เมื่อมาสเตอร์แอรอนร่ายเวทย์เปลี่ยนชุดของเขามาเป็ชุดเสื้อคลุมพ่อมดสีม่วงแล้ว
เขาก็เคลื่อนตัวจากบริเวณอัฒจันทร์คนดูเข้าไปภายในอาคารสเตเดี้ยมของสนามฟุตบอลในทันที
อาคารสเตเดี้ยมแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่โตมาก แต่มาสเตอร์แอรอนก็มีจุดหมายที่เขาจะมุ่งไปอยู่แล้ว
มาสเตอร์แอรอนตั้งใจจะไปที่บริเวณห้องพักของนักฟุตบอล มาสเตอร์แอรอนเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วอันเนื่องมาจากการใช้เวทย์เสริมความเร็ว โดยมีความเร็วและความคล่องตัวพอๆกับเสือชีตาห์ที่วิ่งด้วยความเร็วเต็มพิกัด
มาสเตอร์แอรอนรู้จักเส้นทางภายในหลักๆของอาคารสเตเดี้ยมแห่งนี้เป็อย่างดี เพราะสโมสรฟุตบอลั์ใหญ่ประจำเมืองแห่งนี้มาสเตอร์แอรอนก็เป็หนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของสโมสรฟุตบอลอยู่ด้วยนั่นเอง
มาสเตอร์แอรอนเกิดและเติบโตมาในเมืองแกรนด์เชสเตอร์ั้แ่ในสมัย่ยุคกลาง หรือที่เรียกกันว่ายุคมืด ซึ่งมีการไล่ล่าแม่มด,พ่อมดไปทั่วทั้งทวีปยุโรป
ดังนั้นอายุที่แท้จริงของมาสเตอร์แอรอนในขณะนี้จึงมีอายุกว่า 800 ปีแล้ว แต่เขาก็ยังคงรูปร่างของชายหนุ่มวัย 26 ปีเอาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
แล้วมาสเตอร์แอรอนก็ได้พบเข้ากับพวกผู้ก่อการร้ายจำนวน 2 คน ที่กำลังเดินลาดตระเวณมาตามทางเดินหลักของอาคารสเตเดี้ยมแห่งนี้ ซึ่งในตอนนี้พวกผู้ก่อการร้ายได้เปลี่ยนชุดจากที่เป็ชุดแฟนบอลทั่วๆไปมาเป็ชุดพรางรบเเบบทหารพร้อมด้วยอาวุธครบมือแล้ว
มาสเตอร์แอรอนไม่ได้คิดที่จะหลบหนีหรือซ่อนตัวจากผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนี้
เขาจึงตรงเข้าไปจู่โจมผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนั้นในทันที
เมื่อผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนเห็นมาสเตอร์แอรอนในชุดคลุมพ่อมดสีม่วงตรงเข้ามาหาพวกมันด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อนั้น
พวกมันถึงกับต้องตกตะลึง แต่ก็ยังมีปฏิกริยาตอบสนองที่ว่องไวตามแบบที่พวกมันได้ฝึกกันมา
พวกมันทั้ง 2 คนทำการยิงปืนกลมือเข้าใส่ร่างของมาสเตอร์แอรอนที่กำลังพุ่งเข้ามาในทันที
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ.....!!!!! เสียงปืนกลมือดังขึ้นมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
มาสเตอร์แอรอนเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ทำการร่ายเวทย์เกราะป้องกันตัวพร้อมทั้งนำเอาอาวุธปืนลูกโม่เรมิงตัน โมเดล 1888 ออกมาจากมิติส่วนตัวของเขา 2 กระบอก แล้วยิงตอบโต้กลับไปในทันทีเช่นเดียวกัน
แต่เสียงปืนลูกโม่ของมาสเตอร์วิลเเอรอนกลับมีเสียงดังเบาๆคล้ายกับเสียงยิงพลุไฟ เนื่องมาจากะุของมาสเตอร์แอรอนนั้นเป็ะุเวทย์
ฟุบๆๆๆ..!!!! เสียงปืนของมาสเตอร์แอรอนยิงตอบโต้ออกไป 4 นัด
ะุปืนกลมือของผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนั้นยิงมาถึงตัวของมาสเตอร์แอรอนก่อน แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆกับร่างกายของมาสเตอร์แอรอนได้เลย
เพราะก่อนที่ะุจากปืนกลมือทั้ง 2 กระบอกจะกระทบโดนร่างของมาสเตอร์แอรอน ะุปืนกลเ่าั้ก็หายเข้าไปยังมิติช่องว่างอื่นในทันที อันเนื่องมาจากเกราะเวทย์ป้องกันตัวของมาสเตอร์แอรอนนั้นเป็เกราะเวทย์แห่งมิตินั่นเอง
แล้วะุเวทย์ของมาสเตอร์แอรอนจากปืนลูกโม่เรมิงตัน โมเดล 1888 ทั้ง 2 กระบอก ก็ตรงเข้าใส่ร่างของผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนที่บริเวณกลางหน้าอก
ในขั้นนี้มาสเตอร์แอรอนยังไม่คิดที่จะสังหารผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนี้ มาสเตอร์แอรอน้าที่จะจับเป็ เพื่อสืบหาเื่ราวข้อมูลต่างๆของผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้เพียงเท่านั้น
ดังนั้นะุเวทย์ที่มาสเตอร์แอรอนใช้โจมตีในครั้งนี้ จึงเป็ะุเวทย์แห่งความเย็น
เมื่อผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนถูกะุเวทย์แห่งความเย็นเข้าไปที่กลางหน้าอกคนละ 2 นัดแล้ว
พวกมันก็เกิดอาการหนาวสั่น แม้ชุดพรางรบของพวกมันจะมีเสื้อเกราะกันะุสวมเอาไว้อยู่ด้วย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ความเย็นจากะุเวทย์ค่อยๆแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คน จนพวกมันรู้สึกชาไปทั้งร่างและขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ เนื่องมาจากความหนาวเย็นอย่างสุดขั้ว
มาสเตอร์แอรอนเดินเข้าไปหาผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนที่ยืนตัวเย็นแข็งทื่ออยู่ มาสเตอร์แอรอนทำการร่ายเวทย์ลวงใจไปที่ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่ง แล้วถามออกมาว่า "การที่พวกนายมาจับคนในสนามฟุตบอลแห่งนี้เป็ตัวประกัน พวกนาย้าอะไร" มาสเตอร์แอรอนถามผู้ก่อการร้ายคนที่ถูกเวทย์ลวงใจเข้าเล่นงาน
"พวกๆๆ..เราๆ..มะๆ..มาๆๆ.." ผู้ก่อการร้ายตอบตะกุกตะกักเนื่องจากความหนาวเย็นของร่างกาย
มาสเตอร์แอรอนจึงถอนเวทย์แห่งความเย็นให้กับผู้ก่อการร้ายคนนั้นออกบางส่วน
"พวกเรามาเพื่อยื่นข้อเรียกร้องกับทางรัฐบาลและทาง UN 2 ข้อ"
"ข้อที่ 1.กลุ่มเสรีของเรา ้าได้การรับรองอาณาเขตปกครองตนเอง จากทั้งทางรัฐบาลและทาง UN"
"ข้อที่ 2.ในการสร้างอาณาเขตปกครองตนเอง พวกเราต้องใช้เงินทุนเป็จำนวนมาก พวกเรา้าให้ทางรัฐบาลส่งมอบทองคำมูลค่ามหาศาลมาเป็ค่าไถ่ตัวประกันทั้งหมด" ผู้ก่อการร้ายคนนั้นกล่าวตอบออกมาอย่างสติเลื่อนลอย
"แล้วพวกนายมีกันกี่คนและใครเป็หัวหน้า" มาสเตอร์แอรอนถามต่อ
"พวกเรามีกันทั้งหมด 120 คน ส่วนหัวหน้าของพวกเรานั้น ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเขา แต่พวกเราเรียกเขาว่าผู้พันเงา"
"ระบบสายงานบังคับบัญชาของพวกนายเป็ยังไง" มาสเตอร์แอรอนยังคงถามอีก
"นอกจากผู้พันเงาซึ่งเป็หัวหน้าใหญ่ในการปฏิบัติการครั้งนี้แล้ว ยังมีผู้กองอีก 5 นาย และผู้หมวดอีก 10 นาย โดยผู้หมวดแต่ละนายจะควบคุมกำลังพลในบังคับบัญชาเป็จำนวน 10 นาย" ผู้ก่อการร้ายคนนั้นตอบกลับมา
อนึ่ง. กลุ่มเสรีนี้เป็กลุ่มก่อการร้ายที่มีขนาดใหญ่ มีระบบระเบียบทั้งการฝึกและการบังคับบัญชาเหมือนๆกันกับกองทัพของทางรัฐบาลเลยทีเดียวและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มเสรีทำการก่อการร้าย พวกเขาต่อสู้กับทางฝ่ายรัฐบาลมาเป็เวลายาวนานกว่า 20 ปีมาแล้ว
จากนั้นมาสเตอร์แอรอนจึงทำการร่ายเวทย์ลบความทรงจำที่เกี่ยวกับพ่อมดสีม่วงเข้าใส่ผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คน พร้อมทั้งทำการถอนเวทย์แห่งความเย็นออกจากร่างกายของผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คน ทำให้ร่างกายค่อยๆอบอุ่นขึ้นทีละนิด..ทีละนิด.. แล้วจึงจะค่อยๆขยับเขยื้อนตัวได้ในที่สุด
อันที่จริงแล้วมาสเตอร์แอรอนไม่จำเป็ที่จะต้องร่ายเวทย์ลบความทรงจำใส่ผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนี้ก็ได้ เพราะอีกไม่นานก็จะครบ 3 นาทีที่คนทั้ง 2 เห็นมาสเตอร์แอรอนในชุดคลุมพ่อมดสีม่วงแล้ว
แต่เพื่อเป็การป้องกันข้อผิดพลาดหากพวกผู้ก่อการร้ายคนอื่นๆได้ยินเสียงการยิงปืนกลมือ แล้วเข้ามาพบกับผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนที่มาสเตอร์แอรอนเล่นงานไปก่อนครบเวลา 3 นาที โดยที่อักขระเวทย์ลบความทรงจำบนชุดเสื้อคลุมพ่อมดสีม่วงยังไม่สำแดงฤทธิ์ เื่ของพ่อมดสีม่วงนี้ก็จะถูกเปิดเผยออกไป
มาสเตอร์แอรอนยังไม่้าให้พวกผู้ก่อการร้ายรับรู้ว่าเขายังคงเคลื่อนไหวได้เป็ปรกติในสนามฟุตบอลแห่งนี้
ส่วนผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนนั้น เมื่อถูกผู้ก่อการร้ายคนอื่นๆถามว่ายิงปืนทำไม พวกมันก็คงจะมีแต่ความว่างเปล่าในสมอง ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตนเองได้ยิงปืนออกไปแล้วหลายนัด
ในขณะที่มาสเตอร์แอรอนกำลังเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วเพื่อที่จะไปห้องพักนักฟุตบอลนั้น เขาก็ได้รับการสื่อสารทางจิตมาจากโทมัสลูกศิษย์คนที่ 3 ของเขา ซึ่งโทมัสก็คือ *พ่อมดระดับต้น* นั่นเอง
ตอนนี้โทมัสปลดล็อคร่างกายออกจากผลกระทบของคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหวของร่างกายได้แล้ว
"มาสเตอร์ครับ พวกผู้ก่อการร้ายมันกำลังทำการติดตั้งะเิไว้ใต้ที่นั่งคนดูภายในอัฒจันทร์แห่งนี้กระจายเต็มไปหมดเลยครับ" โทมัสรายงาน
"เอาล่ะ..เดี๋ยวคุณตามมาพบผมที่บริเวณห้องพักนักฟุตบอลนะ แล้วถ้าไม่จำเป็ก็อย่าปะทะกับพวกมัน ให้ใช้เวทย์พรางกายหลบเลี่ยงมา"
"รับทราบครับ มาสเตอร์" โทมัสรับคำ
มาสเตอร์แอรอนหยุดการเคลื่อนตัวลงแล้วหยิบโทรศัพย์มือถือขึ้นมา สัญญาณโทรศัพย์มือถือยังคงใช้งานได้อยู่ แสดงว่าใน่นี้พวกผู้ก่อการร้ายยังคงไม่มีเวลาไปติดตั้งเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพย์มือถือและที่สำคัญพวกมันคงไม่คิดว่าจะยังมีคนที่เคลื่อนไหวได้ในสนามฟุตบอลแห่งนี้ นอกจากพวกมันทั้ง 120 คน
มาสเตอร์แอรอนทำการโทรออกแบบประชุม 3 สายในทันที "แอนดรูว์,โซเฟีย ตอนนี้มีข่าวเื่ที่สนามฟุตบอลประจำเมืองของเราถูกผู้ก่อการร้ายยึดเอาไว้เผยแพร่ออกไปทางสื่อแล้วหรือยัง"
"อะไรนะครับมาสเตอร์ ผู้ก่อการร้ายยึดสนามฟุตบอล"
"เอ่อ..ยังไม่มีข่าวออกมาเลยครับมาสเตอร์" แอนดรูว์ตอบกลับมา
แล้วมาสเตอร์แอรอนก็เล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้กับแอนดรูว์และโซเฟียฟัง "เดี๋ยวให้พวกคุณทั้ง 2 คนมาหาผมที่สนามฟุตบอลแห่งนี้นะ จำไว้ถ้าไม่จำเป็ก็อย่าเพิ่งเข้าปะทะกับพวกมัน"
"แล้วก็พาเ้าแจ็กมาด้วยนะ" มาสเตอร์แอรอนกำชับ
"ครับ-ค่ะ" ทั้งแอนดรูว์และโซเฟียตอบกลับมาพร้อมๆกัน
------------------
*แอนดรูว์* เวียร์โบเคติก คือลูกศิษย์คนที่ 1 ของมาสเตอร์แอรอน เเอนดรูว์เป็คนในสายเืของตระกูล เวียร์โบเคติก เหมือนกันกับมาสเตอร์แอรอนและในตอนนี้แอนดรูว์เป็ *พ่อมดระดับกลาง*
ส่วนโซเฟีย เป็ลูกศิษย์คนที่ 2 ของมาสเตอร์วิลเลี่ยม เธอเป็ *แม่มดระดับต้น* เหมือนกันกับโทมัส
สำหรับเ้าแจ็ก มันคือแมวดำพันธุ์พื้นบ้านทั่วๆไปตัวเล็กๆ เ้าแจ็กเป็สัตว์เลี้ยงคู่หูของมาสเตอร์แอรอนมาอย่างยาวนาน
"เ้าพวกผู้ก่อการร้ายพวกนี้ คิดจะมาก่อความวุ่นวายในเมืองของเรา ช่างกล้าจริงๆ" มาสเตอร์แอรอนคิดในใจแบบโกรธๆ
อนึ่ง. การสื่อสารทางจิตนั้น เป็การสื่อสารกันในระหว่างพวกพ่อมด,แม่มด แต่จะทำได้เพียงในระยะทางที่จำกัดไม่อยู่ไกลกันมากนักเท่านั้น
หากจะสื่อสารระยะไกลก็ยังคงต้องอาศัยเทคโนโลยีแบบโทรศัพย์มือถือเช่นเดียวกับผู้คนทั่วๆไป
ถึงมาสเตอร์แอรอนจะเป็พ่อมดจากยุคมืด แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธเทคโนโลยีต่างๆที่จะช่วยทำให้ชีวิตพัฒนาและสะดวกสบายยิ่งขึ้นเลย..