บทที่18
ผู้มีพระคุณ
ในที่สุดเซียวป๋อเหวินก็สามารถช่วยฟางหนิงฮวาขึ้นมาได้อย่างทุลักทุเลที่แรกเขาคิดว่าจะะโลงไปช่วยแล้วทว่าก็เห็นไม้ท่อนยาวอยู่ที่ริมแม่น้ำก่อนถึงแม่ว้าจะเป็การช่วยที่ดูไม่สง่างามนักทว่าอย่าน้องแม่นางคนนั้นก็ปลอดภัย
เพราะคิดไม่ถึงว่าบุรุษรูปงามและเป็ถึงเ้าเมืองถู่หยางนั้นจะมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าจากคำพูดของเหล่าหญิงสาวที่ว่าโอกาสที่จะได้พบและใกล้ชิดเขานั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยคาดว่าวาสนาครั้งนี้เห็นจะเป็ของฟางหนิงฮวาเต็ม ๆ เสียแล้ว
“รีบขึ้นมาเถอะประเดี๋ยวน้ำแรงกว่านี้จะขึ้นมาลำบาก”เซียวป๋อเหวินพูดพลางเปลี่ยนมือข้างหนึ่งมารับมือของฟางหนิงเอาไว้แล้วดึงนางขึ้นมา
“เ้าค่ะ”ฟางหนิงฮวาเองก็รีบดึงตัวเองขึ้นจากน้ำเช่นกัน
เมื่อขึ้นมาได้เรียบร้อยแล้วนางก็หอบหายใจอยู่พักใหญ่แต่ยังดีที่่นี้ไม่ใช่ฤดูเหมันต์อากาศจึงไม่ได้หนาวมากแต่ก็ยังค่อนข้างเย็นหญิงสาวที่เปียกปอนดั่งลูกแมวตกน้ำนี้จึงไม่ถึงกับหนาวสั่น นางพยายามจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะหันไปขอบคุณเขาเป็การใหญ่
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองมากเ้าค่ะที่ท่านช่วยข้าไว้”นางโค้งคำนับให้เขาหนึ่งที แท้จริงแล้วนางลืมตัวไปสิ่งที่สมควรทำคือต้องย่อกายแบบสตรีต่างหากหาใช่การโค้งคำนับแบบบุรุษไม่
“เ้านี้แปลกดีนะเหตุใดจึงโค้งคำนับเช่นนี้เล่า” เซียวป๋อเหวินถามพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
“อ้อ...เ้าค่ะ”ฟางหนิงฮวาพอนึกขึ้นมาได้ก็เปลี่ยนเป็ย่อกายทันที“อย่างไรก็ต้องของขอบคุณท่านเ้าเมืองนะเ้าคะ หากว่าไม่ได้ท่านข้าคงถูกน้ำพัดไปไหนต่อไหนแล้ว”
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกเห็นคนอยู่ในอันตรายต่อให้เป็ใครก็ต้องช่วยทั้งนั้น” เซียวป๋อเหวินพูด“ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเ้าถึงตกน้ำได้ล่ะ”
หญิงสาวยิ้มเจื่อนก่อนจะเริ่มเล่า“เื่นี้เป็ความสะเพร่าของข้าเองเ้าค่ะเดิมทีข้าคิดที่จะปรับปรุงรูปแบบซาลาเปาที่ร้านใหม่ก็เลยมาเก็บดอกไม้ที่ริมแม่น้ำนี่จะเอาไปผสมกับแป้งเพื่อทำให้เป็สีสันข้าเห็นดอกโบตั๋นตรงนู้นมีสีสันที่สวยงามยิ่งก็เลยเข้าไปเก็บ”นางชี้ไปที่ต้นดอกโบตั๋นที่อยู่ริมแม่น้ำด้านหลังโขดหิน
“แล้วเ้าก็ปืนขึ้นไปบนโขดหินเพื่อที่จะเก็บดอกโบตั๋นจากนั้นก็ร่วงลงไป?”เซียวป๋อเหวินพูดเป็เชิงถาม
“ใช่เ้าค่ะเป็เพราะข้าไม่ระวังเอง” ฟางหนิงฮวาตอบ
“แล้วเ้าไม่ได้มองดูโขดหินนั้นให้ดีก่อนที่จะไปเก็บดอกโบตั๋นดอกนั้น”เซียวป๋อเหวินถาม
“ข้าเห็นดอกนั้นสวยข้าก็มุ่งตรงไปเลยกลัวว่าหากไม่ได้ดอกโบตั๋นดอกนั้นก็คงจะไม่มีดอกอื่นให้เก็บแล้ว”ฟางหนิงฮวาตอบโดยไม่ต้องคิด
เขาได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายศีรษะเบาๆ “เ้ารู้หรือไม่ว่าโขดหินที่อยู่ริมแม่น้ำนั้นทั้งเปียกชื้นและตะไคร่น้ำเกาะเต็มไปหมดไม่ควรที่จะปีนขึ้นไป หากว่าเก็บดอกไม้จากตรงนั้นไม่ได้ก็เก็บจากที่อื่นก็ได้”
“แต่ข้าไม่เห็นดอกโบตั๋นที่ไหนแล้วนะเ้าคะ”ฟางหนิงฮวาพูด
“แล้วด้านหลังเ้าตรงนั้นคืออะไร”เขากล่าวพลางชี้มือไปที่ต้นดอกโบตั๋นต้นใหญ่ด้านหลังที่อยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ไกล
ฟางหนิงฮวาเห็นแล้วก็ต้องทอดถอนใจออกมาไหล่ของนางเหี่ยวลง ดวงตาเลื่อนลอยราวกับว่าิญญาได้หลุดออกจากร่างเป็เพราะว่านางไม่ดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนเองนี่ถึงกับมีดอกโบตั๋นอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้เชียวดังนั้นการที่นางลงทุนปีนขึ้นโขดหินจนตกน้ำนี่ก็เป็เื่ที่เสียเปล่าโดยแท้
นางหันไปยิ้มเจื่อนให้เขาเป็ครั้งที่สอง
“คราวหลังดูให้ดีๆ ก่อน อย่างได้ใจร้อน ไม่อย่างนั้นจะอันตรายอย่างวันนี้อีก”เซียวป๋อเหวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เ้าค่ะ”ฟางหนิงฮวาพยักหน้ารับพลางคิดในใจว่าท่านเ้าเมืองผู้นี้ก็ไม่ได้โหดดุดันเหมือนที่คนอื่นพูดกันสักหน่อยแล้วก็ไม่ได้หยิ่งด้วย ออกจะมีเมตตาและเป็คนอ่อนโยนมากเสียด้วยซ้ำ
“อืมเมื่อสักครู่เ้าว่าจะเก็บดอกไม้ไปใส่แป้งซาลาเปาใช่หรือไม่บ้านเ้าขายซาลาเปาอย่างนั้นหรือ” เขาถาม
ฟางหนิงฮวายิ้มเล็กน้อยก่อนตอบ“ใช่เ้าค่ะ ร้านของข้าอยู่ที่ถนนการค้าหลัก”
เซียวป๋อเหวินพยักหน้า“อ้อ...ที่นั่นข้าผ่านไปบ่อย ไว้ว่าง ๆ ข้าจะไปอุดหนุนซาลาเปาของเ้า”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้หญิงสาวก็รู้สึกลังเลใจว่าจะบอกเขาดีหรือไม่ว่าซาลาเปาที่ไปส่งที่จวนของเขาทุกเช้านั้นเป็ซาลาที่มาจากร้านของนางทว่าคิดไปคิดมาก็ต้องพับเก็บความคิดนี้เอาไว้เพราะนางตั้งใจจะให้เขาได้เห็นซาลาเปารูปแบบใหม่ของนางเสียก่อนถ้าบอกไปตอนนี้กลัวว่าจะไม่ตื่นเต้น
“ยินดีเลยเ้าค่ะหากว่าท่านมาข้าจะเตรียมการต้อนรับเป็อย่างดี” ฟางหนิงฮวารับคำเป็มั่นเหมาะ
“เอาละเ้ากลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ อยู่ตัวเปียก ๆ เช่นนี้นาน ๆอาจจะไม่สบายเอาได้ ข้าเองก็ต้องขอตัวเช่นกัน มีงานให้ต้องสะสางอีกมาก”เซียวป๋อเหวินพูดเขามองดูหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะปลดผ้าคลุมสีดำที่คลุมอยู่บนตัวเขาให้กับนาง“เ้าคลุมผ้านี้ไว้ระหว่างทางกลับบ้านจะได้ไม่หนาวหากว่าจะส่งคืนข้าก็เอามาส่งที่จวนได้เลย”
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองอีกครั้งนะเ้าคะข้าสัญญาว่ากลับไปถึงบ้านแล้วจะรีบซักมาคืนท่าน”ฟางหนิงฮวาพยักหน้าก่อนจะเป็ฝ่ายหมุนตัวเดินจากไป
ระหว่างทางที่เดินกลับมาบ้านก็อดคิดไม่ได้ว่าเซียวป๋อเหวินผู้นี้ช่างเหมือนกับหยางจื้อเจ๋อไอดอลของนางมากๆ ไม่ใช่แค่หน้าตาเท่านั้นที่เหมือน แต่ท่าทาง การพูดจาหรือแม้แต่เวลาที่เขายิ้มก็เหมือนกับหยางจื้อเจ๋อไม่มีผิดเวลาเขายิ้มนั้นทำให้โลกทั้งใบสดใสขึ้นมาทันทีและทำเอานางหวั่นไหวตั้งหลายครั้งนี่ถ้าไม่ได้สวมชุดแบบโบรารอยู่นางก็คงคิดว่าเขาเป็หยางจื้อเจ๋อไปแล้ว
กลับมาถึงบ้านก็สร้างความแตกตื่นให้ทั้งคนที่บ้านและลูกค้าที่ยืนซื้อซาลาเปาอยู่บิดามารดาของนางถึงกับใเมื่อเห็นลูกสาวเปียกมะล่อมะแล่ก
“เ้าไปทำอะไรมาเหตุใดจึงเป็เช่นนี้” ฟางตวนรีบวางซาลาเปาที่กำลังปั้นอยู่ลงแล้วเดินมาหาลูกสาว
“ข้าตกน้ำน่ะเ้าค่ะเคราะห์ดีที่ท่านเ้าเมืองมาช่วยเอาไว้ทัน” ฟางหนิงฮวาตอบ
“เ้าไม่ได้เป็อะไรมากใช่หรือไม่”นิ่งหรงกวาดตามองรอบตัวของลูกสาว
“ไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง”ฟางหนิงฮวาพูดกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็ปกติเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้เป็อะไรจริงๆ
นิ่งหรงรีบดึงลูกสาวให้เดินไปทางหลังร้าน“ถ้าเช่นนั้นก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ อยู่แบบนี้นานประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาร่างกายของเ้ายิ่งไม่ค่อยแข็งแรงอยู่ด้วย”
“เ้าค่ะ”ฟางหนิงฮวารับคำ
ฟางตวนหันมามองภรรยา“พรุ่งนี้คงต้องทำอะไรไปขอบคุณท่านเ้าเมืองแล้วล่ะเขาอุตส่าห์ช่วยบุตรสาวของพวกเราเอาไว้”
“ทำน้ำแกงหน่อไม้กระดูกหมูดีหรือไม่”นิ่งหรงเสนอ
“ข้าเห็นด้วยเอาตามนั้นก็แล้วกัน” ฟางตวนตอบ
สำหรับสองสามีภรรยาแล้วเซียวป๋อเหวินเป็บุคคลที่พวกเขาเคารพรักเป็อย่างยิ่งแม้ว่าเขาจะเป็เ้าเมืองที่อายุน้อยแต่ก็ทำคุณประโยชน์และช่วยเหลือชาวเมืองมากมายและครั้งนี้เขายังช่วยฟางหนิงฮวาเอาไว้อีกทั้งสองจึงซาบซึ้งในบุญคุณของเซียวป๋อเหวินเป็อย่างมาก