ย้อนมารัก ท่านหญิงอย่าหน้านิ่งนักเลย!

    ตอนที่ 4: สาวหลุดยุคกับภารกิจขัดใจท่านหญิง

    เช้าวันถัดมา ญาดาตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงขันของไก่...ที่ดังเกินไป
    เธอเอาหมอนปิดหูแล้วบ่นพึมพำ “ทำไมไก่บ้านนี้มีเซอร์ราวด์ซาวด์…”

    และยังไม่ทันจะลุก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
    “คุณหญิงญาดาเ๯้าคะ! ได้เวลาฝึกงานบ้านแล้วเ๯้าค่ะ!”

    “หา!? เดี๋ยวววว! ฉันไม่เคยสมัครนะ!”

    แน่นอนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และแป้นก็ลากเธอ (แบบนุ่มนวล) ไปฝึกงานบ้าน
    งานแรกที่ได้รับคือ…ซักผ้าด้วยมือ

    ญาดามองกะละมังน้ำกับสบู่สมุนไพรด้วยสายตาเอือมระอา
    “ไม่มีเครื่องซักผ้ารุ่นแปดโปรแกรมใช่มั้ยคะ?”

    “ไม่มีเ๯้าค่ะ มีแต่อย่างนี้กับพลังแขนของเ๯้า” แป้นหัวเราะ

    ญาดาถอนหายใจแล้วเริ่มลงมือซัก แต่นั่นแหละ  ผ้าขาวกลายเป็๲สีเทาในพริบตา
    “เฮ้ย...ฉันซักหรือวาดลายล่ะเนี่ย!?”

    ระหว่างที่ญาดาพยายามซักผ้าด้วยท่าทางเหมือนเล่นมวยปล้ำ ท่านหญิงอัญชลีเดินผ่านพอดี
    เธอหยุดมองและเอียงหน้าน้อย ๆ

    “เ๽้าคงพยายามทำให้ผ้านั้นกลายเป็๲ของตกแต่งศิลป์กระมัง”

    ญาดาเงยหน้าขึ้นมา “ท่านหญิงคะ ท่านแน่ใจใช่มั้ยคะว่าการใช้แรงแบบนี้คือ ‘มารยาทของหญิงในวัง’?”

    “มิใช่” ท่านหญิงพูดเสียงเรียบ “แต่คือ ‘ชีวิตจริงของหญิงในวัง’”

    ญาดาหลุดขำอย่างห้ามไม่อยู่ เธอปาดเหงื่อพลางหันไปสบตากับท่านหญิง
    แล้วก็เผลอพูดออกไปเบา ๆ

    “ท่านก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนะ…”

    ท่านหญิงชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้า
    “ข้าหมายถึงศิลป์ที่ข้ากลัวเ๯้าอาจทำลายมันเสียมากกว่า”

    ญาดาหัวเราะลั่น “โธ่...อุตส่าห์คิดว่าจะหวานสักนิด!”

    ๰่๭๫เย็น ท่านหญิงพาญาดาออกไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน
    ระหว่างทางมีเด็ก ๆ วิ่งมาทัก “คุณหญิงอัญชลี~ คุณหญิงพาคนแปลกหน้ามาด้วยเหรอ!”

    ญาดาทำหน้าเหวอ

    “เอ๊ะ  ใครแปลก!? ฉันก็แค่...ใหม่ต่อระบบ”

    เด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะ “คุณคนใหม่น่ารักดีค่า!”

    ญาดาหัวเราะแล้วเอามือลูบหัวเด็ก
    แต่ท่านหญิงอัญชลีหันมามองเธอด้วยสายตานิ่งสงบ

    “เ๽้าทำได้ดี...กับคนอื่น”

    ญาดาชะงัก “แล้วกับท่านล่ะคะ ฉันทำไม่ดีเหรอ?”

    ท่านหญิงไม่ตอบ แต่ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย

    ..พอที่จะทำให้ญาดารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป



    คืนนั้น ญาดานั่งเขียนไดอารี่ด้วยถ่านไม้

    “วันที่ 4 ในโลกย้อนยุค
     ฉันซักผ้าโดยใช้พลังแขนแทนเครื่องซักผ้า
     ฉันเรียนรู้ว่า ‘ความน่ารัก’ ของคนหนึ่ง อาจซ่อนอยู่ใต้หน้าตาเรียบเฉย
     และ...ฉันเริ่มชอบเวลาที่เธอพูดอะไรแปลก ๆ ด้วยหน้าตานิ่ง ๆ แบบนั้นมากขึ้นทุกที”