มือของสามสาวกำลังสั่น นี่คือการฆ่าคนดังนั้นมันจึงต่างจากการฆ่าซอมบี้ เป็ปรกติที่จะเกิดความกลัว เกิดความรู้สึกผิดต่อผู้ที่ถูกฆ่า ว่าที่ฉันทำไปมันถูกต้องหรือผิด
มู่เฉินวางมือไว้บนไหล่ของสาวๆ แล้วกล่าวปลอบโยน “อย่าคิดมากเลย ถ้าหากไม่ฆ่าก็แค่ถูกฆ่า ทางเลือกของคุณมีเพียงแค่หนึ่ง นี่คือกฎของโลกในวันโลกาวินาศ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด”
หลังจากได้รับคำปลอบโยนทั้งสามคนก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น
“นั่นสินะ ถ้าไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าทางเลือกจึงมีเพียงหนึ่ง หรือถ้าหากถูกจับไปก็อาจจะถูกข่มขื่นก่อนโดนฆ่า เรียกได้ว่าชะตาชีวิตโคตรอนาถ ดังนั้นฆ่ามันนั่นแหละถูกแล้ว” สกาเล็ต คอนเนลลี่ยอมรับความจริง ดูเหมือนว่ามือของเธอจะนิ่งขึ้นกว่าเดิมรวมถึงการหายใจ แต่กลิ่นคาวเืยังทำให้เธออยากอาเจียน
“ตามนั้น แต่น่าเสียดายที่ฆ่าซอมบี้ไปหลายตัวก็ยังไม่ได้รับพลังวิเศษเหมือนอีฮยอน เฮ้อโลกนี้มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย” โซฟี เรนเนอร์บ่น
อีฮยอนให้กำลังใจ “ไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ ไม่แน่หากเราฆ่าซอมบี้ไปเรื่อยๆ ก็อาจจะได้รับพลังวิเศษ ถึงตอนนั้นอะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้น”
“เธอนี่รูจักให้กำลังใจ ขอบใจนะ” โซฟี เรนเนอร์กล่าว ก่อนจะหันไปมองมู่เฉิน “ที่รักเราจะไปไหนกันต่อ จัดการซอมบี้ต่อไปไหมหรือว่าจะกลับไปที่ฐาน”
“จัดการซอมบี้ต่อเถอะ” สกาเล็ต คอนเนลลี่เสนอ “เืฉันมันกำลังร้อนหลังจากเพิ่งฆ่าพวกสารเลว”
“อืม...จะว่าไปฉันเองก็ยังไม่อยากกลับ นอกจากนั้นสัมภาระทั้งหมดก็ถูกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าโดยที่พวกมันมีขนาดเล็กลง” โซฟี เรนเนอร์เห็นด้วย
“จริงสิจะว่าไปแล้วปืนของคุณก็เหมือนกับอนุภาคที่อยู่ในภาพยนตร์มาเวสเลยนะ นอกจากนั้นนักแสดงที่เล่นเป็ลูกสาวของมนุษย์มดเองก็เดินทางมาถ่ายทำเหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหนหรือตายกลายเป็ซอมบี้แล้ว แต่ถ้าหากเธอรอดฉันก็อยากให้คุณช่วยเธอ” สกาเล็ต คอนเนลลี่ร้องขอ
“ได้สิ ไม่มีปัญหา” ถ้าหากให้รับคนธรรมดาเข้าไปอยู่มู่เฉินคงปฏิเสธ สำหรับเขาหลุมหลบภัยมีไว้เฉพาะความงามที่เขาชอบเป็การส่วนตัว โดยเฉพาะดาราหรือนักร้อง นั่นเป็สิ่งที่ผู้ชายหลายคนเฝ้าฝันถึง ยิ่งในตอนนี้เป็เหตุการณ์วันโลกาวินาศ เชื่อเถอะว่าการพิชิตหัวใจผู้หญิงคนหนึ่งไม่ใช่เื่ยาก แม้แต่บะหมี่หนึ่งห่อก็เป็ไปได้
........
เพราะฟอลคอนออกไปทำภารกิจกับเรดซิ่งและบับเบิ้ลกัมดังนั้นมู่เฉินจึงต้องเลือกเส้นทางด้วยตัวเอง มันค่อนข้างยากเพราะหากเลือกถนนผิดเส้นก็จะพบกับซอมบี้จำนวนมาก ตัวเขาน่ะไม่เป็อะไรหรอก แต่ถ้าหากสาวๆ ถูกซอมบี้กัดแล้วติดเชื้อขึ้นมา เกรงว่านั่นคงเป็สิ่งที่เขาเสียใจที่สุด
มู่เฉินใช้เวลาตรวจสอบเส้นถนนราวครึ่งชั่วโมงแล้วพบเส้นทางที่สะดวก ถนนเส้นนั้นอยู่ไม่ไกลจากระแวกซอยห่างจากถนนใหญ่ 500 เมตร มีซอมบี้เดินเตร่ราว 30 ตัว
“เอาล่ะหลังจากจัดการที่นี่เสร็จผมว่าเราควรกลับไปพักผ่อน” มู่เฉินกล่าวพลางมองสาวๆ “การซ้อมน่ะดีแต่ว่าร่างกายของพวกคุณไม่ไหว หากฝืนเกินไปเดี๋ยวจะได้รับาเ็”
ใจจริงเขาตั้งใจให้สาวๆ ฉีดเซรั่มซูเปอร์ทหารฤดูหนาวแต่เพราะเซรั่มมีเพียง 1 ชิ้น ดังนั้นจึงต้องรอก่อน
โซฟีและอีกสองคนไม่มีความคิดเห็นอื่น เพราะั้แ่เริ่มยิงปืนมาข้อมือและหัวไหล่ก็เริ่มปวด เนื่องจากร่างกายต้องรับแรงถีบ ทั้งสามคนไม่ใช่ทหารดังนั้นลืมเื่ร่างกายที่ทนทานไปได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่เห็นในภาพยนตร์ เพราะนั่นมันเป็บทเขาจะเขียนให้เธอเทพแค่ไหนก็ได้
เนื่องจากซอมบี้อยู่กระจัดกระจายกันออกไป นอกจากนั้นพวกมันยังไม่ได้ติดอยู่ในทางเดินแคบๆ เหมือนซอยก่อนหน้านี้ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ทำให้สาวๆ เล็งเข้าที่ศีรษะยาก
อีฮยอนนอกจากใช้ปืนแล้วยังสามารถใช้เกราะสนามพลังจิตได้ ซอมบี้จึงไม่อาจเข้ามาใกล้เธอ ถูกยิงเจาะสมองเพียงฝ่ายเดียว
โซฟีและสกาเล็ตสองสาวทำได้ค่อนข้างเยี่ยม มองเห็นปลอกะุหลายนัดหล่นลงบนถนน พร้อมกับศพของซอมบี้ที่ล้ม มู่เฉินไม่เข้าไปช่วยเหลือ เพียงนั่งอยู่บนซากรถยนต์คันหนึ่ง ทว่าในตอนนั้นเองเสียงของอีฮยอนได้ดังขึ้น
“ฉันััได้ถึงบางอย่างที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ จากชั้นสองของอพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้าม มีกลุ่มความร้อนโดยประมาณ 5 จุด มาแล้ว!”
มู่เฉินลุกขึ้น มองไปยังจุดสีดำที่ตกลงบนพื้น มันเป็ซอมบี้ระดับ 3 มีร่างกายแข็งแกร่งและทนทาน ต่างจากซอมบี้ระดับ 1 ที่สาวๆ กำลังซ้อมยิงตอนนี้
“นั่นคืออไร ซอมบี้เหรอ...แต่ทำไมมันถึงได้...” สกาเล็ต คอนเนลลี่วิ่งถอยหลัง ยิงปืนหลายนัดเข้าที่ร่างกายของมันแต่ะุดูเหมือนจะมีพลังทำลายล้างที่น้อยเกินไป นอกจากจะฆ่าซอมบี้ไม่ได้ดูเหมือนจะยิ่งทำให้มันโกรธ
“นั่นคือซอมบี้ที่วิวัฒนาการ มันมีความแข็งแกร่งและพละกำลังมหาศาล ะุปืนพกยากที่จะสร้างความเสียหาย ต้องใช้ปืนลูกซอง ปืนกลเบา ปืนกลหนัก ะเิมือหรือสไนเปอร์เท่านั้นถึงจะฆ่ามันได้” มู่เฉินอธิบายสั้นกระชับ พอรู้แบบนั้นสกาเล็ต คอนเนลลี่ก็หยุดยิง รีบวิ่งกลับไปหาเขา
“แล้วเราจะทำยังไงดี คุณมีสไนเปอร์หรือะเิมือบ้างไหม” โซฟี เรนเนอร์ถาม มองกลุ่มซอมบี้ที่เหมือนรถถังพุ่งเข้ามาทางนี้ด้วยความกลัว หากบอกว่าก่อนหน้านี้เธอยังรู้สึกปลอดภัยเพราะซอมบี้มันอ่อนแอ ความรู้สึกตอนนี้ก็คงจะทำให้เธอตึงเครียดจนไหล่สั่น
“ไม่ต้องกังวล เื่แค่นี้ผมจัดการเอง”
เมื่อเห็นว่ามู่เฉินจะลงมือเองสาวๆ ก็โล่งใจ มองเห็นแสงสว่างสีเหลืองที่พุ่งออกไปข้างหน้า มู่เฉินปรากฏตัวเหนือศีรษะของซอมบี้ระดับ 3 จากนั้นฟาดเท้าลงบนหัวของมัน เสียงะเิดังกึกก้อง ร่างกายของซอมบี้ถูกป่นเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยแรงะเิ แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่ามันจะมีตัวเดียว เมื่อมู่เฉินลงจอดบนพื้นอีกสองตัวก็พร้ะครุบ
“ระวัง!” อีฮยอนกรีดร้องเพราะกลัวว่าเขาจะได้รับอันตราย แต่ดูเหมือนเธอจะกังวลเกินเหตุเพราะภาพถัดมามู่เฉินหยิบดาบเลเซอร์สีแดงออกมาตัดแขนของซอมบี้ทั้ง 2 ตัว จากนั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงหั่นพวกมันราวกับเต้าหู้อ่อน ร่างเน่าๆ ล้มลงบนพื้นพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้
“คุณเท่มาก และดาบเลเซอร์เล่มนั้นเหมือนกับในภาพยนตร์เลย ขอฉันลองดูได้หรือเปล่า” โซฟี เรนเนอร์เข้าไปหาพร้อมกับเอ่ยขอราวกับเด็กน้อยอยากได้ของเล่น
“ได้สิแต่ระวังล่ะ ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาคุณได้กลายเป็คนพิการแน่ๆ” มู่เฉินยื่นดาบให้เธอ ตอนแรกโซฟี เรนเนอร์้าชักมือกลับแต่เพราะดาบนี้น่าหลงใหลจนเกินไปสุดท้ายเธอจึงต้องหยิบมันขึ้นมา ตรวจสอบดูความเยี่ยมยอดของมันหลังจากเห็นเขาใช้งาน
“ฉันว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ อพาร์ทเม้นท์ตรงนี้ไม่ปลอดภัย ไม่แน่หลังจากนี้เราอาจจะเผชิญหน้ากับซอมบี้ที่วิวัฒนาการแล้วอีก” สกาเล็ต คอนเนลลี่แสดงความคิดเห็น เพราะซอยที่พวกเขาอยู่กันตอนนี้ล้อมรอบด้วยสถานที่ที่เหมือนกับชุมชนของพนักงานโรงงาน
“งั้นก็กลับกัน” มู่เฉินเห็นด้วยกับเธอ เมื่อทั้งสี่คนออกไปไม่นานหลังจากนั้นซอมบี้หลายสิบตัวก็ลงมาจากอพาร์ทเม้นท์
...........
มู่เฉินกลับเข้ามาในหลุมหลบภัย วันนี้ทุกคนเหนื่อยเพราะต้องออกกำลังกายั้แ่ตอนบ่ายถึงเย็น พอกลับมาถึงที่ปลอดภัยจึงนั่งพักพร้อมกับถอนหายใจ ในขณะที่มู่เฉินยังชิลๆ ไม่รู้สึกเหนื่อย
“อาบน้ำกันเถอะจะได้สบายตัวขึ้น” มู่เฉินแนะนำ
“แต่ว่าเราไม่สามารถใช้น้ำเปลืองได้ น้ำทุกวันนี้หายากมากถ้าหากอาบคนละทีก็คงหมดไม่ใช่น้อย” สกาเล็ต คอนเนลลี่มองการณ์ไกล เพราะกลัวว่าหลังจากนี้แม้แต่น้ำดื่มก็จะไม่มีให้ดื่ม
“เอ่อ...ฉันขอแสดงความคิดเห็นนะคะ” อีฮยอนยกมือขึ้น พอเห็นว่าทุกคนพยักหน้าแล้วรอฟังเธอจึงพูดต่อ “อย่างที่ทุกคนเห็นเรามีอ่างจากุซซี่ใช่ไหมคะ งั้นเราก็แค่แช่น้ำในอ่างร่วมกัน..แค่นี้ก็ไม่น่าจะเปลืองน้ำแล้วเพราะแช่ทีเดียวได้ทั้ง 4 คน”
“ฉลาดมาก น่ารักที่สุดเลยนะเนี่ยเธอ” โซฟี เรนเนอร์อดไม่ได้ต้องบี้จมูกอีฮยอนเบาๆ เพราะเอ็นดู
“เอาล่ะสรุปว่าเราจะแช่อ่าง” สกาเล็ต คอนเนลลี่มองมู่เฉินพร้อมกับแสดงรอยยิ้ม
“ยิ้มแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า” มู่เฉินถาม
“เปล่านี่...แค่ได้ยินว่าคุณมีชุดคอสเพลย์เยอะฉันเลยคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องนำออกมาใช้งาน ตอนนี้เราอยู่กันเองไม่มีคนนอก ถึงแม้ชุดพวกนั้นจะน่าอายแต่มันไม่สำคัญ”
โซฟี เรนเนอร์พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนอีฮยอนไม่มีข้อโต้แย้ง
“เอาล่ะถ้างั้นผมจะเอาชุดออกมาให้เลือก” มู่เฉินตกปลาได้ชุดวาบหวิวจำนวนมาก มันถูกวางทิ้งไว้เงียบๆ ในพื้นที่ระบบ พอถูกนำออกมาสาวๆ ต่างมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เพราะบางชุดก็เปิดหัวนมไม่มีอะไรปิด บางชุดด้านล่างก็เป็ซิป ไม่ก็เป็ชุดซีทรูที่แทบเห็นส่วนสำคัญของร่างกาย
“เอ๋...นี่มันชุดแมงมุมสีดำนี่นา ฉันเอาตัวนี้!” สกาเล็ต คอนเนลลี่หยิบชุดรัดรูปขึ้นมา เพียงแค่เห็นชุดนี้ในมือของเธอมู่เฉินถึงกับจินตนาการถึงสิ่งต่อไปบนเตียง