พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเดินไปยังร้านหลายๆร้านแต่ก็ได้ของมาไม่มากเท่ากับแผงรอยของชายชราสุดท้ายพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินเดินกลับไปที่ร้านอาหารของตระกูลเมิ่งและนั่งทานอาหารกัน
“นายน้อยข้าว่าพวกเราควรจะเรียกผู้าุโให้มารับจะดีกว่า”ผู้คุ้มกันกล่าว
“หากมีคนคิดร้ายกับพวกเราจริงเ้าคิดว่าคนที่พวกเราส่งไปจะไปถึงูเาเซียนตูหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ถึงแบบนั้นก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยเพราะตอนที่เดินกลับมายังร้านตระกูลเมิ่งข้าััได้ถึงสายตาหลายคู่” ผู้ติดตามกล่าว
“อืมข้าเองก็พอจะรับรู้ได้ ไม่ต้องกังวลข้าจัดการได้” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
ขณะเดียวกันที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินกำลังเดินมาถึงร้านอาหารเด็กชายเนื้อตัวมอมแมมคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาชนเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“เ้าเด็กน้อยไม่มีตาหรือยังไง”ผู้ติดตามคำรามด้วยความโกรธแต่เมิ่งเจี้ยนเฉินยกมือห้ามเอาไว้เพราะเด็กน้อยยกใบหน้าขึ้นมองมายังตนด้วยแววตาจริงจัง
“พี่ชายกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่าพึ่งออกนอกเมืองอย่างเด็ดขาด”เด็กน้อยกล่าว
“เ้ารู้ได้อย่างไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินหรี่ตาลง
“ทุกคนที่ซื้อของจากชายชราคนนั้นส่วนใหญ่หากไม่มีผู้แข็งแกร่งปกป้องล้วนต้องจบชีวิตอยู่นอกเมือง”เด็กน้อยกล่าวเสียงเบา
“ทำไมถึงมาบอกข้าละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ร้านตระกูลเมิ่งเคยช่วยเหลือข้าและน้องสาวข้าเลยต้องตอบแทนแม้ข้าจะต้องตายก็ตาม”เด็กน้อยกล่าว
อีกฝ่ายอายุแค่7-8 ปีด้วยซ้ำเมิ่งเจี้ยนเฉินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความกล้าของอีกฝ่าย
“พาเข้าไปที่ร้านด้วย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่ได้น้องสาวของข้าอยู่คนเดียวข้าต้องรีบกลับไป”เด็กน้อยกล่าว
“ไปพาน้องสาวของเ้ามาด้วยข้าจะเลี้ยงอาหารเ้า” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
เด็กน้อยลังเลแต่ก็ยอมพนักหน้าวิ่งไปยังจุดหนึ่งและพาเด็กหญิงอายุ5 ปีเดินเข้ามาทั้งสองแต่งตัวเหมือนขอทานใบหน้าดำ
“ก่อนอื่นคงต้องทำความสะอาดพวกเ้าก่อน”เมิ่งเจี้ยนเฉินพาทั้งสองไปหลังร้านจากนั้นให้สาวใช้คนหนึ่งพาทั้งสองไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้ทานอาหารในร้านแต่ทานอาหารอยู่เรือนด้านหลังกับพวกเด็กน้อยทั้งสอง
“พวกเ้ามีนามว่าอะไรแล้วบิดามารดาของเ้าละ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ข้ามีนามว่าจ้าวหยาส่วนน้องสาวข้ามีนามว่าจ้าวหยูบิดาและมารดาของพวกเราถูกโจรสังหารระหว่างที่เดินทางมายังเมืองหลงโจวส่วนพวกเราที่หนีรอดมาได้ก็ซ่อนตัวเป็ขอทานอยู่ที่นี่”จ้าวหยากล่าว
“นายน้อยตระกูลจ้าวน่าจะเป็ตระกูลพ่อค้าที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองหลงโจวสองเมืองมักจะมีการค้าขายกันบ่อยๆจึงมีการเดินทางไปมาหาสู่อยู่ตลอด” ผู้ติดตามกล่าว
“แล้วคนในตระกูลของเ้าไม่มีใครออกตามหาพวกเ้าเลยงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินขมวดคิ้ว
“พวกเขาไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกคนในตระกูลจ้าวพวกเขาต่างก็มักจะแอบลอบทำร้ายกันเองเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์มาให้ตนต่อให้สังหารพี่น้องแท้ๆก็สามารถทำได้หน้าตาเฉยตัวข้าที่อายุแค่นี้เห็นมาหลายครั้งแล้ว” จ้าวหยากล่าว
ส่วนเด็กสาวจ้าวหยูนั่งร้องให้ไปแล้วนางนึกถึงภาพที่บิดามารดาถ่วงเวลาให้พวกนางหนีสุดท้ายจบชีวิตลง
“เฮ้อจิตใจของมนุษย์นี่น่ากลัวจริงๆ” เมิ่งเจี้ยนเฉินอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“ได้ยินว่าตระกูลจ้าวตอนนี้เปลี่ยนผู้นำตระกูลแล้วอีกไม่กี่วันก็น่าจะมีการเดินทางมาค้าขายกับเมืองหลงโจว”ผู้ติดตามกล่าว
“พวกเ้าอยากกลับตระกูลจ้าวหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่หากพวกเรากลับไปต้องถูกสังหารแน่” จ้าวหยากล่าว
“เช่นนั้นข้าจะให้ทางเลือกแก่เ้าหนึ่งข้าจะมอบงานให้กับพวกเ้าให้พวกเ้าช่วยงานที่ร้านอย่างการล้างจานชามหรือช่วยงานเล็กๆแล้วทางตระกูลเมิ่งจะจ่ายเงินให้กับเ้าพร้อมให้ที่พักและอาหารสองหากเ้าทนความลำบากได้ข้าจะพาเ้ากลับไปูเาเซียนตูไปฝึกตนหลังจากประสบความสำเร็จแล้วเ้าสามารถกลับไปแก้แค้นคนที่สังหารบิดามาราดของเ้าได้ไม่ว่าจะเป็โจรพวกนั้นหรือผู้ที่อยู่เื้ัส่วนข้อสุดท้ายกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมเป็ขอทานไปวันๆ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
จ้าวหยาก้มหน้าลงขบคิดอย่างจริงจังในฐานะลูกชายของตระกูลพ่อค่าย่อมได้รับการสั่งสอนอบรมมาั้แ่เด็กแม้จะอายุ7-8ปี แต่ความคิดความอ่านกลับดีกว่าเด็กทั่วๆไป
“ไม่ต้องรีบตัดสินใจทานอาหารให้หมดก่อนนอนพักสักคืนแล้วค่อยให้คำตอบกับข้าตอนเช้าของวันพรุ่งนี้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางเต็มโต๊ะทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะเริ่มทานอาหารอย่างอร่อยราวกับว่าชีวิตนี้พึ่งเคยกินอาหารอร่อยๆครั้งแรก
“นายน้อย”ผู้ติดติดตามคิดจะกล่าวบางอย่างออกมาก่อนจะเงียบไป
“อย่าลืมละว่าตอนนี้พวกเราไม่ใช่ตระกูลขุนนางหรือแม่ทัพอะไรแล้วกฎบางอย่างของโลกมนุษย์ไม่สามารถนำมาใช้กับตระกูลเซียนได้” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เป็พวกเราที่โง่เขลา”ทั้งสองเข้าใจทันทีและละอายตนอายุตั้งขนาดนี้แล้วแต่ความคิดกับเทียบกับนายน้อยที่พึ่งอายุ 13 ปีไม่ได้
หลังจากที่ทานอาหารเสร็จพวกจ้าวหยาก็หลับไปเด็กทั้งสองอายุยังน้อยตลอดเวลาต้องคอยระวังตัวตลอดเวลาพอได้ทานอาหารจนอิ่มและคลายความระวังตัวความอ่อนล้าก็ถาโถมจนนอนหลับไปอย่างง่ายๆ
เมิ่งเจี้ยนเฉินให้ผู้ติดตามพาทั้งสองไปนอนที่ห้องก่อนที่ตนเองจะเดินออกมาผู้ติดตามที่เดินมาทีหลังไม่กล่าวอะไรอีกติดตามเมิ่งเจี้ยนเฉินเดินออกนอกเมืองไปทันที
“ตามไป”มีหลายคนที่พุ่งออกไปนอกเมืองติดตามพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินไปหนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มและหญิงสาวที่แอบจับตาดูเมิ่งเจี้ยนเฉินั้แ่ครั้งแรกด้วย
“เ้าคิดว่าเขาจงใจหรือไม่รู้จริงๆว่ากำลังถูกลอบสังหารอยู่”ชายหนุ่มกล่าว
“ใครจะรู้แต่หากให้เดาข้าว่าอย่างแรกมากกว่า”หญิงสาวขมวดคิ้ว
หลังจากออกห่างจากเมืองได้สักพักเมิ่งเจี้ยนเฉินก็หยุดลงมือข้างหนึ่งจับด้ามกระบี่แล้วค่อยๆดึงออกจากฝักส่วนผู้ติดตามทั้งสองก็ถือหอกเอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
ก่อนที่จะออกจากเมืองเมิ่งเจี้ยนเฉินได้กำชับทั้งสองไม่ให้ออกห่างจากตนเองมากให้ต่อสู้ในระยะที่เมิ่งเจี้ยนเฉินกำหนดเท่านั้น
“ออกมาเถอะตามข้ามานานขนาดนี้แล้วไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อม”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เ้าหนูทิ้งสมบัติทั้งหมดไว้แล้วใสหัวไปซะข้าจะยอมไว้ชีวิตเ้า”เสียงหนึ่งดังขึ้น
“นั่นก็ต้องดูแล้วว่าพวกเ้ามีความสามารถนั้นหรือไม่แต่ข้าว่านะพวกเ้าก็แค่พวกโง่เขลาที่แกล้งทำเป็ยอดฝีมือหลอกคนอื่นเท่านั้นแต่จริงๆไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“รนหาที่ตาย”ร่างหนึ่งเคลื่อนไหวพุ่งเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยความเร็วมากแต่พริบตาที่เข้ามาใกล้เมิ่งเจี้ยนเฉินอยู่ๆใบหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปดวงตาเบิกกว้าง
“เ้าต่างหากที่ต้องตาย”กระบี่ในมือของเมิ่งเจี้ยนเฉินฟาดลงมาผ่าร่างอีกฝ่ายออกเป็สองส่วน
“อะไรกัน”คนที่ซ่อนตัวอยู่พากันใขนาดผู้ติดตามยังอ้าปากค้าง
“อ่อนแอเกินไปไม่เพียงพอให้ข้าขัดเกลากระบี่หรอกนะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินชี้กระบี่ออกไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งปราณกระบี่เส้นบางๆพุ่งออกไปตัดต้นไม้จนขาดเป็สองท่อนเผยให้เห็นร่างของชายอีกคน
“ข้าจะจัดการเขาเองนายน้อย”ผู้ติดตามคนหนึ่งพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายชายที่อยู่ด้านหลังต้นไม้เป็ผู้ฝึกลมปราณอยู่ขอบเขตปราณแท้จริงขั้นกลางเทียบได้กับขอบเขตสี่ของผู้ฝึกยุทธส่วนชายที่ถูกเมิ่งเจี้ยนเฉินสังหารเป็แค่ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น
“พวกเราลงมือเถอะส่วนเื่สมบัติค่อยมาแบ่งกันทีหลัง”เสียงหนึ่งดังขึ้น
ไม่นานก็มีร่างชุดดำสวมหน้ากากปกผิดใบหน้าเดินออกมาจากเงามือจำนวนมากเกือบสามสิบคน
“นายน้อยระวังตัวด้วยในกลุ่มมีระดับปราณแท้จริงและผู้ฝึกยุทธขอบเขตสี่อยู่”ผู้ติดตามอีกคนที่อยู่ข้างๆเมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ข้าบอกแล้วว่าเ้าไม่ต้องกังวลเื่ของข้าเ้าไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ขอรับ”ผู้ติดตามจึงพุ่งออกไปเข้าต่อสู้กับศัตรูทันที
ด้วยพลังของผู้ฝึกยุทธขอบเขตสี่ย่อมสามารถต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธขอบเขตสามและสองจำนวนมากในเวลาเดียวกันได้
ส่วนเมิ่งเจี้ยนเฉินกลับยืนนิ่งไม่ขยับเมื่อมีศัตรูเข้ามาใกล้อยู่ๆใบหน้าของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไปก่อนที่จะถูกเมิ่งเจี้ยนเฉินสังหารไม่มีใครรู้ว่าเป็เพราะอะไรเพราะไม่มีใครเห็นสิ่งใดเลยนอกจากเมิ่งเจี้ยนเฉินฟาดฟันกระบี่ง่ายๆสังหารศัตรู
“เ้าเห็นหรือไม่”ชายหนุ่มที่ดูอยู่ไกลๆกล่าว
“ไม่เห็นแต่พอจะเดาได้”หญิงสาวสีหน้าซีดขาว
“อย่างที่คิดเป็ผู้ฝึกกระบี่จริงๆด้วยนั่นจะต้องเป็พลังของกระบี่แห่งชีวิตแน่แต่ไม่รู้ว่าความสามารถคืออะไร” ชายหนุ่มอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้เพราะแบบนี้พวกเขาจึงมองว่าเซียนกระบี่คือบุคคลที่ไม่ควรไปตอแยด้วยได้ขนาดเด็กน้อยอายุแค่ 13 ปีขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงคนหนึ่งกลับสามารถสังหารขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ได้อย่างง่ายดาย
“มีบางอย่างแปลกๆ”สีหน้าของชายที่แข็งแกร่งที่สุดขมวดคิ้วมองไปยังรอบๆก็พบว่ารอบๆเริ่มมีหมอกหนาปกคลุม
“อ๊ากกกกกกกกก”ไม่นานเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นร่างของชายคนหนึ่งมีโลหิตพุ่งออกมาจากทั่วร่างราวกับว่าทั่วร่างถูกเจาะให้เป็รู
“ไม่เกิดอะไรขึ้นกับข้า” อีกด้านหนึ่งร่างของชายคนหนึ่งร่างค่อยๆแข็งค้างและปกคลุมด้วยความเย็น
“แย่แล้วเซียนกระบี่ หนีเร็ว” ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตปราณแท้สีหน้าเปลี่ยนไปร่างหันหลังเตรียมหนีทันที
“เมื่ออยู่ในอาณาเขตของข้าแล้วก็ไม่มีใครหนีออกไปได้ทั้งนั้น”เมิ่งเจี้ยนเฉินยกยิ้มพริบตากระบี่แห่งชีวิตหยาดน้ำค้างก็กลายเป็หยาดน้ำค้างัักับร่างของคนที่เหลือและทันใดนั้นเองความเย็นก็แทรกซึมเข้าไปในร่างของศัตรูแช่แข็งโลหิตและลมปราณทั้งหมดในร่างทันทีและปราณกระบี่ก็พุ่งเข้าไปทำลายเส้นชมปราณทั้งหมดในร่างต่อ
ด้านนอกเห็นเพียงแค่ร่างของคนทั้งหมดยืนนิ่งไม่ขยับและพวกเขาก็ตายไปทั่งอย่างงั้นส่วนผู้ฝึกยุทธของเขตสี่และผู้ฝึกลมปราณขอบเขตปราณแท้จริงพากันถอยออกไปอย่างต่อเนื่องแต่หมอกก็เข้าล้อมพวกเขาเอาไว้
“ไว้ชีวิตด้วยเซียนกระบี่โปรดไว้ชีวิตด้วย”ผู้ฝึกยุทธกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“หากเ้ากล้าทำร้ายข้าท่านอาจารย์ของข้าจะต้องมาแก้แค้นแน่”ส่วนผู้ฝึกลมปราณกลับข่มขู่แทน
“โอ้อาจารย์ของเ้าคือใครงั้นเหรอ” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อาจารย์ของข้าคือหน่วยลับของราชวงศ์โจวหากเ้ากล้าสังหารข้าหน่วยลับทั้งหมดจะต้องมาสังหารเ้าและครอบครัวของเ้า”ชายหนุ่มคำราม
“สหายทั้งสองเ้ารู้จักคนผู้นี้หรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินจ้องมองไปยังมุมหนึ่งที่ชายหญิงคู่หนึ่งแอบมองดูอยู่
ทั้งสองคนแปลกใจไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะััได้ถึงตัวตนของพวกเขาต้องรู้ก่อนว่าพวกเขาอยู่ขอบเขตปราณแท้ขั้นสมบูรณ์แล้ว
“พวกเ้าสองคนคือคนจากตระกูลหลี่ใช่หรือไม่โปรดช่วยข้าด้วยแล้วข้าจะตอบแทนอย่างสุดความสามารถ”ชายหนุ่มเหมือนกับได้เห็นความหวังรีบกล่าวทันที