อารมณ์ของกู้ชิงเฉิงยังคงสงบนิ่งทว่าแฝงความประหลาดใจไว้เล็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาของฮ่องเต้กำลังจับจ้องมานางก็ไม่หลบสายตา หากแต่สบตากลับไปตรงๆ
ในสายตาของฮ่องเต้กู้ชิงเฉิงผู้นี้ควรเป็นผู้ที่ตื่นตระหนกที่สุด เมื่อครั้งก่อนนางเกือบทำลายตระกูลไป๋ทั้งตระกูลให้สิ้น
ฮ่องเต้ตั้งใจจะสั่งประหารนางทว่าด้วยคำขอร้องจากตระกูลไป๋ โทษทัณฑ์นั้นจึงถูกระงับไว้ และในวันนี้เมื่อแผนที่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เท่ากับเป็นการรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆขึ้นมากล่าวถึง
โม่อวี้เฉินกระแอมเบาๆเพื่อขัดจังหวะการแสดงของกู้ตงหลิง “เสด็จพ่อแผนที่ผืนนี้เดิมทีจะต้องถูกทำลาย หากทำลายเสีย เรื่องราวในอดีตก็จะมลายหายไปไม่มีผู้ใดกล่าวถึงอีก”
“เรื่องนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องกล่าวถึงอีก!” ฮ่องเต้ฉินสะบัดแขนเสื้อแล้วโยนแผนที่ลงบนโต๊ะเกือบจะทำให้จอกสุราล้มคว่ำ
ในครานั้นฮ่องเต้ทรงกริ้วมากแต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดว่า ผู้ที่หมายจะทำร้ายตระกูลไป๋ให้สิ้น กลับเป็นกู้ชิงเฉิงผู้เป็นที่รักยิ่งของตระกูลไป๋ ความรู้สึกของฮ่องเต้ฉินในตอนนั้นไม่มีใครสามารถเข้าใจได้
ในเวลานี้ในใจของเขายิ่งรู้สึกสลับซับซ้อนยิ่งนัก ดังนั้นจึงหันไปมองกู้ชิงเฉิงแต่เขาไม่คาดคิดว่ากู้ชิงเฉิงก็กล้าสบตากลับมา ดวงตาคู่นั้นบริสุทธิ์และใสกระจ่างไม่มีความรู้สึกผิดปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นฮ่องเต้ฉินก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
“เสด็จพ่อ ลูกพบแผนที่ผืนนี้ และยังพบเจอคนน่าสงสัยอีกผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”โม่อวี้เฉินปรับสีหน้าให้จริงจังในเมื่อเริ่มต้นแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องถอยกลับ
กู้ตงหลิงหมายจะทำร้ายภรรยาและบุตรชายของเขามีหรือที่เขาจะใจอ่อน แม้เพียงแผนที่ผืนนี้ผืนเดียวจะยังไม่อาจสังหารกู้ตงหลิงได้แต่ก็สามารถถลกหนังนางได้ถึงชั้นหนึ่งอีกทั้งกระดานหมากที่เขาวางไว้นั้นใหญ่หลวงนักทุกย่างก้าวล้วนคำนวณมาอย่างดีเยี่ยม ประกอบกับความร่วมมือจากกู้ชิงเฉิงการสังหารกู้ตงหลิงเป็นเพียงเรื่องของกาลเวลาเท่านั้น
สีหน้าของฮ่องเต้ฉินแปรเปลี่ยนไปมายากที่จะคาดเดา
กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าฮ่องเต้ผู้นี้มักจะระแวงสงสัยอยู่เสมอหากเรื่องในวันนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา ก็ย่อมจะนำไปสู่เรื่องราวมากมาย
อย่างไรก็ตามฮ่องเต้ฉินผู้นี้มักจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เป็นหลักสนใจเพียงแผ่นดินและอาณาจักรของเขาเท่านั้น สถานะ ตำแหน่งและอำนาจของกู้หยวนเจี๋ยนั้นมั่นคง ยากที่จะมีใครโค่นล้มได้อีกทั้งฮ่องเต้ฉินก็ยังคงต้องการตระกูลกู้ ดังนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะเปิดโปงออกมาอย่างไรสุดท้ายก็จะต้องถูกกดทับลงไป
เรื่องนี้โม่อวี้เฉินก็รู้ดีแต่เขากลับคิดว่า น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนสักวันหนึ่งย่อมสามารถโค่นล้มตระกูลกู้ลงได้และจะทำให้กู้ตงหลิงได้รับการลงโทษที่สมควร
สีหน้าของฮ่องเต้ฉินเปลี่ยนไปหลายครั้งดูลังเลอยู่บ้าง ทว่าโม่อวี้เฉินไม่ได้รอให้ฮ่องเต้ตรัสหากแต่ตะโกนลงไปเบื้องล่างว่า “เฟิงเจ๋อพาตัวคนผู้นั้นมา”
เฟิงเจ๋อนำคนที่ถูกมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนาขึ้นมาเบื้องบนการแต่งกายของคนผู้นั้นบ่งบอกได้ว่าไม่ใช่ชาวต้าฉิน
“องค์รัชทายาท ท่านทำสิ่งใด? นี่คืองานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้อย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย” ฮองเฮาเอ่ยออกมาพลางพยายามส่งสายตาให้โม่อวี้เฉิน นี่ไม่ใช่มาทำลายบรรยากาศหรอกหรือ?
“เสด็จพ่อเสด็จแม่ ลูกเพียงไม่อยากให้พวกท่านตกอยู่ในความมืดบอดพ่ะย่ะค่ะ”โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางส่งสายตาให้เฟิงเจ๋อ
เฟิงเจ๋อเหลือบมองคนผู้นั้นที่ถูกมัดอยู่แล้วเอ่ยอย่างเย็นชา “จงพูดมาแผนที่นี้ผู้ใดมอบให้เจ้า? คิดให้ดีก่อนกล่าว มิเช่นนั้นเจ้าก็จะรู้ว่าผลเป็นเช่นไร”
คนผู้นั้นที่ถูกมัดสะทกสะท้านน่าจะผ่านความเจ็บปวดมาไม่น้อย พลางเงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้น
ยามนั้นกู้ตงหลิงกลับยกมือขึ้นกุมหน้าท้อง “ทูลฝ่าบาททูลองค์ฮองเฮา โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันรู้สึกไม่สบายขอตัวไปพักผ่อนสักครู่เพคะ”
นางกำแขนเสื้อแน่นใบหน้ายิ่งขาวซีดลงไปอีกหลายส่วน ทันทีที่คนผู้นั้นถูกนำตัวขึ้นมานางก็ตกตะลึงจนไร้สติ ครู่ใหญ่จึงได้สติกลับคืนมายามนี้รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่นหลัง เหงื่อเย็นเยียบไหลริน
“เป็นนาง!” คนที่ถูกมัดพลันเอ่ยออกมาพร้อมทั้งชี้ไปยังกู้ตงหลิง“ข้าจำเสียงของนางได้”
กู้ตงหลิงแข็งค้างอยู่กับที่ดวงตาที่ก้มต่ำฉายแววอาฆาตมาดร้าย นางไม่คาดคิดว่าคนผู้นี้จะยังมีชีวิตอยู่ในครานั้น นางได้ส่งคนมากมายไปสังหารเขา หวังจะลบเลือนทุกสิ่งให้สิ้นซากแต่ทว่าอีกฝ่ายเป็นชาวซีหลิน อำนาจของนางไม่อาจเอื้อมไปได้ไกลนัก
“องค์รัชทายาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย กระหม่อมเป็นเพียงคนส่งสารหาได้มีสิ่งใดไม่ กระหม่อมเพียงแค่ต้องการเงินเล็กน้อยใช้จ่ายเท่านั้น!” ชาวซีหลินผู้ถูกมัดร้องขอชีวิตในทันใดดูราวกับว่าเขาเพิ่งตระหนักถึงภัยอันตรายเบื้องหน้าชายผู้นี้มีรูปพรรณสัณฐานเป็นคนเจ้าเล่ห์ มีใบหน้าผอมเกร็ง ดวงตาเล็กกลอกกลิ้งไปมา
ยังไม่รอให้โม่อวี้เฉินตอบเขาพลันกล่าวว่า “ในครานั้นแม่นางผู้นี้ได้มอบแผนที่ฉบับนี้ให้กระหม่อมบอกว่าหากนำส่งให้ถึงมือองค์ชายสามแห่งแคว้นหลินด้วยตนเองจะให้กระหม่อมหนึ่งพันตำลึงเงิน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความจริง ไม่มีคำโกหกแม้แต่น้อยหากมีสิ่งใดเท็จ ขอให้กระหม่อมโดนฟ้าผ่าตาย ไม่ได้ตายดี!”
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นนาง?” โม่อวี้เฉินเอ่ยถามอีกครั้งถ้อยคำที่คนผู้นี้เพิ่งกล่าวออกไปนั้น ได้ทำให้สถานการณ์ร้อนระอุขึ้นแล้วนี่คือแผนที่แสดงสถานการณ์การป้องกันของแม่ทัพตระกูลไป๋กว่าสิบคนซึ่งเป็นความลับสุดยอด และยังเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของคนนับพันในตระกูลไป๋แต่กลับมีคนคิดจะมอบให้องค์ชายสามแห่งแคว้นศัตรู ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนี้ไม่จำเป็นต้องคาดเดา
ผู้คนทั้งหลายต่างมองไปยังกู้ตงหลิงเดิมทีกู้ตงหลิงคิดจะถอยออกไปแต่ไม่คาดว่าคนส่งสารผู้นี้จะเกรงกลัวความตายถึงเพียงนี้ ยังไม่ทันได้สอบถามก็สารภาพออกมาทั้งหมดแล้ว นางรู้ดีว่า วันนี้ตนเองคงจะจบสิ้นแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าใส่ร้ายบุตรสาวของข้า” กู้หยวนเจี๋ยก็ร้อนรนเช่นกันดวงตาแดงก่ำจ้องมองอีกฝ่ายอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เจ้ามีหลักฐานใดมาพิสูจน์?”
“จะเอาหลักฐานใด ข้าเป็นเพียงคนส่งสาร” ชายที่ถูกมัดจ้องมองกู้หยวนเจี๋ยอย่างดูหมิ่น
“แผนที่นี้เจ้าไม่ได้มอบให้องค์ชายสามหรือ?” ฮ่องเต้ฉินทรงรู้สึกแน่นหน้าอกตอนนี้เขารู้สึกโมโหยิ่งนัก แต่ก็ยังทรงระงับโทสะไว้ ก่อนจะเอ่ยถาม
แต่ชาวซีหลินผู้ถูกมัดกลับยิ้มเล็กน้อย“แน่นอนว่ามอบให้องค์ชายสามแล้ว นี่เป็นสำเนาที่กระหม่อมทำไว้เองต้องเก็บไว้เป็นทางหนีทีไล่หลายปีมานี้แม่นางผู้นี้กับองค์ชายสามต่างตามล่าสังหารกระหม่อม โชคดีที่กระหม่อมโชคดีหนีไปเป่ยเย่าได้”
ใบหน้าของฮ่องเต้ฉินมืดครึ้มยิ่งนักไม่อาจมองเห็นอารมณ์ใดๆ ได้เลย กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่า ฮ่องเต้ฉินกำลังทรงคำนวณได้เสียในสายตาของเขา มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นผู้ใดที่สามารถนำผลประโยชน์อันมหาศาลมาให้เขาได้ เขาก็จะเก็บผู้นั้นไว้
ฮ่องเต้พลันเหลือบมองแผนที่อีกครั้งก่อนจะมองไปยังกู้ตงหลิงที่ยังคงคุกเข่าอยู่ กู้หยวนเจี๋ยคุกเข่าลงแล้วและใช้สองมือยันพื้น “ขอฝ่าบาทโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนตงหลิงเป็นเพียงอิสตรีจะมีแผนที่แสดงสถานการณ์การป้องกันของท่านแม่ทัพไป๋ได้อย่างไร? นี่เป็นการใส่ร้ายป้ายสี เป็นการปองร้ายพ่ะย่ะค่ะ”
เดิมทีกู้ชิงเฉิงกำลังละเลียดขนมเบื้องหน้าอย่างสบายอารมณ์เมื่อได้ยินคำกล่าวของกู้หยวนเจี๋ย ก็พลันยิ้มออกมา แล้วเอ่ยปากขึ้นว่า“ท่านพ่อ ท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร? ท่านกำลังกล่าวหาว่าฝ่าบาทไม่ได้ทรงพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนหรือ?ฝ่าบาทยังไม่ทันได้ตรัสสิ่งใดเลย”
“เจ้า…” กู้หยวนเจี๋ยก็ไม่คาดคิดว่ากู้ชิงเฉิงจะสอดแทรกเข้ามาและยังจะผลักเขาเข้าสู่คลื่นลมที่พัดกระหน่ำ
“เสด็จพ่อทรงพระปรีชาสามารถยิ่งนัก ทรงพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเสมอเรื่องนี้มีพิรุธมากมาย ทั้งยังเกี่ยวข้องกับเรื่องระหว่างสองแคว้นและจวนท่านแม่ทัพไป๋ เสด็จพ่อย่อมจะทรงตัดสินอย่างยุติธรรม” กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่ากู้หยวนเจี๋ยในตอนนี้มีอำนาจมหาศาลการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบไปทั่วทั้งแผ่นดินฮ่องเต้ย่อมต้องทรงเกรงใจ แต่ที่นางจงใจกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อปิดปากฮ่องเต้ต่อหน้าขุนนางและชาวบ้าน
เป็นไปตามคาดเมื่อนางกล่าวจบ พระพักตร์ของฮ่องเต้ฉินกลับดูบึ้งตึงยิ่งนักถ้อยคำที่ดูเหมือนจะยกย่อง แต่กลับแทงใจดำทุกประโยค เขาไม่อาจแสดงโทสะได้ในทันทีทำได้เพียงระงับเอาไว้กู้ชิงเฉิงยังได้เอ่ยถึงตระกูลไป๋และความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นเขาจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้
“ทหาร! จงนำตัวผู้นี้ไปคุมขังที่คุกหลวงต้าหลี่ซื่อ และสอบสวนอย่างเข้มงวด”ฮ่องเต้ฉินกัดฟัน และเอ่ยทีละคำอย่างช้าๆด้วยใบหน้าซีดเผือดน่ากลัวยิ่งนัก และกลิ่นอายรอบกายเย็นยะเยือกจนน่าสะพรึงกลัว
“เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่เหมาะสมกระมัง” รุ่ยอ๋องผู้ที่เฝ้าดูอยู่ตลอดก็พลันเอ่ยปากขึ้น