บทที่11-1 ท่านคือผู้ใดหรือเ้าคะ
องครักษ์ฉางเกิงอุ้มหญิงสาวที่าเ็สาหัสเข้ามาในรถม้าตามคำสั่งของเ้านายทันทีที่หวังิซินได้เห็นาแถึงกับตกตะลึงพูดไม่ออก ใบหน้าของหญิงสาวมีรอยกรีดจำนวนมากที่แก้มข้างซ้ายตรงกระโปรงมีรอยเืเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด หวังิซินมิอยากจะคิดเลยว่า หญิงสาวผู้นี้ต้องเจอกับเื่ร้ายอันใดมาถึงทำให้กลายเป็เยี่ยงนี้ได้
“ฉางเกิงเ้าให้องครักษ์หนึ่งคนรีบขี่ม้าไปเชิญท่านหมอมาที่จวนของเราก่อน”ิซินเอ่ยบอกองครักษ์ของตนเอง
“ได้ขอรับคุณหนู”
เมื่อถึงจวนท่านนายอำเภอฉางเกิงอุ้มหญิงสาวไปที่เรือนพักของคนงาน ผ่านไปประมาณสองเค่อท่านหมอได้เดินทางมาถึงฉางเกิงเป็ผู้นำทางท่านหมอไปรักษาผู้ป่วย โดยหวังิซินให้คนรับใช้หญิงที่ทำงานทั่วไปรับหน้าที่คอยดูแลผู้ป่วยเมื่อท่านหมอตรวจอาการผู้ป่วยเสร็จแล้ว จึงเข้ามาแจ้งผลการตรวจกับหวังิซินที่ห้องโถงรับแขก
“ท่านหมอ อาการของนางเป็เช่นไรบ้าง”หวังิซินเอ่ยถาม
“นอกจากจะมีาแบนใบหน้า ผู้ป่วยยังโดนแทงตรงบริเวณหน้าท้องและที่สำคัญที่สุดคือนางแท้งลูกขอรับ”
“ข้าได้รักษาาแให้นางแล้วขอรับแต่นางเสียเืมาก คงต้องใช้เวลาหลายวันในการฟื้นตัวข้าจะรีบกลับไปจัดยาให้นางดื่มขอรับ”
“รบกวนท่านหมอแล้ว”
“เป็หน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้วขอรับข้าน้อยขอตัวกลับไปจัดเทียบยาก่อนนะขอรับ”
“ขอบใจท่านมาก เชิญท่านหมอ”
หวังิซินหันไปกล่าวกับองครักษ์ประจำตัวว่า
“ฉางเกิง เ้าให้คนไปส่งท่านหมอและรอรับยากลับมาด้วย”
“ขอรับคุณหนู”
เมื่อท่านหมอและองครักษ์ฉางเกิงเดินจากไปแล้วสาวใช้ตัวน้อยได้เอ่ยว่า
“เหตุใดต้องทำรุนแรงกันเช่นนี้ด้วยทั้งกรีดใบหน้า และทำให้แท้ง ชีวิตของเด็กบริสุทธิ์แท้ๆ เ้าค่ะ”
“เราคงต้องรอให้นางฟื้นจึงจะไขข้อข้องใจให้พวกเราได้” เป็ซิ่งฮวาที่เอ่ยตอบสาวใช้ตัวน้อย
่เช้าของวันต่อมา หวังิซินตื่นขึ้นด้วยความสดใสกระชุ่มกระชวยเนื่องจากเมื่อคืนนางนอนหลับสนิทเพราะไม่มีเื่ของหัวใจให้ต้องครุ่นคิดต่างจากสองคืนก่อนหน้านี้ที่นางมีอาการนอนไม่หลับเพราะต้องครุ่นคิดวนเวียนถึงใครบางคนตลอดทั้งคืนวันนี้นางจะเข้าไปยังโรงงานเพื่อจัดการคนงานหญิงที่ไปขึ้นตั๋วเงินของร้านลี่กัน
เมื่อไปถึงโรงงานผู้ช่วยมือหนึ่งของหวังิซินได้มารออยู่ก่อนแล้วนางจึงบอกให้เพ่ยเฟินเรียกตัวคนงานหญิงที่ชื่อ เจิงเข่อนีให้ไปพบที่ห้องทำงานของนาง
“คารวะคุณหนูิซินเ้าค่ะ”เจิงเข่อนีที่ถูกเรียกตัวมาระหว่างทำงาน ยอบกายคารวะเ้านาย
“เจิงเข่อนี เ้ามีเื่ใดจะสารภาพกับข้าหรือไม่”หวังิซินเอ่ยถามด้วยเสียงที่เคร่งเครียด
“สารภาพเื่อันใดหรือเ้าคะข้ามิได้ทำสิ่งใดผิดเ้าค่ะ”
หวังิซินเห็นสายตาของคนงานหญิงลุกลี้ลุกลนหลุบตาลงต่ำ จึงเอ่ยถามต่อว่า
“เ้าแน่ใจหรือว่า มิได้ทำสิ่งใดผิดเช่นนั้นเมื่อสามวันที่แล้วเ้าไปทำอันใดที่ร้านแลกเงินจิ้นฝูกันเล่า”
“คุณหนูกล่าวอันใดเ้าคะข้าไม่เข้าใจเ้าค่ะ”
เพ่ยเฟินที่เห็นว่า คนร้ายยังคงปากแข็งจึงถลึงตาใส่เจิงเข่อนี แล้วเอ่ยด้วยเสียงดังว่า
“ถ้าเ้าไม่เข้าใจ ข้าจะเป็คนบอกเ้าเองเมื่อสามวันที่แล้วเ้าไปที่ร้านแลกเงินจิ้นฝู นำตั๋วแลกเงินจากร้านลี่กันที่เป็คู่แข่งของเราไปขึ้นเงินถึงสองร้อยตำลึงประจวบกับที่โรงงานของเราประสบปัญหามีคนร้ายแอบใส่ยาพิษลงในแป้งของเราแต่โชคดีที่พวกเราตรวจเจอเสียก่อนมิเช่นนั้นเหตุการณ์นี้ย่อมต้องสร้างความเสียหายให้กับร้านของเราอย่างยิ่งยวดข้าขอสรุปว่า เ้าเป็คนแอบวางยาพิษลงในแป้งทาหน้าหลักฐานคือตั๋วแลกเงินของร้านลี่กันที่เ้านำไปขึ้นเงิน”
“ถ้าเ้าอยากได้พยานข้าจะให้คนไปเชิญหลงจู๊เฉาของร้านแลกเงินจิ้นฝูมาที่นี่แต่ถ้าเป็เช่นนั้นข้าจะไม่ให้โอกาสเ้าได้อธิบายอะไรทั้งสิ้นจะส่งเ้าไปที่ศาลเพื่อรับโทษทันที” หวังิซินเชื่อว่า เจิงเข่อนีจะต้องกลัวคำขู่ของนาง
คนงานหญิงที่เห็นว่า เื่ได้ถูกเปิดเผยแล้วและนางกลัวว่า ตนเองจะได้รับโทษหนัก จึงคุกเข่าลงกับพื้นแล้วกล่าวกับหวังิซินว่า
“ข้าขอโทษเ้าค่ะคุณหนูเป็ข้าเองที่แอบวางยาพิษลงในแป้งทาหน้า แม่ของข้าเจ็บป่วยไม่แข็งแรงท่านหมอบอกว่า ต้องให้แม่กินยาบำรุง ซึ่งมีแต่ของราคาแพง เมื่อมีคนมาเสนอเงินข้าจึงได้หลงผิดเ้าค่ะ”
“เ้าเห็นแก่เงินสองร้อยตำลึงแต่เ้ารู้หรือไม่ว่า มันจะสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับร้านของเรา เมื่อลูกค้าหมดความเชื่อถือแล้วมิใช่เื่ง่ายที่จะเรียกความไว้วางใจกลับมาได้ อีกอย่างคุณหนูดีกับคนงานทุกคนเหตุใดเ้าไม่คิดถึงบุญคุณของคุณหนูบ้างเล่า” เพ่ยเฟินกล่าวเสียงดังขึ้น ด้วยความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในใจ
หวังิซินเห็นเจิงเข่อนีก้มหน้าลงต่ำจึงถอนหายใจออกมา แล้วกล่าวว่า
“ถ้าหากว่า ร้านของเราต้องปิดตัวลงตัวข้าคงไม่เดือนร้อนสักเท่าใด แต่คนงานคนอื่นที่จะต้องตกงานเล่าคนงานที่ยังมีคนในครอบครัวให้ต้องดูแล เ้าจะกล้ามองหน้าพวกเขาได้เช่นไร”
“ข้าขอโทษเ้าค่ะคุณหนู ข้าขอโทษจริงๆ”เจิงเข่อนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น และน้ำตาที่ไหลนองอยู่บนใบหน้า
“ข้าจะให้เ้าทำความดีชดใช้ความผิดเ้ายินดีทำหรือไม่”
“ข้ายินดี ข้าจะทำเ้าค่ะคุณหนูข้ารู้สึกผิดมาก เป็ข้าที่ไม่คิดให้ถี่ถ้วนเ้าค่ะ”
“ดีมากข้า้าให้เ้าติดต่อกับคนของร้านลี่กันต่อไปการที่พวกเขาให้เ้าแอบใส่ยาพิษลงไปในแป้งทาหน้า แต่พอผ่านไปสักพักกลับไม่มีข่าวคราวว่าลูกค้ามีผื่นขึ้นที่ใบหน้า พวกเขาย่อมต้องติดต่อมาที่เ้าอีกแน่นอนข้าถึงอยากให้เ้าเป็สายสืบให้ข้า คอยสืบว่า ทางร้านลี่กันจะวางแผนร้ายอันใดอีก”
“แล้วถ้าพวกเขาถามข้าว่าเหตุใดถึงไม่มีลูกค้าคนใดมีผื่นขึ้นที่ใบหน้าข้าควรจะตอบพวกเขาว่าอย่างไรดีเ้าคะ” เจิงเข่อนีเอ่ยถาม
หวังิซินรู้สึกพึงพอใจ ที่สายสืบคนใหม่ของนางมีไหวพริบที่ดี
“เ้าตอบพวกเขาไปว่าแป้งทาหน้าของเพ่ยเฟินหมดพอดีในขณะที่มาตรวจโรงงานนางจึงนำแป้งจากที่โรงงานไปใช้ก่อน แล้วพบว่า แป้งรุ่นนี้ทำให้เกิดผื่นขึ้นที่ใบหน้าจึงระงับการขายสินค้ารุ่นนี้ และตอนนี้ที่โรงงานกำลังวุ่นวายกับการหาสาเหตุของเื่นี้”
“ได้เ้าค่ะคุณหนู”
จากนั้นหวังิซินหันไปกล่าวกับผู้ช่วยมือหนึ่งของนางว่า
“เพ่ยเฟิน ่นี้คงต้องลำบากเ้าให้ช่วยใส่ผ้าคลุมบดบังใบหน้าเวลาที่ออกจากบ้าน เพื่อให้สมจริง”
“เ้าค่ะคุณหนู”
หลังจากจัดการเื่ราวต่างๆในโรงงานเรียบร้อยแล้ว หวังิซินจึงไปตรวจงานที่ร้านฟางซินพร้อมกับเพ่ยเฟินในขณะที่นางกำลังเดินตรวจดูการจัดวางสินค้าในร้าน หวังิซินได้ยินเสียงของผู้หญิงกำลังพูดกับคนงานในร้านของนางว่า
“ข้าเป็ญาติกับเ้าของร้านพวกเ้าต้องลดราคาให้ข้า”
หวังิซินจ้องมองไปยังผู้หญิงที่กล่าวอ้างว่าเป็ญาติของนางจึงได้พบกับผู้หญิงอายุประมาณสามสิบห้าถึงสี่สิบปีที่คุ้นหน้าผู้หนึ่งนางพยายามย้อนนึกจากความทรงจำที่แสนเลือนลางของนาง จึงนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงคนนี้คือท่านอาที่เป็ญาติห่างๆ ของพี่จินเจาเหยา ซึ่งเป็ภรรยาของลูกพี่ลูกน้องของนางแต่หวังิซินไม่อาจจดจำชื่อท่านอาของพี่สะใภ้ได้
หากกล่าวว่าหญิงผู้นี้คือญาติของนางคงต้องบอกว่าเป็ญาติที่ห่างเอามากๆ จนตัวของนางเองก็จำไม่ได้