บทที่ 6
ออกหาของป่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ไม้เท้าที่ใช้ช่วยพยุงตัวเวลาเดินไปไหนมาไหนก็ไม่จำเป็อีกต่อไป แต่มันก็ยังถูกพกติดตัวเด็กน้อยด้วยความเคยชิน
เ้าหนูคิทกำลังสังเกตร่างกายตัวเองที่มีเนื้อหนังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และฟื้นตัวเร็วมากผิดปกติจนต้องเอ่ยถามออกไประหว่างทำครัวใน่เช้า คำถามอันน่าสงสัยได้รับคำตอบจากซิสเตอร์ลิซ่าโดยไม่ปิดบังอะไร
“ข้าได้รับพรจากเทพแห่งแสง ส่วนความสามารถตอนพลังตื่นก็เป็พลังฟื้นฟูระดับต่ำสุดน่ะ...” เธอพักชิมน้ำซุปต้มกระดูกแล้วปรุงมันด้วยเกลืออีกเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “แม้จะใช้ช่วยเหลือาแร้ายแรงไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เด็ก ๆ สุขภาพดีล่ะนะ”
“ก็ยังดีกว่าข้าที่ได้รับพรจากเทพแห่งการช่าง อย่าน้อยใจไปเลยน่า” ซิสเตอร์แอนพูดเสริม “ข้าเองยังภูมิใจในพร์ที่ทวยเทพมอบให้อยู่เลย ไม่อยากจะโม้นะว่าข้าเป็คนทำอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทำจากไม้ทั้งหมดของที่นี่เชียวนา...”
“ว้าว... สุดยอดเลยครับ ข้าจะมีพลังพิเศษแบบนั้นได้หรือเปล่า”
“ทุกคนได้รับพรจากทวยเทพทั้งนั้น เ้าไม่ต้องกังวลไป... พอจะจำได้หรือไม่ว่าพรแรกเกิดที่เ้าได้รับมาจากเทพองค์ไหน?” ซิสเตอร์แอนตัดสินใจถามออกไป แม้มันจะเกี่ยวข้องกับปัญหาอันละเอียดอ่อนอยู่บ้าง... มันเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขา
“เื่นั้น คงเป็อีกเื่ที่ข้าจำไม่ได้เลยครับ”
เมื่อพูดถึงความทรงจำที่ควรมีในวัยเด็ก เ้าหนูคิทได้แต่ทำหน้าสลดเพราะิญญาใหม่ที่อยู่ภายในไม่มีข้อมูลดังกล่าวแม้แต่น้อย เหมือนเขาเป็ดวงจิตใหม่ที่เข้ามาแทนร่างที่ตายไปแล้วเสียอย่างนั้น
“น่าเสียดาย... แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก” ซิสเตอร์ลิซ่าขยิบตาให้กับเด็กน้อยอย่างเอ็นดู “ถ้าเ้าอยากทราบจริง ๆ มันมีอุปกรณ์ช่วยตรวจสอบ เพียงแต่กระบวนการที่จะให้ได้มาต้องใช้เวลามากหน่อยเพราะพวกเราไม่มีสิ่งนั้นที่โบสถ์แห่งนี้”
ใบหน้าเล็กยิ้มกว้างเมื่อทราบว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวังในอนาคต... เ้าหนูคิทจึงไม่ทำหน้าอมทุกข์เหมือนเก่า
หลังจากนั้นอาหารพร้อมสรรพสำหรับเด็ก ๆ ทุกคนก็ถูกยกออกไปแจกจ่ายโดยเจมส์ พรจากเทพแห่งพละกำลังช่างมีประโยชน์นัก คิทมองน้องน้อยทั้งหลายที่ยังยินดีกับอาหารอร่อยถูกปาก แต่เขาก็เริ่มกังวลว่ามันจะทำให้ทุกคนเริ่มเบื่อหรือเปล่า
มื้ออาหารที่ซ้ำซากเป็ปัญหาอีกอย่างที่ต้องรีบจัดการ ความหลากหลายทางอาหารเป็สิ่งสำคัญกับการเจริญเติบโตเช่นกัน จะให้ทุกคนคอยพึ่งแต่พลังของซิสเตอร์ลิซ่าอย่างเดียวไม่ได้
“อ้า! ข้าลืมเื่สำคัญไปได้อย่างไร” ระหว่างจัดเก็บถ้วยชามไปทำความสะอาด ซิสเตอร์แอนก็พูดโพล่งออกมา
“คิท พวกเราเตรียมนามใหม่ให้เ้าเรียบร้อยแล้วนะ” เธอเอื้อมมือไปลูบผมสีน้ำตาลทองแสนนุ่มนิ่มของเด็กน้อยอย่างเบามือ “พิธีมอบนามต่อหน้าทวยเทพจะทำในวันเดียวกันกับพิธีขอบคุณเทพเ้าก่อนฤดูหนาวมาเยือนในอีกสามวันข้างหน้า”
“วันนั้นวุ่นวายหน่อยนะ ข้าบอกแอนนาไว้แล้วว่าเ้าจะเข้าพิธีมอบนาม ไม่ต้องห่วงเื่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายหรอก” ลิซ่ากล่าวเสริม
“เข้าใจแล้วครับ...” เ้าหนูน้อยได้แต่นึกตามว่ามันคงคล้ายกับพิธีล้างบาปที่เคยได้ยินมากระมัง “ซิสเตอร์ครับ ่กลางวันหลังจากเตรียมครัวเสร็จแล้ว ข้าขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยนะครับ”
“ได้จ้า แต่ต้องกลับก่อนเวลาทำอาหารเย็นนะ”
เมื่อเด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็คึกคักเป็พิเศษ ครัวถูกทำความสะอาดรวดเร็วกว่าเก่า แถมส่วนผสมทั้งหลายสำหรับมื้อเย็นก็ถูกเตรียมเรียบร้อยเช่นกัน
“ฟู่... เสร็จซะที” คิทบิดตัวไปมาเพื่อลดความเมื่อย ก่อนจะจัดเตรียมถุงผ้าขนาดพอดี กับมีดเล่มเล็กและอุปกรณ์ขุดดินนิดหน่อย
“โลหะคงจะเป็ของหายาก... ยังคงเป็ยุคที่ลำบากสินะ หรือไม่... เราก็อยู่ไกลเมืองใหญ่สุด ๆ” เขาได้แต่บ่นพึมพำกับตนเอง
หลังตรวจสอบทุกอย่างที่้าหยิบติดมือไปว่าอยู่ในสภาพดี เ้าเด็กน้อยก็เดินออกทางประตูหลังตรงไปยังพื้นที่ข้างโบสถ์เก่าที่อยู่ในสภาพทรุดโทรมเต็มที ลมหนาวพัดมาครู่หนึ่งจนต้องยกแขนทั้งสองข้างมากอดรอบอกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น บรรยากาศเช่นนี้ช่างไม่คุ้นกับิญญาที่เคยใช้ทั้งชีวิตอยู่ในเมืองเขตร้อนแบบเขาจริง ๆ
ป่าเขตหนาวนั้นมีอาหารหลากหลายชนิดซุกซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็เห็ดป่า ผลเบอร์รี่ หรือแม้กระทั่งหัวมันเถาและมันเทศป่าที่อยู่ในดิน ภาพทั้งหลายที่จดจำมาจากโลกก่อนปรากฏเด่นชัดอยู่ในจิตสำนึกของเขาแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้เป็แค่การมองหาพวกมันให้เจอ
ต้นสนสูงใหญ่ที่มีกิ่งแห้งเป็เชื้อเพลิงอย่างดีมีร่องรอยการตัดเพื่อเก็บเกี่ยวฟืนตามรายทางเต็มไปหมด แนวชายป่ายังคงเต็มไปด้วยต้นหอมที่มีหัวอวบอ้วน กับใบกระเทียมที่เริ่มแห้งเหี่ยว พื้นที่ตามโคนไม้ที่มีซากทับถมเริ่มมีเห็ดหลากหลายรูปแบบขึ้นประปราย
“หืม... ไลอ้อนเมน?” คิทใช้มือบิมันออกมาเป็เสี้ยวเล็กสำหรับทดสอบกับริมฝีปากเพื่อความมั่นใจ ระหว่างรอว่าจะเกิดปฏิกิริยาอะไรหรือเปล่าก็เดินสำรวจรอบ ๆ ไปด้วย แถมยังเจอของกินได้อีกหลายอย่าง
“อาฮะ... เ้าพวกนี้กินได้ แถมหอมสุด ๆ ไปเลย” เห็ดแชนเทอเรลส์สีเหลืองทองและสีน้ำตาลเข็มขึ้นเป็ดงขนาดใหญ่ใกล้ซากไม้ผุที่ทับถมกับ ทันทีที่เห็นเ้าหนูน้อยก็ตาลุกวาว
พวกมันมีวิตามินบีและดีแถมมีแร่ธาตุหลายอย่างที่จำเป็ต่อร่างกาย สารอาหารเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น แถมยังปรุงอาหารได้หลากหลาย บริเวณใกล้เคียงยังมีเห็ดโคนที่เริ่มแทงต้นออกมาจากผืนดินอีกหลายสิบแห่ง เห็ดมอเรลที่ขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก็มีให้เก็บเกี่ยวจนเขารู้สึกแปลกใจ
“นี่มัน... ดงเห็ดฟ้าประทานชัด ๆ” มือน้อยพลางใช้มีดเล่มเล็กแซะพวกมันขึ้นมาอย่างเบามือ ถุงผ้าหยาบที่พกมาเริ่มพองโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ตากพวกมันให้แห้ง จากนั้นก็จะมีเครื่องปรุงรสแสนอร่อยเพิ่มอีกหลายอย่าง อาหารตลอดฤดูหนาวคงน่ากินขึ้นอีกเป็เท่าตัวแน่ ๆ ...”
ปัญหาการเบื่ออาหารถูกคลี่คลายลงไปทั้งที่ในความเป็จริงมันไม่จำเป็แม้แต่น้อย เด็กพวกนั้นรวมถึงนางชีทั้งสองกินแต่ซุปกับขนมปังแข็งมาเป็ปีแล้ว จะมี่น่าฉลองแวะเวียนเข้ามานาน ๆ ที เมื่อเจสันเอาเนื้อสัตว์มาให้เด็กทั้งหลายได้ลิ้มลองเท่านั้น
เวลาผ่านมาไม่นานดงเห็ดขนาดย่อมก็เริ่มร่อยหรอเมื่อถุงผ้าที่เด็กน้อยพกมาถูกบรรจุจนเต็มพิกัดของมัน
“เอาเท่านี้ก่อน... ปีหน้าจะได้มีกิน” คำสอนจากผู้บรรยายในสารคดีย้ำเตือนจนเขาจำได้ขึ้นใจ หลักสำคัญที่ต้องตระหนักเวลาเก็บของป่ามีแค่สามสิ่งเท่านั้น
หนึ่ง จงมั่นใจว่าพวกมันกินได้ ประสบการณ์ส่วนตัวและการทดสอบด้วยตนเองเป็สิ่งสำคัญยิ่ง
สอง จงคิดเผื่ออนาคต เก็บแต่พอดีและเหลือหนทางให้ธรรมชาติสามารถอยู่รอดด้วยตัวมันเอง
สาม จดจำตำแหน่งสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรเ่าั้ให้ขึ้นใจ
หากทำทุกอย่างได้ ก็มั่นใจได้เลยว่าอนาคตจะมีกินตลอดไป... ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเ้าหนูคิทแม้แต่น้อย หลังบอกขอบคุณเ้าเห็ดน้อยใหญ่ทั้งหลาย สายลมก็พัดผ่านอย่างแ่เบาอีกครั้ง
น้ำหนักที่มากเกินคาดของกระสอบเห็ดทำให้เขาต้องแบกมันขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล แต่ระยะทางที่ใช้เวลาเดินเท้าเพียงแค่ยี่สิบนาทีก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ทันทีที่เข้าใกล้ที่พักใน่บ่ายแก่ ๆ น้องน้อยทั้งหลายที่วิ่งเล่นอยู่ก็ร้องทักอย่างตื่นเต้น
“นั่นมันพี่คิทนี่ แบกอะไรมาด้วยแหละทุกคนนน...”
“ของกิน ๆ ๆ ๆ ....” เด็กทั้งหลายเริ่มร้องเป็เสียงเดียวเหมือนลูกนกขออาหาร แอนนาจึงรีบปรามพวกตัวซนให้ไม่วิ่งไปไหน
พี่ใหญ่อย่างเจมส์วิ่งไปช่วยถุงผ้าใบใหญ่ที่ดูเหมือนหนักมาก แต่พอััก็รู้ได้ว่ามันเบาหวิวสำหรับเขา
“เ้า... เรี่ยวแรงยังไม่ค่อยมี ทำไมถึงออกไปเล่นซน?”
“โธ่พี่... ข้าโตแล้วนะ อีกอย่าง... ข้าไม่ได้เล่นซนเสียหน่อย” ร่างเล็กตอบอย่างยียวน ก่อนจะบอกเขาให้เปิดดูของข้างใน
เห็ดหลากหลายชนิดส่งกลิ่นหอมแบบที่เด็ก ๆ ไม่เคยได้ััมาก่อน ในถุงผ้าหยาบใบนั้นมีพวกมันอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด
“ฮี่ ๆ ข้าเก่งใช่ไหมเล่า” คิทยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “เย็นนี้รอกินโจ๊กเห็ดหอม ๆ กันได้เล้ยยย”
“กินได้แน่เหรอคิท? เ้ารู้ได้อย่างไร? ข้าเคยได้ยินแค่ว่าพวกมันมีอันตรายมากไม่ใช่เหรอ เคยมีคนในหมู่บ้านตายเพราะออกไปหาของกินในป่าด้วยนะ ได้ข่าวว่ากินเห็ดแปลก ๆ นี่แหละ” มือเรียวหยิบเห็ดไลอ้อนเมนขึ้นมาดูด้วยสีหน้าขยะแขยง เด็กหนุ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่กินได้แม้แต่น้อย
“อา... เื่นี้พูดยากแหะ เอาเป็ว่า ข้าทำให้ดูก่อน รอข้ากินแล้วไม่มีปัญหาจากนั้นค่อยเอามาทำของกินให้น้อง ๆ ดีไหมครับ”
เจมส์และแอนนาพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นทั้งสามก็พาอาหารป่าถุงใหญ่ไปปรึกษากับผู้าุโทั้งสอง
“ที่ว่าออกไปเดินเล่น คือ ไปหาของกินอย่างนั้นรึ?” ลิซ่าส่งสายตาดุมาหาคิทจนเ้าหนูต้องหลบมัน
“ข้าเห็นว่าเสบียงของเราน้อยแล้ว เลยอยากออกไปสำรวจของที่กินได้น่ะครับ อีกอย่าง...ได้กินแต่โจ๊กทุกวันข้ากลัวทุกคนจะเบื่ออาหารเสียก่อน... ข้าขอโทษที่ไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนครับ” คำแก้ตัวยืดยาวถูกพูดออกมาเหมือนเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว หญิงแก่สองคนที่ทำทีเป็ยืนดุจึงได้แต่กลอกตา
เ้าตัวเล็กนี่ฉลาดนัก! นอกจากจะพูดจุดอ่อนเื่เสบียงแล้ว ยังทำตัวได้น่าสงสารอีก!
“เฮ้อ ไม่ใช่ว่าเ้าผิด แต่การเข้าป่าคนเดียวมันอันตรายมากนะ หากเจอพวกสัตว์ดุร้ายเข้าจะทำอย่างไร? อย่างน้อยก็ควรพาเจมส์ไปด้วย” ซิสเตอร์ลิซ่ากล่าวตักเตือนอีกหลายหน ก่อนจะปล่อยเจมส์และแอนนากลับไปทำหน้าที่ดูแลเด็กน้อยต่อ
ซิสเตอร์แอนเปิดดูของภายในถุงผ้าอย่างสงสัย เมื่อเห็นเป็เห็ดหลากชนิดที่เธอพอรู้จักบ้างใบหน้าก็เผยรอยยิ้มแห่งความยินดี
“ข้ารู้จักแชนเทอเรลส์สีทองและน้ำตาลพวกนี้ เคยเห็นพ่อค้าขายในเมืองรัสเซล ราคามันสูงมากเลยนะ”
“ราคาสูง! เหรอครับ?” ท่าทีสำนึกผิดแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “ถ้าพวกเราเอาไปขาย แล้วซื้อเสบียงเพิ่มให้ทุกคนจะพอเป็ไปได้ไหมครับ”
“อย่างน้อยถ้ามีแชนเทอเรลส์สีทองสักครึ่งกระสอบก็น่าจะได้เงินหลายสิบเหรียญเงินเชียวล่ะ ลิซ่า...เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“เดินทางเข้ารัสเซลใช้เวลาไปกลับถึงสองวันเต็ม หากดำเนินการเื่ซื้อขายอีกคงต้องใช้เวลาถึงสามวัน... ของพวกนี้จะเก็บได้นานขนาดนั้นหรือเปล่า?” ทั้งสามครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเสนอแิตัวเอง
“โบสถ์ต้องมีคนเฝ้า แถมอีกไม่กี่วันเราก็จะถึงวันสวดขอบคุณเทพเ้าทั้งหลายแล้ว หลังจากนั้นให้ข้าเข้าเมืองไปกับแอนนาดีไหม เ้ากับหนูคิทจะได้ดูแลอาหารการกินของทุกคนได้”
ข้อเสนอแนะของซิสเตอร์แอนช่างน่าสนใจ
แม้คิทจะเสียดายที่ตนเองไม่ได้เข้าเมืองไปด้วย แต่ได้ทำประโยชน์ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว