ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 นางคิดจะพลิกขาวเป็นดำ

            บทที่ 86 นางคิดจะพลิกขาวเป็นดำ

            ฟางชิงสือรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์หลิวจึงเล่าเรื่องที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยทะเลาะกับจิ่งเยี่ยนกุยให้ฟังทั้งหมด เมื่อเล่าจบก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า “นักเรียนหญิงสองคนนี้มาจากหมู่บ้านอิ๋นซานค่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่ก็อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอิ๋นซาน รู้จักพวกเธอไหมคะ?”

            ในหมู่บ้านอิ๋นซาน ตระกูลฟางถือว่าเป็นคนนอก ไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับชาวบ้านในหมู่บ้านมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยุ่งอยู่แล้ว จึงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของชาวบ้าน

            ถ้าเป็นคนอื่น ฟางชิงสืออาจจะไม่รู้จัก แต่เพราะพึ่งพาใบบุญของเจียงอี่โหลวและฟางเสียนจือ เขาก็พอจะรู้จักจิ่งเยี่ยนกุยและจิ่งเสี่ยวเยวี่ยอยู่บ้าง เพราะจิ่งเยี่ยนกุยอาจจะได้เป็นลูกสะใภ้ของเขาในอนาคต

            โดยปกติแล้วเขามักจะตัดสินจากข้อเท็จจริง ไม่ได้ดูที่ตัวบุคคล ตอนนี้จึงเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรมากนัก และรับกระดาษคำตอบจากอาจารย์หลิวมาดู เขาคิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับลูกชายของเขา จึงต้องจัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นหากจัดการไม่ดี อาจทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าทุจริตได้

            ดังนั้นเขาจึงเรียกอาจารย์ประจำวิชาต่างๆ มา เพื่อตรวจกระดาษคำตอบอีกครั้งอย่างละเอียด อย่าให้มีข้อผิดพลาดใดๆ

            อาจารย์ประจำวิชาก่อนหน้านี้ได้ทำการตรวจกระดาษคำตอบแล้ว ตอนนี้เมื่อทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งก็เลยทำได้รวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ตรวจเสร็จทั้งหมด นอกจากมีนักเรียนคนหนึ่งที่ทำผิดพลาดเล็กน้อย ต้องหักศูนย์จุดห้าคะแนน ส่วนกระดาษคำตอบของคนอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

            ฟางชิงสือถามอาจารย์หลิวอีกครั้งว่า “พวกเขามีโอกาสทุจริตไหม?”

            “ไม่มีทางค่ะ” อาจารย์หลิวตอบ “เพราะทุกปีจะมีนักเรียนมาสมัครเข้าโรงเรียน เราเลยต้องออกข้อสอบใหม่ทุกปีเพื่อป้องกันการรั่วไหล ก่อนจะสอบข้อสอบก็จะอยู่ที่อาจารย์ประจำวิชาแต่ละคน มีแค่อาจารย์ผู้ออกข้อสอบที่รู้ว่าตัวเองออกอะไร”

            “ตอนสอบยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ ฉันจัดให้พวกเขาสอบในห้องเรียนใหญ่ โดยเว้นระยะห่างกันมาก ไม่ให้เอาหนังสือเข้าไป โต๊ะเรียนก็ไม่มีอะไรเลย ตอนที่พวกเขาทำข้อสอบ ฉันก็เฝ้าดูตลอด พวกเขาไม่มีโอกาสทุจริตแน่นอน”

            ฟางชิงสือจึงสบายใจ แล้วพูดว่า “ดี งั้นก็ไปประกาศผลสอบได้ ใครที่ได้คะแนนผ่านเกณฑ์อนุปริญญาก็รั้งเอาไว้”

            อาจารย์หลิวตอบรับ แล้วถือกระดาษคำตอบไปที่ห้องเรียนใหญ่ ขณะนี้จิ่งเยี่ยนกุยได้รออยู่ที่นั่นกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรู้ว่าตัวเองคงสอบไม่ผ่านแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังเล็กน้อย และอยากเห็นจิ่งเยี่ยนกุยสอบได้แย่กว่าเธอ จึงอดทนรออยู่ที่นั่น โดยระหว่างนั้นก็พูดจาเสียดสีต่างๆ นานา แต่จิ่งเยี่ยนกุยทำเหมือนหล่อนพูดไปเรื่อยแล้วท่อง “คัมภีร์เน่ยจิง” อยู่ในใจ

            หลังจากอาจารย์หลิวเข้ามาก็เริ่มอ่านคะแนนจากมากไปน้อย “เกาเหมิง 453 คะแนน จิ่งเยี่ยนกุย 409 คะแนน… จิ่งเสี่ยวเยวี่ย 157 คะแนน เกาเหมิงและจิ่งเยี่ยนกุยมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดและถูกรับเข้าเรียน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนให้มาลงทะเบียนที่โรงเรียนได้…”

            อาจารย์หลิวยังพูดไม่ทันจบ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็กรีดร้องขึ้น “จิ่งเยี่ยนกุยที่ได้คะแนนรั้งท้ายตลอดจะสอบได้คะแนนสูงกว่าฉันได้ยังไง!”

            ก่อนหน้านี้ตอนอยู่โรงเรียนในอำเภอ กระทั่งตอนที่เธอทำคะแนนได้ดีที่สุดก็ยังสอบได้ไม่ถึง 400 คะแนน แต่ครั้งนี้จิ่งเยี่ยนกุยกลับได้คะแนนดีกว่าตอนที่เธอทำได้ดีที่สุดเสียอีก เป็นไปไม่ได้!

            ก่อนที่อาจารย์หลิวจะมาที่นี่ก็รู้แล้วว่าเธอจะต้องโวยวายแน่นอน จึงทำหน้าขึงขังแล้วพูดว่า “จิ่งเสี่ยวเยวี่ย ครั้งนี้ตัวเองสอบเป็นยังไง ยังไม่รู้ตัวเองอีกงั้นเหรอ?”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรีบร้อน “หนูรู้ว่าครั้งนี้หนูสอบได้ไม่ดี แต่จิ่งเยี่ยนกุยก็ไม่มีทางสอบได้คะแนนดีเหมือนกัน อาจารย์ก็รู้ว่าก่อนหน้านี้หล่อนสอบได้ไม่ถึงร้อยคะแนนเลยด้วยซ้ำ แล้วครั้งนี้จะมาได้สี่ร้อยกว่าคะแนนได้ยังไง!”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วตะโกนเสียงดังขึ้น “ทุจริต! ใช่ จิ่งเยี่ยนกุยโกง อาจารย์อาจจะไม่รู้ จิ่งเยี่ยนกุยเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ของอาจารย์ใหญ่! หล่อนต้องเอาข้อสอบไปให้คนเก่งๆ ทำ แล้วให้จิ่งเยี่ยนกุยมาท่องจำคำตอบแน่นอน!”

            พูดจบก็หันไปตะโกนใส่จิ่งเยี่ยนกุย “ฟางเสียนจือเอาข้อสอบไปให้ทำ แล้วให้เธอท่องคำตอบใช่ไหม! แค่ท่องคำตอบยังได้คะแนนแค่นี้ ไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง!”

            คำพูดของเธอเหมือนระเบิดลูกใหญ่ ทำให้นักเรียนและอาจารย์หลิวต่างถึงกับงงงวย แล้วหันไปมองจิ่งเยี่ยนกุยตามๆ กัน

            อาจารย์หลิวเข้าใจแล้วว่าทำไมวันนี้อาจารย์ใหญ่ฟางถึงถามว่ามีการทุจริตไหมหลังจากที่ดูคะแนนของนักเรียน ที่แท้ก็ป้องกันเรื่องนี้เอง!

            จิ่งเยี่ยนกุยก็คาดไม่ถึงว่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยจะพูดเรื่องนี้ออกมา เธอไม่ได้สนใจจิ่งเสี่ยวเยวี่ย แต่หันไปมองอาจารย์หลิวแล้วพูดว่า “หนูไม่ได้ทุจริตค่ะ ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ อาจารย์ก็เรียกอาจารย์ประจำวิชาแต่ละคนมาออกข้อสอบให้หนูทำตอนนี้ก็ได้ค่ะ”

            การสอบคัดเลือกครั้งนี้ อาจารย์หลิวเป็นผู้ดำเนินการเอง เธอรู้ดีที่สุดว่ามีช่องทางให้ทุจริตได้หรือไม่ จากสถานการณ์ตอนนี้ จิ่งเยี่ยนกุยไม่มีโอกาสนั้นเลย

            ถึงแม้ว่าในใจของอาจารย์หลิวจะอยากรู้เรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยเป็นลูกสะใภ้ของฟางชิงสือมากแค่ไหน แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสอดรู้เรื่องชาวบ้าน

            เธอหันไปมองจิ่งเสี่ยวเยวี่ยแล้วถามว่า “เธอว่าจิ่งเยี่ยนกุยทุจริต แล้วมีหลักฐานไหม?”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยอึ้งไป แต่ก็ยังคงพูดเหมือนเดิมว่า “เมื่อก่อนจิ่งเยี่ยนกุยเป็นนักเรียนรั้งท้ายของโรงเรียนในอำเภอ เรื่องนี้ทุกคนในโรงเรียนรู้ดี คุณไปตรวจดูได้เลย ไม่มีเหตุผลอะไรที่พอผ่านช่วงปิดเทอมไปแค่เดือนกว่าๆ คะแนนจะดีขึ้นขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่โกงแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?”

            “ก็สรุปว่าทั้งหมดเป็นแค่การคาดเดาของเธอ ไม่มีหลักฐาน” อาจารย์หลิวรู้สึกไม่ชอบจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่ชอบสร้างเรื่อง จึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะพูดสิ่งที่เธอเคยพูดกับฟางชิงสือก่อนหน้านี้ออกไปทั้งหมดอีกครั้ง

            เมื่อพูดจบก็ยังพูดต่อไปว่า “เธอบอกว่าอาจารย์ใหญ่ฟางช่วยจิ่งเยี่ยนกุยทุจริต ฉันคิดว่าเธอจินตนาการล้ำเลิศขนาดนี้ ไม่ไปแต่งเรื่องเขียนนิยายก็คงน่าเสียดายแย่ งั้นตอนนี้ฉันจะช่วยสรุปความเป็นไปได้ที่จิ่งเยี่ยนกุยจะทุจริตให้ฟัง”

            “อย่างแรกเธอว่าอาจารย์ใหญ่ฟางช่วยจิ่งเยี่ยนกุยขโมยข้อสอบ แล้วให้คนไปทำข้อสอบมาให้จิ่งเยี่ยนกุยท่องจำ ถ้าอาจารย์ใหญ่ฟางอยากให้จิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาเรียนจริงๆ เขาจะพูดแค่เพียงประโยคเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงให้คนอื่นมากล่าวเสียๆ หายๆ โดยให้เธอมาสอบแบบนี้เลย”

            เมื่อพูดถึงตรงนี้เธอก็เรียบเรียงความคิดทั้งหมดได้แล้ว อาจารย์ใหญ่ฟางเป็นคนอย่างไร อาจารย์ในโรงเรียนรู้ดี เขาไม่เคยลำเอียง เห็นแก่โรงเรียนและเด็กๆ เป็นหลัก อาจารย์ใหญ่ฟางไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้แน่นอน!

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกัดฟันพูดว่า “บางทีอาจารย์ใหญ่ฟางอาจอยากให้เธอเข้ามาแบบถูกต้อง จะได้ปูทางให้เธอ!”

            อาจารย์หลิวได้ยินก็หัวเราะออกมา “จะเสียแรงเอาจิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาเรียนทำไม? จะให้มาสอบได้ที่โหล่ให้คนหัวเราะเยาะเหรอ? ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ แล้วการได้ใบประกาศนียบัตรจากโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนในอำเภอจะแตกต่างกันยังไง?”

            คำถามหลายคำถามทำเอาจิ่งเสี่ยวเยวี่ยชะงักงันไป เพราะเธอตอบไม่ได้จริงๆ!

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663