หลังออกจากวิทยาลัยหลี่ลั่วไม่ได้รีบกลับไปที่บ้านเก่า แต่ตรงไปยังเรือนซีหยางก่อน
ผู้คุ้มกันหน้าประตูเรือนซีหยางคุ้นชินกับการมาเยือนของหลี่ลั่วแล้วพวกเขาจึงโค้งคำนับให้และปล่อยให้เขาเข้าไปได้เลย
เมื่อก้าวเข้าไปในเรือนซีหยางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆจิตใจของหลี่ลั่วก็เบิกบานขึ้น การเรียนรู้ตลอด่เวลาที่ผ่านมาทำให้เขาเริ่มรู้สึกสนใจในอาชีพนักเกลาอัตลักษณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
“ฮ่าฮ่า่นี้คุณชายน้อยมาที่เรือนซีหยางเป็ประจำเลยนะ”ขณะที่หลี่ลั่วกำลังคิดถึงเื่น้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่เขากำลังฝึกฝนอยู่นั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านข้าง
หลี่ลั่วหันไปมองก็เห็นรองประธานจวงอี้แห่งเรือนซีหยางกำลังมองมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ได้ยินมาว่าคุณชายน้อยปลุกอัตลักษณ์น้ำระดับห้าได้แล้ว?” จวงอี้ถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
หลี่ลั่วฝึกฝนวิชาเกลาอัตลักษณ์ที่เรือนซีหยางมาหลายวันขนาดนี้เื่ที่เขาปลุกอัตลักษณ์น้ำระดับห้าได้ย่อมต้องแพร่กระจายออกไปนานแล้ว
หลี่ลั่วจ้องมองไปยังรองประธานเรือนซีหยางที่เข้ากับฝ่ายเผยฮ่าวแล้วผู้นี้พยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าว “กำลังเรียนวิชาเกลาอัตลักษณ์กับพี่หลิงชิงอยู่”
จวงอี้ยิ้มกล่าว“รองประธานเหยียนเป็นักศึกษาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงความสามารถของนางนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ทว่าประสบการณ์ยังน้อยไปหน่อยถ้าคุณชายน้อยอยากเรียนรู้จริงๆ ข้าเองก็พอจะให้คำแนะนำได้บ้างเหมือนกัน”
หลี่ลั่วยิ้มออกมาจวงอี้มีน้ำใจเช่นนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะอีกฝ่าย้าจับตาดูเขาเพื่อยืนยันสถานการณ์ของเขาแล้วรายงานให้เผยฮ่าวหรือว่า้าชี้แนะเขาจริงๆ กันแน่?
ทว่าระหว่างเพื่อนสนิทของเจียงชิงเอ๋อร์กับรองประธานที่เข้ากับฝ่ายของเผยฮ่าวหลี่ลั่วไม่จำเป็ต้องลังเลเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้ากล่าว“ข้ารู้สึกว่าพี่หลิงชิงก็ไม่เลว หากในอนาคตข้า้าความช่วยเหลือค่อยไปรบกวนรองประธานจวงก็แล้วกัน”
“น่าเสียดายจริงๆ”จวงอี้ถอนหายใจด้วยท่าทางเหมือนกับเสียดายอย่างมาก
หลี่ลั่วไม่ได้พูดอะไรต่อกำลังจะเดินจากไป แต่อยู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงกล่าวว่า “จริงสิ รองประธานจวงก่อนหน้านี้ข้าได้ยินพี่หลิงชิงบอกว่าห้องหลอมบางห้องของที่นี่มักเกิดเหตุการณ์วัตถุดิบขาดแคลนอยู่บ่อยครั้งได้ยินมาว่าการจัดซื้อวัตถุดิบเป็หน้าที่ของเ้าดังนั้นเ้าช่วยเติมให้ทันเวลาหน่อยได้ไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้นจวงอี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าวอย่างลำบากใจว่า “คุณชายน้อยเื่นี้ไม่ใช่ความผิดของข้านะเพียงแต่บางครั้งการจัดซื้อวัตถุดิบมันอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้เป็ธรรมดาอยู่แล้วดังนั้นวัตถุดิบจะขาดแคลนไปบ้างเป็บางครั้งคราวก็ถือเป็เื่ปกติแน่นอนว่าในเมื่อคุณชายน้อยเอ่ยปากแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะใส่ใจเื่นี้มากขึ้น”
เมื่อเผชิญกับท่าทางที่ดูเหมือนจะสุภาพอ่อนน้อมแต่แท้จริงแล้วไม่ค่อยจะจริงจังเท่าใดนัก หลี่ลั่วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่มองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเดินผ่านไปทันที
จวงอี้มองตามหลังของหลี่ลั่วไปรอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป
“รองประธานไม่นึกเลยว่าคุณชายน้อยจะปลุกอัตลักษณ์ระดับห้าได้ น่าประหลาดใจจริงๆ...”ลูกน้องที่ภักดีต่อเขากล่าวเสียงเบา
“เป็ไปได้ว่าประมุขทั้งสองคงทิ้งสมบัติล้ำค่าอะไรบางอย่างไว้ให้เขากระมังสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ เอามาใช้กับเขามันช่างสิ้นเปลืองจริงๆ”จวงอี้กล่าวอย่างเ็า
“แต่สุดท้ายแล้วก็แค่ระดับห้าไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย หากคุณชายน้อยผู้นี้คิดจะผงาดขึ้นมาเป็ใหญ่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
เขาโบกมือแล้วกล่าว“ส่งข่าวนี้ไปให้คุณชายเผยฮ่าว”
“นอกจากนี้...เื่ยึดอำนาจห้องหลอมระดับหนึ่งก็ควรจะเริ่มลงมือได้แล้ว เหยียนหลิงชิงผู้หญิงคนนั้นมันเริ่มรกหูรกตามากขึ้นไปทุกทีแล้ว”
“รับทราบ!”
...
เมื่อหลี่ลั่วเดินเข้าไปในห้องหลอมระดับหนึ่งแล้วก็พบว่าภายในถูกแบ่งออกเป็ห้องเล็กๆ หลายสิบห้อง โดยมีกำแพงผลึกแก้วกั้นไว้ทุกห้องต่างก็มีเงาร่างหนึ่งกำลังวุ่นอยู่กับงาน
ในนั้นหลี่ลั่วยังเห็นเหยียนหลิงชิงที่มีรูปร่างสูงเพรียวอีกด้วย นางสวมชุดยาวมือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า กำลังตรวจตราไปรอบๆ ด้วยสีหน้าเ็า
ตอนนี้นางได้ไปหยุดอยู่ที่หน้ากำแพงผลึกแก้วบานหนึ่งมองนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งคนหนึ่งที่หลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษเสร็จสิ้นแล้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ภายใต้สายตาของเหยียนหลิงชิงนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งที่ยังดูอ่อนเยาว์ผู้นั้นก็ดูตึงเครียดเล็กน้อยจากนั้นเขาก็หยิบเข็มผลึกแก้วอันเรียวยาวออกมา บนเข็มมีมาตรวัดอยู่ด้วย
นี่คือเข็มทดสอบใช้สำหรับทดสอบว่าน้ำยาแสงวิเศษที่หลอมเสร็จแล้วมีพลังเกลาอัตลักษณ์ระดับใด
เมื่อเสียบเข็มลงในขวดน้ำยาแสงวิเศษก็เห็นว่ามาตรวัดบนเข็มค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากล่างขึ้นบน
สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่ตำแหน่งสี่จุดหก
เมื่อเห็นดังนั้นเหยียนหลิงชิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าว่า“น้ำยาแสงวิเศษที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ระดับนี้หากนำออกไปขายก็มีแต่จะทำลายชื่อเสียงของเรือนซีหยางเท่านั้น”
นักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งผู้นั้นก้มหน้าลงอย่างหดหู่
ทว่าเหยียนหลิงชิงกลับไม่ได้ใจอ่อนนางกล่าวอย่างเข้มงวดว่า “ขั้นตอนการหลอมเมื่อครู่ เ้าทำพลาดไปไม่ต่ำกว่าสี่จุดการควบคุมความร้อนในการหลอมผลใบขาวยังไม่ดีพอ น้ำยาแสงจันทร์ข้นเกินไปน้ำยาไร้ควันก็ใสเกินไป สุดท้ายตอนที่ผสมเข้าด้วยกัน พลังอัตลักษณ์น้ำของเ้าก็ยังบีบอัดไม่ถึงตามเกณฑ์ด้วย”
“หลอมใหม่”
เมื่อกล่าวจบนางก็หันหลังเดินจากไปในขณะเดียวกันสายตาอันเย็นเยียบก็กวาดมองไปยังเหล่านักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งที่อยู่ในห้องซึ่งทุกคนก็ได้แต่ปิดปากเงียบก้มหน้าหลบ ตั้งใจหลอมสร้างต่อไป
เห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจกับผลงานของนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งเหล่านี้เป็อย่างมาก
ในดวงตาของนางฉายแววเบื่อหน่ายออกมาเสี้ยวหนึ่งนางมาช่วยดูแลที่นี่ตามคำขอร้องของเจียงชิงเอ๋อร์ก็จริงแต่สุดท้ายแล้วนางก็เป็เพียงแค่คนนอก หากพูดถึงเื่อำนาจบารมีในสาขานี้แล้วจวงอี้ก็เหนือกว่านางจริงๆ
เรือนซีหยางสาขานี้แบ่งออกเป็สามห้องหลอมระดับหนึ่งถึงระดับสามห้องหลอมแต่ละระดับจะทำหน้าที่หลอมน้ำยาแสงวิเศษในระดับที่ต่างกันออกไป
ด้วยคำสั่งแต่งตั้งจากเจียงชิงเอ๋อร์เหยียนหลิงชิงจึงได้สิทธิ์ในการควบคุมห้องหลอมระดับหนึ่งและระดับสองมาั้แ่แรกแต่ห้องหลอมระดับสามยังคงอยู่ในการควบคุมของจวงอี้อย่างเหนียวแน่น
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต่อสู้กันอย่างเปิดเผยและลับๆมาเป็เวลานานเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมห้องหลอมเหล่านี้เพราะตราบใดที่สามารถควบคุมห้องหลอมได้ก็เท่ากับว่าได้ควบคุมนักเกลาอัตลักษณ์ส่วนใหญ่เอาไว้ด้วยสำหรับเรือนซีหยางที่มีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือการหลอมน้ำยาแสงวิเศษแล้วนักเกลาอัตลักษณ์ย่อมเป็ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด
แต่เมื่อไม่นานมานี้เห็นได้ชัดว่าจวงอี้เริ่มทนไม่ไหว เริ่มลงมือกับห้องหลอมระดับหนึ่งแล้วซึ่งข้ออ้างที่มันใช้ก็คือ ลูกศิษย์ที่มันบ่มเพาะขึ้นมาคนหนึ่งสามารถหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งจนมีคุณภาพสูงถึงห้าจุดหกได้แล้ว
คุณภาพระดับนี้ถือว่าเป็ระดับสูงสุดของน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่เรือนซีหยางผลิตออกมาได้แล้วดังนั้นจวงอี้จึงใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างโจมตีเหยียนหลิงชิงว่าไม่เก่งในการชี้แนะนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งทำให้นักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งในเรือนซีหยาง่นี้เริ่มเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้ว
หากสถานการณ์ยังคงเป็เช่นนี้ต่อไปเหยียนหลิงชิงรู้สึกว่าห้องหลอมระดับหนึ่งอาจถูกจวงอี้แย่งชิงไปจริงๆ ก็ได้
ถึงแม้ว่านางจะมีเจียงชิงเอ๋อร์และไช่เวยคอยสนับสนุนอยู่เื้ัแต่ถ้าจวงอี้ไม่ได้ทำผิดอะไรอย่างชัดเจนพวกนางก็ไม่สามารถไล่จวงอี้ที่อยู่กับเรือนซีหยางมานานออกไปได้เหมือนกันการกระทำเช่นนั้นอาจทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในเรือนซีหยางได้ เมื่อถึงเวลานั้นหากส่งผลกระทบต่อการหลอมน้ำยาแสงวิเศษผู้ที่จะเดือดร้อนก็มีแต่จะเป็คฤหาสน์ลั่วหลานเอง
ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดในใจเหยียนหลิงชิงจึงเหลือบมองหลี่ลั่วที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องหลอมเพียงแวบเดียวเท่านั้นไม่มีกะจิตกะใจจะพูดอะไรอีก
หลี่ลั่วไม่ได้ใส่ใจอะไรเดินตรงไปยังห้องหลอมที่ไม่มีคนใช้ห้องหนึ่งหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างก็กล่าวเสียงเบาว่า “คุณชายน้อยท่านมาแล้วหรือ”
หลี่ลั่วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้มหน้าลงจัดเรียงวัตถุดิบบนโต๊ะหลอมพร้อมเอ่ยถามเสียงเบาว่า “พี่อิงฮวารองประธานเหยียนอารมณ์ไม่ดีหรือ?”
หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าพี่อิงฮวาสะดุ้งเล็กน้อย“พวกเราโดนดุมาทั้งเช้าเลย...”
จากนั้นนางก็เล่าเื่ราวคร่าวๆให้ฟัง
หลังจากฟังจบหลี่ลั่วก็เข้าใจขึ้นมาทันที ที่แท้ก็เื่แย่งชิงห้องหลอมระดับหนึ่งนี่เองเื่นี้ถือเป็เื่ใหญ่จริงๆ หากจวงอี้แย่งชิงสำเร็จละก็ชื่อเสียงของเหยียนหลิงชิงจะต้องเสียหายอย่างหนักทำให้อิทธิพลของนางในเรือนซีหยางลดน้อยลงเรื่อยๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้หลี่ลั่วก็ขมวดคิ้ว แน่นอนว่าเขาไม่้าเห็นภาพแบบนั้นเพราะสัดส่วนรายได้ของเรือนซีหยางสาขานี้มันสูงถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ต่อปีของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่เลยซึ่งตอนนี้เขากำลัง้าเงินทุนจำนวนมากพอดี หากเกิดปัญหาขึ้นที่นี่ มันจะต้องส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมากแน่
แน่นอนว่าเื่ที่สำคัญที่สุดคือจวงอี้เป็คนของเผยฮ่าว ด้วยนิสัยอกตัญญูของมันแล้วไม่แน่ว่าแม้แต่เรือนซีหยางสาขานี้ก็อาจถูกมันกลืนเข้าไปทั้งสาขาเลยก็ได้
แต่ตอนนี้ต่อให้เขาคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ดังนั้นหลี่ลั่วจึงหันไปหยิบกระดาษบันทึกสูตรน้ำยาระดับหนึ่งที่ชื่อ“น้ำยาเขียวคราม” ออกมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบวัตถุดิบต่างๆ ออกมาเริ่มต้นการฝึกฝนในวันนี้
เวลาผ่านไปสองชั่วโมงโดยไม่รู้ตัวในขณะที่การหลอมของหลี่ลั่วเริ่มชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆประตูห้องหลอมระดับหนึ่งก็ถูกเปิดออก ทุกคนต่างก็หยุดชะงักจากนั้นก็เห็นจวงอี้พาคนกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามา
เพียงแค่บรรยากาศที่แผ่ออกมาก็ััได้ถึงความไม่เป็มิตรแล้ว