ลลิตาเริ่มเข้าเรียนการบัญชี หนึ่งในสาขาของคณะบริหารในปีแรก เธอเริ่มปรับตัวให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่มหาลัยได้แล้ว ด้วยเป็พื้นที่มหาลัย มีอาณาเขตกว้างขวาง คนไม่จอแจและพลุกพล่าน การจัดระเบียบของมหาลัยก็น่าพอใจสำหรับเธอ ไม่น่ากลัวเท่า่พีคเช้าเย็นของคนทำมาหากินในเมืองใหญ่นี้ ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่แค่ในมหาลัย มีออกข้างนอกบ้างตามคำเรียกร้องของรูมเมทอย่างนลินดา การเรียนของทั้งคู่ถือว่าปรับตัวได้ดีเช่นกัน
นลินดามีโอกาสตามอาจารย์ไปทัศนศึกษาหอสมุดอยู่เป็ประจำ เพราะห้องบรรยายศิลปศาสตร์นั้นมีบางส่วนอยู่ในหอสมุด ส่วนลลิตานั้นด้วยสภาพคล่องทางการเงินไม่เอื้ออำนวยนัก ถึงอยากกู้ยืมเรียนแต่ก็ไม่อยากมาตามใช้หนี้ทีหลัง เธอจึงมองหาทางเลือกอื่น
แล้วก็เจอว่ามีทุนสำหรับนักศึกษาอยู่หลายประเภทของคณะ หญิงสาวยื่นขอทุนไปหลายแบบ ในที่สุดเธอก็ผ่านคุณสมบัติการรับทุนของบริษัทชั้นนำระดับประเทศ แน่นอนว่ามีโอกาสได้เงินสนับสนุนจนเรียนจบปริญญาตรี หากต้องรักษามาตรฐานผลการเรียนให้ดีเอาไว้
“ฮัลโหลแม่ ทุกคนสบายดีมั้ย กินข้าวเย็นกันแล้วยังจ๊ะ” เสียงใสของลลิตากรอกไปตามโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่แม่ซื้อไว้ให้ใช้ก่อนเข้ามาเรียนมหาลัย แน่นอนว่าของแม่เป็แบบปุ่มกด ที่ไม่สามารถวิดีโอคอลเห็นหน้ากันได้ อยากให้เปลี่ยนรุ่นเป็แบบัั จอใหญ่ๆ แบบที่คุยกันแล้วเห็นหน้า ก็กลัวว่าแกจะปวดใจมากเกินไป
‘สบายดี เราเพิ่งกินข้าวกันอิ่มเมื่อกี้ หนูล่ะกินแล้วยัง แม่กับยายคิดถึงหนูนะ’ ลลิตาฟังก็คว่ำปากเหมือนเด็กน้อยกำลังจะร้องไห้ บางทีการคุยกันแบบไม่เห็นหน้า ก็อาจเป็ความสบายใจแบบหนึ่ง อีกฝ่ายจะเชื่อเราจากคำพูด ไม่เห็นสีหน้า อารมณ์ที่แท้จริงขณะนั้น
“โถ่ววว แม่สา ยายหวันของลิ้นจี่ ไม่ทันไรก็คิดถึงกันแล้ว อย่างนี้ต้องนั่งรถไฟไปปากน้ำโพแล้วม้างงง” ลลิตากดอารมณ์คิดถึงคนไกลไว้ แล้วเอ่ยแซวแม่ด้วยน้ำเสียงที่สดใส
‘ทำมาพูดเข้า การเรียนเราน่ะเป็ไง เรียนหนักมั้ยลูก’ สาวิตรีถามไถ่ลูกสาวด้วยความห่วงใย
“สบายมากค่ะ เื่เรียนจิ๊บๆ ลิ้นจี่ซะอย่างทำได้อยู่แล้ว เนี่ย โทรหาเพราะมีเื่ดีๆ จะอวดเลยนะ”
‘เื่ดีๆ? อะไรของหนูถึงต้องโทรมาอวดแม่กับยายขนาดนี้’
“ลิ้นจี่ได้ทุนเรียนดีจากบริษัทใหญ่แม่ เขาจะให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาเรียนดี ชั้นปี1 ถึงปี4 เลย แบบนี้แม่กับยายจะได้ไม่เหนื่อยเื่หาเงินส่งลิ้นจี่เรียนแล้วนะ” ลลิตาอวดด้วยเสียงภาคภูมิใจในตัวเอง
‘หืมมม ลูกสาวแม่เก่งจริงๆ’
‘ไหน ไอลิ้นจี่ได้ทุนเรียนดีเหรอสา แหม่ หลานสาวคนนี้มันเก่งเหมือนยายจริงๆ ธรรมดาที่ไหนล่ะ’ เสียงยายหวันที่นั่งใกล้กับลูกสาว คอยฟังสองแม่ลูกคุยกันก็พูดแทรกเสียงดังมาตามสาย
“ฮ่าๆๆๆ แน่นอนจ่ะ หลานยายหวันซะอย่าง ยายรักษาสุขภาพด้วยนะ ลิ้นจี่ต้องไปซื้อกับข้าวก่อนเข้าหอพักแล้ว เมย์ฝากซื้อด้วย แค่นี้ก่อนนะจ่ะ บายแม่ บายยาย”
‘อืมๆ โชคดีๆ พระคุ้มครองหลานยาย’
“แม่กับยายก็เหมือนกันนะจ๊ะ หนูจะดูแลตัวเองดีๆ” หลังจากวางสายไป ลิ้นจี่ก็ยิ้มร่าสบายใจ มีแรงฮึดสู้ต่อแล้ว
วันมอบทุนการศึกษา ลลิตารู้มาว่ารองประธานบริษัทใหญ่ให้เกียรติมาเป็ผู้มอบทุนครั้งนี้ด้วยตนเอง รวมถึงการบรรยายพิเศษจากเขา ก่อนจะจบงานด้วยพิธีมอบทุนการศึกษาของคณะบริหาร หอประชุมใหญ่จึงเนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาของคณะบริหารั้แ่ชั้นปีที่ 1-4 มารวมตัวกัน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคณะที่เธอเรียนนั้นมีลูกหลานเ้าของกิจการ ธุรกิจน้อยใหญ่จากหลายที่ หน้าตาของคนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองเป็เช่นไร เธอนั้นเข้าใจดี คนเ่าั้ส่วนใหญ่มักดูสวยหล่อมีออร่า เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ทำให้นอกจากการเรียน และสร้างคอนเน็กชั่นแล้ว หลายคนก็ได้แฟนเป็ผลพลอยได้ด้วย แต่ตอนนี้สายตาลลิตากลับไม่หลุดโฟกัสไปจากบนเวทีของหอประชุม ที่มีคนคนหนึ่งยืนโดดเด่น
“ผมเกเรมากครับสมัยเรียนมัธยม ่เริ่มเข้ามหาลัยก็ไม่ได้ตั้งใจสอบ ไม่มีจุดหมายว่าอยากจะเรียนอะไรต่อ อนาคตจะทำอะไร แต่ผมมีครอบครัวที่เค้ารักผมครับ...” เสียงพูดนั้นดังก้องผ่านลำโพงที่กระจายอยู่ทั่วของห้องขนาดใหญ่ ทุกคนมองเห็นผู้บรรยายบนเวที คล้ายกับกำลังนั่งชมคอนเสิร์ตของศิลปินคนหนึ่ง เสียงกรี๊ดของเหล่าสาวๆ นักศึกษาเล็ดลอดออกมาเบาบางเป็ระยะ เป็สิ่งยืนยันว่าคนที่พูดอยู่มีเสน่ห์และดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากขนาดไหน
“กรี๊ดเถอะ หล่อแบด รวย ทำงานเก่ง โคตรของความเพอร์เฟ็คเกิ้นนน”
“คนนี้มีแฟนยังวะ ท่าทางแซ่บมาก”
“ฮรือ น่ากินมากกก”
และนี่ก็เป็ตัวอย่างเสียงพูดคุยกันของนักศึกษาสาวๆ ที่ลลิตาได้ยินสลับกับเสียงบรรยายของผู้ที่ตกเป็หัวข้อสนทนาสุดร้อนแรงตอนนี้ ไม่แปลกที่หลายคนจะชื่นชอบเขา และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลลิตาได้พบกับเขาคนนี้ ที่เธอเพิ่งรู้จะชื่อและตำแหน่งการงานของเขา ‘รังสรรค์ เกียรติไพศาล’ รองประธานผู้บริหารของอิเล็กทรอนิกส์กรุป กลุ่มผลิตชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และไอทีครบวงจร
“ผมมาอยู่ตรงนี้ได้เพราะพ่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งผลักทั้งดัน ถ้าประเคนเท้าใส่ได้คงทำไปนานแล้ว ดีที่แม่ห้ามทัพไว้”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ” เสียงครึกครื้นของนักศึกษาดังทั่วห้องใหญ่ เหตุจากผู้บรรยายที่เล่าวีรกรรมสุดแสบสมัยวัยรุ่นว่าก่อนจะหยุดเขาก็เคยสุดมาก่อน
“...สุดท้ายผมก็คิดได้ครับ ไม่ใช่การคิดได้จากสามัญสำนึกดี แต่คิดได้เพราะสถานการณ์รอบด้าน สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน ไปเรียนต่างประเทศโดนจำกัดวงเงิน ต้องใช้จ่ายเงินเท่าที่จำเป็จริงๆ ลุงกับป้าที่ไปอยู่บ้านเค้า เค้าไม่มาคอยโอ๋เหมือนแม่เรา ไม่คอยบ่นหรือเครียดกับนิสัยแย่ของเราเหมือนกับพ่อ กับข้าวไม่ถูกปากจากคนที่ไม่เคยเข้าครัว มากสุดแค่เดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำกิน จนตอนนี้ผมก็ทำกับข้าวได้หลากหลายครับ ผมตั้งใจเรียนมากขึ้น เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร พ่อผมเป็นักธุรกิจ ผมก็ไปสานต่อสิ่งที่ท่านทำ คอยสนับสนุนน้องๆ ที่บ้าน ทำให้พ่อไว้ใจได้และ ประคับประคองธุรกิจของครอบครัวผม ครอบครัวพนักงานอีกหลายร้อยหลายพันชีวิตที่เค้าวางใจ พร้อมก้าวไปพร้อมๆ กับเรา ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่มีความหมาย คุ้มค่ากับสิ่งที่ผมต้องตื่นไปทำงานในทุกวันแล้วครับ”
“ฮรือ หล่อมากกก จิตใจก็โคตรจะหล่อ”
“แปะๆๆๆๆๆ” เสียงหวีดด้วยความประทับใจจากหลายๆ คน ประสานด้วยเสียงปรบมือให้กับการบรรยายที่เพิ่งจบลง สร้างแรงบันดาลใจ จุดไฟในตัวของใครหลายคน รวมถึงความตื่นเต้น ในเวลาต่อกันไม่กี่นาที
ลลิตาต้องขึ้นไปถ่ายรูปร่วมเฟลมกับผู้มอบทุน สาวหน้าหวาน ตากลมใต้กรอบแว่นสายตาแอบชำเลืองมองเขาระยะประชิด เขาสูง หุ่นภายใต้สูทที่จินตนาการไปของสาววัยแรกรุ่นนั้นแน่นตึง มือเรียวสวยเหมือนนักเปียโน ที่สำคัญหน้าคม สันกรามชัด แต่ขาวมาก ยังกับมางานแฟนมีทดาราเกาหลี แล้วเธอเป็ผู้โชคดีได้รับของรางวัลพร้อมถ่ายรูปเป็ที่ระลึกกับดาราในดวงใจ ความรู้สึกมันเป็อย่างนี้เองสินะ ลลิตาเริ่มเข้าใจนลินดาที่นั่งกรี๊ดนอนกรี๊ดพระเอกซีรี่ย์ในทุกคืนก่อนนอนแล้ว
หลังการมอบทุน่เช้า และเรียนต่อวิชาในคณะ่บ่าย เลิกเรียนที่คลาสวันนี้เลิกตอนบ่ายสามโมง ลลิตาก็เดินไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งข้างมหาลัย เธอเริ่มทำงานหาเงินค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ั้แ่่สองเดือนก่อนหน้าแล้ว เพราะไม่อยากขอเงินแม่กับยายมากเกินจำเป็ และที่บอกว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอกับรังสรรค์ เพราะเธอเจอเขาครั้งแรกที่นี่
“อ้าวลิ้นจี่ วันนี้มาเร็วนะ ต้องได้ค่าแรงเพิ่มจากพี่แป้งแล้วล่ะ รีบไปรายงานตัวเร็ว อยู่หลังร้านแน่ะ”
“ค่ะพี่นิด ลิ้นจี่เก็บของ เปลี่ยนชุดแล้วจะรีบไปเลยค่ะ” เสียงใสตอบรับเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ที่บอกว่าเ้าของร้านอยู่ที่ไหน
ขณะที่กำลังเดินผ่านสวนด้านนอกที่ถูกจัดขึ้นเหมือนจำลองป่าเขตร้อนไว้ในเมืองที่แสนวุ่นวาย สายตาเธอก็ปะทะเข้ากับบุคคลที่คุ้นตาผ่านกรอบกระจกใสที่กันระหว่างร้านด้านในและด้านนอก เขานั่งอยู่ริมน้ำตกจำลองใต้เงาไม้ใหญ่ และพ่นด้วยไอน้ำเป็ครั้งคราวช่วยลดความร้อนได้อย่างดี ดูเหมือนเทพบุตรที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์
‘ถ้าพ่อแม่ น้องๆ ของคุณ พนักงานของคุณเป็แรงผลักดันให้คุณลุกขึ้นมาทำงานในทุกวัน คุณที่เป็ลูกค้าประจำของร้านคาเฟ่ที่นี่ ก็เป็แรงบันดาลใจให้ลิ้นจี่ตั้งใจทำงานร้านนี้ เป้าหมายต่อไปคือเข้าไปทำงานที่บริษัทคุณค่ะ’
แล้วในตอนนั้น ลลิตาก็ได้ตั้งเป้าหมายในใจคนเดียวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
__________
เดินหน้าต่อไปค่ะเรามีเป้าหมายแล้ว ผู้ชายคือแรงบันดาลใจ!