ตอนที่ 2
กิ่งแก้ว ที่ได้ยินคนมาทุบประตู และเรียกชื่อของ ลี่อิน ไม่ใช่ว่าชื่อนี้เป็ชื่อที่เป็ความทรงจำ ที่ไหลเข้ามาในหัว เมื่อสักครู่ไม่ใช่หรือ เธอจำได้ เพราะกว่าความทรงจำอันเลวร้ายกว่าจะหมด ทำให้เธอรู้สึกปวดหัวจนแทบะเิ
"อย่าบอกนะเื่ทุกอย่างที่เธอรับรู้เป็เื่จริง และเธอคือ กุ้ยลี่อิน คนนั้น"
กิ่งแก้ว พึมพำออกมาเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ทุกอย่างมันบ่งชี้ว่าทุกเื่ที่เกิดขึ้น มันเป็ความจริง ไม่ใช่ความฝันอย่าที่เธอคิด และเธอได้ทะลุมิติ เข้ามาอยู่ในร่างของ กุ้ยลี่อินที่น่าสงสาร
"เกินไปแล้ว จะทำร้ายกันเกินไปแล้ว เธอทำอะไรผิดหรือ
ทำไมถึงได้ส่งเธอมาที่นี่"
แต่ทางด้านนอกประตูห้อง ที่ทั้งเคาะประตู ทั้งเรียก ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ จึงรู้สึกว่ามันแปลกเกินไป แต่ไม่ได้เป็ห่วงแต่อย่างไร
"แม่หรือว่ามันจะตายไปแล้วจริงๆ"
"จะเป็อย่างนั้นไปได้อย่างไรกัน มันทั้งอึด ทั้งทน ั้แ่เด็กแล้ว ถ้าจะตาย คงจะตายไปนานแล้ว" เธอทั้งกลั่นแกล้ง ทั้งใช้งาน ไม่เห็นว่ามันจะเป็อะไรเลย
"แล้วทำไมมันถึงเงียบอย่างนี้ ทุกที แค่ได้ยินเสียงแม่ แม้ว่าจะเจ็บป่วยอยู่ก็รีบออกมาทันที ไม่มีอิดออดเลยนะแม่" วันนี้มันเงียบผิดปกติมาก
"แม่เองก็แปลกใจเหมือนกัน แต่ว่ามันยังตายไม่ได้ แม่ยังไม่ได้เงินเลย" ก่อนที่จะตายทำตัวให้มีประโยชน์ก่อนแล้วกัน
"เงินอะไรหรือคะแม่" อดสงสัยไม่ได้ นังลี่อิน มันจะสามารถทำเงินได้ด้วยหรือ
"แม่ขายมันให้คนอีกหมู่บ้านหนึ่งนะสิ ได้เงินตั้ง 5 หยวน และหมูป่า 1 ตัวด้วย อย่างน้อยให้ได้ก่อน มันจะไปตายที่ไหน แม่ไม่ได้สนด้วยหรอก"
"อะไรนะแม่ แม่ขายมันหรือ แล้วลุงลี่หยาง ไม่ว่าแม่หรือ เพราะยังไงมันก็เป็ลูกสาวของเขาอยู่ดี"
"แล้วจะบอกทำไมว่าแม่ขายมันไป เราก็บอกว่ามันหนีตามผู้ชายไปก็สิ้นเื่ เขาต้องเชื่ออยู่แล้ว แม่พูดอะไรเขาก็เชื่อทุกอย่าง แกก็อย่าปากมากไปล่ะ" คนโง่งมและไม่สนใจอะไรอย่างสามีเธอ บอกอะไรก็เชื่ออย่างนั้น ไม่ถามมากหรอก
"หนูไม่พูดหรอก ดีเหมือนกัน ขายมันไปจากบ้านนี้ จะได้ไม่ต้องให้มันอยู่ขวางหูขวางตา จะได้มีแต่ครอบครัวของเราเท่านั้น แม่ฉลาดมากเลยค่ะ"
"ไม่ฉลาดจะเป็แม่ของแกได้หรือยังไงกัน แม่ว่ามันไม่ได้เป็อะไรหรอก แค่ยังลุกไม่ไหวมากกว่า วันนี้จะยอมมันสักวันหนึ่งก่อนแล้วกัน ใช้งานมันมาก เดี๋ยวมันจะตายเสียก่อน แกก็มาช่วยแม่ทำอาหารจะได้เสร็จเร็วๆ"
"แม่ก็ทำไปสิ ฉันไม่อยากเข้าครัว เหม็นจะตายไป"
พูดบอกแม่เสร็จแล้วก็เดินออกไปทันที ไม่ได้สนใจคนเป็แม่เลยสักนิด ว่าตอนนี้จะโมโหยังไง
"ไม่ได้เื่ ไม่ว่าลูกเลี้ยง ไม่ว่าลูกจริง ทำไมฉันต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วย นังลี่อิน ถ้าแกหายดีเมื่อไร จะได้เห็นดีกัน ทำให้ฉันต้องมาลำบากอย่างนี้"
เมื่อพูดเสร็จแล้ว จึงได้ไปจากหน้าประตู ทำให้คนที่อยู่ในห้องแคบๆ ค่อยหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย และคิดว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี จะอยู่ก็ลำบาก จะไปก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน เพราะไม่รู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่นี่เลย คงต้องยอมรับความจริงไปก่อน
กิ่งแก้ว คิดถึงเื่ที่วิ่งเข้ามาในหัว และคิดว่าถ้าเราเป็กุ้ยลี่อินจริง อย่างนั้นสารพัดงาน ที่จะต้องทำทั้งหมดนั้น เธอที่มารับ่ต่อจะทำไหวหรือเปล่านะ แค่ตอนนี้จะลุกขึ้นนั่ง ยังแทบจะลุกไม่ไหวเลย แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงานกัน
แล้วถ้าเราตายอีกรอบ เราจะได้กลับไปที่เดิมหรือเปล่านะ เพราะถ้าอยู่อย่างนี้ คงไม่พ้นต้องตายอีกรอบอย่างแน่นอน
เมื่อไม่อยากจะคิดอะไรต่อ เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เธอจึงได้หลับไปอีกครั้ง และในฝันเธอเหมือนกับว่าได้ไปอยู่ที่ห้อง ที่เธอเคยอยู่ ซึ่งเป็ห้องที่กว้างพอสมควร แบ่งเป็ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว ส่วนของห้องทำงานอยู่ในห้องนอน เธอจัดโต๊ะเอาไว้มุมห้องสำหรับทำงาน และถ้า้าพักก็สามารถที่จะนอนได้เลย
"หรือว่าเราตื่นจากฝันแล้วกลับมาที่ห้องได้แล้วนะ"
เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงรีบเดินเข้าไปในห้องอย่างคิดถึง เพราะอยู่ที่นั่นแค่ไม่นาน แต่มันช่างทรมานจิตใจคนได้ดีมากเลย เมื่อได้เข้ามาในห้องแล้ว สิ่งที่เธอเจอคือ เธอนอนอยู่ที่พื้น มีเืไหลนองเต็มพื้นไปหมดเลย
"นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมเราถึงนอนที่พื้น และยังไม่เืไหลอีก แล้วเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ หรือว่าเราจะตายไปแล้ว แล้วเราเป็ิญญาอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ เราสามารถเข้าร่างเดิมได้ไหมนะ"
เธอคิดและพูดคนเดียว ด้วยความงงว่าเธอได้กลับมา แต่ว่ากลับมาเพียงิญญาอย่างนั้นหรือ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่สามารถกลับเข้าร่างได้
"ลองดูแล้วกันเพื่อว่าจะเข้าร่างได้ เคยดูละครมา"
กิ่งแก้ว จึงได้พยายามอยู่นาน แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงคิดว่าคงจะหมดหวังแล้ว จึงได้นั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้าง ร่างของตัวเอง จนผ่านไปนานพอสมควร
"แม่หนู ไม่ต้องพยายามหรอก ร่างนี้หมดบุญแล้ว ไม่สามารถที่จะเข้าไปอาศัยร่างเดิมได้แล้ว"
"คุณตาเป็ใครหรือคะ แล้วทำไมหนูถึงเข้าไปไม่ได้ หนูอยากจะกลับเข้าร่างเดิมค่ะ"
"ร่างนี้ได้ตายไปแล้ว ไม่สามารถกลับเข้าไปได้อีก"
"ตายไปแล้วหรือคะ หรือว่าหนูถูกฆาตกรรม แต่หนูไม่เห็นรู้สึกเลยนะคะ" พยายามนึกว่าจะถูกฆาตกรรมตอนไหนแต่ก็ไม่สามารถนึกออกได้
"หนูลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองทำงานมากเกิน จนไม่ได้กินไม่ได้นอน ก็เลยล้มหัวฟาดพื้นตายน่ะสิ" แม้ตัวเองตายยังไม่รู้ว่าตายยังไงเลย
"อย่างนั้นคุณตา จะมารับิญญาหนูใช่หรือเปล่าคะ หนูสามารถไปได้เลยค่ะ หนูไม่มีญาติที่ไหนแล้ว ทรัพย์สินของหนูมอบให้บ้านเด็กกำพร้าทั้งหมดค่ะ"
"ตารู้แล้ว ว่าที่นี่แม่หนูไม่มีญาติ แต่ว่าอีกทีหนึ่งที่หนูได้ไป จะได้พบครอบครัว และพบคู่ครอง ที่เขารออยู่นานแล้ว และเป็คำขอของแม่หนูเองไม่ใช่หรือว่าอยากมีคู่ครอง"
"หนูพูดเล่นไปอย่างนั้นเองค่ะ หนูไม่อยากไปไหนแล้ว คุณตาพาิญญาหนูไปเถอะค่ะ"
"ไม่ได้หรอก แม่หนูต้องไปที่นั่นไปหาคู่ครองที่รออยู่ เพราะตาได้เชื่อมดวงชะตาเข้ากันไว้แล้ว ส่วนที่มาอยู่ที่นี่ได้ เป็เพียงความฝันเท่านั้น เพราะในความเป็จริง แม่หนูอยู่ที่ทางนั้นแล้ว"
"ไม่นะคะคุณตา ที่นั่นหนูอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ หนูรับรู้แล้ว จากความทรงจำ หนูต้องอดตายแน่เลยค่ะ ที่นั่นไม่เหมือนกับทางนี้เลยสักนิดล้าหลังไปมาก ให้หนูอยู่ สู้ให้หนูตายไปเลยดีกว่าค่ะ"
"เฮ้อ ที่ตอนขออยากเจอเนื้อคู่ ไม่เห็นจะเื่มากอย่างนี้เลย และตาไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ด้วย เพราะตาได้ส่งิญญาไปเข้าร่าง กุ้ยลี่อินไปแล้ว ยอมรับความจริงไปเสียเถอะนะ"
"เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลยหรือคะ คุณตาไม่สงสารหนูหรือคะ ที่นั่นลำบากมากเลย"
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ตาจะมอบมิติห้องของหนูไปให้ ตาไม่รู้หรอกนะว่ามีอะไรบ้าง หนูจะสามารถนำออกไปใช้ได้ไม่มีวันหมด และสามารถที่จะเข้ามาในห้องนี้ได้ด้วยดีหรือเปล่า"
"จริงหรือคะ ถ้าอย่างนั้นหนูค่อยมีใจที่จะอยู่ที่นั่นหน่อยค่ะ ไม่อย่างนั้นหนูต้องอดตายก่อนที่จะพบเนื้อคู่แน่เลยค่ะ"
ในเมื่อไม่สามารถที่จะหลีกหนีการอยู่ที่นั่นได้ แต่อย่างน้อยถ้ามีของกินก็สามารถที่จะอยู่ได้โดยไม่อดตายอย่างแน่นอน
"นี่เป็กำไลมิติ มีเพียงแม่หนูเห็นคนเดียว คนอื่นจะไม่สามารถมองเห็นได้ ถ้าจะเข้าก็เพียงแค่นึกถึงก็จะสามารถเข้ามาได้แล้ว การออกก็เช่นเดียวกัน"
"ขอบคุณคุณตามากนะคะ ที่เมตตาหนู"
"อืมไม่เป็ไร อย่างนั้นเราก็กลับกันได้แล้ว"
หลังจากที่คุณตาพูดเสร็จ กิ่งแก้ว ก็ได้ลืมตาขึ้นมา เหมือนกับว่าเพิ่งตื่นจากฝัน แต่เมื่อเจอกำไล ทำให้รู้ว่าเื่ที่ฝันไปนั้นเป็เื่จริง และเื่ที่ได้ทะลุมิติมาก็เป็เื่จริงเช่นเดียวกัน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )