บทที่ 2 นางก็กลับชาติมาเกิดเช่นกัน
จ้าวลู่เสียน หญิงสาวหน้าตางดงามดูเรียบร้อย ในวัยสิบเอ็ดปี สวมชุดสีฟ้าลายเมฆา ชวนให้คนที่มองเห็นจิตใจสงบอย่างน่าอัศจรรย์นางกำลังจะเอ่ยปากกล่าวอะไรบางอย่างแต่โดนสงอี๋เหนียงผู้เป็มารดาปิดปากไว้เสียก่อน พร้อมส่ายหน้าให้นางอย่างอ้อนวอน
จ้าวลู่เสียนหลับตาลงอย่างสิ้นหวังนาง้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพี่หญิงใหญ่ที่แสนดี เพราะวันที่เกิดเหตุนั้นนางก็ได้อยู่กับพี่หญิงใหญ่ด้วยหลังจากพี่หญิงใหญ่ช่วยบุรุษปริศนาผู้นั้นขึ้นมาจากน้ำแล้ว ก่อนที่พวกนางจะจากมาบุรุษผู้นั้นก็เปิดเปลือกตาอันสะลึมสะลือขึ้นแล้วปลดป้ายหยกที่ห้อยอยู่บนเอวยื่นให้พี่หญิงใหญ่เป็การตอบแทนด้วยความกลัวว่าจะมีคนอื่นมาเห็น แล้วส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนพี่หญิงใหญ่จึงรีบคว้าหยกนั้นแล้วจูงมือนางวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่รองถึงได้้าที่จะแย่งเอาป้ายหยกนั้นไปเป็ของตนพร้อมใส่ร้ายพี่หญิงใหญ่ด้วย ช่างน่าผิดหวังเสียจริง
บ่าวชายสองคนกำลังจะดึงแขนเสี่ยวซินเพื่อลากตัวไปลงโทษตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่
“หยุดเดี๋ยวนี้!”จ้าวหนิงเจียวที่ยืนอยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยวซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“เสี่ยวซินนางคือสาวใช้เพียงคนเดียวของข้า ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือเมื่อห้าปีก่อนตอนที่พวกเราไปตลาดค้าทาส ข้าได้ควักเงินเก็บทั้งหมดของตนซื้อนางมาดังนั้นแล้ว คนที่จะสามารถสั่งฆ่านางได้ ก็มีแต่ข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”
จ้าวฮูหยินรู้สึกว่าบุตรสาวคนโต ชักจะดื้อรั้นเกินไปเสียแล้ว ‘ไม่ได้การ ตอนนี้เจียวเอ๋อร์ก็มีอายุ 12 ปีแล้ว เหลือเพียงอีกสามปีเท่านั้นหากนางแต่งออกไปแต่ยังมีนิสัยเช่นนี้อยู่อีก บ้านสามีก็คงจะทนรับไม่ไหวท้ายที่สุดคนที่ต้องเสียใจ ก็คือตัวนางเองมิใช่หรือถึงแม้วันนี้ตนจะต้องทำให้บุตรสาวผิดหวังเสียใจมากแค่ไหนก็ตามแต่นางเชื่อว่าสักวัน เจียวเอ๋อร์จะเข้าใจในความหวังดีของหัวอกมารดา’
“ยังไม่รีบลากตัวสาวใช้ที่เหิมเกริมผู้นี้ไปโบยให้ตายอยู่อีก หรือพวกเ้าอยากโดนโบยตายเสียเอง” จ้าวฮูหยินะโเสียงดัง
บ่าวชายสองคนที่ถอยหลังไปเมื่อสักครู่ รีบเดินเข้ามาอีกครั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”จ้าวหนิงเจียวตวาดเสียงแหลม
พรวด! นางถึงกับกระอักเืออกมาอีกครั้ง
คุณหนู! เจียวเอ๋อร์!
“ฮ่า ๆ ๆสาวใช้ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเื ยังคิดที่จะปกป้องเ้านายจนตัวตายแต่มารดาผู้ให้กำเนิดของข้า กลับ้าโบยข้าให้ตายแม่สุนัขมันยังรู้จักรักลูกของตัวเอง แต่เหตุใดท่านที่เป็คนแท้ ๆถึงได้ใจร้ายนักเล่า”
เพียะ! จ้าวฮูหยินเดินเข้ามาด้วยความรวดเร็วแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้างามของหญิงสาว ด้วยความโมโหเดือดดาล
“ดีๆจ้าวหนิงเจียว เ้ากล้าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับสัตว์เดรัจฉานช่างเป็บุตรที่อกตัญญูโดยแท้ หากข้าไม่รักและเป็ห่วงกลัวว่าในอนาคตที่เ้าออกเรือนไปแล้ว จะนำนิสัยแย่ ๆ เช่นนี้ไปใช้ที่บ้านสามีจนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง ข้าก็คร้านที่จะสนใจเ้าแล้วเช่นกัน”
จ้าวฮูหยินกล่าวจบ ก็ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนางรู้สึกผิดหวังเสียใจจริงๆที่บุตรสาวผู้นี้ไม่เคยเข้าใจความหวังดีของตนเลยสักครั้ง
“ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยนะเ้าคะ ลูกเห็นแล้วช่างปวดใจเหลือเกินพี่หญิงใหญ่นางคงไม่ได้ตั้งใจที่จะว่าท่านแม่เช่นนั้นจริงๆ หรอกใช่ไหมเ้าคะพี่หญิงใหญ่”
จ้าวเฟยเฟิ่งหันหน้าที่ไร้เดียงสา ไปเอ่ยถามจ้าวหนิงเจียวพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูแล้วช่างน่าสงสารยิ่งนัก
จ้าวหนิงเจียวมือหนึ่งกุมใบหน้าข้างที่โดนตบไว้แน่นก่อนยกยิ้มด้วยความเย้ยหยัน “น้องสาวที่แสนดีของข้าพวกเราเคยขัดข้องหมองใจกันั้แ่ตอนไหนหรือเหตุใดเ้าถึงได้จ้องแต่จะทำร้ายข้าอยู่ตลอดเวลาเ้าช่วยให้ความกระจ่างแก่พี่สาวที่โง่เขลาคนนี้หน่อยได้หรือไม่”
เพียะ! จ้าวฮูหยินยกมือขึ้นตบหน้าอีกข้างของบุตรสาวคนโตอย่างเต็มแรง “แม่บอกเ้าตั้งกี่ครั้งแล้ว ว่าเฟิ่งเอ๋อร์นางยังเด็กนักพวกเ้ามีกันเพียงสองคนพี่น้อง จะต้องคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยเฉพาะคนเป็พี่เช่นเ้า ต้องรักและทะนุถนอมน้องสาวให้มาก ๆมีอะไรที่พอจะเสียสละให้น้องได้ เ้าก็ควรที่จะทำเสีย เหตุใดเ้าถึงได้หลงลืมในสิ่งที่แม่ได้พร่ำสอนเ้ามาั้แ่เด็กอย่างยากลำบากได้เจียวเอ๋อร์! เ้าทำให้แม่ผิดหวังจริงๆ”
จ้าวหนิงเจียวสูดหายใจลึกเข้าปอด นางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้ามารดาแต่ความชอกช้ำใจที่อัดอั้นอยู่เต็มอก ไม่สามารถฝืนได้อีกต่อไป “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ ก่อนถามกลับมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ข้ากับจ้าวเฟยเฟิ่งเกิดห่างกันเพียงปีเดียวแต่ด้วยความที่ท่านคอยพูดกรอกหูข้าอยู่ทุกวี่วันว่าให้เสียสละสิ่งที่ดีกว่าให้น้องสาวก่อนเสมอ ข้าก็ทำตามมาโดยตลอดแม้กระทั่งคู่หมั้นอย่างองค์ชายรอง ข้าก็ยอมถอยออกมา แล้วให้น้องสาวสวมรอยทำทีว่าสตรีที่สวมหน้ากากคนนั้นก็คือนางข้ายอมขนาดนี้แล้วท่านยังไม่พอใจอยู่อีกหรือ ทุกครั้งเวลาจ้าวเฟยเฟิ่งร้องไห้ท่านก็จะรีบเข้าไปโอบกอด แล้วกล่าวปลอบประโลมนางอย่างรักใคร่เอ็นดูพอเป็ข้าทำบ้าง ท่านกลับบอกว่าข้านั้นเสแสร้ง พร้อมว่ากล่าวสั่งสอนคนเป็พี่ต้องอ่อนโยนดั่งดอกไม้ และในเวลาเดียวกันก็ต้องเข้มแข็งดุจหินผาแต่ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าก็ยังเป็เด็กเช่นกันบางครั้งก็้าความรักความเอ็นดูจากมารดาเหมือนกัน หากเลือกเกิดได้จริงๆ ข้าจะไม่ขอเกิดมาเป็พี่เหมือนเช่นทุกวันนี้ จ้าวฮูหยิน!เกิดชาติหน้าฉันใด ข้าขอให้พวกเราไม่ต้องเกิดมาเป็แม่ลูกกันอีกหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ข้ายอมเป็เด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งยังดีกว่าต้องมาใช้ชีวิตที่แสนจะเ็ปทุกข์ระทม ทนอยู่ร่วมกันกับท่านเช่นนี้ หาก์เมตตาก็จงช่วยให้คำอธิษฐานของข้าเป็จริงด้วยเถิด”
พรวด!!! เืสดๆ สีแดงฉานถูกพ่นออกมาจากปากของหญิงสาวจากนั้นนางจะสิ้นลมหายใจไปด้วยความเ็ปรวดร้าวอย่างถึงที่สุด
คุณหนู!!!
เจียวเอ๋อร์!!!
“เจียวเอ๋อร์แม่ขอโทษ เ้าอย่าทิ้งแม่ไปเช่นนี้เลยนะ ทั้งหมดเป็ความผิดของแม่เองต่อไปแม่จะไปบังคับเ้าอีกแล้ว แต่ตอนนี้เ้ารีบฟื้นขึ้นมาก่อนได้หรือไม่ ฮืออออ”จ้าวฮูหยินกอดร่างไร้ิญญาของบุตรสาวคนโตที่ตนไม่เคยได้สวมกอดมานานหลายปีแล้วด้วยความรู้สึกผิด
จ้าวเฟยเฟิ่งยกยิ้มเย็น ดวงตาคู่งามทอประกายอำมหิตวาบผ่านนางจำได้ว่าชาติที่แล้ว พี่หญิงใหญ่ไม่ได้ตายไปเพราะเหตุการณ์ในวันนี้แต่นางตายหลังจากโดนคุมตัวไปที่พระราชวังเนื่องจากรอยสักที่อยู่บนอกซ้ายของนางต่างหากเล่า ‘หรือเป็เพราะตัวข้าได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปเช่นนั้นหรือ’ พอคิดถึงความทรงจำในชาติก่อนของตนจ้าวเฟยเฟิ่งก็ได้แต่คิดเคียดแค้นอยู่ภายในใจ เพราะหลงคิดไปว่าในอนาคตเบื้องหน้าองค์รัชทายาทก็จะกลายเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปจึงได้คิดอุบายแย่งป้ายหยกนั้นมา และก็ได้ทำสำเร็จ จนสามารถขึ้นเป็พระชายาเอกขององค์ชายรัชทายาทได้แต่ใครจะไปคิดว่าในวันแต่งงานเข้าห้องหอกับว่าที่พระสวามีนั้นองค์ชายรัชทายาทกลับล่วงรู้ความจริง ว่านางมิใช่คนที่ช่วยพระองค์ขึ้นมาจากน้ำเพราะเขาจำได้ว่าสตรีที่ช่วยชีวิตตน มีรอยสักรูปอัศวินขี่ัพ่นไฟที่อกด้านซ้ายนับแต่นั้นเป็ต้นมา ชีวิตของนางก็เหมือนตกนรกทั้งเป็โดนกักขังไว้ที่ท้ายจวนไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันบ่าวไพร่ต่างมองนางด้วยแววตาเหยียดหยาม ขาดความเคารพยำเกรงและพวกมันมักจะคอยกลั่นแกล้งรังแกอยู่เสมอจนนางล้มป่วยแต่ก่อนตายนั้นกลับได้ยินว่าองค์ชายรองได้ก่อฏ และแต่งตั้งตนเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปได้สำเร็จแล้วแต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด หลังจากที่ตนได้ตายไปแล้วนั้นกลับไม่ได้ไปยังปรโลกแล้วดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อลืมอดีตพอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตนนั้นได้ย้อนอดีตมาตอนอายุสิบเอ็ดปีจึงได้รีบคิดอุบายวางแผนให้ตนได้เป็คู่หมั้นกับองค์ชายรองว่าที่ฮ่องเต้พระองค์ใหม่แห่งแคว้นชางเสียเลย และในที่สุดนางก็ทำสำเร็จ
“์ช่างเมตตาข้าเสียจริง”หญิงสาวใบหน้าเหี้ยมเกรียม เอ่ยพึมพำในลำคออยู่คนเดียว