ทั้งสามจักรวรรดิต่างบ้าคลั่งฝึกจอมเวทให้เก่งกาจ
าที่ไม่รู้ว่าจะปะทุขึ้นเมื่อไรหรืออาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ในเวลานี้การส่งจารชนเพื่อสืบข่าวลับของแต่ละจักรวรรดิก็คงจะดุเดือดมากเช่นกัน
ปัญหาไม่ใช่เื่การลอบสังหารแต่เป็การโน้มน้าวเพื่อดึงมาเป็พวกตนเอง
ยุคสมัยที่สนามรบเต็มไปด้วยจอมเวท
จอมเวทของข้าศึกคือเป้าหมายในการลอบสังหารโดยเฉพาะจอมเวทที่เก่งกาจมาก ๆ
ปัญหาก็คือเป้าหมายนั้นเป็แค่เด็กอายุสิบสองปีถือเป็อายุที่มากพอสำหรับชักชวนมาเป็พวกก่อนลอบสังหาร
ข้าเป็หนี้ชีวิตบุคคลสำคัญที่เกินกว่าจะจินตนาการสินะ
หลังจากเ้าเมืองจัดการกับความคิดของตนเองเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยปากอีกครั้ง
“ท่านจอมเวทอยู่ที่ไหนข้าจะต้องไปหาเขาเดี๋ยวนี้”
“เื่นั้น ตอนนี้เกรงว่าจะยากขอรับ”
“ทำไมล่ะ หรือว่าเขาาเ็”
“เปล่าขอรับ เขาสบายดีมาก แต่ว่า...”
พ่อบ้านชราหยุดชะงักก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย
“เขาบอกว่า...ต้องออกไปเจรจาการค้าขอรับ”
“เจรจาการค้าหรือ”
ในหุบเขาม็อคเลียน่เวลาเดียวกันกับที่เ้าเมืองได้สติขึ้นมา
หุบเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ที่ซ่อนของฝูงก็อบลิน
เอียนอยู่กับกลุ่มคนแปลกหน้าที่นั่น
“นี่มันวิเศษไปเลย!ข้าไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน”
ชายพุงพลุ้ยวัยกลางคนในเสื้อผ้าหรูหราพึมพำกับเอียนอย่างประจบประแจง
“แน่นอน เพราะว่าพวกมันถูกแช่แข็งก่อนตาย”
“ใช่แล้ว! ท่านเลือกวิธีได้ยอดเยี่ยมมาก”
ชายวัยกลางคนนี้เป็พ่อค้าว่ากันว่าเป็ระดับแนวหน้าของอาณาเขต
เขาเป็ผู้ดูแล ‘สมาคมการค้าฟอยอัน’
“ราคาเท่าไหร่หรือขอรับ”
ตอนนี้เอียนกำลังทำข้อตกลง
ทิ้งศพของก็อบลินไว้ที่นั่นเฉย ๆจะมีประโยชน์อะไร
ถ้านํ้าแข็งละลายศพก็จะเน่าหมดแทนที่จะปล่อยให้เป็อย่างนั้น ไม่สู้ตักตวงตอนที่ยังทำได้ยังดีเสียกว่า
“ไหนดูซิซากก็อบลินสภาพดีหกร้อยยี่สิบเอ็ดตัว...”
ศพของมอนสเตอร์แปรเปลี่ยนเป็เงินได้
อวัยวะแต่ละส่วนจะกลายเป็วัตถุดิบลํ้าค่าสำหรับการเล่นแร่แปรธาตุนอกจากนี้ มันยังเป็ที่้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างกว้างขวางอีกด้วย
แน่นอนว่าศพของก็อบลินนั้นราคาไม่สูง
พวกมันเป็มอนสเตอร์อ่อนแอและพบเห็นได้ทั่วไปแต่ถึงกระนั้น ด้วยจำนวนของพวกมันก็ทำเงินได้มากโข
“มีฮ็อบก็อบลินด้วยหรือเนี่ย...ว้าว!ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าข้าจะได้เห็นศพของฮ็อบก็อบลินที่นี่ด้วย จริง ๆ นะขอรับ”
เอียนเห็นด้วย
การค้นพบฮ็อบก็อบลินนั้นถือเป็เหตุการณ์ที่พบได้ยากถึงขั้นที่จำเป็ต้องสืบหาที่มาที่ไปเพิ่มต่างหาก
“เอาเถอะ อย่างน้อยก็คงตีเป็ทองสักสามพัน...”
พ่อค้าลากเสียงยาวพลางเหลือบมองเอียนด้วยหางตา
ต่อให้เด็กแค่ไหนก็เป็ถึงจอมเวท
จอมเวทที่สังหารก็อบลินเป็ร้อย ๆ ตัวทั้งยังดูไม่คิดจะลดราคาให้เลยแม้แต่น้อย
กำไรให้มีเหลือกินเหลือใช้ก็ดีอยู่หรอกแต่ชีวิตย่อมสำคัญกว่า
“แน่นอนว่านั่นเป็ราคาขั้นตํ่า”
สีหน้าของเอียนยังคงเฉยเมยอยู่
ไม่พอใจกับราคาหรือ
“ขะ...ข้าขอพูดอีกครั้ง อย่างน้อยก็...”
“อ๋อ ไม่ใช่เื่นั้นหรอก”
เขาพอใจกับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาก่อนหน้านี้แค่กำลังคิดว่าจะทำยังไงกับเงินก้อนนั้นดี
“ไม่ทราบว่า...”
เอียนที่ตัดสินใจได้แล้วถามขึ้น
“ท่านพอจะรู้จักนักเล่นแร่แปรธาตุที่ฝีมือพอใช้ได้ในอาณาเขตของท่านบ้างหรือเปล่า”
“นักเล่นแร่แปรธาตุที่ฝีมือพอใช้ได้งั้นหรือ...”
“ข้าอยากได้คนที่เก่งด้านการผลิตนํ้าอมฤต”
เดิมทีเอียนไม่เคยนึกถึงนํ้าอมฤตมาก่อนเพราะว่าตอนนั้นเขาไม่มีเงินอยู่ในมือ
อย่างไรก็ดี สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปแม้จะไม่ใช่ของคุณภาพดีที่สุดแต่ก็ควรเอานํ้าอมฤตที่พอใช้ได้สักขวดสองขวดมาลองใช้ดูบ้าง
“มีอยู่แล้วสิขอรับ เขาคือสหายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรอยด์เดิมทีมาจากเมืองหลวง ได้ยินว่าขึ้นเหนือมาเพื่อสมุนไพรบางตัว เขาชื่อ...”
พ่อค้านึกชื่อของนักเล่นแร่แปรธาตุคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“อ้อ! เรดิโอ้ เขาชื่อว่าเรดิโอ้”
นักเล่นแร่แปรธาตุ เรดิโอ้
เอียนลองพึมพำชื่อนั้น
อันดับแรกบุคคลนี้ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเขาในชาติที่แล้ว
“ถ้า้าละก็ ให้ข้าจัดการไหมขอรับ”
“ไม่เป็ไร ข้าจะไปตามหาเขาเองทีหลัง”
เมื่อบทสนทนาจบลง เอียนก็ออกจากหุบเขาเพียงลำพัง
เวลามื้อคํ่าของปราสาทเ้าเมืองม็อคเลียนคืบคลานเข้ามาช้าๆ ก่อนหน้านี้บรรยากาศในปราสาทเ้าเมืองช่างหดหู่เป็อย่างมาก ผู้คนล้มตายส่วนเ้าเมืองก็ยังไม่ได้สติ
ถ้ารู้สึกตัวบ้างแล้วก็คงจะดี
เพราะสถานการณ์แบบนั้นตอนนี้แค่จะกลืนขนมปังสักแผ่นก็ยังรู้สึกผิด
เขาจึงไม่สามารถทิ้งท่านแม่ให้อยู่ในสถานที่น่าอึดอัดแบบนั้นคนเดียวได้
เอียนเร่งฝีเท้าอย่างรวดเร็ว
“เ้าก็น่าจะได้เห็นมันเหมือนกันนะ”
“เลิกพูดได้แล้ว”
“นํ้าแข็งน่ะ กระจายยยยไปทั่วทุกทิศเลย!”
“เ้าพูดมาตั้งกี่ครั้งแล้ว”
“ก็อบลินหลายร้อยตัวกรีดร้องลั่น!”
“เฮ้อ...”
“มันต่างจากที่อ่านในหนังสือคนละขั้วเลย!คนละขั้ว!”
พระอาทิตย์ค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้า
ทหารสองนายเฝ้าหน้าประตูปราสาทเ้าเมืองทางซ้ายคือทหารที่ออกไปค้นหารอบสองด้วยกันกับเอียนส่วนทางขวาคือทหารที่หายตัวไปหลังจากการค้นหาครั้งแรก
“ขนาดพวกอัศวินยังตะลึง!”
“แล้วพวกเขาก็พึมพำว่านั่นน่ะจอมเวทใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว!”
ทหารด้านขวาส่ายศีรษะไปมาเขาฟังมาแล้วตั้งหลายรอบ
ตอนที่ได้ฟังครั้งแรกก็สนุกอยู่หรอก
นั่นมันเื่จริงหรือ พูดจริงหรือเปล่าโอ้พระเ้า! สุดยอดไปเลย!
ถึงขั้นที่พูดตอบด้วยความตื่นเต้นจากใจจริงแต่ถ้าจบแค่นั้นก็คงจะดีไม่น้อย
“ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างข้าจะได้ไปช่วยท่านเ้าเมืองพร้อมกับเขา!ถ้าเกษียณเมื่อไหร่ ข้าจะต้องเขียนหนังสือเกี่ยวกับเื่นี้ให้ได้ จอมเวทกับปรมาจารย์ด้านการใช้หอกอัตชีวประวัติของวีรบุรุษสองคน! ให้ตายเถอะ! แค่คิดหัวใจก็เต้นตึ้กตั้กแล้วว่าไหม”
ทหารทางซ้ายพูดพลางยกหอกที่อยู่ในมือขึ้นมาวาดลวดลายไปด้วย
เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์หอกที่ว่านั้นหมายถึงตนเอง
“ปรมาจารย์หอกกับผีน่ะสิ”
“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะถึงจะเห็นข้าเป็แบบนี้ก็เถอะ ศิลปะการใช้หอกของข้าน่ะ...”
“เ้าเขียนหนังสือเป็ด้วยหรือ”
“แหม! ข้าก็กำลังเรียนอยู่นี่ไง!”
“เยี่ยมไปเลย สุดยอด!”
ระหว่างที่ทหารทั้งสองนายกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็มีบางคนเดินตรงมายังปราสาทเ้าเมือง
คนผู้นั้นมีรูปร่างเล็ก เป็เพียงเด็กคนหนึ่ง
“ท่านจอมเวทหรือ”
นายทหารด้านซ้ายจำเอียนได้ในทันทีในเมื่อคนผู้นี้เป็ถึงผู้ร่วมออกค้นหาเ้าเมืองที่เขาภาคภูมิใจเสียขนาดนั้น
“ชะ...เชิญเข้าไปข้างในได้เลยขอรับ!ท่านเ้าเมืองฟื้นแล้ว”
เป็เื่น่าฟังที่สุดในบรรดาคำพูดทั้งหมดที่พวกเขาพูดมา
วันนี้ก็คงจะกินอาหารได้อย่างสบายใจแล้ว
เอียนก้าวเดินด้วยหัวใจที่เบาขึ้นเป็กอง
สีหน้าของเหล่าคนรับใช้เองก็เปลี่ยนไปเป็ความมีชีวิตชีวาที่ไม่อาจเห็นได้เลยใน่นี้ และแล้วในที่สุดความมีชีวิตชีวานั้นก็ได้กลับคืนสู่ปราสาทเ้าเมืองเสียที
“โอ้! ท่านจอมเวท!”
นั่นคือเสียงของพ่อบ้านชราโฮก้าดูเหมือนว่าเขากำลังรอเอียนอยู่
“มาได้เวลาพอดีเลยขอรับ”
“ระหว่างทางข้าได้ยินว่าท่านเ้าเมืองฟื้นแล้ว”
“ได้ยินมาแล้วหรือขอรับน่าโล่งใจมากเลยใช่ไหมขอรับ”
พ่อบ้านชรายังคงรู้สึกซาบซึ้งใจจนถึงตอนนี้
ในฐานะพ่อบ้านของตระกูลเขาเป็คนยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
“มื้อคํ่าเป็ไปตามกำหนดการหรือเปล่า”
“โอ้ แน่นอนขอรับท่านเ้าเมืองกำชับไว้เป็พิเศษว่าท่านจอมเวทจะต้องร่วมรับประทานมื้อคํ่าให้ได้ข้าเดาว่าเขาคงมีอะไรบางอย่างจะพูด...”
มีอะไรจะพูดอย่างนั้นหรือ ก็นะอีกฝ่ายเป็หนี้ชีวิตเขานี่นา
ไม่ใช่แค่เ้าเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกชายอัศวิน และเหล่าทหารเองก็ด้วย ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็คงผิดปกติแล้วละ
“ข้าต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว”
“ข้าจะส่งคนไปแจ้งเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ”
เอียนกลับมาที่ห้องอันกว้างขวางที่เขาพักร่วมกับแม่
“เอียนหรือ ลูกกลับมาแล้วหรือ”
เสียงที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ยิน
เวเนสซ่าต้อนรับเอียนอย่างยินดีเหมือนเคย
“กลับมาแล้ว...”
จู่ ๆ เอียนก็ชะงักไป
“ชุดนั่น...”
“หืม? อ๋อ นี่น่ะหรือ”
เวเนสซ่าหมุนตัวอวดรูปร่างของตนเอง
เหตุผลที่เอียนประหลาดใจก็คือชุดที่แม่ของเขาใส่อยู่