โจวเหวินฉิงที่ไม่รู้เลยว่าเวลานี้ที่จวนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว เขายังคงใช้ชีวิตเป็นคุณชายเจ้าสำราญอยู่เหมือนเดิม เป็นเพราะเขาสอบเป็นซิ่วไฉไม่ผ่าน เขาจึงไม่ต้องไปทบทวนตำรากับสหายที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการสอบจวี่เหรินที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า อีกทั้งเขายังเบื่อกับการเรียนที่สำนักศึกษา เขาจึงโดดเรียนและใช้ช่วงเวลานี้เที่ยวเตร่อยู่ข้างนอกคนเดียว
โจวเหวินฉิงมีอาการเมาเล็กน้อย เพราะเป็นช่วงกลางวันเขาจึงดื่มไปไม่มาก หากเป็นเวลากลางคืน เขาคงเมาหัวราน้ำไปแล้ว เดินออกจากโรงสุรามาสักพักเขาก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง
“ใครมันบังอาจเดินมาขวางทางคุณชายอย่างข้า ไม่กลัวตายหรือไร” โจวเหวินฉิงถามอย่างหงุดหงิด
“ขออภัยเจ้าค่ะคุณชาย ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ถังมู่เจียวตอบอย่างตกใจ หลังจากที่ขายของในตลาดเสร็จ นางก็เดินไปซื้อข้าวสารกับเครื่องปรุงก่อนที่จะกลับไปที่จุดนัดพบ แต่เพราะความเร่งรีบทำให้นางไม่ทันเห็นว่ามีคนยืนอยู่ด้านหน้า นางจึงชนเข้ากับบุรุษผู้นี้
โจวเหวินฉิงก้มลงมองตามเสียง และบังเอิญที่ตะกร้าสะพายหลังของถังมู่เจียวที่ใส่ของมาจนเต็ม ทำให้ตะกร้าหนักๆ ใบนั้นรั้งปกเสื้อของถังมู่เจียวไปด้านหลัง เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนเล็กน้อย
โจวเหวินฉิงเห็นเข้าก็ตาเป็นประกาย หลายวันมาแล้วที่เขาไม่ได้เชยชมสตรีหน้าใหม่ ยิ่งเห็นท่าทางหวาดกลัวของสาวน้อยตรงหน้า อารมณ์ความปรารถนาของเขาก็ถูกจุดขึ้น
“แม่นางไม่ได้รับบาดเจ็บที่ใดกระมัง” โจวเหวินฉิงแสร้งเข้าไปประคองถังมู่เจียวให้ลุกขึ้น แต่สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่หัวไหล่กลมกลึงนั้น
ถังมู่เจียวที่เห็นอย่างนั้นก็ผลักโจวเหวินฉิงออกแล้วรีบดึงเสื้อให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะชนคุณชาย เพียงแต่ข้ารีบจึงไม่ทันมองทางให้ดี”
“เมื่อครู่ข้าคงทำให้เจ้าตกใจกระมัง เช่นนั้นข้าต้องขอโทษด้วย” โจวเหวินฉิงแสร้งเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
นอกจากพี่ชายของตนเองแล้ว ถังมู่เจียวก็ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษคนใด เมื่อนางได้ยืนอยู่ใกล้กับโจวเหวินฉิงที่หน้าตาหล่อเหลาและยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหรา นางก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา
เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าแดง โจวเหวินฉิงก็รู้แล้วว่าหญิงสาวคงติดกับเขาแล้ว แต่เขาจะรีบรุกจนแม่กระต่ายน้อยตกใจไม่ได้ ของอย่างนี้มันต้องใจเย็นๆ “ไม่ทราบว่าแม่นางเป็นบุตรสาวจากบ้านใด ข้าจะส่งของกลับไปปลอบใจในภายหลัง อ้อ...ข้ามีนามว่าโจวเหวินฉิง เป็นบุตรชายของนายอำเภอโจว”
ถังมู่เจียวเงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ นางได้ใกล้ชิดกับคุณชายโจวที่ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษที่หญิงสาวทั้งอำเภอต่างก็หมายปองอย่างนั้นหรือ “ข้า...ข้าชื่อถังมู่เจียว เป็นบุตรสาวของหัวหน้าหมู่บ้านถังเจี่ยเจ้าค่ะ”
“หืม...หมู่บ้านถังเจี่ย ใช่หมู่บ้านที่เปิดโรงงานทำผักดองใช่หรือไม่” ทีแรกโจวเหวินฉิงคิดที่จะล่อลวงสาวน้อยคนนี้ให้หลงเสน่ห์เขาเท่านั้น แต่ไม่คิดว่านางจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านถังเจี่ย ไม่ใช่ว่าไอ้อ้วนถังซุน นังแพศยาถังหลี แล้วยังมีไอ้บัณฑิตหน้าตายอย่างกู้เยี่ยนเฉิงก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนั้นหรือ ดีล่ะ...ในเมื่อแม่นางน้อยคนนี้เป็นถึงลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้าน ในเมื่อท่านพ่อไม่ให้ข้าไปยุ่งกับคนพวกนั้น ข้าก็จะอาศัยหัวหน้าหมู่บ้านกับแม่สาวน้อยคนนี้ให้แก้แค้นแทนพี่สาวก็แล้วกัน
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ หมู่บ้านถังเจี่ยของเรามีโรงงานผักดอง”
“แม่นางถัง วันหลังข้าไปส่งของปลอบใจให้เจ้าได้หรือไม่”
“คุณชายไม่ต้องลำบากเจ้าค่ะ ความจริงแล้วเป็นความผิดของข้าเองที่เดินไปชนคุณชาย แค่คุณชายไม่ถือโทษ ข้าก็ขอบคุณท่านมากแล้วเจ้าค่ะ” ถังมู่เจียวปฏิเสธอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะเมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปสบตา สายตาของโจวเหวินฉิงก็ทำให้นางแทบละลาย
“ที่เจ้าปฏิเสธเพราะรังเกียจคุณชายอย่างข้าใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ” ถังมู่เจียวรีบคว้าชายเสื้อของโจวเหวินฉิงไว้อย่างลืมตัว เพราะท่าทางนี้นางจะทำกับท่านพ่อและพี่ชายอยู่เป็นประจำเมื่อพี่ชายกับท่านพ่อโกรธ “คุณชายเป็นถึงบุตรชายของนายอำเภอ แต่ข้าเป็นเพียงหญิงชาวบ้านฐานะต่ำต้อย ข้าจะรังเกียจคุณชายได้อย่างไร แค่คุณชายลดตัวลงมาสนทนากับข้า เท่านี้ก็นับว่าเป็นเกียรติของข้ามากแล้วเจ้าค่ะ”
แต่โจวเหวินฉิงกลับยิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทางนั้น แม่นางน้อยคนนี้คงไม่พ้นจากมือเขาแล้ว เขาคว้ามือเล็กนั้นมากุมไว้ “ฐานะต่างกันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอแค่เจ้าเต็มใจที่จะคบหากับข้า เรื่องอื่นข้าก็ไม่สนใจแล้ว”
“คบหา? คุณชายหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”
“แม่นางถัง เจ้าอาจจะดูว่าข้าใจร้อน แต่ทันทีที่ข้าได้พบกับเจ้า ข้าก็ไม่อยากปล่อยมือเจ้าไปเลย” โจวเหวินฉิงส่งยิ้มมีเสน่ห์
“คุ...คุณชายล้อข้าเล่นแล้วเจ้าค่ะ” ถังมู่เจียวเขินอายจนทำตัวไม่ถูก นางสะบัดมือตัวเองออกแล้ววิ่งหนีไป
โจวเหวินฉิงมองตามร่างเล็กแล้วยิ้มหยัน “ก็แค่สาวชาวบ้านที่ไม่รู้ประสาคนหนึ่ง แค่ข้าหยอดคำหวานแล้วยิ้มให้ก็หน้าแดงแล้ว รออีกสักสองสามวันข้าจะไปหาเจ้าที่บ้าน หากข้าอยากรับเจ้ามาเป็นอนุ ถึงตอนนั้นท่านพ่อที่เป็นแค่หัวหน้าหมู่บ้านของเจ้ามีหรือจะไม่รีบยกเจ้าให้บุตรชายนายอำเภออย่างข้า ส่วนที่ว่าเจ้าจะอยู่รับใช้ข้าได้นานหรือไม่ นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะทำตามคำสั่งของข้าได้ดีแค่ไหน”
“คุณชาย ดูเหมือนข้างหน้าจะมีคนถูกทำร้ายขอรับ”
กู้เยี่ยนเฉิงเปิดม่านออกดู “นั่นมันท่านหมอเป่ยไม่ใช่หรือ พี่ลิ่ว! ท่านรีบไปช่วยเขาเร็วเข้า”
กู้เยี่ยนเฉิงถูกเจ้าสำนักศึกษาเหวินชางเรียกมาพบเพื่อทดสอบระดับความรู้ก่อนที่กู้เยี่ยนเฉิงจะเดินทางไปสอบจวี่เหริน เมื่อเสร็จธุระแล้วเขาจึงตั้งใจจะไปรับภรรยาที่โรงหมอเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน
ลิ่วจื่อยังไม่ทันได้ขยับตัว แต่องครักษ์สองคนกลับทะยานออกไปแล้ว ตั้งแต่ที่องครักษ์ส่วนตัวของฝ่าบาทเดินทางมาถึงอำเภอเสียนหู่ พวกเขาก็กระจายกำลังกันออกไปปฏิบัติหน้าที่ และส่วนหนึ่งก็ถูกส่งมาคุ้มกันอยู่ที่บ้านของถังหลี เพราะเฟิ่งเฮ่ากับเฟิ่งฮวนบอกกับองครักษ์เหล่านั้นว่าถังหลีมีสถานะเป็นน้องสาวบุญธรรมของพวกเขา และข้อมูลในบันทึกที่เคยส่งไปให้ฝ่าบาทก็มาจากกู้เยี่ยนเฉิงสามีของนาง องครักษ์เหล่านั้นจึงต้องอยู่รักษาความปลอดภัยให้กับทุกคน เพราะถือว่าครอบครัวนี้อยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจลับให้ฝ่าบาท
องครักษ์ใช้เวลาไม่นานก็จัดการกับชายชุดดำกลุ่มนั้นได้ ศพของชายชุดดำถูกพาออกไปกำจัดเหมือนกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ส่วนชายชุดดำบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ถูกพาตัวไปสอบสวนแล้ว จะมีก็แต่ท่านหมอเป่ยว่านที่สลบยังไม่ได้สติ
“เรารีบไปที่โรงหมอกันเถอะ หากท่านหมอเป่ยถูกคนลอบสังหาร พี่หยาซินก็อาจจะโดนแบบเดียวแล้ว อีกอย่างอาหลีก็ยังอยู่ที่นั่นด้วย” กู้เยี่ยนเฉิงรีบบอกลิ่วจื่อก่อนที่จะหันไปบอกองครักษ์ “รบกวนท่านองครักษ์ไปที่โรงหมอเป่ยจินถังก่อนได้หรือไม่ขอรับ ภรรยาข้ายังอยู่ที่นั่น ข้ากลัวว่านางจะเป็นอันตราย”
“คุณชาย หรือจะให้ข้าล่วงหน้าไปก่อน” ลิ่วจื่อถาม
“คุณชายกู้ ท่านตามไปทีหลังได้ แต่ตอนนี้ท่านรีบบอกทางไปโรงหมอให้เรารู้ก่อนดีกว่า” ซ่งหลินเย่พูดขึ้น
“โรงหมอเป่ยจินถังอยู่ที่...” กู้เยี่ยนเฉิงบอกทางไปโรงหมออย่างละเอียด
“ลิ่วจื่อ พาคุณชายกู้กับท่านหมอกลับหมู่บ้านก่อน ข้าจะพาแม่นางถังหลีกลับไปทีหลัง”
“ขอบคุณหัวหน้าองครักษ์ซ่งขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงประสานมือเคารพ
“คุณชายกู้เกรงใจเกินไปแล้ว”
หัวหน้าองครักษ์ซ่งหลินเย่พาองครักษ์จำนวนหนึ่งไปที่โรงหมอเป่ยจินถัง และก็เป็นอย่างที่กู้เยี่ยนเฉิงคาดการณ์ ถังหลีกับเป่ยหย่าซินกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขันและกำลังจะถูกชายชุดดำจับตัวไปจริงๆ
ด้วยฝีมือขององครักษ์จากวังหลวง ชายชุดดำกลุ่มนั้นก็ถูกจัดการไปอีกครั้ง และถังหลีกับเป่ยหย่าซินก็ถูกพาตัวกลับหมู่บ้านถังเจี่ยอย่างปลอดภัย
“หัวหน้าองครักษ์ซ่ง สอบปากคำแล้วได้ความว่าอย่างไรขอรับ” เฟิ่งฮวนถาม
“เป็นนักฆ่าที่จวนนายอำเภอโจวส่งมา” ซ่งหลินเย่ตอบ
“ตระกูลหลูไม่มีกิจการเกี่ยวกับร้านยาและโรงหมอ แล้วทำไมพวกเขาถึงส่งคนมาสังหารท่านหมอเป่ยกับครอบครัวด้วยขอรับ”
“พวกเขาอยากปิดบังความลับบางอย่างของโจวม่านหรู แต่นักฆ่าพวกนั้นไม่รู้ว่าความลับนั้นคืออะไร” ซ่งหลินเย่หยุดเพื่อเว้นจังหวะ “แต่พวกข้าสืบรู้มาแล้วว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโจวม่านหรูเมื่อหลายเดือนก่อน”
เฟิ่งเฮ่า เฟิ่งฮวน ถังซาน ถังหลี และกู้เยี่ยนเฉิงเข้าใจในทันที เหตุการณ์นั้นคงทำให้โจวม่านหรูตั้งครรภ์ เพียงแต่บุรุษมากมายเพียงนั้นแล้วทารกที่เกิดมาจะเป็นของผู้ใด
“แล้วอย่างนี้ความปลอดภัยของท่านหมอเป่ยกับพี่หย่าซินเล่าเจ้าคะ” ถังหลีถามอย่างกังวล นางกับเป่ยหย่าซินสนิทสนมกันยิ่งกว่าพี่น้อง ทั้งท่านหมอเป่ยยังเป็นหมอที่มีคุณธรรม เห็นว่าสองพ่อลูกกำลังตกอยู่ในอันตราย นางจึงอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“ท่านหมอเป่ยกับบุตรสาวคงอยู่ที่อำเภอเสียนหู่ต่อไม่ได้แล้ว” เฟิ่งเฮ่าเสนอ “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ตระกูลเฟิ่งของเรากำลังจะเปิดโรงหมอ เรายังขาดหมอที่จะไปประจำอยู่ที่ร้าน หากท่านหมอเป่ยกับแม่นางเป่ยยินดี ก็ให้พวกเขาไปทำงานที่โรงหมอของเราได้”
“ยินดีสิ มีอะไรที่ข้าจะไม่ยินดี” ท่านหมอเป่ยว่านรีบตอบ
“แต่ท่านหมอเคยมีโรงหมอเป็นของตัวเอง ท่านยินดีที่จะเข้าไปเป็นลูกจ้างที่โรงหมอของเราหรือขอรับ” เฟิ่งฮวนถาม
“เรียนคุณชายใหญ่และคุณชายรองเฟิ่ง ความจริงแล้วที่ข้ากับซินเอ๋อเปิดโรงหมอก็เพราะอยากรักษาชาวบ้านยากจนที่ไม่ค่อยมีเงิน แต่ข้าก็รู้ตัวดีว่าข้าบริหารกิจการได้ไม่เก่ง ทำให้โรงหมอของข้าขาดทุนมาตลอด ข้าเพิ่งจะทำกำไรและพอมีเงินขึ้นมาบ้างก็ตอนที่แม่นางถังนำยาไปฝากขายเท่านั้น” ท่านหมอเป่ยอธิบาย
“เจ้ามียาไปฝากขายที่โรงหมอด้วยหรือหลีเอ๋อ” เฟิ่งเฮ่าถามน้องสาว
“เป็นยาดม ขี้ผึ้ง แล้วก็ยาหอมพวกนี้เจ้าค่ะ ไม่ใช่ยารักษาโรค” ถังหลีหันไปยิ้มกับถังซาน เพราะเรื่องนี้นางเคยบอกกับพี่ชายไปบ้างแล้ว “ข้ากับพี่สาม (ถังซาน) ได้รับตำรับยาที่เป็นมรดกตกทอดมาจากตระกูลของท่านตา ท่านแม่ของเราเก็บรักษาตำรานี้ไว้ให้เราอย่างดี ถังต้าหลางกับจวงหุยเหนียงจึงไม่รู้ว่าเรามีของสิ่งนี้อยู่เจ้าค่ะ”
“เมื่อก่อนพวกเรายังเด็กมากจึงลืมนึกถึงตำราเล่มนี้ไป เราเพิ่งจะไปขุดมันมาเมื่อตอนที่เราตัดสัมพันธ์กับถังต้าหลางและจวงหุยเหนียงแล้วนี่เองขอรับ” ถังซานช่วยอธิบายเพิ่ม ความจริงแล้วเรื่องตำรานี้เป็นเขากับน้องสาวที่แต่งเรื่องขึ้น เพราะเขาบอกกับน้องสาวเองว่าไม่ให้น้องสาวนำเรื่องตำรับยาที่ได้มาจากเทวดาที่อยู่ในป่าลึกไปบอกผู้ใด หากท่านเทวดารู้ว่าน้องสาวนำความลับไปบอกผู้อื่น เทวดาอาจจะมาเอาชีวิตน้องสาวเขาก็ได้ โดยที่ถังซานไม่รู้เลยว่าเรื่องเทวดาที่อยู่ในป่าลึกล้วนเป็นเรื่องที่ถังหลีแต่งขึ้นมาหลอกเขาทั้งนั้น
ถังหลีมองพี่ชายอย่างซึ้งใจและรู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน ‘ขอโทษนะเจ้าคะพี่ชาย ข้าบอกเรื่องมิติวิเศษของข้าให้ท่านรู้ไม่ได้จริงๆ รบกวนท่านโกหกคนอื่นช่วยข้าต่อไปก่อนนะเจ้าคะ’
“ในเมื่อเป็นตำรับยาลับของตระกูล เจ้าสองคนพี่น้องก็เก็บรักษาไว้ให้ดี ส่วนท่านหมอเป่ยกับแม่นางเป่ย ข้าจะส่งพวกเขากลับเมืองหลวงไปก่อน” เฟิ่งเฮ่าหันไปถามซ่งหลินเย่ “หัวหน้าองครักษ์ซ่ง แล้วเรื่องของนายอำเภอโจวใกล้จัดการเสร็จหรือยังขอรับ”
“หลักฐานที่ได้มาค่อนข้างน่าผิดหวัง” ซ่งหลินเย่ส่ายหน้า