราลิสก์ตัวหนึ่ง มันสะดุดแต่ไม่ล้ม อีกนัดกระแทกแผงหนามบนหลัง ทำให้มันถอยหลังเข้าเงาสน


    กระสุนเหลือสาม


    คาเอลรู้ทันที


    เกลียดที่ตัวเองรู้ทันที


    “แจ็กซ์!”


    “ขออีกนิด!” แจ็กซ์ตะโกนจากถนนบริการ เขากำลังตัดสายรั้วที่แข็งด้วยน้ำแข็ง มือเขาสั่นจากความหนาวจนต้องใช้ฟันช่วยดึงสายเส้นหนึ่ง 


    “สายรั้วติดน้ำแข็ง!”


    รั้วเหล็กฝั่งหนึ่งถูกงัดเปิด เสียงโลหะบิดดังคราง ถนนบริการเผยช่องแคบพอให้รถฝืนผ่านได้ แต่หิมะยังหนา และมีแผ่นป้ายเก่าล้มขวางอยู่


    “เปิดได้แล้ว!” แจ็กซ์ตะโกน 


    “แต่ต้องใช้แรงชน ถ้าเพลาไม่ขาด เรารอด ถ้าขาด—”


    หนามชุดถัดไปพุ่งลงมาข้างเขา แจ็กซ์ทิ้งตัวหลบ ของแหลมสีคล้ำฝังเข้าพื้นตรงที่เขายืนเมื่อครู่


    “ฉันจะเลิกพูดเงื่อนไขความตายแล้ว!”


    คาเอลกำลังจะสั่งให้ทุกคนถอยขึ้นรถ


    แต่พื้นด้านหน้าแท่นชั่งแตกออกอีกครั้ง


    ลอร์เกอร์ไม่ได้แทงขึ้นใต้รถ


    มันแทงขึ้นเป็นแนวกั้น


    หนามหลายแท่งเรียงจากแท่นชั่งไปถึงอาคาร เหมือนกำแพงซี่โครงสีดำที่งอกจากพื้น พวกมันบังคับให้โวร่าและลูน่าแยกห่างจากรถครึ่งลาน ในวินาทีเดียวกัน ไฮดราลิสก์บนแนวสนยิงหนามตัดระหว่างมิเลียกับแจ็กซ์ ทำให้ใครก็ตามที่วิ่งไปช่วยต้องผ่านช่องแคบตรงกลางลานที่ลอร์เกอร์รออยู่


    คาเอลเห็นรูปแบบในหัว


    โจมตีลวงด้านหน้า


    บังคับสายตาไปทางรถ


    ตัดแนวช่วยเหลือ


    แยกเป้าหมาย


    เป้าหมายคือ—


    “ลูน่า!” เขาตะโกน


    เด็กหญิงหันมา


    เสียงบางอย่างดังจากด้านข้างอาคาร ไม่ใช่เสียงเรียกที่หูได้ยิน แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีใครร้องไห้อยู่ใต้หิมะ ตรงช่องเงาระหว่างผนังอาคารกับผาหิน


    ลูน่ามองไปทางนั้นเพียงเสี้ยวเดียว


    แล้วเธอส่ายหน้า


    “ไม่…”


    เธอไม่ได้เดินตาม


    ไม่ได้ก้าวออกไปเหมือนเด็กหลงทาง


    เธอหันกลับมาหาโวร่าแทน ดวงตาเบิกกว้าง


    “ข้างหลังพี่!”


    โวร่าหมุนตัวทันที


    แต่พื้นใต้แนวรั้วที่เธอยืนใกล้แตกออกก่อนมีดจะถึง


    สิ่งที่พุ่งขึ้นมาไม่ใช่หนามตรง ๆ แต่เป็นเส้นเนื้อแข็งคล้ายรากสีคล้ำ พันข้อเท้าลูน่าแล้วกระชาก เด็กหญิงล้มลงกับหิมะ เสียงร่างเล็กกระแทกพื้นดังทึบสั้น ๆ มือของเธอหลุดจากชายเสื้อโวร่าเป็นครั้งแรก


    “ลูน่า!”


    โวร่าพุ่งกลับไปโดยไม่สนหนามที่แทงขึ้นข้างตัว เธอคว้าข้อมือลูน่าได้ก่อนที่ร่างเด็กหญิงจะถูกลากเข้าไปใต้ซากรั้ว มือของโวร่ากระชากกลับเต็มแรงจนเส้นเลือดบนแขนปูด แผลที่ต้นแขนเปิดออก เลือดกระเด็นเป็นหยดบนหิมะ


    ลูน่ากรีดร้อง


    ไม่ใช่เสียงดังยาว


    แต่เป็นเสียงเด็กที่กลัวจนลมหายใจขาด


    คาเอลวิ่งเข้าไปทันที


    หนามลอร์เกอร์แทงขึ้นขวางหน้าเขา เขาเบี่ยงตัวหลบ หนามเฉียดชายโค้ตไปไม่ถึงคืบ เขายิงกระสุนนัดหนึ่งใส่ฐานหนามจนมันแตกครึ่ง กระโดดข้ามเศษคอนกรีตแล้วพุ่งไปหาโวร่า


    “จับเธอไว้!”


    “ฉันจับอยู่!” โวร่ากัดฟัน


    เธอเปลี่ยนจากจับข้อมือเดียวเป็นจับสองมือ นิ้วของเธอล็อกแน่นรอบมือเล็ก ๆ ของลูน่า หิมะใต้ตัวเด็กหญิงถูกครูดเป็นร่องสั้น ๆ แต่ทันทีที่ร่องนั้นเกิดขึ้น พื้นรอบข้างกลับถล่มทับอย่างรวดเร็ว เหมือนโลกพยายามลบร่องรอยของเธอในทันที


    มิเลียวิ่งตามมา แต่หนามจากแนวสนยิงตัดพื้นตรงหน้า เธอต้องทิ้งตัวกลิ้งหลบ เสียงของแหลมฝังเข้าคอนกรีตดังปัก ๆ เป็นแนว แจ็กซ์ตะโกนอะไรบางอย่างจากถนนบริการ แต่มันถูกเสียงหลังคาเหล็กถล่มกลบหาย แผ่นโลหะขนาดใหญ่หล่นลงมากระแทกพื้นกลางลาน ปิดเส้นทางอีกครึ่งหนึ่ง


    นิกซ์กดมือกับพื้นหิมะ


    “อย่า!” มิเลียร้อง


    แต่ช้าไป


    เส้นใต้ผิวของนิกซ์ลามขึ้นถึงแก้มในพริบตา เลือดพุ่งจากจมูกเขาอีกครั้ง เขากัดฟัน เสียงครางต่ำหลุดออกจากลำคอ พื้นใต้หิมะสั่นผิดจังหวะ เส้นรากที่พันข้อเท้าลูน่าชะงักไปเสี้ยววินาที


    เสี้ยวเดียว


    แต่พอให้คาเอลไปถึง


    เขาคว้าแขนโวร่าจากด้านหลัง ช่วยดึงเต็มแรง กล้ามเนื้อที่ไหล่ร้องประท้วง ความเจ็บจากแผลเก่าพุ่งขึ้นมา แต่เขาไม่ปล่อย ลูน่าถูกดึงกลับมาครึ่งช่วงตัว เด็กหญิงพยายามใช้มืออีกข้างเกาะหิมะ เกาะขอบคอนกรีต เกาะอะไรก็ตามที่นิ้วเล็ก ๆ จะจับได้ เล็บของเธอขูดพื้นจนแตก แต่เธอยังพยายาม


    “ขึ้นมา!” คาเอลตะโกน


    ลูน่าร้องไห้แล้ว


    น้ำตาของเธอไหลเป็นเส้นปะปนกับหิมะที่ติดแก้ม ปนกับคราบดิน และความกลัวที่ทำให้เธอหายใจไม่ทัน


    “หนูพยายามอยู่ค่ะ!”


    โวร่าก้มต่ำจนแทบทั้งตัวแนบพื้น เธอยื่นแขนไปสุดเท่าที่ทำได้ มือสองข้างยังจับลูน่าแน่น นิ้วของเธอกดลึกจนผิวเด็กหญิงแดงช้ำ


    “ลูน่า” โวร่าพูดลอดฟัน


    ลูน่ามอง


    “อย่ามองข้างล่าง”


    เด็กหญิงพยักหน้า น้ำตาสั่นอยู่ปลายคาง


    “ค่ะ…”


    พื้นใต้รถสั่นแรงขึ้น


    หนามลอร์เกอร์แทงขึ้นอีกแนว คราวนี้ไม่ใช่เพื่อฆ่า แต่เพื่อปิดทางคนอื่นไม่ให้เข้าถึงพวกเขา มิเลียถูกบังคับให้ถอยไปช่วยนิกซ์ที่เกือบหมดสติ แจ็กซ์เปิดประตูรถด้านคนขับแล้วสตาร์ต เครื่องยนต์ไอ สำลัก ดับไปครึ่งจังหวะ ก่อนติดขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงแหบเหมือนสัตว์ที่ถูกปลุกจากความตาย


    “รถไปได้แล้ว!” แจ็กซ์ตะโกน “ต้องไปตอนนี้! ถ้ารอมันจะดับ!”


    ไม่มีใครขยับไปที่รถ


    ไม่มีใครยอมขึ้น


    เพราะลูน่ายังอยู่ตรงพื้น


    เส้นรากใต้หิมะกระตุกอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม ลูน่าถูกดึงกลับจนแขนเหยียดตึง เธอร้องด้วยความเจ็บ โวร่ากัดฟันแน่น เส้นเลือดที่คอขึ้นชัด คาเอลรู้สึกถึงแรงดึงผ่านแขนของโวร่า มันไม่ใช่แรงของสัตว์ตัวเดียว มันเหมือนทั้งพื้นกำลังดึงเด็กคนนี้กลับไป


    นิกซ์ร้องเสียงต่ำจากด้านหลัง


    ไม่ใช่คำพูด


    แต่เป็นเสียงการรับสัญญาณทำให้หิมะรอบตัวสั่น


    เส้นใต้ผิวของเขาลามขึ้นถึงใต้ตา มิเลียกอดไหล่เขาจากด้านหลัง พยายามดึงเขากลับทั้งที่เขาไม่ขยับ


    “พอ นิกซ์ พอแล้ว!”


    “ยัง…” นิกซ์พูดทั้งเลือดไหล 


    “ผมทำได้”


    เสียงนิกซ์สั่นจนแทบขาด


    “ผมยังได้ยินเธออยู่”


    “เธอจะตายถ้าทำต่อ!”


    “ลูน่า…”


    คำชื่อนั้นทำให้ทุกคนเงียบไปหนึ่งจังหวะ


    ลูน่าได้ยินอะไรบางอย่างในจังหวะนั้น


    ไม่ใช่เสียงของนิกซ์


    ไม่ใช่เสียงโวร่า


    ไม่ใช่เสียงคาเอล


    มันมาจากข้างล่าง


    จากใต้หิมะ ใต้คอนกรีต ใต้ความหนาว ใต้ทุกสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าพื้นดิน


    เล็ก


    ฟัง


    เก็บไว้


    ต่อต้าน


    ถล่ม


    ทั้งหมด เงียบ


    ภาพแปลก ๆ ซ้อนขึ้นในดวงตาของเธอ ไม่ใช่ภาพจริง แต่เป็นความเข้าใจที่มาเร็วเกินวัย เธอเห็นสถานีทั้งหลังถล่มลงเพราะหนามใต้พื้น เห็นหลังคาเหล็กทับรถ เห็นนิกซ์เลือดไหลจนไม่ขยับ เห็นโวร่าถูกลากไปพร้อมเธอ เห็นคาเอลยังไม่ปล่อยแม้ต้องทิ้งคนอื่นไว้กลางลาน เห็นทุกหัวใจที่สิ่งนั้นกำลังนับหยุดลงทีละดวง


    ถ้ายื้อต่อ


    ทุกคนตาย


    ถ้าปล่อยมือ


    คนอื่นปลอดภัย


    ลูน่าหายใจสะดุด


    เธอมองโวร่า


    โวร่าดึงเธออยู่


    และอีกฝั่งก็ยังดึงอยู่เช่นกัน


    มือของโวร่าแน่นจนเจ็บ แรงจับของเธอเจ็บมาก เจ็บจนลูน่ารู้สึกเหมือนกระดูกข้อมือจะหัก แต่ความเจ็บนั้นเป็นความอบอุ่นที่สุดที่เธอมีในวินาทีนั้น


    เพราะมันแปลว่าโวร่าไม่มีวันปล่อยเอง


    ลูน่าร้องไห้เงียบลง


    ไม่ใช่เพราะหายกลัว


    แต่เพราะบางอย่างที่ใหญ่กว่าความกลัวกำลังค่อย ๆ เข้ามาแทนที่


    เธอมองโวร่าตรง ๆ


    “พี่โวร่า…”


    โวร่ากัดฟัน


    “ไม่ต้องพูด ดึงตัวขึ้นมา”


    ลูน่าส่ายหน้าเล็กมาก


    โวร่าหยุดหายใจ


    “ลูน่า”


    “ถ้าหนูไม่ไป…” เสียงเด็กหญิงแทบแตกออกกลางลม 


    “มันจะฆ่าทุกคน”


    “ไม่!”


    คำตอบของโวร่าเร็วเกินไป


    แรงเกินไป


    เหมือนเธอปฏิเสธโลกทั้งใบด้วยคำเดียว


    คาเอลรู้สึกว่าแขนของโวร่าเกร็งขึ้นกว่าเดิม เธอดึงอีกครั้ง ดึงจนแผลเปิดกว้าง เลือดไหลลงตามข้อศอก หยดลงบนหน้าลูน่าเป็นจุดเล็ก ๆ สีแดงบนหิมะและน้ำตา


    “ไม่” โวร่าพูดอีกครั้ง คราวนี้เบากว่าเดิม 


    “มันต้องผ่านฉันก่อน”


    ลูน่ายิ้มทั้งน้ำตา


    เป็นรอยยิ้มเล็กมาก


    เจ็บมาก


    “หนูรู้ค่ะ”


    คาเอลรู้ทันทีว่าเธอกำลังจะทำอะไร


    “ลูน่า อย่า—”


    เด็กหญิงมองโวร่า ไม่ได้มองเขา


    ไม่มองฝูงพวกมัน


    ไม่มองความมืดใต้ตัว


    มองเพียงคนที่สัญญาว่าจะอยู่


    “ครั้งนี้พี่ไม่ได้ทิ้งหนูนะ…”


    โวร่าดวงตาไหวเป็นครั้งแรก


    “อย่า”


    ลูน่าค่อย ๆ คลายนิ้ว


    ทีละนิ้ว


    นิ้วเล็ก ๆ ที่เคยจับมือโวร่าไว้แน่นคลายออกอย่างช้า ๆ เหมือนเธอกำลังแกะตัวเองออกจากบ้านหลังเดียวที่เพิ่งหาเจอ โวร่าพยายามกดนิ้วกลับ จับแน่นขึ้นจนมือทั้งคู่สั่น แต่ลูน่าฝืนคลาย เธอเจ็บจนริมฝีปากซีด แต่ไม่ร้อง


    คาเอลเอื้อมมือไปคว้า


    ช้าไปเสี้ยวเดียว


    มือของลูน่าหลุดจากมือโวร่า


    ร่างเล็กถูกดึงลงไปใต้หิมะและความมืดข้างอาคารอย่างรวดเร็วเกินกว่ามนุษย์คนใดจะตามทัน หิมะยุบตัวเข้าหากันทันทีเหมือนปากแผลปิด พื้นที่เธอหายไปจากสายตาทุกคนในไม่กี่วินาที


    ไม่มีโพรง


    ไม่มีรอยลากต่อ


    ไม่มีเลือด


    ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง


    ทุกอย่างหยุด


    หนามลอร์เกอร์ที่แทงค้างอยู่กลางลานนิ่งสนิท


    ไฮดราลิสก์บนแนวป่าสนหยุดยิงและไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป


    เสียงใต้พื้นหายไปเหมือนใครปิดลมหายใจของภูเขาทั้งลูก


    เครื่องยนต์ของรถยังหอบอยู่ด้านหลัง


    แต่นอกจากนั้นไม่มีเสียงอะไรเลย


    ไม่ใช่ความเงียบว่างเปล่า


    เป็นความเงียบของข้อตกลงที่สำเร็จแล้ว


    โวร่าค้างอยู่ท่าเดิม แขนยื่นไปข้างหน้า มือยังอ้าอยู่เหมือนจับอะไรบางอย่างที่ไม่มีอยู่อีกแล้ว เลือดจากแผลไหลลงตามแขน หยดจากปลายนิ้วลงบนหิมะในตำแหน่งที่มือของลูน่าเคยอยู่


    หนึ่งวินาที


    สองวินาที


    สามวินาที


    แล้วโวร่าขยับ


    เธอพุ่งเข้าใส่จุดที่ลูน่าหายไป คุกเข่าลงแล้วขุดหิมะด้วยมือเปล่า มือของเธอกวาดหิมะออกอย่างรวดเร็ว รุนแรง ไม่สนว่าใต้หิมะจะมีน้ำแข็งคม ไม่สนว่าเล็บจะแตก ไม่สนว่าเลือดตัวเองจะปนกับสีขาวจนกลายเป็นคราบชมพูจาง ๆ


    “ลูน่า”


    เธอเรียกเพียงครั้งเดียว


    เสียงเบามาก


    แล้วเธอก็ขุดต่อ


    คาเอลยังยืนอยู่


    เขาควรขยับ


    ควรสั่ง


    ควรทำอะไรสักอย่าง


    แต่สมองเขาว่างไปหนึ่งจังหวะ ราวกับภาพเด็กหญิงคลายนิ้วเองทำให้ทุกระบบในหัวหยุดทำงานชั่วคราว


    จากนั้นทุกอย่างก็กลับมาพร้อมกันอย่างโหดร้าย


    พื้นที่รอบสถานี เงียบผิดปกติ


    ฝูงพวกมันหยุดโจมตีแล้ว


    ถนนบริการเปิดออก


    รถติดเครื่องได้ แต่ความร้อนยังขึ้น


    แจ็กซ์พูดว่าไปได้ตอนนี้


    นิกซ์ยังใช้การรับสัญญาณต่อไป ร่างกายเขาจะพัง


    โวร่ากำลังเสียเลือด


    ถ้าอยู่นาน ฝูงอาจเปลี่ยนใจ


    ถ้ากลับไปขุดต่อ ไม่มีข้อมูล ไม่มีโพรง ไม่มีสัญญาณ


    ถ้าสั่งถอนตัวตอนนี้ ทุกคนที่เหลืออาจรอด


    ความคิดทั้งหมดชัดเกินไป


    ถูกต้อง… ไร้ความเมตตาเกินไป


    คาเอลเกลียดตัวเองในวินาทีนั้นมากจนเกือบหายใจไม่ออก


    แจ็กซ์วิ่งมาพร้อมเครื่องมือในมือ เขาทิ้งตัวลงข้างโวร่า ใช้ไฟฉายส่องพื้น ใช้แท่งโลหะกระแทกหาจุดกลวง


    “ต้องมีช่อง สักช่องน่า” เขาพูดเร็ว 


    “มันต้องมีช่อง ถ้าลากลงไปต้องมีโพรง ต้องมีโพรงสิ เด็กไม่ได้หายเข้าไปในพื้นเหมือน—”


    เสียงเขาขาด


    เพราะไม่มีโพรง


    เขาย้ายไปอีกจุด กระแทกอีกครั้ง ขุดอีกครั้ง หิมะฟุ้งขึ้น เขาหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนคนกำลังพยายามซ่อมความจริงด้วยเครื่องมือผิดชนิด


    “ไม่ ไม่ ไม่ มันต้องมีทางเข้า…”


    นิกซ์คลานมาจนถึงพื้นข้าง ๆ เขา มือทั้งสองกดลงบนหิมะ เส้นดำใต้ผิวลามขึ้นแก้มชัดขึ้น ดวงตาเขาแดงจัด


    “ลูน่า…” เขากระซิบ


    มิเลียจับไหล่เขา


    “นิกซ์ อย่า พอเถอะ”


    “ผมได้ยินเธอเมื่อกี้” เขาพูดเหมือนไม่ได้ยินเธอ 


    “ผมได้ยินเธอจริง ๆ”


    “นิกซ์”


    “ผมจะหาเธอ”


    เขากดมือแรงขึ้น


    พื้นหิมะสั่นเบา ๆ เลือดจากจมูกหยดลงเป็นจุดต่อเนื่อง สีแดงบนสีขาวเหมือนสัญญาณเตือนที่ไม่มีใครอ่านทัน ร่างเขาเกร็ง เสียงต่ำลึกหลุดออกจากลำคออีกครั้ง มิเลียรีบโอบเขาจากด้านหลัง ใช้ทั้งตัวดึงเขาออกจากพื้น


    “พอแล้วนิกซ์!”


    “ปล่อยผม!”


    “ถ้าเธอไม่หยุด เธอตายตรงนี้นะ!”


    คำพูดนั้นทำให้นิกซ์หยุดไปครึ่งจังหวะ ก่อนทรุดลงเหมือนกระดูกในร่างหายไปหมด


    เขาร้องไห้โดยไม่มีเสียง


    แจ็กซ์ยังขุด


    โวร่ายังขุด


    มือของโวร่าถูกน้ำแข็งบาดจนเลือดออกตามเล็บ เธอใช้มีดแทงพื้น ขูดแผ่นน้ำแข็งออกอย่างรุนแรงจนคมมีดกระแทกคอนกรีตเกิดประกายไฟเล็ก ๆ เธอไม่สนใจ ไม่หยุด ไม่หันมองใคร


    คาเอลเดินเข้าไปใกล้


    ทุกก้าวหนักเหมือนเดินเข้าหาประตูบีเจ็ดอีกครั้ง


    เสียงเก่าในหัวกลับมาโดยไม่ขออนุญาต


    เสียงกลไกนิรภัย


    เสียงโลหะลากลงจากราง


    เสียงคนตะโกนจากอีกฝั่ง


    อีกไม่กี่วินาที


    ขออีกไม่กี่วินาที


    เขาไม่มีให้


    ตอนนั้นเขาเป็นคนสั่งปิด


    ครั้งนี้เขาไม่ได้ปิดอะไร


    ลูน่าเป็นคนปล่อยมือเอง


    แต่ความจริงไม่ได้สนใจความแตกต่างนั้น


    ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม


    มีคนอยู่ข้างหลัง


    “แจ็กซ์!” คาเอลตะโกน


    แจ็กซ์หันมา ใบหน้าซีด ขอบตาแดง


    “เครื่องจะดับ” เขาพูดก่อนคาเอลถาม 


    “ถ้าจะไป ต้องไปตอนนี้”


    คำว่า “ไป” ตกลงกลางลานเหมือนก้อนหิน


    โวร่าไม่หยุดขุด


    คาเอลมองเธอ


    มองมือที่เต็มไปด้วยเลือด


    มองพื้นที่ว่างตรงหน้าเธอ


    มองเศษผ้าชิ้นเล็ก ๆ ที่ติดอยู่กับปลายนิ้วของเธอ เป็นชายเสื้อของลูน่าที่ขาดตอนถูกลากลงไป


    เขาพูดคำแรกออกมา


    “พอ”


    ไม่มีใครขยับ


    แม้แต่ลมยังเหมือนหยุดฟัง


    คาเอลกลืนน้ำลาย รสเลือดหรือความผิดติดอยู่ที่โคนลิ้น


    “โวร่า พอแล้ว”


    โวร่าไม่หันมา


    มือของเธอยังขุดต่อ


    “ยังไม่เจอ”


    ประโยคนั้นเบา


    เรียบ


    แต่ทำให้มิเลียหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เหมือนทนมองต่อไม่ได้


    คาเอลก้าวเข้าไปอีก


    “มันไม่มีโพรง ไม่มีร่องรอยให้ตาม”


    “และไม่มีสัญญาณแล้วนะ”


    “ยังไม่เจอ” โวร่าพูดต่อไม่สนใจเขา


    “โวร่า…”


    คาเอลมองไปยังพื้นที่ว่างตรงหน้าที่เธอยังคงขุดไม่หยุด


    “ถ้าเราอยู่ต่อแบบนี้ ทุกคนจะตาย”


    คราวนี้โวร่าหยุดมือ


    ช้า ๆ


    เธอหันกลับมามองเขา


    ใบหน้าของเธอเปื้อนหิมะ เลือด และน้ำตาที่เธออาจไม่รู้ตัวว่ามี ดวงตาคู่นั้นไม่ได้โกรธแบบที่คาเอลรับมือได้ มันแย่กว่านั้น มันเหมือนคนที่เพิ่งถูกบังคับให้ยืนอยู่หน้าความจริงที่ไม่มีที่ให้ฟัน ไม่มีที่ให้ยิง ไม่มีศัตรูให้ฆ่าเพื่อเอาคืน


    “เธอยังอยู่ข้างล่างนะ”


    คาเอลนิ่ง


    “ฉันรู้”


    “ฉันสัญญาแล้ว”


    คำพูดนั้นแทงเข้าอกเขาแรงกว่าหนามทั้งหมดในลาน


    เขาอยากบอกว่าเขาเข้าใจ


    อยากบอกว่าเขาเองก็มีประตูที่ไม่เคยเปิดกลับได้อีก


    อยากบอกว่าเขายังได้ยินเสียงคนข้างหลังมันทุกคืน


    แต่คำพูดพวกนั้นช่วยลูน่าไม่ได้


    ช่วยโวร่าไม่ได้


    ช่วยใครไม่ได้ในตอนนี้


    เขายื่นมือไปจับแขนโวร่า


    เธอสะบัดออกทันที


    “ปล่อย”


    คาเอลจับอีกครั้ง คราวนี้แน่นกว่าเดิม


    โวร่าพุ่งแรงสวนกลับ มืออีกข้างคว้ามีดโดยสัญชาตญาณ มิเลียก้าวมาครึ่งก้าวแต่หยุด เพราะคาเอลไม่ถอย เขารับแรงกระแทกของโวร่าไว้เต็ม ๆ เธอไม่ได้แทงเขา แต่แรงดิ้นนั้นมากพอจะทำให้ทั้งคู่เสียหลักบนหิมะ


    “ปล่อยฉัน!” โวร่าพูดเสียงต่ำ รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยพูดในรถ ในสถานี ในพายุ


    คาเอลไม่ปล่อย


    “ตั้งสติโวร่า”


    “ฉันสัญญาแล้ว!”


    คาเอลเงียบไปครู่หนึ่ง


    “ฉันรู้”


    เขากำแขนเธอแน่นขึ้น


    “แต่ถ้าเธอมาตายตรงนี้ แล้วใครจะไปช่วยลูน่า”


    โวร่าหอบ มือที่กำเศษผ้าสั่น เธอพยายามดึงตัวกลับไปยังจุดที่ลูน่าหาย แต่คาเอลดึงเธอไว้จากด้านหลัง เขาเกือบยืนไม่ไหว เพราะส่วนหนึ่งของเขาอยากปล่อยให้เธอขุดต่อ อยากบอกว่าถ้าเป็นมิเลีย เขาคงทำแบบเดียวกัน อยากยอมรับว่าบางครั้งความถูกต้องเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจกว่าความผิด


    แต่รถยังคงสั่นไหว


    นิกซ์ยังเลือดไหล


    มิเลียยังมองเขาด้วยตาที่รู้ว่าเขากำลังแตกจากข้างใน


    แจ็กซ์ยืนอยู่ข้างประตูรถ มือสั่น ไม่พูดมุกอะไรเลย


    คาเอลบังคับตัวเองให้พูด


    “งั้นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อทำตามมัน”


    โวร่านิ่งไป


    คำพูดนั้นไม่ได้ปลอบเธอ


    ไม่ได้ทำให้ความเจ็บหาย


    ไม่ได้เปลี่ยนความจริงว่าลูน่าหายไปแล้ว


    แต่มันทำให้มือที่กำมีดของเธอหยุดสั่นไปครึ่งจังหวะ


    คาเอลใช้จังหวะนั้นดึงเธอกลับขึ้นยืน โวร่าขืนอีกครั้งแต่แรงน้อยลง ร่างของเธอเหมือนยังอยากพุ่งกลับไป แต่บางส่วนในตัวเธอได้ยินคำว่า “ทำตามมัน” แล้วเกาะไว้เหมือนเชือกเส้นสุดท้าย


    คาเอลหันไปมองทุกคน


    คำสั่งถัดไปติดอยู่ในคอเหมือนเศษกระจก


    เขาพูดมันออกมาอยู่ดี


    “พวกเราต้องถอนตัว”


    ไม่มีใครตอบรับ


    แต่ทุกคนขยับ


    มิเลียดึงนิกซ์ขึ้น แจ็กซ์เปิดประตูรถ โวร่าถูกคาเอลพาไปทั้งที่สายตายังไม่ละจากพื้นตรงนั้น มือของเธอกำเศษผ้าชิ้นเล็กจนเลือดจากฝ่ามือซึมเข้าเนื้อผ้า


    รถเคลื่อนออกจากสถานีชั่งน้ำหนักร้างอย่างช้า ๆ


    แจ็กซ์เหยียบคันเร่งด้วยแรงพอดีเกินกว่าคนมือสั่นควรทำได้ รถพุ่งผ่านถนนบริการแคบ ๆ ข้างสถานี ล้อครูดรั้วเหล็กจนเกิดเสียงแหลมยาว หิมะหนาถูกกันชนดันออกเป็นคลื่น แผ่นป้ายเก่าที่ขวางทางถูกชนกระเด็นไปกระแทกผาหิน เสียงโลหะก้องสะท้อนในหุบเขา เครื่องยนต์ไอ สำลัก แล้วกลับมาติดอีกครั้งเหมือนหัวใจที่เกือบหยุด


    ไม่มีฝูงตามมา


    ไม่มีหนามแทงขึ้นจากพื้น


    ไม่มีไฮดราลิสก์ยิงจากแนวสน


    ไม่มีเสียงใต้หิมะขยับตามล้อ


    มีเพียงถนนบริการแคบ ๆ ที่พาพวกเขาออกจากสถานีไปทีละเมตร ทีละเมตร ท่ามกลางความเงียบที่หนักจนแม้เสียงเครื่องยนต์ยังดูเบาเกินไป


    คาเอลนั่งด้านหน้า ไม่ได้มองใคร


    เขามองกระจกข้าง


    สถานีชั่งน้ำหนักเล็กลงช้า ๆ ในเงาหิมะ อาคารเตี้ย ๆ จมอยู่ใต้แสงเทาก่อนเช้า แท่นชั่งแตกเป็นรอยดำกลางลาน หนามที่เคยแทงขึ้นมาหดกลับลงไปหมดแล้ว พื้นหิมะกลับมาเรียบเกินจริง เหมือนตรงนั้นไม่เคยมีเด็กคนหนึ่งถูกลากหายไป


    เหมือนโลกกำลังลบรอยเท้าของเธอ


    ด้านหลัง โวร่านั่งนิ่ง


    นิ่งจนไม่เหมือนคนที่เพิ่งดิ้นเพื่อกลับไปขุดหิมะ


    นิ่งเหมือนร่างกายเธอถูกทิ้งไว้บนรถ แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดของเธอยังอยู่ตรงลานนั้น มือทั้งสองวางบนตัก กำเศษชายเสื้อของลูน่าไว้แน่น เลือดจากเล็บแตกและฝ่ามือซึมเข้าเนื้อผ้าเป็นคราบแดงเข้ม เด็กหญิงเคยจับชายเสื้อเธอไว้เพื่อไม่ให้หลง ตอนนี้เหลือเพียงเศษผ้าที่เธอจับไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองแตก


    นิกซ์นั่งก้มหน้า เลือดจากจมูกหยดลงบนผ้าพันแผลในมือ เขาไม่กล้าแตะพื้นรถอีก มิเลียนั่งข้างเขา มือหนึ่งประคองไหล่เขาไว้ อีกมือจับขอบเบาะแน่นจนข้อนิ้วขาว เธอมองคาเอลครั้งหนึ่งผ่านช่องระหว่างเบาะหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร


    แจ็กซ์ขับรถต่อ


    ไม่มีมุก


    ไม่มีเสียงบ่น


    ไม่มีการประชดเครื่องยนต์


    มีเพียงมือของเขาที่จับพวงมาลัยแน่นเกินไป และแววตาที่ไม่ยอมมองกระจกหลัง


    ลมเย็นลอดเข้ามาจากช่องกระจกแตก พัดผ่านที่นั่งกลางเบาะหลัง


    ที่นั่งของลูน่า


    ผ้าห่มผืนเล็กยังอยู่ตรงนั้น พับไม่เป็นระเบียบจากตอนที่เธอถูกดึงออกไป มุมหนึ่งของผ้าห่มมีรอยมือเล็ก ๆ จาง ๆ เป็นคราบหิมะละลาย


    โวร่ามองมัน


    นานมาก


    แล้วเธอพูดเบามาก จนเกือบหายไปกับเสียงเครื่องยนต์


    “ฉันสัญญาแล้ว”


    ไม่มีใครตอบ


    ไม่มีใครมีคำตอบ


    คาเอลมองถนนตรงหน้า


    แต่ในหัวเขาไม่ได้เห็นถนน


    เขาเห็นประตูโลหะหนาหนัก


    เห็นมือที่ยื่นมาจากอีกฝั่ง


    เห็นใบหน้าที่หันมามองเขา


    เห็นลูน่าคลายนิ้วเอง


    เสียงประตูบีเจ็ดกลับมาอีกครั้ง


    ครืด


    ครืด


    ปัง


    ครั้งนี้เขาไม่ได้สั่งปิดประตู


    เขาสั่งให้รถออก


    แต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม


    มีคนอยู่ข้างหลัง


    ใต้ถนนด้านหลัง ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีการไล่ล่า ไม่มีเงาเคลื่อนไหวตามมา


    มีเพียงผืนหิมะที่นิ่งลงอย่างผิดธรรมชาติ


    และที่ลึกกว่านั้น ในความมืดใต้สถานีชั่งน้ำหนักร้าง หัวใจดวงเล็กดวงหนึ่งหายไปจากเสียงของคนที่ยังฟังอยู่


    แต่ไม่ได้ดับลง

     

    คล้ายกับเรื่องStarcraft : The Last Commander ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592