จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 คาถาอสุนีสวรรค์ยากต้านทาน

            บนลานประลองเมื่อเย่เฉินได้หันกลับไป ร่างของเขาอยู่เป็นจุดศูนย์กลาง สายตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาตจนทำให้หลายคนที่อยู่ตรงนี้สั่นเทา รู้สึกถึงเสียงคำรามที่อยู่รอบกาย

            “เสี่ยวอิงและผู้อาวุโสจางเฟิงเหนียนอยู่ที่ใด”เย่เฉินไม่ได้เริ่มการต่อสู้ในทันทีแต่เขาเอ่ยถามถึงเบาะแสของจางเฟิงเหนียนและเสี่ยวอิงก่อน

            “ถูกข้าตีตายไปแล้ว”

            “ในเมื่อไม่อยากพูดถ้าอย่างนั้นข้าก็จะสู้จนกว่าเจ้าจะยอมพูด” ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็ดังลั่นอานุภาพของขั้นรวมพลังชั้นที่แปดของเย่เฉินได้ระเบิดออกมาทันทีลมพัดผมสีดำของเขาโบกสะบัดขึ้น

            “อานุภาพทรงพลังแข็งแกร่งมาก…มากจริงๆ” ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างลานประลองต่างตกตะลึง

            ปัง!

            เย่เฉินเหยียบแผ่นหินสีครามจนแตกกระจายและจ้องไปยังฉีเฮ่าราวกับสัตว์ร้าย

            ฆ่า!

            ฉีเฮ่าแผดเสียงคำรามอย่างดุร้ายและชี้ลำแสงที่รวมตัวกันออกไป

            เขาไม่คิดเลยว่าเย่เฉินจะไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย

            พัฟ!

            ไหล่ของเย่เฉินมีเลือดไหลออกมาด้วยอานุภาพจากนิ้วที่ชี้มาของฉีเฮ่าแต่เขากลับพุ่งเข้าโจมตีฉีเฮ่าโดยตรงราวกับราชสีห์และต่อยหมัดเข้าที่ใบหน้าของฉีเฮ่าอย่างแรง

            พัฟ!

            ฉีเฮ่ากระอักเลือดออกมาฟันที่เต็มอยู่ในปากนั้นถูกเขาพ่นออกมามากกว่าครึ่งใบหน้าของเขาถูกเย่เฉินโจมตีจนบิดเบี้ยวไม่ได้รูป

            โอ๊ย…!

            ขณะที่โซเซถอยกลับไปฉีเฮ่าแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งเขานึกไม่ถึงว่าหลังจากระดับการฝึกตนของตนเองได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้วก็ยังคงถูกเย่เฉินโจมตีอย่างน่าสังเวช เขาผู้อวดตัวว่าเป็นผู้เก่งกล้าสามารถทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกฉุนเฉียวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “ข้าไม่เชื่อ”ผมที่ยุ่งเหยิงของฉีเฮ่า พลังปราณภายในร่างกายเกลือกกลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่งจากนั้นเขาก็รวบรวมฝ่ามือ และปล่อยพลังฝ่ามือออกไปโจมตีเย่เฉิน

            อสุนีบาต!

            เย่เฉินไม่ได้ถอยหนีตอบโต้กลับไปด้วยฝ่ามืออสุนีบาตที่แข็งแกร่ง

            ตูม!

            มีเสียงระเบิดดังขึ้นฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน ฉีเฮ่าถูกโจมตีอีกครั้งจนกระอักเลือดและถอยกลับไปเมื่อถึงจุดสูงสุดของการระเบิด เขายังคงพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ขณะที่ก้าวถอยทุกย่างก้าวล้วนทำให้แผ่นหินสีครามที่อยู่ใต้เท้าแตกกระจายออก

            “แข็งแกร่งเยี่ยงนี้ได้อย่างไร”ผู้คนที่อยู่ด้านล่างเกิดความโกลาหล

            “การเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวฉีเฮ่าผู้อยู่ในขั้นพลังธาตุ ไม่คิดเลยว่าจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบเย่เฉินเป็นปีศาจหรือไงกัน?”

            “ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน! ทำไมถึงได้…”

            เพียงแต่พวกเขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหลังจากที่เย่เฉินบรรลุขั้นรวมพลังชั้นที่แปดแล้วจะมีพละกำลังพร้อมที่จะต่อสู้กับขั้นพลังหยางได้ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้วิถีปีศาจแต่สำหรับขั้นพลังธาตุธรรมดานั้นก็ไม่สามารถจะทำอะไรเขาได้เช่นกัน

            บึ้ม!

            ระหว่างการสนทนาฉีเฮ่าที่อยู่บนลานประลองก็ถูกเย่เฉินเตะกระเด็นออกไป

            “บอกมาพวกเขาอยู่ที่ไหน” เย่เฉินที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาต พร้อมกับผมสีดำที่สยายเดินตรงไปยังฉีเฮ่า

            “ถูกข้าสังหารแล้ว”ใบหน้าฉีเฮ่าที่เปื้อนไปด้วยเลือด ดุร้ายราวกับปีศาจร้ายตนหนึ่ง เย่เฉินต้องการรู้แต่เขาก็ยังคงดื้อดึงที่จะไม่บอก

            “เยี่ยม”เย่เฉินเอ่ยอย่างเยือกเย็น จากนั้นก็ก้าวไปตามจังหวะความลึกลับของความเร็วลมกรดและพุ่งเข้าไปในทันที จากนั้นก็โบกด้วยฝ่ามืออสุนีบาต

            เฮือก!

            ฉีเฮ่ากระอักเลือดออกมาอีกครั้งและถูกโจมตีจนกระเด็นออกไปร่างที่ร่วงหล่นก็ได้กระแทกกับลานประลองเมฆวายุจนเป็นรอยแตกหัก

            ฮ่าๆๆ…!

            ฮ่าๆ …!

            ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่เขาพยุงตัวอย่างโซเซขึ้นมาได้ ก็มีเสียงหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียมและดูเหมือนจะบ้าคลั่งดังขึ้นมา“เย่เฉิน วันนี้ เจ้าต้องตาย”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเย่เฉินก็เปล่งประกาย เพียงรู้สึกเย็นวาบตรงสันหลังพลังที่ทำให้เขารู้สึกใจสั่นก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “เจ้าหนุ่มนั่นคาถาอสุนีสวรรค์” เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่างรีบเตือนทันที

            “คาถาอสุนีสวรรค์หรือ?”

            “การประลองบนลานเมฆวายุห้ามใช้คาถาอสุนีสวรรค์ไม่ใช่หรือ? นี่ฉีเฮ่ามันชักจะกล้ามากเกินไปแล้วนะ!ไม่กลัวถูกสำนักลงโทษหรือไง?”

            “เจ้าจะรู้อะไรท่านอาจารย์ของเขาเป็นถึงประมุขแห่งยอดเขาเหรินหยางและตัวเขาเองก็ยังเป็นถึงคุณชายของตระกูลฉีแห่งหนานเจียงผู้อยู่เบื้องหลังยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แม้สำนักจะกล่าวโทษก็ต้องเห็นแก่หน้าอาจารย์ของเขาและตระกูลฉี”

            “คราวนี้เย่เฉินดูท่าจะไม่ดีซะแล้ว”

            ตูม!

            เมื่อเสียงสนั่นบนลานดังขึ้นก็ได้กลบเสียงการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดของผู้ชมที่อยู่ด้านล่าง

            คาถาอสุนีสวรรค์ทรงพลังมากมีพลังที่สามารถระเบิดก้อนหินและภูเขาแยกออกจากกันในตอนนี้ทั่วทั้งลานประลองเมฆวายุล้วนจมอยู่ใต้ฝุ่น

            “เย่เฉิน”สีหน้าของเจ้าหมีสองเปลี่ยนไป ขณะที่มุ่งไปยังบนลานประลองแต่เมื่อเขาก้าวออกไปก็ชะงักขึ้นมาทันที

            เมื่อเห็นว่าท่ามกลางกลุ่มควัน มีร่างคลุมเครือลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซจากนั้นก็เดินออกมาอย่างช้าๆ

            “นี่…” ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเต็มไปด้วยน้ำเสียงของความหวาดกลัว

            “นั่นมันคาถาอสุนีสวรรค์นี่ยังไม่ตายอีกหรือ?”

            “ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้านทานคาถาอสุนีสวรรค์ได้นี่เขาเป็นปีศาจจริงหรือ?”

            “นี่…นี่เป็นไปไม่ได้” เมื่อฉีเฮ่าที่อยู่บนลานประลองเห็นดังนั้น และได้มองไปยังเย่เฉินที่กำลังค่อยๆเดินออกมา สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อเขารู้ถึงอานุภาพของคาถาอสุนีสวรรค์ดีแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานแรงระเบิดของคาถาอสุนีสวรรค์ได้แต่ไม่นึกเลยว่าเย่เฉินผู้อยู่ในขั้นรวมพลังจะสามารถต้านทานมันไว้ได้

            “เจ้าหนุ่มเจ้ามันทำตัวเอง” เจ้าหมีสองตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกำมือของเขาไว้แน่น

            ภายใต้ความสนใจของผู้คนฝุ่นก็ค่อยๆ เลือนหายไป ร่างของเย่เฉินที่ปกคลุมไปด้วยเลือดก็เดินออกมาอย่างช้าๆและด้านหลังตามมาด้วยรอยเท้าที่เปื้อนเลือดอย่างต่อเนื่อง

            เมื่อเห็นท่าทางที่น่าสังเวชของเขาในเวลานี้แล้วทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง

            เขาไม่มีรูปร่างอย่างมนุษย์อีกต่อไปเสื้อคลุมของเขาเต็มไปด้วยรอยเปื้อนเลือดและทั่วทั้งร่างของเขาก็เปียกโชกไปด้วยเลือด โดยเฉพาะตรงแผ่นหลัง เป็นเพราะแรงระเบิดของคาถาอสุนีสวรรค์ทำให้เกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ จนสามารถมองเห็นเลือดและกระดูกได้จากด้านนอก

            ในตอนนี้เขาเหมือนกับอสูรที่กำลังคลานออกมาจากนรกซึ่งน่ากลัวเป็นอย่างมาก

            “เป็นไปไม่ได้นี่มันเป็นไปไม่ได้” น้ำเสียงของฉีเฮ่าได้ทำลายความคิดในตอนนี้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

            เช้ง!

            เสียงกระบี่ยาวดังขึ้นในทันทีเย่เฉินที่อยู่ตรงข้ามก็ได้ถือกระบี่เมฆแดงเตรียมที่จะสังหารเอาไว้ในมือ

            เขาไม่ได้ใช้วิธีอื่นใดแต่กลับต้านทานคาถาอสุนีสวรรค์ไปอย่างฉับพลันทั้งหมดล้วนจะต้องขอบคุณพลังกายเนื้อนั่นของเขาไม่เช่นนั้นคาถาอสุนีสวรรค์แค่แผ่นเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาแหลกเป็นชิ้นๆ ได้

            พัฟ!

            พัฟ!

            แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ความเร็วของเย่เฉินยังคงลึกลับอย่างน่าอัศจรรย์กระบี่เมฆแดงก็ยิ่งดุร้ายหาที่เปรียบได้ยากยิ่งและร่างของฉีเฮ่าก็มีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

            อ๊าก…!

            ฉีเฮ่าคำรามเขารับไม่ได้ที่เย่เฉินสามารถต้านทานคาถาอสุนีสวรรค์ได้ และความจริงที่ยิ่งรับไม่ได้ยิ่งกว่าก็คือเย่เฉินที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้แต่เขาก็ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะได้

            อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะตะโกนออกไปและไม่เต็มใจเช่นไรก็ยังไม่สามารถจะหยุดยั้งการกระทำที่น่ารังเกียจของเย่เฉินได้

            ตูม!

            เสียงคำรามก็ดังตามขึ้นอีกครั้งเขาถูกเย่เฉินคว้าขาข้างหนึ่งเอาไว้ และล้มลงไปบนลานประลองอย่างแรงลานประลองที่แข็งแกร่งได้ถูกร่างของเขาหล่นกระแทกลงมาจนเป็นรูปร่างของมนุษย์อวัยวะภายในของเขาทั้งหมดก็สั่นสะเทือนไปทั่ว

            เฮือก!

            เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้งและมีชิ้นส่วนอวัยวะภายในเล็กๆ ปะปนอยู่ครั้งนี้ฉีเฮ่าพ่ายแพ้หนักกว่าครั้งที่แล้ว

            “เจ้าเอาพวกเขาไปซ่อนไว้ที่ไหน”มือข้างหนึ่งของเย่เฉินคว้าคอเสื้อของฉีเฮ่าฉีเฮ่าซึ่งเกือบจะเป็นอัมพาตก็ยกตัวขึ้น

            “ข้าไม่บอกเจ้าหรอก”ฉีเฮ่ายิ้มเยาะ ในตอนนี้เขาไม่ใช่คุณชายของตระกูลฉีแห่งหนานเจียงและก็ใช่ว่าจะเป็นคนแข็งแกร่งโดยทั่วไป

            “เยี่ยม”เย่เฉินหัวเราะเยาะ

            เฮือก!

            เลือดก็กระเซ็นตามมาเย่เฉินผู้เลือดเย็นได้ฉีกแขนข้างหนึ่งของฉีเฮ่าออกอย่างรุนแรง

            แควก!

            เสียงลมหายใจดังไปทั่วแม้แต่เจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่างลานก็อดไม่ได้ที่จะแอบกลืนน้ำลายและพึมพำถึงความดุร้ายของเย่เฉิน

            การประลองที่ลานเมฆวายุในวันนี้บางทีอาจจะเป็นอีกครั้งที่ทุกคนได้เห็นการนองเลือดที่ดุเดือดที่สุด

            โอ๊ย…!

            ไม่เคยคิดเลยว่าเย่เฉินจะฉีกแขนข้างหนึ่งของตนเองได้ฉีเฮ่าจึงถึงกับผงะ จากนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังออกมาทันที

            “บอกมาพวกเขาอยู่ที่ไหน” เย่เฉินจ้องไปที่ฉีเฮ่าด้วยดวงตาที่สีแดงเลือดหากฉีเฮ่ายังคงไม่พูด เขาก็ไม่รังเกียจที่จะฉีกแขนอีกข้างของฉีเฮ่าและถ้าฉีเฮ่ายังคงไม่พูดอีก เขาก็อาจจะฆ่าฉีเฮ่าในทันที

            นี่เป็นจุดสำคัญของเขาที่ไม่อาจแตะต้องได้ฉีเฮ่าได้ล้ำเส้นเขตของเขาจริงๆ เขาในตอนนี้โกรธจนบ้าคลั่งและพร้อมที่จะฝังฉีเฮ่าได้ในทันที

            และในตอนนี้ได้มีพลังการโจมตีจากระยะไกลที่ทรงพลังครอบคลุมทั่วทั้งลานประลองเมฆวายุ จนทำให้เย่เฉินตะลึงไปชั่วขณะ

            “เจ้าหนุ่มเจ้ากล้านักหรือ” เสียงตะโกนจากระยะไกลที่แฝงไปด้วยแรงอาฆาตเย็นยะเยือกดังขึ้น

            เพียงเห็นเงาดำของภูตผีสายหนึ่งแวบมาที่ลานประลองและร่างนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปนี่มันไม่ใช่นักพรตชิงหยางประมุขแห่งยอดเขาเหรินหยางหรือ?