กลับมาเริ่มใหม่เป็นสามีขั้นเทพของภรรยายุค 90

    บทที่ 6 มีอะไรจะโต้แย้งไหม

    ภายในห้องพักผู้ป่วย หลังจากที่หลี่ซีเหวินออกไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน


    “สามีของเธอทำตัวเหมือนหมาเลยนะ วันนี้เขาดุมาก”


    “อาจเป็นเพราะเขาเห็นประธานเจียงแล้วรู้สึกหึงหวงขึ้นมาก็ได้”


    “ถ้าเธอต้องการฉันจะบอกให้ เธอควรหย่ากับเด็กคนนี้โดยเร็วที่สุด ประธานเจียงคนนั้นเป็นคนดีมาก เขาหล่อเหลาและมากความสามารถ แถมยังร่ำรวยและมีอำนาจ เขาดีกว่าสามีของเธอตั้งเยอะ” 


    “ถ้าฉันรู้จักกับผู้ชายอย่างประธานเจียงนะ ฉันคงยินดีทำทุกอย่างเลยล่ะ”


    โจวเหวินจิ้งกำไส้กรอกแฮมในมือแน่นและไม่สนใจใครเลย บางทีสิ่งที่คนอื่นพูดมานั้นอาจจะถูกต้องก็ได้ และพวกเขาอาจจะพูดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเธอเอง แต่ลึก ๆ ในใจ เธอยังคงมีความหวังอันริบหรี่ในตัวหลี่ซีเหวินอยู่


    ที่ตู้โทรศัพท์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล หลี่ซีเหวินโทรหาจ้าวเจี้ยนเพื่อฝากข้อความไว้เพียงสี่คำ “ติดต่อกลับด่วน”  และลงชื่อว่าคือบอสหลี่


    ปี 1990 เป็นยุคของเพจเจอร์ ในเวลานี้เพจเจอร์ดิจิทัลเครื่องหนึ่งมีราคาหนึ่งถึงสองพันหยวนเลยทีเดียว ในขณะที่เพจเจอร์แบบดิสเพลย์ของจีนมีราคาถึงห้าพันหรือหกพันหยวนเลย


    แม้หลายปีต่อมาสิ่งนี้จะล้าสมัยไปแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากในโลกปัจจุบัน เครื่องที่จ้าวเจี้ยนใช้คือเพจเจอร์ฮันเซียน


    จ้าวเจี้ยนคนนี้เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคม พ่อแม่ของเขาเป็นข้าราชการที่มีหน้าที่การงานมั่นคง ดังนั้นจึงมีอันธพาลมากมายรายรอบตัวเขาและหลี่ซีเหวินก็เป็นหนึ่งในนั้น


    “เสียง กริ๊ง กริ๊ง...” หลี่ซีเหวินยกโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเสียงของจ้าวเจี้ยนก็ดังออกมาจากในโทรศัพท์


    “สวัสดี คุณคือบอสหลี่ใช่ไหมครับ”  จ้าวเจี้ยนถามอย่างระมัดระวัง


    “ใช่ ฉัน หลี่ซีเหวิน” 


    “เจ้าบ้า! แกกำลังมองหาความตายอยู่หรือไง แม้แต่ฉันแกยังกล้าเล่นตลกด้วยแบบนี้” 


    เมื่อได้ยินว่าเป็นหลี่ซีเหวิน จ้าวเจี้ยนก็อดที่จะโกรธไม่ได้ หลังจากที่พูดจบ เขาก็สบถด่าคำหยาบคายต่ออีกสองสามคำ


    “น้องชาย อย่าพึ่งโกรธสิ ถ้าไม่บอกว่าเป็นบอสหลี่ นายจะโทรกลับเร็วขนาดนี้ไหมล่ะ นอกจากนี้ฉันมีเรื่องจริงจังจะพูดกับนายจริง ๆ นะ” 


    “แกมีธุระอะไร ไอ้ขยะ”  จ้าวเจี้ยนยังคงด่าต่อ “ในเมืองเฉาโจวมีใครไม่รู้บ้างว่าแก หลี่ซีเหวินเป็นหมาข้างถนน” 


    ความหนาวเย็นพาดผ่านดวงตาของหลี่ซีเหวิน แต่เขายังคงพูดอย่างใจเย็นว่า “เรื่องนี้ไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นพวกเรามาคุยกันขณะรับประทานอาหารที่โรงแรมซินเย่ดีไหม ฉันเลี้ยงเอง”


    “โรงแรมซินเยว่อย่างนั้นเหรอ  แกเนี่ยนะจะเลี้ยงฉัน”  จ้าวเจี้ยนตกใจ


    โรงแรมซินเยว่เป็นสถานที่ที่มีคนไปทานอาหารมากที่สุดในเมืองเฉาโจว คนที่ไปทานอาหารที่นั้นมีทั้งนักธุรกิจ เจ้าหน้าที่รัฐ แล้วคนอย่างหลี่ซีเหวินจะไปมีปัญญาจ่ายได้อย่างไร จ้าวเจี้ยนงงมากและเรื่องที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ หลี่ซีเหวินยังพูดว่า “ถูกต้อง นายอย่าลืมโทรหาลุงรองของนายที่เป็นประธานโรงงานแปรรูปไส้กรอกแฮมด้วยนะ ฉันต้องการเจรจาธุรกิจกับเขา” 


    “แกจะเจรจาธุรกิจกับลุงรองของฉันอย่างนั้นเหรอ หลี่ซีเหวิน แกเมาหรือเปล่า” น้ำเสียงของจ้าวเจี้ยนเปลี่ยนไป


    “คิดว่าฉันเมาหรือเปล่าล่ะ ที่โรงแรมซินเยว่ ฉันจะรอนายจนถึงเวลาสามทุ่ม ถ้าไม่มา ก็ลืมมันไปเถอะ” 


    หลังจากที่หลี่ซีเหวินพูดจบ เขาก็วางโทรศัพท์ไปทันทีโดยไม่รอให้จ้าวเจี้ยนตอบกลับ


    “ฮัลโหล ฮัลโหล...”


    จ้าวเจี้ยนผงะและขมวดคิ้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลี่ซีเหวินจะกล้าทำกับเขาถึงขนาดนี้ เขาจึงด่าทออย่างโกรธเคืองต่อไป “มันแกล้งทำเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย มันต้องการเจรจาธุรกิจกับลุงรองของฉัน มันมีค่าพอไหม”


    “พี่เจี้ยนอย่าโกรธไปเลย คำพูดของเจ้านั้นไว้ใจไม่ได้หรอก” หวังเหลียงพูดอยู่ข้าง ๆ


    “ใช่ ไอ้ขยะนั่นจะมาเจรจาธุรกิจอะไรได้ มันยังให้เมียเลี้ยงดูอยู่เลย”  ลูกน้องอีกคนชื่อซุนจีก็พูดเสริมเช่นกัน


    “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันไปเอาหน้าตามาจากไหน” จ้าวเจี้ยนสะบัดหน้า “แต่ในเมื่อมันกล้าพูด ฉันก็จะให้โอกาสมัน ถ้ามันไม่เลี้ยงอาหารล่ะก็ ฉันจะทำให้มันอับอายไปเลย” 


    หลังจากที่จ้าวเจี้ยนพูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาลุงรองของตัวเองทันที เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวเจี้ยน หวังเหลียงและซุนจีที่อยู่ข้าง ๆ ก็มีเหงื่อซึมออกมาแทนหลี่ซีเหวิน แม้ว่าจ้าวเจี้ยนจะไม่สามารถฆ่าคนได้ แต่การเตะต่อยหลี่ซีเหวินย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ไม่ต้องพูดว่าหากอีกฝ่ายทำผิดต่อลุงรองของจ้าวเจี้ยนเลย มันจะต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน


    โรงแรมซินเยว่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเฉาโจว หากได้มาทานอาหารที่นี่ ค่าอาหารหนึ่งโต๊ะราคาอย่างน้อย 180 หยวน ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ราคานี้เป็นเงินเดือนมากกว่าครึ่งของคนทำงานทั่วไป ดังนั้นผู้ที่สามารถมาทานอาหารที่นี่ได้บ่อย ๆ จะต้องมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี


    คืนนี้ ธุรกิจของโรงแรมดีมากและห้องส่วนตัวทั้งห้าห้องได้ถูกจองเต็มหมดแล้ว ดังนั้นหลี่ซีเหวินจึงได้แต่นั่งรออยู่ที่ห้องโถงเท่านั้น


    เวลาสองทุ่มครึ่ง คนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาในโรงแรม ผู้นำคือหยางเป่ากั๋วซึ่งเป็นลุงรองของจ้าวเจี้ยน เขาสวมแจ็คเก็ตหนังถือโทรศัพท์มือถือและหนีบกระเป๋าหนังไว้ที่แขนอย่างนักธุรกิจ


    ด้านหลังหยางเป่ากั๋ว คือจ้าวเจี้ยนที่เชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง โดยมีหญิงสาวท่าทางยั่วยวนคนหนึ่งอยู่ข้าง ๆ ตามมาด้วยหวังเหลียง และซุนจี


    หลี่ซีเหวินไม่แปลกใจเลยที่เห็นคนจำนวนมากมาในวันนี้ เขารีบลุกขึ้นและพูดว่า “น้องชาย นายมาแล้วเหรอ”


    เมื่อจ้าวเจี้ยนและคนอื่น ๆ  เดินเข้ามา เขาก็มองไปที่หยางเป่ากั๋วและพูดอย่างสุภาพว่า “คุณคือลุงคนรองของน้องเจี้ยน ประธานหยางใช่ไหมครับ เชิญนั่งก่อน”


    หยางเป่ากั๋วพยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้มองไปที่หลี่ซีเหวินโดยตรง แต่มองโดยรอบและก่อนที่เขาจะทันได้นั่งลง ก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ฉันพาสหายมาทานอาหารที่นี่เดือนละหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มานั่งทานอาหารในห้องโถง”


    “นั่นสิ ทำไมแกถึงไม่จองห้องล่ะ” จ้าวเจี้ยนตำหนิด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสุข  “ทำไมถึงปฏิบัติต่อพวกเราในฐานะแขกธรรมดาแบบนี้”


    “ขอโทษด้วยนะครับ ในใจของผมพวกคุณคือแขกผู้มีเกียรติแน่นอน แต่ห้องส่วนตัวเต็มหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นผมจะต้องจัดการให้แน่”  หลี่ซีเหวินอธิบายอย่างจริงใจ


    เมื่อเห็นท่าทีของหลี่ซีเหวินแล้ว หยางเป่ากั๋วจึงนั่งลง “ลืมมันไปเถอะ” 


    เมื่อได้เห็นฉากนี้ จ้าวเจี้ยนก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก ดังนั้นเขาจึงได้แต่พูดกับหลี่ซีเหวินอย่างดุร้ายว่า “หลี่ซีเหวิน แกอย่ามาใช้เล่ห์กลนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่”  


    หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของหลี่ซีเหวินอีกต่อไป แต่ลุกขึ้นและโบกมือเรียกบริกรและพูดว่า “บริกร สั่งอาหารด้วย”


    ไม่นานบริกรก็นำเมนูมาให้ หลังจากที่จ้าวเจี้ยนมองดูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลอกตาไปที่หลี่ซีเหวินแล้วพูดว่า “ในเมื่อพวกเรากำลังจะเจรจาเรื่องธุรกิจ ก็ควรทานอาหารดี ๆ สักหน่อย ลุงรองของฉันปกติเป็นแขกวีไอพีของโรงแรมมากมาย ดังนั้นจึงต้องเลือกทานอาหารที่แพง ๆ สักหน่อย” 


    ขณะที่พูด เขาก็เหลือบมองไปที่หลี่ซีเหวินและถามอย่างยั่วยุว่า “หลี่ซีเหวิน แกมีอะไรจะโต้แย้งไหม”


    ใคร ๆ ก็สามารถบอกได้ว่า นี่คือการล่อลวงหลี่ซีเหวินอย่างชัดเจน ไม่เพียงซุนจีและหวังเหลียงเท่านั้น แต่คนอื่น ๆ ต่างก็ยิ้มเยาะบนใบหน้ากันทั้งนั้น แม้แต่แขกโต๊ะข้าง ๆ ก็ยังแสดงสีหน้าราวกับรู้ว่าหลี่ซีเหวินกำลังถูกเอาเปรียบอยู่

    คล้ายกับเรื่องกลับมาเริ่มใหม่เป็นสามีขั้นเทพของภรรยายุค 90 ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134