เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 127 แตกหัก (2)

            นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หลินกั๋วผิงเผยความดุดันออกมาถึงเพียงนี้ ในความทรงจำของเพื่อนบ้าน เขาเป็นเพียงชายซื่อๆ คนหนึ่ง ครั้งนั้นที่หลิวกุ้ยหลานนอกใจและทิ้งเขาไป ทำให้เขากลายเป็นชายคนแรกในประวัติศาสตร์หมู่บ้านต้าเหอที่ถูกภรรยาขอหย่า

            ก่อนศตวรรษที่ 21 ในพื้นที่ชนบทอันกว้างใหญ่อย่างหมู่บ้านต้าเหอ การหย่าร้างถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอย่างแท้จริง! สมัยก่อนมีแต่สามีตายจากเป็นม่าย แทบไม่เคยมีเรื่องการหย่าร้างให้เห็น ชายอกสามศอกไม่เพียงถูกสวมเขา แต่ยังถูกทิ้งและขอหย่า ช่างเป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูเสียจริง แม้แต่ชายโสดแก่ๆ ในหมู่บ้านก็ยังอดดูแคลนหลินกั๋วผิงไม่ได้

            ทว่าชายที่ดูซื่อๆ และขี้ขลาดเช่นนี้ บัดนี้กลับถือมีดปลายแหลมคมกริบจ่ออยู่ที่คอของหวงควน กลิ่นอายอำมหิตบนใบหน้าบ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

            หลินกั๋วผิงรู้ดีว่าการกระทำของตนในขณะนี้มันบ้าบิ่นเพียงใด แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะทำ เขาต้องการให้หวงควนจำใส่สมองไว้ว่า ลูกสาวคือ ‘จุดตาย’ ของเขา คือแก้วตาดวงใจที่ใครก็ห้ามแตะต้อง หากใครกล้าล้ำเส้นนี้ เขาก็พร้อมจะแลกด้วยชีวิต!

            “กั๋วผิง... รีบวางมีดลงเถอะ จะให้ฉันคุกเข่าอ้อนวอนเธอเลยไหม” ย่าสะใภ้ห้าทำท่าจะคุกเข่าให้หลินกั๋วผิงจริงๆ

            “คุณป้าครับ ผมวางมีดลงได้ แต่หวงควนต้องพาหวงเทาไปขอโทษเสียวเสวี่ยลูกสาวผม เดี๋ยวนี้เลยครับ”

            ภรรยาของหวงควนรีบตอบตกลงทันควัน “ได้ๆๆ ขอเพียงคุณวางมีดลง พวกเราจะพาเทาเทาไปขอโทษเสียวเสวี่ยบ้านคุณเดี๋ยวนี้”

            อย่าได้เห็นว่าภรรยาของหวงควนจะกร่างอวดดีต่อหน้าคุณปู่ย่าหวงเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมีดที่ส่องประกายวาววับในมือของหลินกั๋วผิง เธอก็กลายเป็นลูกแกะที่รอวันถูกเชือดไปในทันที

            เมื่อบรรลุเป้าหมาย หลินกั๋วผิงจึงค่อยๆ ลดมีดลง แม้เขาจะเก็บมีดไปแล้ว แต่หวงควนยังคงรู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอไม่หาย คนซื่อเมื่อเอาจริงขึ้นมากลับน่ากลัวอย่างยิ่งยวด ขณะนี้คนในตระกูลหวงต่างพากันหวาดกลัวหลินกั๋วผิงเข้ากระดูกดำแล้วจริงๆ

            ถึงแม้สองผัวเมียหวงควนจะไม่เต็มใจ แต่ก็จำต้องพาหวงเทาไปขอโทษทิงเสวี่ยถึงบ้าน เพราะกลัวเหลือเกินว่าหลินกั๋วผิงจะบ้าเลือดก่อเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวกว่านี้

            ใบหน้าของหวงเทาเต็มไปด้วยตุ่มพองใสจากการถูกน้ำร้อนลวก โชคยังดีที่น้ำในถ้วยชาไม่ใช่เพิ่งต้มเดือด แต่เป็นน้ำที่เทออกจากกระติกทิ้งไว้สักพัก มิฉะนั้นใบหน้าของเขาคงเสียโฉมไปแล้ว

            ที่บ้านสกุลหลิน ตอนนี้ฉินหยวนเฟิง หวังหย่าจิ้ง และหวังกังกลับไปก่อนแล้ว เหลือเพียงหลินฉางจื้อที่ยังอยู่เป็นเพื่อนทิงเสวี่ย

            “เสียวเสวี่ย ขอโทษนะ หวงเทาไม่ควรดึงผมเธอแรงขนาดนั้น ฉันพาเขามาขอโทษเธอแล้ว” ภรรยาของหวงควนดึงตัวลูกชายมาหยุดตรงหน้าทิงเสวี่ยแล้วสั่งให้ขอโทษ

            ทิงเสวี่ยกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ นี่มันเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ภรรยาของหวงควนยอมพาลูกชายมาขอโทษถึงบ้านได้อย่างไรกัน? แต่เมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าที่ยังแฝงไอสังหารของพ่อ เธอก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

            “หลินทิงเสวี่ย... ขอโทษนะ ฉันไม่ควรรังแกเธอ ฉันขอโทษ... ฉันรับปากว่าต่อไปจะไม่รังแกเธออีกแล้ว” หวงเทาเอ่ยคำขอโทษอย่างไม่เต็มใจ น้ำเสียงเบาราวกับเสียงยุงบิน

            ทิงเสวี่ยจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยตุ่มพองของหวงเทาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเรียบๆ “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยิน”

            “ในเมื่อมาขอโทษลูกสาวฉัน ก็พูดให้มันดังๆ หน่อยสิ” หลินกั๋วผิงเอ่ยเสียงเย็น

            ภรรยาของหวงควนหยิกเข้าที่ก้นลูกชายอย่างแรง แล้วกระซิบด่า “หวงเทา ไอ้เด็กเวรนี่! เมื่อเช้าแกไม่ได้กินข้าวมารึไง หา!”

            หวงเทาสะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บ จำต้องตะโกนเสียงดังลั่น “หลินทิงเสวี่ย! ขอโทษนะ! ฉันไม่ควรรังแกเธอ ฉันขอโทษ! ฉันรับปากว่าต่อไปจะไม่รังแกเธออีกแล้ว!”

            ทิงเสวี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก “ในเมื่อนายอุตส่าห์มาขอโทษถึงบ้านด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ ฉันก็จะไม่ถือสา แต่หวงเทา... นายต้องจำไว้ให้ดี ฉันหลินทิงเสวี่ยไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ ถ้าครั้งหน้านายยังกล้ามาระรานฉันอีก มันจะไม่จบแค่การขอโทษแบบนี้แน่ ฉันมีวิธีทำให้นายอยู่ที่โรงเรียนไม่ได้ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ!”

            แม้น้ำเสียงของทิงเสวี่ยจะราบเรียบ แต่รัศมีความน่าเกรงขามและไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างเล็กๆ กลับทำให้ผู้คนอดหวาดหวั่นไม่ได้ ใช่แล้ว... ความหวาดหวั่น แม้เธอจะเป็นเพียงเด็กหญิงอายุไม่ถึงสิบขวบ แต่เธอกลับทำให้ทั้งหวงเทาและแม่ของเขารู้สึกกลัวจับใจ

            ครอบครัวหลินกั๋วผิงนี่หาเรื่องด้วยไม่ได้จริงๆ... บ้าพอกันทั้งพ่อทั้งลูก!

            หลังจากกลับถึงบ้าน ภรรยาของหวงควนก็บิดหูหวงเทาแล้วกำชับหนักแน่น “แกอย่าได้ไปหาเรื่องนังเด็กเหลือขอนั่นอีกเป็นอันขาดนะ! ถ้าแกยังไม่ฟัง หลินกั๋วผิงอาจจะเอามีดมาเชือดแกทิ้งจริงๆ ก็ได้!”

            ......

            “ปู่รองครับ ปู่ทำยังไง ป้าสะใภ้หวงถึงยอมพาหวงเทามาขอโทษอาเล็กของผมได้ครับ” หลินฉางจื้อถามด้วยความสงสัย ซึ่งทิงเสวี่ยเองก็อยากรู้เช่นกัน

            “ฉันไปบ้านตระกูลหวงมา เรื่องนี้หวงเทาผิดก่อน เขามาขอโทษถึงบ้านก็สมควรแล้ว พวกเราไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายอื่นใด พวกเขาก็น่าจะพอใจแล้ว”

            หลินกั๋วผิงเลี่ยงที่จะตอบความจริง เขาไม่อยากให้ลูกสาวและหลานรู้ว่าตนถึงกับพกมีดไปขู่ฆ่าแกงกันถึงจะยอมมาขอโทษ ตนเองช่างไร้ความสามารถเสียจริง...

            ทิงเสวี่ยย่อมดูออก สันดานของสองผัวเมียหวงควนมีหรือที่เธอจะไม่รู้ การที่ยอมก้มหัวมาขอโทษถึงบ้าน ย่อมต้องเป็นเพราะพ่อใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาแน่ แต่ในเมื่อพ่อไม่อยากพูด เธอก็จะไม่เซ้าซี้ เพราะไม่ว่าพ่อจะทำอะไรลงไป เขาก็ทำด้วยความรักที่มีต่อเธอทั้งสิ้น

    ...

            เรื่องที่ปู่หวงฉีกหนังสือสืบทอดทายาททิ้ง ไม่นานก็รู้กันไปทั่วตระกูลหวง

            ปู่หวงมีพี่น้องห้าคน คนที่สามเสียชีวิตไปแล้ว ปัจจุบันจึงเหลือเพียงน้องชายคนที่สอง คนที่สี่ และคนที่ห้า ซึ่งพ่อของหวงควนก็คือคุณปู่ห้า เขาย่อมรู้เรื่องนี้เป็นคนแรก

            คุณปู่ห้าหวงไม่ได้มาหาพี่ชายโดยลำพัง แต่ชวนพี่ชายอีกสองคน รวมถึง ‘หวงอันกั๋ว’ ลูกชายคนโตของบ้านคุณปู่รองหวงมาด้วย

            ในฐานะพี่ชายคนโตของตระกูล ปู่หวงไม่มีทายาทสายตรง ดังนั้นหวงอันกั๋ว ลูกชายคนโตของบ้านสายรอง จึงมีศักดิ์เป็นหลานชายคนโตของตระกูลใหญ่แห่งนี้ หากเป็นสังคมสมัยก่อน สถานะของเขานับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง

            ปู่หวงและย่าหวงคาดไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาต้องมา

            “พี่ใหญ่ครับ ผมรู้ว่าเจ้าควนกับเมียของมันเจ้าควนน่ะทำตัวไม่เหมาะสม พี่กับพี่สะใภ้จะดุด่าว่ากล่าวอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ทำไมถึงกับต้องฉีกหนังสือทายาททิ้งด้วยล่ะครับ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ” คุณปู่ห้าหวงลูบเคราขาวเอ่ยถามช้าๆ

            คุณปู่รองหวงรีบเสริม “ใช่ครับพี่ใหญ่ อย่าเพิ่งใจร้อนวู่วาม เจ้าควนถึงจะผิดอย่างไรเขาก็เป็นคนในตระกูลหวง เป็นหลานชายแท้ๆ ของพี่ ส่วนหลินกั๋วผิง ต่อให้ดีแค่ไหนเขาก็เป็นคนนอกแซ่ ตอนนี้พี่สองคนยังแข็งแรง แต่พอแก่ตัวไปขยับไม่ไหวก็ต้องพึ่งพาคนในครอบครัวไม่ใช่หรือครับ ผมว่าเจ้าควนพูดถูกนะ ที่หลินกั๋วผิงดีกับพี่ก็เพราะหวังเงินนั่นแหละ ไม่งั้นคนนอกแซ่จะมาดีด้วยขนาดนี้เชียวหรือ? จริงอยู่แม่ของหลินกั๋วผิงกับพี่สะใภ้สนิทกัน แต่ก็ไม่มีสายเลือดเดียวกัน พึ่งพาไม่ได้หรอกครับ... พูดแบบไม่เกรงใจนะ ถ้าพี่สองคนเป็นอะไรไป สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาเจ้าควนอยู่ดี”

            ปู่สี่หวงและหวงอันกั๋วต่างก็ช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อมเป็นเสียงเดียวกัน

            “ฉันรู้ว่าพวกนายหวังดี” ปู่หวงเอ่ยขึ้นเสียงหนักแน่น “ที่ฉันตัดสินใจตัดขาดกับเจ้าควน ไม่ใช่เพราะสองพ่อลูกกั๋วผิง แต่เพราะฉันกับเจ้าควนและเมียของมันเข้ากันไม่ได้จริงๆ ฉันไม่ได้เลี้ยงดูพวกมันมา ไม่มีความผูกพัน ฉันหวังแค่ว่ายามแก่เฒ่าบ้านช่องจะคึกคักมีลูกหลาน แต่ในเมื่อไม่มีวาสนา ก็จะไม่ฝืนใจอีก”

            “พวกนายวางใจเถอะ ฉันกับยายเฒ่าจะไม่เป็นภาระพวกนายแน่นอน พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน พอเราสองคนขยับตัวไม่ไหว ก็ให้เขาพาไปส่งที่บ้านพักคนชราในอำเภอ ถือเป็นคนชราไร้ที่พึ่ง รัฐบาลเขาดูแลดี ไปอยู่ที่นั่นมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน คงคึกคักดีไม่น้อย”

            สีหน้าของปู่หวงเคร่งขรึมจริงจัง บ่งบอกว่านี่คือการตัดสินใจที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว

            ทว่าพอได้ยินคำว่า ‘บ้านพักคนชรา’ หวงอันกั๋วก็รีบคัดค้านเสียงหลง “ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ครับ! ไปอยู่บ้านพักคนชราไม่ได้เด็ดขาดนะครับ! ขืนท่านไปอยู่ที่นั่น ชาวบ้านร้านตลาดจะก่นด่าพวกเรายังไง จะหาว่าตระกูลหวงทิ้งขว้างผู้หลักผู้ใหญ่หรือ! แล้วพวกเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ท่านจะไม่เอาเจ้าควนก็ได้ แต่ห้ามไปอยู่บ้านพักคนชราเด็ดขาด อย่างมากพวกเราลูกหลานจะผลัดกันมาดูแลพวกท่านเองครับ”

            สำหรับปู่หวงที่ไร้ลูกหลาน การไปอยู่บ้านพักคนชราถือเป็นทางออกปกติ แต่ในสังคมชนบทที่ถือหน้าตาเป็นเรื่องใหญ่ การปล่อยให้ญาติผู้ใหญ่ต้องไปตกระกำลำบากในสถานสงเคราะห์ ทั้งที่มีพี่น้องลูกหลานอยู่เต็มหมู่บ้าน ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าวงตระกูลอย่างที่สุด เหมือนเป็นการประจานว่าลูกหลานอกตัญญู

            นอกจากเรื่องหน้าตาแล้ว ยังมีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝง หากสองผู้เฒ่าไปอยู่บ้านพักคนชรา ทรัพย์สินและที่ดินทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐทันที บรรดาพี่น้องและหลานๆ ที่หวังส่วนแบ่งย่อมยอมไม่ได้เด็ดขาด เดิมทีพวกเขามาเพื่อกล่อมให้คืนดีกับหวงควน แต่ตอนนี้กลับต้องเปลี่ยนมากล่อมไม่ให้สองผู้เฒ่าหนีไปอยู่บ้านพักคนชราแทนเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247