ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 149 เรื่องอื้อฉาวของอ๋องอวี้

           

            มือเล็กๆ ถือกล่องข้าวเล็กๆ เข้ามา ใบหน้าของป๋ายจื่อเผยความโศกเศร้าเล็กน้อย

             

            ใต้ชายคาเรือนป๋ายจีกับป๋ายซ่าวกำลังตากผ้านวมขนเป็ดอยู่

             

            “เป็นอะไรไป?หรือกินข้าวเช้าไม่อิ่ม? แต่ข้าเห็นเจ้ากินซาลาเปาไปห้าลูกเลยนะ”

             

            ป๋ายจีหัวเราะหยิกแก้มเล็ก ๆ ของป๋ายจื่อ

             

            “นี่มันก็ห้าหกวันแล้วแต่ท่านอ๋องไม่เคยมาดูอาการนายหญิงเลย ข้าอุตส่าห์พรรณนาแต่ความดีของท่านอ๋อง”

             

            “ชู่เบาหน่อย หากนายหญิงได้ยินเข้าจะคิดมากเอาได้”

             

            ป๋ายซ่าวตีป๋ายจื่อเบาๆ พลางเอ่ยกระซิบ

             

            ทั้งสามถอนหายใจพร้อมกันหันไปมองทางประตูห้องของหลินเมิ้งหยา ส่ายหน้า

             

            ทุกคนล้วนคิดว่าท่านอ๋องจะรักพระชายาจนมิอาจห่างหาย

             

            แต่คิดไม่ถึงเลยว่านับตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้เวลาล่วงเลยไปกว่าหกวันแล้ว ทว่าท่านอ๋องกลับไม่เคยเหยียบเท้าเข้ามาที่ตำหนังหลิวซิน

             

            กลับกันองค์หญิงหมิงเยว่ไปถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟยทุกวัน

             

            หลินเมิ้งหยายังคงเจ็บป่วยรักษาไม่หาย

             

            ดังนั้นพระสนมเต๋อเฟยจึงต้องดูแลงานในจวน เมื่อเป็นเช่นนี้หมิงเยว่จึงเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ

             

            ข้าทาสในเรือนล้วนคาดเดาว่าบางทีหมิงเยว่อาจเข้ามาเป็นชายารองของท่านอ๋อง

             

            คนหัวไวจึงเริ่มแล่นเรือไปตามสายลมโดยการเข้าไปประจบสอพลอว่าที่เจ้านายคนใหม่

             

            แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังไม่กล้าเมินเฉยพระชายาตัวจริง

             

            “ป๋ายซูดอกเก๊กฮวยในสวนบานหรือยัง? ”

             

            หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองดูสวนด้านนอก

             

            ทั้งยาที่หมอหลวงจ่ายให้ทั้งยาขนานวิเศษที่หลินจงอวี้และชิงหูต่างสรรหามาให้ล้วนเข้าไปอยู่ในท้องของนางทั้งสิ้น

             

            แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าสาเหตุที่ทำให้อาการเจ็บป่วยของนางหายได้อย่างรวดเร็วก็เพราะเรดาร์ในสมองบอกรายชื่อยาที่จำเป็นต้องใช้ในการแก้พิษ

             

            บางทีอาจเพราะอยู่ด้วยกันนานมากแล้วดังนั้นเสียงเย็นยะเยือกของเครื่องจักรในหัวจึงทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็นญาติมิตร

             

            บางทีสิ่งเดียวที่ทำให้นางหวนนึกถึงความทรงจำในชาติปางก่อนได้ก็คือเสียงของเครื่องตรวจจับในหัว

             

            บำรุงร่างกายนานราวครึ่งเดือนแต่ถึงกระนั้นร่างกายของนางก็ยังผ่ายผอม ไม่มีน้ำมีนวลเหมือนแต่ก่อน

             

            บางทีอาจเพราะร่างกายอ่อนแอร่างกายของหลินเมิ้งหยาจึงผอมประหนึ่งไม้เสียบผี

             

            ใบหน้างดงามน้อยครั้งนักที่จะหยักยิ้ม

             

            ดวงตาที่เคยเปล่งประกายมักมองทอดยาวไปยังที่ไกลๆ ไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

             

            “เจ้าค่ะเคยได้ยินว่าท่านชอบดอกเก๊กฮวยหลายวันมานี้ชิงหูกับนายน้อยนำต้นไม้ราคาแพงมาปลูกมากมาย เช่นนั้นให้หนู่ปี้พยุงนายหญิงไปดูดีหรือไม่เจ้าคะ? ”

             

            ในบรรดาสาวใช้ทั้งสี่มีเพียงป๋ายซูที่ไม่ยอมออกห่างจากตัวนาง

             

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงลุกขึ้นจากม้านั่ง ป๋ายซูค่อย ๆ พยุงร่างของนางเดินออกไปด้านนอก

             

            “นายหญิงด้านนอกลมแรง ห่มผ้าให้มิดชิดดีกว่าเจ้าค่ะ”

             

            ป๋ายจีรีบเข้าไปหยิบเสื้อคลุมสีทองที่หลินจงอวี้มอบให้ออกมาคลุมลงบนร่างของหลินเมิ้งหยา

             

            เสื้อคลุมผืนใหญ่คลุมอยู่บนร่างผอมบางของหลินเมิ้งหยาจึงทำให้นางดูผอมมากกว่าเดิม

             

            “ไม่เป็นไรหรอกข้าเพียงแต่ออกไปดูดอกเก๊กฮวยแต่เพียงเท่านั้น พวกเจ้าไปทำงานของตัวเองเถิดให้ป๋ายซูพาข้าไปก็พอ”

             

            นับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องกับเยว่ถิงหลินเมิ้งหยาพยายามอดทนต่อความโศกเศร้าในการจากไปของเยว่ถิง

             

            แต่ถึงกระนั้นจิตใจของนางยังไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกทั้งยังไม่สนใจงานในจวนอีกด้วย

             

            หลินเมิ้งหยาเดินไปยังศาลาเล็กในสวนทั้งสวนล้วนเต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลือง จากเดิมที่เคยมีดอกไม้หลากสีสันทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นป่าขนาดย่อมไปแล้ว

             

            “เจ้าเด็กน้อยออกมาทำไม?ระวังจะเป็นหวัด ดูนี่สิ นี่เป็นดอกเก๊กฮวยเขียว ราคาแพงมาก”

             

            ทั้งที่มิใช่ฤดูที่เหมาะสมในการปลูกดอกเก๊กฮวยแต่ไม่รู้ว่าชิงหูกับหลินจงอวี้ใช้วิธีใดทำให้ทั้งตำหนักหลิวซินเต็มไปด้วยดอกเก๊กฮวย

             

            ขณะเดียวกันชิงหูพุ่งเข้ามาด้วยความดีใจก่อนจะถือดอกเก๊กฮวยสีเขียวทาบหน้าหน้าของหลินเมิ้งหยา

             

            “อืมสีสวยสดใสสง่างาม เหมาะกับเจ้าเป็นอย่างมาก”

             

            ป๋ายจื่อนำชาร้อนมาให้ก่อนจะนั่งอยู่ข้างกายหลินเมิ้งหยา ไม่ยอมขยับหนีไปไหน

             

            โชคดีที่คนในตำหนักหลิวซินล้วนรู้เรื่องราวระหว่างหลินเมิ้งหยากับนางดีดังนั้นจึงไม่มีใครว่าอะไร

             

            “เจ้าเด็กน้อยจริงสิ นี่คือโฉนดที่เจ้าต้องการ ข้าซื้อบ้านหลังนั้นให้เจ้าแล้วแต่ว่า...เจ้าจะทำเช่นนั้นจริงหรือ?”

             

            ชิงหูแอบดึงกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่งออกมา

             

            หลินเมิ้งหยาไม่แม้แต่จะมองหยิบส่งให้ป๋ายจื่อ ก่อนจะสั่งให้นางเอาไปเก็บไว้ในคลังเล็ก

             

            หลินเมิ้งหยาจิบชาหอมๆ ก่อนเอื้อนเอ่ย

             

            “ในเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องเปิดร้าน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าเองก็บอกเองว่าหลังจากการต่อสู้กันในครั้งนั้นนักฆ่าหลายคนคิดอยากถอนตัวออกจากเถาฮวาอู๋มิใช่หรือ? ”

             

            แสงบางอย่างเปล่งประกายในตาของหลินเมิ้งหยา

             

            นางมิได้สิ้นไร้ไม้ตอกแต่นางต้องวางแผนให้รอบคอบยิ่งขึ้น

             

            “เป็นไปตามที่เจ้าว่าเพียงแค่ ผู้สนับสนุนเถาฮวาอู๋เป็นคนใจคอโหดเหี้ยมและเก่งกาจ หากพวกเขารู้เกรงว่าจะต้องตายอย่างเอน็จอนาจ”

             

            เขาที่เคยเป็นผู้นำรู้จักวิธีการของคนเหล่านั้นดี

             

            แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดเถาฮวาอู๋จึงลอบโจมตีเหล่าขุนนางแต่หลังจากผ่านการต่อสู้ในคราวนั้น เถาฮวาอู๋ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากมิได้รุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อน

             

            “ก็แค่วางยาพวกเจ้าและบังคับขู่เข็ญเท่านั้นหรือ?ข้าสามารถแก้พิษได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าจะยื่นข้อเสนอที่น่าดึงดูดมากกว่าเถาฮวาอู๋”

             

            มุมปากของหลินเมิ้งหยาหยักยิ้มเย็นชา

             

            คนตายเพราะเงินนกตายเพราะอาหาร

             

            หลายวันมานี้นางสั่งให้คนเข้าไปนับจำนวนทรัพย์สินของตนเอง

             

            ท่านพ่อและพี่ชายเอ็นดูนางมากท่านพ่อมอบทรัพย์สินกว่าครึ่งสกุลหลินและภาพวาดที่ไม่อาจประเมินค่าได้ให้กับนาง

             

            มีสุภาษิตเคยกล่าวว่า“หากมีเงิน แม้แต่จะปลุกผีขึ้นมาโม่แป้งก็ยังสามารถทำได้”

             

            ชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางหอกดาบมิใช่สิ่งที่คนต้องการ

             

            “เป็นเช่นนั้นนับว่าเจ้าใจกล้ามากที่เข้าไปควักไส้ควักพุงของเถาฮวาอู๋ ข้าเลื่อมใสในตัวเจ้าจริง ๆ”

             

            ชิงหูที่หวาดกลัวว่าโลกใบนี้จะไร้ซึ่งความวุ่นวายมิเคยกลัวปัญหาใหญ่ใด ๆ

             

            แม้เด็กสาวตรงหน้าจะมีท่าทางสุขุมแต่นับวันยิ่งทำให้เขารู้สึกคาดไม่ถึง

             

            หลินเมิ้งหยามีแผนในใจ...ซูเหม่ยหยุนไท่จื่อ ฮองเฮา

             

            นางจะไม่ปล่อยพวกเขาไปแม้แต่คนเดียว

             

            “พระชายาไท่จื่อส่งจดหมายเชิญท่านกับองค์หญิงหมิงเยว่ไปร่วมเสวยอาหารเย็นกับไท่จื่อและพระชายารองพ่ะย่ะค่ะ”

             

            ด้านนอกเสียงพ่อบ้านเติ้งดังขึ้น

             

            หลินเมิ้งหยาหลุบตาต่ำพระชายารองของไท่จื่อ หรือจะหมายถึงชายารองตู๋กู?

             

            ผู้หญิงคนนั้นมิใช่คนดี

             

            “ข้าทราบแล้วข้าจะไปร่วมงาน”

             

            ทหารต้นขุนพลดินต้านน้ำ ดีจริง นางยังกลัวอยู่เลยว่าจะไม่มีโอกาสเปิดศึกกับไท่จื่อ

             

            ยังไม่ทันง่วงก็มีคนส่งหมอนมาให้นอนแล้วหรือคืนนี้นางจะไปเผชิญหน้ากับไท่จื่อและพระชายารองของเขา

             

            ในเทศกาลไหว้พระจันทร์นอกจากจะมีงานเลี้ยงในวัง แต่ละจวนเองก็จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ เช่นเดียวกัน

             

            หนึ่งในนั้นคือจวนของไท่จื่อที่มักจะจัดงานเลี้ยงเอิกเกริกใหญ่โต

             

            หลินเมิ้งหยาแต่งตัวใหม่ยังไม่ทันที่ฟ้าจะมืด นางก็เดินทางมาถึงจวนของไท่จื่อ

             

            ทั้งเมืองหลวงรู้เรื่องอาการเจ็บไข้ของหลินเมิ้งหยาหลังจากรักษาหาย เชื่อว่าใบหน้าของนางจะต้องขาวซีด

             

            ช่วงนี้แม้แต่เรื่องที่อ๋องอวี้กำลังจะขอองค์หญิงหมิงเยว่แต่งงานเองก็กำลังเป็นที่ซุบซิบนินทา

             

            ทุกคนล้วนมองหลินเมิ้งหยาเหมือนตัวตลก

             

            แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อนางลงจากเกี้ยวทุกคนจะได้เห็นใบหน้างดงามยิ่งกว่าดอกไม้ที่ใช้ประดับตกแต่งเรือนร่างเสียอีก

             

            “ชายาอวี้เสด็จ”

             

            เสี่ยวซีหน้าประตูร้องประกาศ

             

            สายตาทุกคู่ตกลงบนร่างของหลินเมิ้งหยา

             

            ความงามที่กำลังเปล่งประกายหยุดปากของผู้ที่กำลังพูดจาประสงค์ร้าย

             

            ยิ่งไปกว่านั้นองค์หญิงหมิงเยว่ที่ตามมาทางด้านหลังยังถูกรัศมีของนางกลบจนแทบจะไร้ตัวตน

             

            “เป็นเพียงแสงเทียนบนเรือริอาจจะสู้กับแสงของพระจันทร์ ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย”

             

            มิรู้ว่าเสียงของผู้ใดดังลอดออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น

             

            ทว่ากลับได้รับความเห็นด้วยของทุกคน รอยยิ้มของหมิงเยว่แข็งทื่อแต่ถึงกระนั้นก็ยังฝืนยิ้มอ่อนโยน

             

            ทว่าบางครั้งสายตาของนางที่มองทางหลินเมิ้งหยากลับเจือไว้ซึ่งความชิงชัง

             

            “ถวายคำนับพระชายารองเหนียงเหนียงคงไม่โกรธหม่อมฉันที่มาช้าใช่หรือไม่? ”

             

            แสดงท่าทางประหนึ่งมิเคยมีเรื่องกันมาก่อนในค่ายล่าสัตว์

             

            หลินเมิ้งหยาถวายคำนับตามประเพณีแก่พระชายารองตู๋กูพระชายารองตู๋กูเข้ามาคล้องแขนหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางสนิทสนมเสมือนพี่น้อง

             

            “รีบลุกขึ้นเถิดเจ้าและข้าล้วนเป็นพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน ได้ยินว่าเจ้าเจ็บป่วยข้าเป็นห่วงเจ้ามากเหลือเกิน”

             

            ใบหน้าของพระชายารองตู๋กูประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มเสมือนคนสนิทสนม

             

            เดินนำหลินเมิ้งหยาเข้าไปภายในงาน

             

            “ทูลเหนียงเหนียงเมิ้งหยาหายเป็นปกติแล้วเพคะ พระองค์อย่าได้ใส่พระทัยเลย”

             

            หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทางเป็นปกติอย่างไร้ที่ติ

             

            คนที่อยู่รอบๆ ล้วนคิดว่าพวกนางมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

             

            มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าอีกฝ่ายร้ายกาจขนาดไหน

             

            “จริงสิ เหตุใดท่านอ๋องจึงไม่มาพร้อมกันกับเจ้าเล่า?”

             

            แสดงละครต่อก่อนจะหันหน้าไปมองทางประตู พระชายารองตู๋กูแสดงสีหน้าสงสัย

             

            หลินเมิ้งหยาก้มหน้าลงทำเพียงยิ้มและมิได้ตอบอันใด

             

            “ท่านอ๋องถูกไท่จื่อเรียกตัวเข้าวังเพื่อปรึกษาเรื่องงานเลี้ยงเทศกาลไว้พระจันทร์ดังนั้นจึงไม่อยู่จวนเพคะ”

             

            หมิงเยว่แสดงท่าทางประหนึ่งเป็นพระชายาเอกอีกทั้งเอ่ยตอบเรื่องของหลงเทียนอวี้แทน

             

            หลังจากพูดจบหมิงเยว่แสดงท่าทางประหนึ่งคนทำเรื่องผิดพลาด หดตัวชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาก้มหน้าเงียบไป

             

            บรรยากาศเริ่มอึดอัด

             

            “คือว่า...ดูเหมือนอีกไม่นานจวนอวี้จะมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นใช่หรือไม่ชายาอวี้ ข้าต้องยินดีกับเจ้าด้วย”

             

            คำพูดของพระยารองตู๋กูเหมือนกับข่าวลือที่กำลังโจษจันกันอยู่ในเวลานี้

             

            ช่วงนี้ทุกคนล้วนซุบซิบนินทากันเรื่องหนึ่ง

             

            แม้หมิงเยว่จะยังไม่ได้ตบแต่งเข้าจวนอย่างเป็นทางการแต่เมื่อเทียบกับพระชายาอย่างหลินเมิ้งหยาแล้วเกรงว่าหมิงเยว่จะได้รับความรักความเอ็นดูจากท่านอ๋องมากกว่า

             

            หลินเมิ้งหยายิ้มราวกับมิได้ใส่ใจต่อคำติฉินนินทาเหล่านั้น

             

            กลับกันนางชำเลืองตามองทางหมิงเยว่เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย

             

            “ต้องเป็นเรื่องน่ายินดีอยู่แล้วเพคะอีกไม่นานก็จะถึงวันคล้ายวันประสูติของท่านอ๋องแล้ว ขนาดพระชายารองยังจำได้ทั้งที่หม่อมฉันเกือบจะลืมไปแล้ว”

             

            กระตุ้นความอยากรู้ความเห็นของทุกคนก่อนจะเอ่ยเรื่องที่พวกเขามิได้ตั้งตาคอย

             

            การแสดงออกของหลินเมิ้งหยาทำให้ทุกคนฉงนงงงวย

             

            หรือว่าหลินเมิ้งหยาจะไม่รู้เรื่องที่ท่านอ๋องกำลังจะเลือกชายารอง

             

            หรือว่า....

             






    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730