ยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล)

    ตอนที่ 22 เถียนจยาผิงผู้ถูกระบายโทสะ (2)

    ตอนที่ 22 เถียนจยาผิงผู้ถูกระบายโทสะ (2)

            ซิ่วจือเห็นเถียนจยาผิงเข้าห้องมาก็เอ่ย “ท่านพ่อ” เสียงเรียบ จากนั้นก็ไม่เอ่ยอะไรอีก

            นางไม่ชอบเถียนจยาผิง เอาแต่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เช้าจรดเย็น บิดาของไฉ่เวยสองพี่น้องยังไม่สนใจไยดีบุตรสาว ทว่าบิดาของตนกลับเอาแต่คิดจะจุนเจือพวกนาง สมองเขามีปัญหาดังที่เถียนจินจวี๋เอ่ย

            เถียนจยาผิงตอบรับ ‘อืม’ คำหนึ่ง แล้วเอ่ยเอาใจจี้ซื่อ “ท่านพ่อลงโทษให้เจ้าผ่าฟืนหนึ่งเดือน ข้าไปช่วยเจ้าผ่าเอง” พูดจบก็จะออกจากประตูไป

            จี้ซื่อกลอกตาขาวใส่เขา แล้วเอ่ยถากถางเสียงเย็นชา “ข้ายังคิดว่าในสายตาเจ้ามีแต่นางแพศยาหลินซื่อนั่น ที่แท้ยังจำข้าได้อยู่ ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ”

            เถียนจยาผิงคร้านจะสนใจนาง เขาออกประตูไปผ่าฟืนทันที

            เว่ยซื่อมองจานชามที่โต๊ะบนเตียงเตาและโต๊ะบนพื้นทั้งสองตัวในห้องโถง โทสะพลันพวยพุ่ง “เจ้าคนใจหยาบพวกนี้ กินของข้าดื่มของข้า กินเสร็จก็ปัดก้นไปแล้ว รอให้ข้าล้างจานชามปรนนิบัติพวกเจ้าหรืออย่างไร!”

            หม่าซื่อที่อยู่ในเรือนไม่เอ่ยคำใด นางรู้ว่าเว่ยซื่อกำลังต่อว่าจี้ซื่ออยู่ ใครใช้ให้บุรุษของจี้ซื่อไม่รู้ดีชั่ว เห็นชัดว่าเว่ยซื่อสองผู้เฒ่าคิดกำราบหลินซื่อแม่ลูก แต่เขากลับออกหน้าให้พวกนาง เว่ยซื่อมีโทสะอยู่เต็มอก แน่นอนว่าต้องระบายใส่หัวจี้ซื่อ

            จี้ซื่อเองรู้ในใจชัดเจนดี จึงด่าทอเถียนจยาผิงอยู่ในใจ ทำได้เพียงไปที่ห้องโถง ยิ้มแล้วเอ่ยกับเว่ยซื่อ “ท่านแม่ ข้ากำลังคัดผ้าทำรองเท้าใหม่ให้ท่านกับน้องหญิงอยู่จึงไม่ได้ล้างจาน ในเมื่อไม่มีคนล้างข้าเอาไปล้างเองก็ได้”

            เว่ยซื่อตระหนี่ถี่เหนียว เห็นของดีไม่ได้ พอได้ยินดังนั้นโทสะในใจพลันจางหายไป “เจ้ารีบไปทำรองเท้าเถอะ จะให้ดีก็ทำรองเท้าฝ้าย ยัดฝ้ายเยอะๆ เวลาใส่หน้าหนาวจะได้อุ่นสบาย”

            จี้ซื่อคิดในใจ จะให้ข้าทำรองเท้า แม้แต่ฝ้ายก็ยังไม่คิดมอบให้ แล้วจะทำอย่างไร

            ทว่าใบหน้ากลับยิ้มแย้มเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “เจ้าค่ะ ข้าจะทำตามที่ท่านแม่ว่า” เสร็จแล้วก็ถอยออกไป

            เว่ยซื่อเอ่ยขึ้นเสียงดัง “บ้านเจ้าสาม เอาจานไปล้าง!”

            หม่าซื่อทำได้เพียงเข้ามาเก็บจานและตะเกียบไปยังห้องครัว

            แม้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่ดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงค่อนข้างร้อน หลินซื่อสามแม่ลูกไม่มีแม้แต่หมวกฟาง แต่ละคนแบกตะกร้าสานใบใหญ่ ไฉ่เวยลากเกวียนที่วางตะกร้าเปล่าหลายใบไว้ เข้ามาในไร่ฝ้ายเพื่อเก็บฝ้ายท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ

            แต่ก่อนหลินซื่อเป็นคนลากเกวียน แต่ตอนนี้นางตั้งครรภ์แล้ว เสี่ยวหม่านยังเล็กทั้งยังไม่มีเรี่ยวแรง ดังนั้นไฉ่เวยจึงเสนอตัวลากเกวียนเอง

            สามแม่ลูกเดินพลางพูดคุยกันไป

            เสี่ยวหม่านทำสัญญาณมือ ‘ทั้งบ้านตระกูลเถียนก็มีแต่ท่านลุงใหญ่ที่ดีกับพวกเราหน่อย’

            หลินซื่อพยักหน้าเห็นด้วย

            ไฉ่เวยเอ่ย “น่าเสียดายที่แต่ละครั้งไม่อาจช่วยพวกเราได้ หากเขามีใจอยากช่วยพวกเราจริงๆ โวยวายกับท่านปู่ท่านย่าดีๆ สักรอบ ผลลัพธ์ต้องไม่เหมือนเดิม แต่ละครั้งเขาแค่ออกปากทำท่าจะช่วยพวกเราเท่านั้น พอถูกท่านปู่ท่านย่าระเบิดโทสะใส่ก็หัวหด ข้าไม่หวังให้เขาช่วยพวกเราสักนิด ทุกครั้งที่เขาช่วยพวกเรา ท่านปู่ท่านย่าก็จะยิ่งเคี่ยวกรำพวกเราหนักขึ้นกว่าเดิม”

            หลินซื่อเอ่ย “ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็เป็นเพียงคนเดียวในตระกูลเถียนที่คอยช่วยพวกเรา พวกเราซาบซึ้งเขาไว้จะดีกว่า”

            ไฉ่เวยเบ้ปาก ไม่เอ่ยวาจา

            เมื่อมาถึงไร่ฝ้าย หลินซื่อก็เอ่ยเร่ง “พวกเจ้ามือเท้าคล่องแคล่วขยันขันแข็งหน่อย ไม่เช่นนั้นคงเก็บไม่หมด ตอนเย็นจะไม่มีมื้อเย็นเอา”

            เถียนไฉ่เวยเอ่ย “อย่าไปสนใจคำพูดท่านปู่มากนัก ตอนนี้บ้านพวกเขากำลังแค้นใจพวกเราอยู่ ไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งช่วงบ่ายพวกเราไม่มีทางเก็บฝ้ายมากมายพวกนี้หมด ต่อให้พวกเราเก็บหมด ท่านปู่คงหาข้ออ้างมาจัดการพวกเราอยู่ดี หากท่านปู่ไม่ให้พวกเรากินมื้อเย็นจริงๆ พวกเราก็ไปร้องเรียนกับผู้ใหญ่บ้าน”

            

            หลินซื่อส่ายหน้าไม่เอ่ยวาจา แล้วลงมือเก็บดอกฝ้าย

    คล้ายกับเรื่องยอดหญิงชาวนาพลิกชะตาหาทางรวย (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน