หอสมุดลับท้ายวิหาร
อาจารย์ใหญ่เดินนำเซเลสมาหยุดอยู่หน้าประตูบานั์ที่ดูเก่าแก่และเงียบสงัด เซเลสยังคงมีสีหน้ามึนงงและสับสนไม่น้อยว่าเหตุใดอาจารย์ใหญ่ถึงพาเธอมายังที่แห่งนี้ อาจารย์ใหญ่หยุดยืนหน้าประตูครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองนักเรียนตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน
อาจารย์ใหญ่ "นี่แหละนักเรียน มีคนรอพบเ้าอยู่ข้างใน"
จากนั้นอาจารย์ใหญ่ก็เอื้อมมือไปเปิดประตูบานนั้นออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกองหนังสือมหาศาลที่ตั้งระเกะระกะอยู่ภายใน เมื่อเซเลสเดินก้าวเข้าไปในหอสมุด อาจารย์ใหญ่ก็ปิดประตูลงทันที แล้วหมุนตัวเดินกลับออกไปทางเดิมด้วยท่าทีเร่งรีบโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
เซเลสเดินเข้าไปในหอสมุดที่เงียบสงัด เธอเดินผ่านกองหนังสือที่วางซ้อนกันสูงพะเนินจนดูเหมือนูเาย่อมๆ ในระหว่างที่เธอกำลังมองสำรวจไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็โผล่พรวดออกมาจากกองหนังสือเบื้องหน้า ทำให้เซเลสถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
เวอเดี้ยนโผล่หัวออกมาพร้อมกับเศษฝุ่นที่เกาะตามตัว เขาส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงความนัยก่อนจะเอ่ยทักทายขึ้นว่า
เวอเดี้ยน "อ้าว ว่าไงแม่หนูน้อย นึกว่าใครที่ไหนที่กล้าก้าวเท้าเข้ามาในรังของข้า ที่แท้ก็เป็เ้านี่เอง"
เซเลสยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ร่างกายชะงักงันด้วยความใ เธอหรี่ตาลงเพ่งมองร่างสูงตรงหน้าที่ดูคุ้นตาเป็อย่างมาก ความสงสัยพุ่งพล่านขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บอาการไว้ได้ เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
เซเลส "เอ๊ะ... ท่านหมอหรือคะ? ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
เวอเดี้ยนทำเสียง "หืม... หืม..." ในลำคอก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้าและแววตากวนประสาท
เวอเดี้ยน "อยู่ในรูปร่างแบบนี้ เ้ายังจำข้าได้ด้วยอย่างนั้นเหรอแม่หนูน้อย? สงสัยสินะว่าข้ามาทำอะไรที่นี่ ดูจากสายตาของเ้าแล้วคงจะอยากรู้มากเลยสินะ... ไม่มีอะไรมากหรอก ข้าก็แค่รับจ๊อบเสริมนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
เขาะเิเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นัยที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็ล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด
เวอเดี้ยน "อ้อ... ข้าได้ข่าวมาว่าเมื่อวานนี้ เ้าคุมัของเ้าออกมาไม่ได้ล่ะสิใช่ไหม? ช่างน่าสมเพชเสียจริง"
ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่พูดจบ เวอเดี้ยนก็หมุนตัวกลับมาจ้องหน้าเซเลสด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็ความจริงจังและกดดันทันที เซเลสไม่ได้มีท่าทีโวยวายหรือแก้ตัวใดๆ เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบตาคู่สนทนาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาของเธอสะท้อนความหนักแน่นท่ามกลางความผิดหวังในตัวเองเมื่อวานนี้
เซเลส "ก็อย่างที่ท่านหมอได้ยินมานั่นแหละค่ะ มันก็แค่ความล้มเหลวครั้งหนึ่ง... แต่ข้าก็ไม่ได้คิดจะปล่อยให้มันเป็เช่นนั้นตลอดไปหรอกค่ะ"
คำตอบของเซเลสทำเอาเวอเดี้ยนที่กำลังจ้องกดดันอยู่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะคาดไม่ถึงว่าแม่หนูน้อยคนนี้จะมีปฏิกิริยานิ่งสงบเกินกว่าที่เขาประเมินเอาไว้ เวอเดี้ยนแค่นหัวเราะออกมาในลำคอด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นเยียบและเย้ยหยัน
เวอเดี้ยน "ก็แค่ความล้มเหลวครั้งหนึ่งอย่างนั้นรึ... ความมั่นใจน่ะเป็เื่ดี แต่เ้าคงรู้อยู่แก่ใจดีกว่าใครนะว่า ต่อให้เ้าบอกว่ามันเป็แค่ครั้งเดียว แต่มันก็ไม่มีอะไรการันตีหรอกนะว่าครั้งที่สอง หรือครั้งที่สาม... มันจะไม่จบลงด้วยความล้มเหลวแบบเดิมน่ะ"
เขาะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เป็เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและนัยที่สื่อว่าเขารู้อะไรบางอย่างที่เซเลสพยายามปกปิดเอาไว้ เซเลสยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสุขุมเอาไว้ แม้คำพูดของเวอเดี้ยนจะแฝงไปด้วยการดูแคลน แต่เธอกลับไม่มีท่าทีหวั่นไหวแม้แต่น้อย เธอประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ก่อนจะเอ่ยถาม
เซเลส "หมายความว่าอย่างไรล่ะคะท่านหมอ?"
เวอเดี้ยนหยุดหัวเราะทันที เขามองจ้องกลับมายังเซเลสด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและอ่านยากก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เ็าแต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่าง
เวอเดี้ยน "มันยังไม่ถึงเวลาของมัน... และยังไม่ถึงเวลาของเ้าต่างหากล่ะ"
เซเลสยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเวอเดี้ยนทิ้งปริศนาไว้ในใจของเธออย่างหนักหน่วง เธอครุ่นคิดวนเวียนอยู่กับประโยคนั้นซ้ำไปซ้ำมา ยังไม่ถึงเวลาของข้าอย่างนั้นหรือ? มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่... หรือว่าสิ่งที่ข้าพยายามทำอยู่ มันผิดพลาดั้แ่จุดเริ่มต้นกันแน่
เวอเดี้ยนหันหลังกลับไปรื้อกองหนังสือต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เวอเดี้ยน "อ้อ... ก่อนออกไปน่ะ ฝากบอกพ่อหนุ่มแสนเ็าคนนั้นให้หน่อยนะว่า ข้าก็แค่เรียกเ้ามาคุยเฉยๆ ไม่ได้คิดจะทำอะไรไปมากกว่านี้หรอก"
เซเลสขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความฉงน พ่อหนุ่มแสนเ็า? ท่านหมอหมายถึงใครกัน?
เซเลส "ถ้าท่านหมอไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะคะ"
เวอเดี้ยนไม่หันกลับมามอง เพียงแต่หยิบขวดยาประหลาดสีม่วงเข้มขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เวอเดี้ยน "กลับไปเถอะ... แล้วอย่าลืมล่ะ ว่าเวลาที่เหลืออยู่ของเ้าน่ะ มันไม่มากอย่างที่คิดหรอก"
เซเลสถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากหอสมุด ในระหว่างที่ก้าวเดินผ่านโถงทางเดินอันมืดมิด คำพูดของท่านหมอยังคงดังก้องอยู่ในใจของเธอจนกระทั่งถึงบานประตูไม้บานใหญ่ เธอจึงเอื้อมมือไปจับที่จับประตูแล้วปิดมันลงเบาๆ เมื่อหันกลับมาเดินต่อ เซเลสกลับััได้ถึงแรงกดดันบางอย่างจากเงาที่ทอดตัวอยู่ทางด้านซ้ายมือ เหมือนมีใครบางคนยืนพิงเสาอยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยท่าทีเงียบเชียบ
เซเลส "ใครกัน?"
เธอเอ่ยถามออกไปเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้จุดที่เงาพาดผ่าน แล้วร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวออกมาเผชิญหน้า เขาคือ 'วาน' ที่ปรากฏตัวด้วยใบหน้าเรียบเฉยและสายตาแสนเ็าอันเป็เอกลักษณ์ เซเลสชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าบุคคลที่หมอเวอเดี้ยนกล่าวถึงคือคนตรงหน้า
เซเลส "เ้าเองหรือ?"
ความสงสัยที่อัดอั้นอยู่ภายในทำให้นางเผลอหลุดปากถามออกไปอย่างอดไม่ได้
เซเลส "ที่ท่านหมอพูด... หมายถึงเ้าอย่างนั้นหรือ?"
วานยังคงยืนนิ่ง แววตาที่เ็าของเขาดูสั่นไหวเล็กน้อยในเสี้ยววินาที ราวกับเขากำลังพยายามเก็บงำความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ
วาน "เ้าคนประหลาดนั่นเรียกเ้าเข้าไปหาทำไม? เขาพูดอะไรกับเ้าหรือเปล่า? เขาทำอะไรเ้าไหม? ตอบข้ามาเซเลส"
เซเลสยืนนิ่งไปชั่วขณะ เธอแปลกใจไม่น้อยที่เห็นคนแสนเ็าอย่างวานแสดงท่าทีร้อนรนและซักไซ้ไล่เลียงราวกับเป็ห่วงความปลอดภัยของเธอถึงเพียงนี้ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะด้วยความสับสน
เซเลส "เอ่อ... คือว่า... ท่านหมอ... ท่านหมอเรียกข้าเข้าไปคุยเื่เมื่อวานนี้เท่านั้นเองค่ะ"
เซเลสเงยหน้าขึ้นมองวานด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงงและสงสัย เธอพยายามประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้า แม้จะตอบออกไปแล้วแต่เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงต้องให้ความสำคัญกับเื่นี้มากมายขนาดนั้น
วาน "งั้นเหรอ..."
วานพึมพำตอบกลับเบาๆ ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เขาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เป็รอยยิ้มที่ละมุนและอ่อนโยนอย่างที่เซเลสไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เซเลสถึงกับนิ่งงันไปในทันที เธอเบิกตากว้างด้วยความใอย่างปิดไม่มิด หมอนี่น่ะหรือ... ยิ้มเป็ด้วย? เธอคิดในใจด้วยความสับสน เพราะั้แ่ที่รู้จักกันมา วานมักจะทำหน้ามุ่ยหรือรักษาความเ็าใส่คนรอบข้างเสมอ การได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากเขาเป็เื่ที่เธอไม่เคยคาดฝันมาก่อน
วาน "งั้นเรากลับไปที่หอศิลากันเถอะ"
วานเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายขึ้นก่อนจะหันหลังเดินนำไป ทิ้งให้เซเลสที่ยังคงทำหน้าสงสัยและมึนงงได้แต่รีบสาวเท้าก้าวเดินตามไปติดๆ ในขณะที่เซเลสและวานจากไปแล้ว เวอเดี้ยนที่ยังคงอยู่ในห้องเพียงลำพังกลับละสายตาจากกองหนังสือ เขากวาดสายตามองออกไปในความมืดด้วยท่าทางราวกับรับรู้ถึงอะไรบางอย่างมาโดยตลอด เขาส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างมีเลศนัย
เวอเดี้ยน "พ่อหนุ่มัน้อยเอ๋ย... เ้าคิดหรือว่าเื่แค่นี้ข้าจะดูไม่ออก?"
เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจดังก้องไปทั่วหอสมุดอันเงียบสงัดราวกับเขากำลังเฝ้ามองหมากกระดานนี้ด้วยความบันเทิงใจ