บทที่ 4 สังหารโจรป่า
“ตายด้วยกัน?”
ในสายตาของหยังหยวนเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดูแคลน เป็แค่ไอ้เด็กกระจ้อยร่อยขาดสารอาหารคนหนึ่งเท่านั้นยังคิดจะตายพร้อมกับตน?
หมัดเล็ก ๆ นั่นชกไก่สักตัวก็ยังไม่ไหว ชกคนให้ตายก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แม้แต่ชุดเกราะของเขาก็อย่าคิดเลยว่าจะทลายได้
ไม่รู้จริง ๆ ว่าเ้าเด็กนี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน
หยังหยวนพลันหยุดเหวี่ยงดาบ มองฝ่ายตรงข้ามชกเสื้อเกราะของตนด้วยสายตาเย้ยหยัน เขาเตรียมตั้งท่าจะเล่นงานเด็กหนุ่มให้ตายอย่างช้า ๆ
“เ้าโง่ แม้กระทั่งดาบก็ยังฟันชุดเกราะของข้าไม่ขาด กำปั้นเล็ก ๆ ของเ้าไม่เพียงทำอะไรข้าไม่ได้ ทั้งยังรู้สึกเหมือนกับกำลังเล่นจั๊กจี้...”
โครม!
ชั่วขณะที่หยังหยวนโดนหมัดของเด็กหนุ่มชก เขารู้สึกราวกับโดนม้าดีดเข้าที่ท้อง เืทะลักออกมาเต็มปาก ร่างพุ่งกระเด็นออกไป
ตัวของหยังหยวนกระแทกติดต้นไม้ เืไหลออกจากปากไม่หยุด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเ็ปและตื่นตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อ
“เป็… เป็ไปได้อย่างไร...”
เหตุใดกำลังของเด็กตัวเล็ก ๆ ถึงได้รุนแรงจนเพียงนี้! สามารถชกเขากระเด็นไปไกลถึงหลายจั้ง*[1]
เมื่อก้มหน้าดู… ชุดเกราะอยู่ในสภาพถูกฉีกกระจุย
หยังหยวนพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น ฉับพลันเืก็กระอักออกมา เช่นนั้นแสดงว่าอวัยวะภายในโดนอัดจนไม่เหลือสภาพดีแล้ว
ตามความคาดหมาย เขายังไม่ทันลุกขึ้นก็ตาเหลือกลอยสิ้นใจตายอยู่ตรงนั้น ในสายตาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นและตื่นตะลึง
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะต้องตายอยู่ที่นี่ และยังตายในน้ำมือของเด็กที่ดูไร้พิษสง
เจียงผิงอันหอบหายใจอย่างแรง ความตื่นกลัวบนใบหน้ายังไม่เลือนหาย
เขาอยากจะตายพร้อมกับอีกฝ่าย แต่ไม่คิดเลยว่าพลังหมัดเต็มแรงของตนจะรุนแรงถึงเพียงนี้
ตนเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีคนหนึ่งเท่านั้น! แต่ชกคนกระเด็นไปไกลได้!
การฝึกตนที่ว่านี้แกร่งยิ่งว่าที่ตนเองคิดเอาไว้เสียอีก!
“แหวะ~”
เจียงผิงอันคุกเข่าลงกับพื้นเริ่มอาเจียนจนตัวสั่น
เป็ครั้งแรกที่ฆ่าคน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอยากอ้วกเหลือเกิน
ในหัวใจจุกแน่นไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจและหวาดกลัวปะปนระคนกัน
ตื่นเต้นดีใจที่เขาย่ำเดินบนหนทางแห่งการฝึกตนแล้ว สามารถเด็ดชีวิตนายทหารที่คอยกดขี่ข่มเหงได้
หวาดกลัวก็ด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีแค่คนเดียว ทั่วทั้งอำเภอผิงสุ่ยมีนายทหารติดอาวุธถึงสี่พันคน
หากนายทหารคนอื่นพบว่าตนฆ่าพรรคพวกของพวกเขา ต้องกลับมาล้างแค้นอย่างแน่นอน
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ คงต้องตายแน่!
เจียงผิงอันสะกดกลั้นอาการคลื่นไส้และความรู้สึกอื่น ๆ ลง
หลังจากที่คิดพิจารณา เขาตัดสินใจลากศพของนายทหารคนนั้นไปฝัง
ก่อนที่จะฝัง เขาเก็บทรัพย์สินที่ติดตัวนายทหารทั้งหมด ได้มาเป็เงินสามร้อยกว่าเหรียญทองแดง และยังมีเงินก้อนอีกหนึ่งก้อน
นอกจากนี้แล้ว ยังพบตำราอีกเล่ม
ตำราเล่มนี้มีชื่อว่า เพลงดาบ
ในตำรามีรูปภาพและเนื้อหา สามารถจำได้ไม่ยาก
เมื่อนำศพไปฝังและไล่ม้าของทหารไปทางอื่นแล้ว ก็มานั่งข้างหลุมศพเพื่ออ่านและจดจำเนื้อหาในตำราโดยเร็ว
เขาต่อสู้ไม่เป็ ตำราเพลงดาบเล่มนี้ย่อมสามารถเพิ่มทักษะการต่อสู้ให้เขาได้
ในยุคสมัยที่มีแต่ความโกลาหลเช่นนี้ เรียนรู้วิชามากหน่อยเป็เื่ดี
เพื่อความปลอดภัย เจียงผิงอันฝังดาบของทหารไม่ลึกนัก หากว่าพบเจออันตราย เขาจะได้ขุดออกมาใช้ป้องกันตัวได้
สองวันถัดมา เวลาที่มีหินิญญาเจียงผิงอันก็จะฝึกวิธีกำหนดลมหายใจ เวลาที่ไม่มีหินิญญาก็จะศึกษาตำราเพลงดาบ
่เวลานี้เขาอยู่ด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าทหารจะตามหาตัวเจอ
โชคดีที่ไม่มีทหารตามหาเขา ตอนที่เข้าไปในตัวตำบลเพื่อซื้ออาหาร ได้ยินว่าที่ชายแดนเขตอำเภอพบร่องรอยของทหารหลวงจำนวนมากกำลังค้นหาบางสิ่ง
เจียงผิงอันจึงวางใจลงได้ ผ่านไปหลายวันเช่นนี้แล้ว คงไม่ตามมาจนถึงที่นี่หรอก
เปรี๊ยะ!
วันที่สามหลังจากสังหารทหาร เจียงผิงอันใช้หินิญญาเบิกทะลวงจุดที่สอง ย่างก้าวสู่ขอบเขตก่อปราณขั้นที่สองได้สำเร็จ
ครั้งนี้ใช้หินิญญามากกว่าครั้งก่อนหนึ่งเท่าตัว ใช้ไปทั้งสิ้นยี่สิบก้อน
เจียงผิงอันพบว่าการเบิกทะลวงในครั้งหน้าต้องใช้หินิญญาเพิ่มอีกหนึ่งเท่า เท่ากับต้องใช้หินิญญาถึงสี่สิบก้อน
ถึงแม้ต้องใช้หินิญญามาก แต่ไม่เป็ไรหรอก เขามีเวลา สามารถรอได้
เจียงผิงอันออกแรงถีบขา ะโขึ้นหลังคาที่มีความสูงเกือบหนึ่งจั้งได้อย่างสบาย ๆ
เวลานี้แกร่งขึ้นกว่าขอบเขตก่อปราณขั้นที่หนึ่ง เจียงผิงอันดีใจจนอยากจะร้องะโ
ขณะที่เขาอยากจะร้องะโ แต่ก็ต้องยอบกายหมอบแนบติดหลังคา เหลือบมองไปที่ด้านหลังของตัวบ้าน
ผ่านพงหญ้ารก เขามองเห็นร่างของคนห้าคนกำลังเดินเข้ามา
คนถืออาวุธกลุ่มนี้ย่องเข้ามาใกล้บ้านของเขาทีละน้อย
“หมู่บ้านนี้โดนพวกเรากวาดไปจนเรียบแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงยังมีควันพุ่งโขมงจากปล่องไฟอีก?”
“อาจเป็ปลาที่ลอดแหไปก็ได้หรือไม่อย่างนั้นก็เป็พวกเร่ร่อนไร้ที่อยู่เข้ามาพักอาศัย”
“ดีมาก หวังว่าจะมีผู้หญิงอยู่”
ถึงแม้ทั้งห้าคนจะคุยกันเสียงเบาราวกับกระซิบ แต่ประสาทหูของเจียงผิงอันในเวลานี้ก้าวหน้าเหนือคนธรรมดา สามารถได้ยินคำพูดของพวกเขาได้อย่างชัดเจน
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงก่ำขึ้นมา กำหญ้ามุงหลังคาแน่น ร่างสั่นสะท้าน
พวกโจรป่า!
และยังเป็โจรป่าที่ฆ่าล้างหมู่บ้านของเขาเสียด้วย!
คนพวกนี้จะต้องตาย!
เจียงผิงอันอยากะโลงไปจัดการพวกเขาเสียให้จบเื่ ทว่า… เมื่อเห็นอาวุธในมือพวกเขาแล้ว จำต้องล้มเลิกความคิดนี้ไป
ถึงแม้พลังของเขาจะแข็งแกร่งขึ้น แต่อย่างไรเสียเขาก็มีแค่ตัวเปล่า อีกทั้งยังเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น จะต่อกรกับกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือได้อย่างไร
บิดาเคยสอนเขาว่าไม่ว่าเวลาใดก็ตาม อย่าได้ทะนงตน
เด็กหนุ่มค่อย ๆ ปีนลงมาจากหลังคาจากอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้าน แล้วรีบวิ่งไปยังจุดที่ฝังศพทหารโดยเร็ว
เพราะดาบของทหารถูกฝังอยู่ตรงนั้น
เมื่อได้ดาบมาแล้ว เขาย่องกลับไปยังใกล้ ๆ กระท่อม
โจรป่าเดินส่ายอาด ๆ ออกมาจากในบ้านของเขาพร้อมร้องด่า
“ไม่เห็นมีใครเลย! รู้ตัวเลยหนีไปกันก่อนงั้นหรือ?”
“อาจจะออกไปหาฟืนก็ได้ เ้าสองคนไปแอบอยู่ในบ้าน อีกสามคนอยู่ข้างนอก รอคนกลับมา”
ทั้งห้าคนหาที่พรางตัวเพื่อเตรียมบุก
เจียงผิงอันซ่อนตัวอยู่ในที่มืดคอยจับตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป*[2] สองคนที่แอบอยู่หลังประตูบ้านเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
“คนที่อยู่ที่นี่คงหนีไปแล้วจริง ๆ! ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ออกจากบ้านนานขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ในบ้านยังหุงข้าวต้มน้ำอยู่”
“เสียเวลาจริง ๆ!”
ชายผู้มีแผลเป็เดินออกมาจากในบ้าน “พี่เป้า อย่ารออีกเลย แบกข้าวสารกลับกันเถอะ”
ในสวนเงียบกริบ ไม่มีเสียงคนตอบ
“พี่เป้า?” ชายผู้มีแผลเป็ไม่ได้ยินเสียงตอบจึงขานเรียกอีกครั้ง
ในเวลานี้เอง ประกายแสงเย็นวาบโฉบผ่านหัว ศีรษะของชายผู้มีแผลเป็ร่วงหล่นกับพื้น เืพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้า
“พี่เตา!”
คนในบ้านใจนะโถอย เห็นเด็กหนุ่มร่อนลงจากหลังคาบ้าน พวกเขาแผดเสียงร้องะโ “พี่เป้า! ในบ้านมีคน! เขาฆ่าพี่เตาตาย!”
“พวกเขาตายกันหมดแล้ว”
เจียงผิงอันถือดาบที่มีเือาบเยิ้ม เดินตรงเข้าไปหา แต่เพราะตัวเตี้ยไปหน่อย ปลายดาบจึงลากเสียดสีกับพื้นจนเกิดเป็ประกายไฟ
โจรป่าที่เหลือเพียงแค่คนเดียวใจนเบิกตาโพลง
“เป็ไปไม่ได้! เด็กน้อยอย่างเ้าจะฆ่าพวกพี่เป้าตายโดยไร้สุ้มเสียงได้อย่างไร!”
เด็กคนนี้ตัวเล็กกระจ้อยร่อย สูงพอ ๆ กับดาบ ต่อให้เขาฆ่าคนได้จริง ก็ไม่มีทางเงียบกริบถึงเพียงนี้ นอกเสียจากว่าเขาจะจัดการกับพวกพี่เป้าเพียงชั่วอึดใจ
แต่เด็กขนาดนี้ไม่มีทางร้ายกาจถึงขนาดนั้นหรอก!
เจียงผิงอันนิ่งเงียบ สายตาเฉยชาเยือกเย็น
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อโดนมองด้วยสายตาเช่นนี้แล้ว โจรป่ารู้สึกราวกับโดนหมาป่าดุดันจับตามอง ตัวสั่นจนไม่สามารถควบคุมได้
“ข้าเป็คนของขุนเขาต้าหวัง! หากเ้าทำอะไรข้า โจรป่าแห่งขุนเขาต้าหวังไม่ปล่อยเ้าไปแน่! เ้าต้องตายทั้งตระกูล!”
“ครอบครัวข้า ตายหมดแล้ว”
เจียงผิงอันยกดาบขึ้นฟัน โจรป่าอยากจะตอบโต้ ทว่า...ช้ากว่าเด็กหนุ่มมาก
โครม!
อีกศพหนึ่งล้มลง
ดวงตาของโจรป่าเบิกกว้าง ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ คิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยจะสามารถฆ่าโจรป่าทั้งห้าที่ฆ่าคนเป็ว่าเล่นอย่างพวกเขาได้ ยิ่งกว่านั้น เด็กคนนี้ยังฟันดาบได้คล่องแคล่วช่ำชองราวกับได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดี
มือของเจียงผิงอันสั่นระริก ถึงแม้ว่านี่จะเป็ครั้งที่สองที่เขาฆ่าคนก็ตาม ทว่าร่างกายยังคงอยู่ในอาการหวาดกลัว
แต่… ดีกว่าครั้งแรกมาก
เด็กหนุ่มวางดาบลง แล้วค้นตัวโจรป่าด้วยความชำนิชำนาญ ความทุกข์ยากทำให้เขารู้สึกว่าทุกสิ่งล้วนเป็ของมีค่า ไม่อยากให้ทรัพย์สินของคนกลุ่มนี้ต้องเสียประโยชน์ไปเปล่า ๆ
“หืม? สิ่งนี้คืออะไร?”
[1] 1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร
[2] 1 ก้านธูป ประมาณ 1 ชั่วโมง