หลังจากที่ท่านองค์อินทร์ทรงเล่นมากไปจนพระชายาต้องส่งเสียงเตือนมา ทำให้ท่านได้พระสติคืนมา ท่านจึงเริ่มทรงงานทันที
“เื่พิภพมนุษย์ เหตุการณ์สงบดีรึ ท่านท้าวกุเวร?” องค์จอมเทวาแย้มพระโอษฐ์ตรัสถามถึงโดยตรงกับท่านท้าวมหาราชทั้งสี่อันมีท่านท้าวเวสสุวรรณเป็หัวหน้าบัญชาการอยู่
“ปกติดีอยู่พระพุทธเ้าข้า พระองค์มิต้องทรงวิตกสิ่งใด ข้าพระพุทธเ้าจะดูแลเป็อย่างดี มิให้ขาดตกบกพร่องแต่ประการใดจนเป็เื่ที่ต้องเสื่อมเกียรติขององค์สหัสสนัยได้ พระพุทธเ้าข้า” ท่านท้าวเวสสุวรรณตอบอย่างฉะฉานสมชายชาติทหารแห่งแดนเทพ ทำเอาองค์เหนือเทพยิ้มอย่างพอพระทัยในผลงานของเหล่ามหาราชทั้งหลาย
“แล้วของท่านทั้งสามล่ะ เหล่ามนุษย์ผู้มีบุญญาธิการ ผู้ทรงศีลทรงธรรม พระโพธิสัตว์ มีความสุขสบายดีอยู่นะ" องค์ท่านยังคงถามไถ่เพื่อให้ได้ทราบถึงความเป็ไปของโลกมนุษย์
“พระพุทธเ้าข้า” ท่านมหาราชที่เหลืออันได้แก่ท่านท้าวธตรฐ ซึ่งเป็ผู้ปกครองท้างด้านทิศตะวันออก ทรงปกครองเหล่าคนธรรพ์ ท่านท้าววิรูปัก ดูแลทางทิศตะวันตกและปกครองเหล่านาคและท่านท้าววิรุฬหก นั้นดูแลทางด้านทิศใต้ของดินแดน์ ทรงปกครองเหล่ากุมภัณฑ์ ท่านทั้งสามกล่าวตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงกัน คำตอบเ่าั้ทำเองทั้งองค์อัมรินทร์และเหล่าพระชายาทั้งดีพระทัยกันถ้อนหน้า และมีสิ่งหนึ่งที่ท่านจะมิทรงถามมิได้เลย
“ท่านเล่า? ท่านกุศลเลขา” องค์อินทร์ผู้อยู่เหนือทวยเทพทั้งหลายหันมาทอดพระเนตรมาทางเทวบุตรผู้ยืนอยู่แถวหลังๆของเหล่าทวยเทพผู้ใหญ่
“มีมนุษย์ทำบุญกุศลกันมากน้อยเพียงใด ไหนรายงานให้เราชื่นใจและโมทณาสิ” ทั้งองค์อินทร์และเหล่าเชื้อพระวงษ์หันพระพักตร์มาทางท่านเทพบุตรตนนั้นและฟังอย่างตั้งใจ
ท่านเทวะผู้มีสมุดบัญชีสามเล่มในมือ แต่ละเล่มมีสีต่างกัน ท่านได้หยิบบัญชีสีน้ำเงินขึ้นมา สมุดเล่มนี้ใช้บันทึกความดีทั่วไปจนถึงความดีขั้นสูง เมื่อท่านได้กางบัญชีออกมาทำให้รายชื่อต่าง ๆ มากมาย ไหลอยู่กลางอากาศ ท่านจึงได้ประกาศเสียงดัง
“วันนี้ มีผู้ใจบุญขั้นต่ำหนึ่งโกฏิ ขั้นสูงครึ่งโกฏิพระพุทธเ้าข้า” เลขานุการบุญกล่าวตอบท่านจอมเทพ
เมื่อได้ยินเสียงบอกจำนวนผู้ทำความดีแล้วทำเอาท่านองค์อินทร์และเหล่าเทพ เทวดา นางฟ้าทั้งหลายต่างพากันยิ้มแย้มเป็อันมาก องค์อินทร์เองก็ทรงดีพระทัยที่จะได้มีสหายมนุษย์ทั้งลายที่สร้างความดีแล้วจะได้มีจุติเป็เทวดามากขึ้น
แต่!!!!
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านอัมรินทราธิราช้าทราบอย่างแท้จริง ท่านจึงเอ่ยถามต่อ
“แล้วคนที่ทำขั้นยิ่งยวดมิมีหรือท่านเทพบุตร?” จอมเทพทรงตรัสถาม คำถามนี้ทำเอาท่านเลขายิ้มอ่อน ๆ
“มีพระพุทธเ้าข้า” เทพบุตรนั้นตอบทันที สิ้นเสียงท่านเลขา สมุดสีทอง หนึ่งในสมุดแห่ง์ทั้งสามซึ่งมีไว้สำหรับบันทึกความดีขั้นยิ่งยวดหรือในขั้นปรมัตถบารมี ได้กางออกและรายชื่อได้ปรากฏกลางอากาศทันที
“มีเพียงผู้เดียวรึท่าน? เราใคร่รุ้” องค์อินทร์ทรงตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ท่านอื่นก็ทรงเงียบรอฟังอย่างพระทัยจดจ่อ
“มีเพียงหนึ่งพะย่ะค่ะ และจะสิ้นอายุไขมนุษย์เพลานี้พอดีพะย่ะค่ะ” เทพบุตรตอบอย่างหดหู่ เสียงเหล่าเทวดานางฟ้าอุทานคล้ายว่าใและเสียใจในชะตากรรมของเขา
“แล้วเขาจะไปจุติที่ใด” องค์จอมเทพตรัสถามอย่างโทมนัส
“ดาวดึงสเทวโลก ์ลำดับที่สอง ที่เหล่าทวพเทพอย่างพวกเรานี่แหละพระพุทธเ้าข้า” ท่านเลขาตอบ
สิ้นเสียงเทวบุตรนั้น เสียงฟ้าคำรามอย่างน่าเกรงขาม พื้นพสุธาเทวสถานเลื่อนลั่นปานจะถล่ม เหล่าเทวดาและนางฟ้า นางอัปสรทั้งหลายใ เหาะทะยานขึ้นบนนภากาศกันทันที คลื่นลมโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงไปทั่วทั้ง ๓๑ ภพภูมิ ไม่ว่าจะเป็ภพมนุษย์ก็ดี ์ก็ดี มารก็ดี พรหมก็ดี นิพพานก็ได้ ทุกสถานที่ล้วนเกิดสิ่งมหัศจรรย์นี้ทั้งสิ้น
เทวดา นางฟ้า นางอัปสร มาร พรหมและรวมทั้งพระพุทธองค์ผู้ทรงหมดกิเลสทั้งปวงแล้วทรงทอดพระเนตรเห็นยังได้สาธุการขึ้น โมทณาในผลบุญที่บังเกิดขึ้นแด่เทวดาหรือเทพบุตรที่อุบัติขึ้นใหม่นี้ ทั้งภพ์ มารและพรหมชุลมุน สับสน อุลมานไปทั่ว ต่างพากันมาชื่นชมบารมีของเทพองค์ใหม่กันแน่นขนัดชั้นฟ้า ล้นชั้นพรหมกันเลยทีเดียว
ทุกท่านที่มาต่างมองไปทางทิศเบื้องอุดรของเทวสภานั้น บังเกิดวิมานใหญ่โตสูงถึงเจ็ดร้อยโยชน์ มียอดวิมานถึงเจ็ดร้อยยอดเลยทีเดียว ตัววิมานทำด้วยแก้วนพรัตน์เก้าประการซึ่งอันแก้วนพรัตน์ (แก้ว 9 ประการ)อันได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย ไพฑูรย์ รวม 9 ชนิด วิมานขององค์เทวะนี้มีห้องเก้าพันห้อง ในแต่ละห้องมีตั่งทองคำที่โอ่อ่า ภายในมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
ภายนอกบังเกิดเหล่านางฟ้า นางอัปสรนับแสนนางนั่งกราบรอเ้าของวิมานเสด็จออกมาจากวิมาน ทุกนางล้วนสวมอาภรณ์ที่งดงาม รูปร่างสมส่วน ใบหน้างดงามราวสาวแรกอรุณ สร้างความเบิกบานให้กับเ้าของวิมานไม่น้อย
ความพิเศษของวิมานนี้ช่างอัศจรรย์นัก สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วเกินกว่าเทวะวิมานผู้ใดจะเสมอเหมือนได้ สวนรุกขชาตินับสิบเรียงรายรอบพระวิมาน มีปัญจโบกขรณีคือสระบัวที่สวยงามเรียงรายอยู่เบื้องล่าง
เบื้องหน้าวิมานปรากฏมีต้องโพธิ์เงิน โพธิ์ทองนับร้อยต้น หาประสงค์สิ่งใดสามารถมายืนอธิฐานขอเอาได้ดั่่งประสงค์ ช่างเป็วิมานที่เพียบพร้อมจริงๆ เป็ที่อิจฉาของเหล่าเทวะ นางฟ้า มาร พรหมทั้งหลายยิ่งนัก
นอกจากนี้ยังมีเหล่านกกระเรียน นกยูง หงส์ นกดุเหว่าดำและนกดุเหว่าขาว ล้วนเป็ทิพย์ ชุมนุมกันส่งเสียงไพเราะอยู่รอบวิมานนี้ ซึ่งดารดาษด้วยบุบผชาติ น่ารื่นรมย์ ช่างงามเหลือเกินอยู่ในวิมานนั้น
หากจะมองไปทางเบื้องซ้ายมีรถเทียมช้างนับร้อย รถเทียมม้านับร้อย ทั้งหมดนี่เป็ของทิพย์ที่ท่านเ้าของจะได้รับเมื่อสิ้นวาสนาในพิภพมนุษย์แล้ว
องค์อินทร์และเหล่าหมู่เทวดาพร้อมนางฟ้านาง์ต่างทรงทอดพระเนตรไปพบนางอัปสรเหล่านี้ที่กำลังฟ้อนรำต้อนรับผู้เป็เ้าของที่อุบัติใหม่นี้ พลอยอภิรมณ์เริงรื่นไปด้วย ทรงความบันเทิงอยู่รอบๆ นักดนตรีก็บรรเลงอย่างไพเราะจนต้องหลงเคลิ้บเคลิ้ม
มารทั้งหมายต่างพากันเกรียวกราด อิจฉาริษยาในความอุดมไปด้วยรัศมีแห่งวิมานที่ส่องสว่างไปถึงเก้าโยช์นั้น แสบตาไปหมด ทำให้มารชั้นต่ำบางตนถึงกับตาบอดไปก็มี มารชั้นต่ำตนอื่นถึงกับต้องอันตราธานหายไปจากที่นั้นทันที ส่วนมารชั้นสูงยังพออยู่รับบารมีของเทพบุตรนี้ต่อไปได้
ส่วนท่านพรหมทั้งหลายต่างชื่นชมยินดีที่เขาได้รับผลบุญถึงปานนี้ แต่สาธุการว่า “ดีแล้ว” กันจนดังไปทั้งพรหมพิภพ
เมื่อวิมานนั้นที่อุบัตินั้นเสร็จสิ้น สายตาของทวยเทพทั้งหลายได้จ้องไปที่ประตูที่สวยงามที่สุดของปราสาทนั้น บังเกิดมีเทพบุตรองค์หนึ่งรูปร่างงดงามได้เดินออกมายังพื้นที่ด้านนอกปราสาท ทำเอาเหล่านางฟ้า นาง์และเทพอัปสรทั้งหลายหลงไหลกันเป็อันมาก
องค์อินทร์ทอดพระเตรเห็นดังนั้น จึงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง ทรงช้างเอราวัณ ช้างประจำพระองค์ทะยานไปเบื้องหน้าเข้าใกล้วิมานที่อุบัติใหม่นี้ทันที เทวดาและนางฟ้าอีกห้าชั้นต่างรายล้อมหวังเข้าชื่นทิพยวิมานนี้ให้สมใจสักครั้ง
เมื่อทุกท่านเสด็จไปถึงหน้าวิมานที่เพิ่งอุบัติใหม่นี้ ความงดงามของวิมานทำให้เหล่าทวยเทพอดใจไม่ไหวที่จะถือวิสาสะเข้าไปเยี่ยมชมกันทันที องค์อินทร์เองก็เป็เช่นกัน ท่านได้ก้าวพระบาทเข้าสู่พื้นที่นอกวิมานนั้น
แต่!!!!!
ท่านก็ทรงแปลกพระทัยเนื่องด้วยมิสามารถเข้าไปในพื้นที่อันรื่นรมย์นี้ได้ พยายามเท่าใดก็ยังมิสามารถเข้าได้อยู่ดี จึงได้แต่ยืนอยู่นอกวิมานและตรัสถามว่า
“ท่านจักมิเชิญให้เราเข้าไปชื่นชมวิมานของท่านบ้างรึ? ท่านองค์เทพผู้ยิ่งใหญ่” องค์อัมรินทร์ตรัสถามยินดีที่จะได้มีองค์เทพองค์ใหม่อุบัติขึ้นใกล้ ๆ กับพระองค์