หยุดแกล้งฉันซะทีเถอะค่ะ คุณหนู !

    หายนะ...(ในหลายๆ ความหมาย)

    “อาเร๊ะ...ดูเหมือนว่าฉันจะหยิบปุ๋ยเร่งการเจริญเติบโตสลับกับยาแก้อาการสะกดจิตสินะ...อย่างนี้นี่เอง”

    “มา ‘อย่างนี้นี่เอง’อะไรกันยะ ! แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย!?”

    มิเรเซียเขกหัวไมเดนที่พยักหน้าอยู่อย่างแรง แต่ไมเดนก็สามารถหลบกำปั้นนั้นได้ทันท่วงที

    “ไม่ต้องห่วงๆไม่น่าจะอันตรายหรอกน่า ?”

    “ไม่น่าเชื่อถือเลยย่ะ!นี่นาเรียจะไม่เป็๲อะไรจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย !?”

    มิเรเซียถามพร้อมกับไมเดนที่หันไปดูอาการของนาเรียที่ในตอนนี้เธอกำลังนอนหอบหายใจด้วยใบหน้าที่แดงก่ำอยู่บนเตียงอันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกายของเธอ

    “...น่าจะไม่เป็๲ไรนะ?”

    “อย่างน้อยเธอก็พูดออกมาให้มันมั่นใจหน่อยสิยะ!”

    “ฮ้าว...ฉันง่วงแล้วอะ...ไปนอนก่อนนะ”

    “เดี๋ยวก่อนสิเฮ้ย!?”

    มิเรเซียพยายามเข้าไปจับตัวไมเดนเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันเพราะว่าไมเดนได้หนีหายไปอย่างรวดเร็วเรียบร้อยแล้ว...

    ทีตอนจะหนีนี่ไวเชียวนะเธอน่ะ !

    “โธ่เอ้ย...แล้วเราจะเอายังไงกันดีล่ะเนี่ย...”

    ฉันมองนาเรียพร้อมกับครุ่นคิดเล็กน้อยเพราะว่าฉันเองก็ไม่เคยดูแลคนป่วยมาก่อนซะด้วยสิ

    เห็นเขาบอกว่า ต้องเอาผ้าชุบน้ำมาแปะหน้าผากแล้วก็ทำข้าวต้มให้สินะ...แล้วไอ้ข้าวต้มนี่มันทำยังไงกันหว่า?

    เอาเถอะ เดี๋ยวตอนทำถ้าจะได้มันก็ได้เองนั่นแหละ

    “ก่อนอื่นก็ผ้าชุบน้ำๆ...อยู่ไหนหว่า...อ๊ะ! นี่ไง !”

    มิเรเซียเดินไปต้อยๆ แล้วก็เอาผ้าไปชุบน้ำอย่างลวกๆก่อนที่จะเอามาโยนแปะบนหน้าของนาเรียโดยที่ได้ไม่บิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

    “เรียบร้อย! ต่อไปก็ทำอาหารสินะ!”

    มิเรเซียเผยสีหน้ามั่นใจออกมา ก่อนที่เธอจะเดินจากไป

    ซึ่งหลังจากที่เธอเดินจากไปแล้ว นาเรียก็ลุกขึ้นมาบิดน้ำออกพร้อมกับนำยาเคลือบกระเพาะมาดื่มเตรียมพร้อมเอาไว้

    “...อา...เห็นอนาคตเลยแฮะเรา”

    นาเรียถอนหายใจออกมาอย่างท้อแท้ ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มแห้งๆออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์แบบสุดๆ

    สงสัยวันหลังเราคงต้องสอนสามัญสำนึกให้กับคุณหนูซะแล้วสิแบบนี้...

     

    <ทางด้านมิเรเซีย>

     

    “อือ...รู้สึกว่านาเรียจะทำแบบนี้สินะ?”

    ฉันตักข้าวดิบมาจนเต็มหม้อพร้อมกับเทน้ำไปให้มันชุ่มๆก่อนที่จะเอาหม้อไปตั้งบนเตาถ่านไฟแรงๆ จะได้สุกเร็วๆ

    ถ้าแค่นี้เราก็ทำได้ ! แหมๆเรานี่ก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย !

    มิเรเซียฮัมเพลงอย่างสบายใจ พร้อมกับนั่งจ้องหม้ออย่างใจเย็น

    “เอ...ไฟเบาไปไหมหว่า? ลองเพิ่มไฟดูดีไหมนะ?”

    พอคิดได้ดังนั้นแล้ว เธอก็ไม่รอช้าที่จะเติมฟืนเข้าไปยังเตาถ่านในปริมาณที่ค่อนข้างมากกว่าปกติประมาณสิบเท่า

    ก่อนที่เธอจะมองกองไฟขนาด๶ั๷๺์ตรงหน้าอย่างภาคภูมิใจและเมื่อข้าวต้มสุกจนกลายเป็๞สีดำ เธอก็ตักใส่ชามแล้วก็เดินต้อยๆไปที่ห้องของนาเรีย

    “นี่นาเรียฉันเอาข้าวต้มมาให้- อาเร๊ะ ? เธอหลับไปแล้วเหรอ ?”

    มิเรเซียมองไปยังร่างของนาเรียที่กำลังกรนออกมาเบาๆพร้อมกับเหงื่อที่ไหลโซมกายบนหน้าผากของเธอเล็กน้อย

    อาเร๊ะ ? ฉันก็นึกว่าเธอตื่นอยู่ซะอีก...นี่เธอหลับอยู่หรอกเหรอ?

    มิเรเซียเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะวางข้าวต้มสีดำทมิฬเอาไว้บนโต๊ะแล้วก็มานั่งกุมมือของนาเรียเอาไว้

    “เฮ้อ...หายไวๆนะนาเรีย...ฉันเป็๲ห่วงเธอนะ”

    มิเรเซียถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนที่เธอจะเหม่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง โดยที่เธอไม่ได้รู้ตัวเลย

    ว่านาเรียแอบลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับเหงื่อที่ไหลพรากๆ

    ‘เฮ้อ...เกือบไปแล้วสิ...’

    ดีนะที่แกล้งหลับทัน...ไม่อย่างนั้นเราไม่รอดแหงๆ...

    นิยายแนะนำ