หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากความจริงทุกอย่างกระจ่างชัดภายในห้องทำงานประธานบริหารที่เคยอบอวลไปด้วยรังสีความกดดันบัดนี้กลับเงียบเหงาและเย็นเยียบราวกับห้องร้างเอกสารกองโตบนโต๊ะถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย...เป็นระเบียบเกินไปด้วยร่องรอยการทำงานของ พริมา ที่ยังคงทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
อคินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาดูทรุดโทรมลงไปมากขอบตาคล้ำและหนวดเครารำไรคอยตอกย้ำว่าเขาแทบไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดหลายคืนที่ผ่านมาสายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้ทอดมองไปที่โต๊ะทำงานหน้าห้องที่ว่างเปล่าอย่างเลื่อนลอย
เขากลายเป็นพญามารที่ชนะทุกสิ่ง...แต่กลับสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป
สำหรับชานนท์... จุดจบของเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากผู้เป็นนาย ทันทีที่เครื่อง Autopenและบล็อกซิลิโคนหลักฐานชิ้นสำคัญถูกส่งถึงมือตำรวจนนทพัทธ์และทีมสืบสวนก็ได้ขยายผลไปยังคดีบุกรุก และทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทั้งหมด
ชานนท์ถูกจับกุมตัวได้ที่สนามบินขณะกำลังเตรียมจะหลบหนีออกนอกประเทศความจงรักภักดีแบบผิด ๆที่เขาเคยมีให้อาภพพังทลายลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานมัดตัวและโทษจำคุกระยะยาวในที่สุดชานนท์ตัดสินใจยอมเปิดปากสารภาพทุกข้อกล่าวหาและยอมเป็นพยานซัดทอดความผิดทั้งหมดไปที่อาภพเพื่อหวังลดโทษท้ายที่สุดศาลตัดสินจำคุกชานนท์ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนการฉ้อโกงปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ และจ้างวานบุกรุกโดยมีอาวุธปิดฉากมือขวาผู้เหี้ยมโหดที่ยอมทำลายชีวิตคนอื่นเพียงเพราะความโลภและการตกเป็นเครื่องมือของคนพาล
ก๊อกก๊อก ก๊อก
"พี่คินคะ..."รินรดา เปิดประตูเข้ามาเบา ๆแววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสารเมื่อเห็นสภาพของพี่ชายหญิงสาวเดินมาหยุดข้างเก้าอี้แล้ววางจดหมายลาออกฉบับจริงของพริมาลงบนโต๊ะ"รินไปเคลียร์เรื่องเอกสารลาออกและเงินชดเชยให้พรีมตามที่พี่คินสั่งเรียบร้อยแล้วนะคะ"
อคินมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นสิ่งของที่ไม่อาจจับต้องชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเค้นเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม "แล้ว... พรีมล่ะตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?"
รินรดาถอนหายใจยาว"พรีมพาคุณลุงธวัชชัยออกจากโรงพยาบาลเดิมแล้วค่ะพี่นนท์ช่วยประสานงานย้ายคุณลุงกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจังหวัดบ้านเกิดพรีมบอกว่าอยากให้ร่างกายและจิตใจของพ่อได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติและอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่โน่น..."
"เธอหนีฉันไปแล้วจริงๆ..." อคินซบหน้าลงกับฝ่ามืออย่างหมดแรงความจริงที่ว่าพริมาเลือกที่จะตัดขาดจากเขาทุกช่องทางมันบดขยี้หัวใจของเขาจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
"พี่คินคะ...รินรู้ว่าพี่คินเจ็บปวด แต่บาดแผลที่พี่ทำไว้กับพรีมมันใหญ่มากจริง ๆ"รินรดาแตะบ่าพี่ชายเบา ๆ "ให้เวลาพรีม... และให้เวลาตัวเองได้ทบทวนเถอะนะคะถ้ารักพรีมจริง ๆ พี่คินต้องพิสูจน์ตัวเองไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยตายอยากแบบนี้"
ณโรงพยาบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบกว่าในกรุงเทพฯมากพริมาในชุดลำลองเรียบง่ายกำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างเตียงของผู้เป็นพ่อ แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ใบหน้าของหญิงสาวดูผ่อนคลายและมีรอยยิ้มบาง ๆประดับอยู่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
"พ่อคะ...ทานส้มหน่อยนะคะ วันนี้หวานมากเลย" พริมาป้อนส้มชิ้นเล็กให้ ธวัชชัย
ชายชราที่นอนอยู่บนเตียงเคี้ยวช้าๆ แววตาของเขาดูสดใสและมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมือที่เคยสั่นเทาพยายามจะเอื้อมมากุมมือของลูกสาวไว้ พริมารีบกุมมือพ่อตอบทันที
"พรีม...พ่อขอโทษนะลูก ที่ทำให้พรีมต้องลำบากและเจ็บปวดมาตลอดสิบปี"ธวัชชัยเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก แต่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรักและรู้สึกผิด
"ไม่เลยค่ะพ่อพรีมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย" พริมาน้ำตาคลอเบ้าพลางซบหน้าลงกับมือของพ่อ"ตอนนี้ความจริงปรากฏแล้วไม่มีใครมาตราหน้าว่าพ่อของพรีมเป็นคนโกงได้อีกแล้วนะคะ ต่อจากนี้ไป...เราสองคนพ่อลูกจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันที่บ้านของเรานะพ่อ"
ในขณะนั้นเองนนทพัทธ์ เดินถือถุงอาหารกลางวันเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยชายหนุ่มส่งยิ้มอบอุ่นให้สองพ่อลูก
"พี่นนท์...ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกอย่าง ถ้าไม่ได้พี่นนท์ พรีมคงไม่มีวันทำสำเร็จ"พริมาหันไปบอกรุ่นพี่ด้วยความซาบซึ้งใจจากก้นบึ้ง
"ไม่เป็นไรเลยครับพรีมมันคือหน้าที่ของพี่ และพี่เต็มใจทำเพื่อพรีมกับคุณลุงอยู่แล้ว" นนทพัทธ์เดินเข้ามาใกล้พลางลูบหัวหญิงสาวด้วยความเอ็นดูทว่าแววตาของทนายหนุ่มกลับซ่อนความจริงบางอย่างไว้ "แต่ พรีม...มีเรื่องนึงที่พี่คิดว่าพรีมควรจะรู้นะครับ"
พริมาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย"เรื่องอะไรเหรอคะพี่นนท์?"
"เรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของคุณลุงที่โรงพยาบาลนี้รวมถึงค่าจ้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เดินทางมาดูอาการของคุณลุงถึงที่นี่..."นนทพัทธ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงเรียบ "คุณอคินเป็นคนสั่งให้จัดการและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดล่วงหน้าไว้ให้เป็นเวลาสามปีแล้วนะครับ...เขาทำผ่านกองทุนนิรนาม แต่พี่เช็กเส้นทางการเงินแล้วเป็นเงินส่วนตัวของเขาทั้งหมด"
คำพูดของนนทพัทธ์ทำให้มือของพริมาที่กำลังกุมมือพ่ออยู่ชะงักหัวใจดวงน้อยที่คิดว่าปิดตายและนิ่งสนิทไปแล้วพลันสั่นไหวและหน่วงในอกขึ้นมาอย่างรุนแรงภาพของพญามารที่ยอมคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนเธอในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว
‘จะให้ฉันชดใช้ยังไง...เธอบอกมาได้เลย...’
พริมาเม้มริมฝีปากแน่นเธอมองออกไปนอกหน้าต่างดูทิวทัศน์ของภูเขาที่อยู่ไกลออกไปความโกรธแค้นในใจของเธอเบาบางลงไปมากแล้วนับตั้งแต่ความจริงปรากฏแต่ความกลัวและความเจ็บปวดจากตราบาปที่เขาฝากไว้มันยังคงทำหน้าที่เป็นกำแพงหนาเตือนใจเธออยู่ดี
"พรีมรับทราบค่ะพี่นนท์...แต่พรีมยังไม่พร้อมที่จะเจอหรือรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาในตอนนี้"พริมาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทอดสายตาไปไกลแสนไกล
เงาร้ายของพญามารและเพลิงแค้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว...แต่หนทางแห่งการเยียวยาหัวใจและก้าวข้ามตราบาปในอดีตของทั้งคู่ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางระยะห่างที่ไกลแสนไกลข้ามจังหวัดนี้