ตอนที่43
จะปลูกผักกัน
ตลอดช่วงเช้าครอบครัวของอู๋เผิงยังคงช่วยกันตระเตรียมพื้นดินบริเวณหลังบ้านกันอย่างขยันขันแข็งพวกเขาจะซื้อเมล็ดผักมาปลูกและเลี้ยงไก่กัน
ในขณะอู๋เผิงยกจอบพลิกหน้าดินทิ้งไว้ จูเหลี่ยวหมินกับพวกเด็กๆก็ช่วยกันเก็บหญ้าที่อู๋เผิงถางเสร็จนำไปกองรวมกันไว้อีกฝั่งหนึ่งรอให้หญ้าแห้ง พวกเขาจะนำไปทำปุ๋ยหมักต่อ
ผักที่พวกเขาจะปลูกมีหลากหลายชนิดเพราะจูเหลี่ยวหมินต้องการที่จะเก็บผักพวกนี้เอาไว้กินตอนฤดูหนาวด้วยจึงปลูกเป็นจำนวนมาก อู๋เผิงบอกกับนางว่าทุกบ้านจะปลูกผักไว้กินเองจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับความขยันของครอบครัวนั้นและจำนวนคนที่อาศัยอยู่กันด้วย
ครอบครัวของพวกนางมีกันทั้งหมดสี่คน ไม่นับว่าเป็นครอบครัวใหญ่อาหารการกินย่อมไม่สิ้นเปลืองเท่ากับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนนางปลูกผักมากกว่าความต้องการของคนในครอบครัวเพราะต้องการที่จะหารายได้ในช่วงฤดูหนาว มีคนบอกกับนางว่าช่วงฤดูหนาวของที่นี่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนทุกคนล้วนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน กินอาหารที่ตนเองเก็บสะสมไว้ รอวันให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไปจึงกลับไปใช้ชีวิตตามปรกติ
บริเวณหลังบ้านไม่ได้กว้างขวางนักอู๋เผิงพลิกหน้าดินอยู่ไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ พวกเขาจึงพากันหยุดพักทานมื้อเที่ยงช่วงบ่ายจะไปที่บ้านท่านน้าเหลียนฟางหานกัน
"ท่านพี่ พวกเราปลูกผักมากมายเช่นนี้จะใช้น้ำที่ไหนรดน้ำผักเจ้าคะ"
ทุกวันนี้สามีของนางยังคงไปตักน้ำที่ลำธารทุกเช้า หากปลูกผักเพิ่มขึ้นมาย่อมต้องใช้น้ำในการรดผักเพิ่มขึ้นอีก อันที่จริงนางมีมิติของตนเองจะเติมน้ำลงไปในมิติทั้งลำธารก็ยังได้ แต่นางไม่อยากที่จะไปลำธารบ่อยครั้งยิ่งในช่วงที่สามีของนางไม่อยู่ การไปลำธารตามลำพังย่อมไม่ส่งผลดีกับนางมากนัก
เพราะใบหน้าที่งดงามล้มเมืองล้มแคว้นของนางทำให้เป็นอุปสรรคในหลายเรื่องที่นางควรหลีกเลี่ยงในยามนี้คนในหมู่บ้านฉินซานรับรู้ว่านางเป็นภรรยาของอู๋เผิงกันทั้งหมดแล้วแต่ก็ยังมีบุรุษหลายคนที่ใช้สายตาโลมเลียมองนางอย่างโจ่งแจ้งหากสามีกลับไปที่ค่ายทหาร นางกับพวกเด็กๆจะต้องอยู่ตามลำพัง จึงรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยนัก
อู๋เผิงครุ่นคิดเล็กน้อย เขาลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรภายในบ้านมีเพียงนางกับเด็กทั้งสองผักหลังบ้านวางแผนที่จะปลูกมากมายเช่นนี้ย่อมเป็นปัญหาอย่างแน่นอน"ข้าจะให้คนมาขุดบ่อน้ำในบริเวณบ้านต่อไปพวกเราจะได้ไม่ลำบากเดินไปตักน้ำที่ลำธารอีก"
จูเหลี่ยวหมินพยักหน้าพอใจกับความคิดของสามี"ถ้าอย่างนั้นวันนี้หลังจากไปที่บ้านของท่านน้าเหลียนเสร็จแล้วเราก็ไปหาช่างมาดูพื้นที่ขุดบ่อน้ำเถิดเจ้าค่ะ"
อู๋เผิงพยักหน้าเห็นด้วยกับภรรยา"ในหมู่บ้านข้างเคียงมีชาวบ้านที่รับจ้างขุดบ่อน้ำ ข้าจะไปลองสอบถามดู"
บ่อน้ำหนึ่งบ่อมีความลึกไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายไปด้วยส่วนหนึ่งและใช่ว่าทุกพื้นที่จะสามารถขุดบ่อน้ำที่มีความลึกในระดับเดียวกันแล้วจะพบกับตาน้ำได้บางพื้นที่ต้องขุดลึกลงไปอีกหลายช่วงตัวถึงจะสามารถหาพบบางแห่งขุดไปเพียงเล็กน้อยก็มีตาน้ำพุ่งออกมาให้เห็นแล้วพวกเขาจึงไม่รู้ว่าบริเวณบ้านของพวกเขาจะต้องขุดลึกเพียงใด
หลังจากทานข้าวเสร็จจูเหลี่ยวหมินจึงเดินไปหยิบตะกร้าเปล่าสองใบและถังไม้ของท่านน้าเหลียนที่ใส่ข้าวและไข่ไก่กับผักมาเมื่อวาน เตรียมส่งคืนอีกฝ่ายไปด้วย
นางเดินเข้าไปในห้องนอนของตนเอง ทำทีเป็นเปิดหีบออกใช้จิตสัมผัสผ่านเข้าไปในมิติ หยิบผ้าไหมติดมือออกมาหนึ่งพับ
ผ้าไหมผืนนี้เป็นผ้าพับที่นางซื้อมาตั้งแต่อยู่ที่เมืองหลวงคราแรกนางตั้งใจจะเอาไว้ตัดชุดให้กับตนเอง แต่เมื่อนึกดูแล้วผ้าไหมพับนี้มอบให้กับท่านน้าเหลียนนำไปตัดชุดใหม่ให้กับบุตรสาวของนางน่าจะมีประโยชน์มากกว่าซีเยี่ยนเพิ่งพ้นวัยปักปิ่น อีกไม่นานก็คงแต่งงาน
จูเหลี่ยวหมินนำผ้าไหมวางไว้ในตะกร้า นางนำผ้าสะอาดมาคลุมทับอีกชั้นเพื่อไม่ให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ในตะกร้าจึงเดินออกมาหาสามีกับเด็กๆทั้งสองที่รออยู่หน้าบ้าน
"ไปกันเถอะเจ้าค่ะ" นางกล่าวชวนสามีกับเด็กๆ
คนทั้งสี่เดินจูงมือกันออกจากบ้าน บ้านของอู๋เผิงอยู่ท้ายหมู่บ้านส่วนบ้านของน้าเหลียนอยู่หน้าหมู่บ้าน พวกเขาไม่ได้ใช้ม้าแต่เลือกที่จะเดินไปตามถนนแทน
ก่อนที่จะถึงบ้านของน้าเหลียนพวกเขาจะต้องเดินผ่านบ้านของชาวบ้านหลายหลัง หนึ่งในนั้นมีบ้านของท่านป้าฟู่เซียนอยู่ก่อนถึงบ้านของน้าเหลียนห้าหลัง
"ท่านพี่อู๋เผิงจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ"ซุนยี่พบกับเขาระหว่างทางจึงกล่าวถามด้วยความสงสัยบนใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา แววตาสื่อชัดเจนว่าหลงใหลบุรุษคนนี้มากเพียงใด
"ข้าจะไปที่บ้านของน้าเหลียน"อู๋เผิงกล่าวตอบสีหน้าเรียบเฉย
ซุนยี่เหลือบมองมายังจูเหลี่ยวหมินชั่วครู่ทำเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในสายตา นางก้มหน้าเล็กน้อยพูดคุยกับเด็กทั้งสองแทน"ไฉยี่ อู๋เต๋อ พวกเจ้าทั้งสองเป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่"แววตายามมองเด็กทั้งสองดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ
"ไม่เจ็บแล้วเจ้าค่ะ" ไฉยี่กล่าวตอบ
"ไม่เจ็บก็ดีแล้ว" ซุนยี่พยักหน้าพอใจ"พี่ซุนยี่กำลังจะไปที่บ้านของพวกเจ้าอยู่พอดีเลยไม่คิดว่าจะได้พบกันระหว่างทาง" ซุนยี่กล่าวจบก็หยิบขวดยาออกมาจากถุงผ้าส่งให้กับมือของไฉยี่"พี่ซื้อยาขวดนี้มาจากร้านยาในเมืองจินหลิง ใช้ทาที่รอยฟกช้ำเช้าเย็นไม่เกินห้าวันก็จะหายดี"
เมื่อเช้านี้ซุนยี่เดินทางเข้าไปในเมืองจินหลิงตั้งแต่เช้าตรู่นางตั้งใจไปซื้อยาขวดนี้เพื่อที่จะมอบให้กับท่านพี่อู๋เผิง ทว่าดูจากสีหน้าของเขาเมื่อครู่นี้แล้วซุนยี่จึงเปลี่ยนใจมอบให้กับเด็กๆแทน เพราะกลัวจะถูกเขาปฏิเสธน้ำใจของนาง
ไฉยี่มองดูขวดยาในมือของตนเอง สีหน้าดูลังเลใจไม่กล้าที่จะรับมาจึงเงยหน้ามองไปยังพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้อย่างขอความเห็น หากเป็นเมื่อก่อนไฉยี่คงจะยกยิ้มขอบคุณทันทีแต่ในตอนนี้พี่ใหญ่แต่งพี่สะใภ้แล้ว จึงรู้สึกเกรงใจที่จะรับของที่พี่ซุนยี่มอบให้
พี่ซุนยี่แสดงออกชัดเจนว่าชอบพี่ชายของพวกเขามากอีกทั้งท่านป้าใหญ่ก็พูดอยู่เสมอว่าจะให้พี่ซุนยี่แต่งงานกับพี่ใหญ่ ให้นางมาเป็นพี่สะใภ้ของพวกเขาทุกอย่างในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปพวกเขาจะทำอะไรย่อมต้องดูสีหน้าของพี่สะใภ้ด้วย เกิดรับของมาไม่ระมัดระวังอาจจะทำให้พี่สะใภ้ของพวกเขาไม่สบายใจเอาได้
พวกเขาเรียนรู้ที่จะระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นไม่อยากสร้างปัญหาให้กับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ให้ต้องผิดใจกัน
จูเหลี่ยวหมินสบตากับสามีเห็นเขายืนนิ่งเฉยคล้ายไม่สนใจที่จะออกความเห็น นางจึงส่งยิ้มให้กับไฉยี่เอ่ยขึ้นเสียงหวาน"ครอบครัวของข้าคงไม่กล้ารบกวนรับเอาของที่แม่นางซุนยี่มอบให้ไฉยี่นำยาขวดนี้คือนางไป"
สามีของนางไม่สนใจ จึงคิดที่จะใช้สิ่งของซื้อใจเด็กๆงั้นหรือแผนสูงนะซุนยี่
ไฉยี่เชื่อฟังพี่สะใภ้มาก"ยาขวดนี้ข้าคืนให้กับพี่ซุนยี่เจ้าค่ะ"
ซุนยี่กำมือแน่นพยายามระงับความไม่พอใจเอาไว้ไม่แสดงออกมาให้เห็นนางก้มหน้ายกยิ้มอีกครั้งผลักขวดยาคืนให้กับไฉยี่ "ไฉยี่คนดีพี่ซุนยี่หวังดีต่อเจ้า ยาขวดนี้พี่ตั้งใจซื้อมาให้กับเจ้าและอู๋เต๋อแล้วจะรับคืนได้อย่างไร"
ไฉยี่มองดูขวดยาในมือของตนเอง ส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง"พี่สะใภ้มอบยาวิเศษให้กับพวกเรา ทาแค่ยาขวดนั้นก็หายแล้วเจ้าค่ะ"ไฉยี่กลัวว่าพี่ซุนยี่จะไม่เชื่อ จึงถลกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยให้ดูที่แขนของตนเอง"ไฉยี่ไม่ได้โกหกนะเจ้าคะ ทาแค่สองครั้งก็เกือบจะหายดีแล้วเจ้าค่ะ"
รอยเขียวช้ำอมม่วงที่เคยมีอยู่บนแขนในยามนี้จางลงจนเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นเด็กน้อยจึงอดไม่ได้ที่จะโอ้อวดถึงสรรพคุณยาที่พวกเขาใช้ทา
จูเหลี่ยวหมินยกยิ้ม แววตาแสดงออกว่าพอใจในประโยคที่ไฉยี่กล่าว
ใช่แล้วยาของนางย่อมดีที่สุดในใต้หล้านี้ไม่มียาที่ไหนดีไปกว่ายาของนางอย่างแน่นอน
"ไฉยี่ เจ้าอย่าได้โอ้อวดเกินจริง"จูเหลี่ยวหมินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะยิ้ม "เพื่อพวกเจ้าแล้วพี่สะใภ้ย่อมไม่ตระหนี่ที่จะจ่ายเงินซื้อยาดีๆมารักษาพวกเจ้าให้หายดี"
"พวกเราชอบพี่สะใภ้ที่สุดเจ้าค่ะ"ไฉยี่ยกยิ้มกว้าง กระชับมือของพี่สะใภ้แน่น บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส
"ไปกันเถอะเจ้าค่ะท่านพี่ป่านนี้ท่านน้าเหลียนคงรอพวกเราอยู่ที่บ้านนานแล้ว"จูเหลี่ยวหมินหันมากล่าวกับสามี พร้อมกับจูงมือไฉยี่ให้เดินตามนางไป
ซุนยี่ถูกทิ้งให้ยืนอยู่คนเดียวบนถนน นางกำขวดยาในมือแน่นแววตาแสดงออกว่าเกลียดชังจูเหลี่ยวหมินชัดเจน"รอให้ป้าใหญ่ฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย"
อู๋เผิงพาภรรยากับน้องทั้งสองคนมาหยุดยืนที่ประตูหน้าบ้านของท่านน้าเหลียนเขาตะโกนเรียกคนในบ้านเพียงครู่ ก็เห็นซีเยี่ยนเดินออกมาเปิดประตูหน้าบ้าน
ซีเยี่ยนเห็นว่าเป็นใครที่มาเคาะประตูบ้านของนางพลันรู้สึกดีใจจนออกนอกหน้า นางกุลีกุจอเชิญทุกคนเข้ามาในบ้านและรีบไปตามมารดาในห้องนอนออกมาต้อนรับคนทั้งสี่
นางเหลียนฟางหานเพิ่งหลับไปครึ่งชั่วยามได้ยินเสียงบุตรสาวเดินเข้ามาปลุก จึงรู้ว่ามีแขกมาเยี่ยมบ้านนางรีบเดินออกมายังห้องโถงทันที
"พวกเด็กๆเป็นอย่างไรบ้าง หายดีแล้วหรือยัง"ประโยคแรกที่เจอหน้าพวกเขา นางเหลียนฟางหานก็เอ่ยถามถึงอาการของเด็กๆทันที
"อาการดีขึ้นมากแล้วขอรับ"อู๋เผิงตอบไปตามจริง
"ค่อยยังชั่วหน่อย"นางเหลียนฟางหานถอนหายใจโล่งอก นางเรียกให้เด็กทั้งสองมานั่งข้างตนเองจากนั้นหันไปบอกกับบุตรสาว "เยี่ยนเออร์ ในบ้านยังมีขนมเหลืออยู่เจ้าไปนำขนมออกมาให้กับหลานของข้า"
ซีเยี่ยนรับคำมารดา เดินหายเข้าไปในห้องของมารดา
อู๋เต๋อกับไฉยี่ยิ้มกว้างจนตาหยี๋ นั่งรอขนมด้วยสีหน้ามีความสุข