Every story has an end but in life every end is a new beginning.
เื่ราวทุกเื่มีตอนจบ แต่ในชีวิตจริงทุกตอนจบคือการเริ่มต้นครั้งใหม่
[1] คนใหม่
ฉัวะ...ตุ้บ...
ร่างหนาของชายชราบนรถเข็นล้มลงไปกองกับพื้นรอบข้างเต็มไปด้วยศพของการ์ดและคนรับใช้หญิง ห้องที่เคยหรูหราเต็มไปด้วยร่องรอยของความโหดร้ายท่ามกลางซากศพและกองเืมีคนเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ภายในร่างแกร่งของชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งเงียบด้วยใบหน้าเฉยชา
“ยืนยัน เป้าหมายถูกกำจัด”
[ทำดีมากเซ็ท นายกลับมาได้แล้ว]
“รับทราบ”
สิ้นเสียงตอบรับร่างสูงจึงก้าวเดินออกจากกองซากไปอย่างรวดเร็วโดยที่ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะทำลายที่แห่งนี้ทิ้งให้ราบเป็หน้ากลองด้วยการ...เผาทำลาย
เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกท่วมคฤหาสน์หลังงามซากศพของคนนับร้อยถูกเผาทิ้งไปพร้อมกันโดยไม่มีผู้ใดรู้เห็นบังเกิดภาพน่าสลดหดหู่ใจ ทว่าชายผู้ลงมือกลับมองภาพนั้นด้วยแววตาไร้ประกาย
ดวงตาสองสีหลุบลงเงาร่างสูงโปร่งก็หายจากละแวกนั้นภายในพริบตา
{ยืนยันตัวตน... CodeName : ZET ZERO หมายเลขอนุญาต 285002-582174151 ตำแหน่งเ้าหน้าที่พิเศษที่ศูนย์ ตัวตนถูกต้องเชิญผ่านค่ะ}
สิ้นเสียงตรวจสอบจากประตูอัตโนมัติบานประตูใหญ่ใตู้เาหินจึงถูกเปิดออกเงาร่างสูงโปร่งก้าวเดินเข้าไปยังทางเดินที่มืดสนิทด้วยความเคยชินเพียงแค่เดินผ่านเขตประตูได้ก้าวเดียว ประตูที่เดินผ่านมาจึงถูกปิดลงฉับพลันแสงสว่างสีขาวก็พลันปรากฏอยู่ภายใน
สองขาของชายหนุ่มผู้เ็าก้าวเดินเข้าไปภายในฐานอย่างไม่รีบร้อนในขณะเดียวกันเสียงของจักรกลก็ดังขึ้นจากสองข้างทางทุกๆ ระยะสองเมตร
{ตรวจสอบแล้วผลงานล่าสุด ผลประเมินระดับ SS แต้มคะแนนตอนนี้มีมากกว่าสามล้านสนใจจะแลกเปลี่ยนรางวัลหรือไม่?}
“ไม่”
{ภารกิจที่ 12,845เคลียร์ ก่อนจะเริ่มภารกิจต่อไปคุณมีเวลาพักหนึ่งสัปดาห์}
“โอเค”
{ถึงที่หมายขอให้คุณโชคดี ...ทุกสิ่งเพื่อคาร์ลอส}
ประตูบานใหม่ถูกเปิดออกภายในมีห้องทำงานหน้าตาประหลาดกับผู้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานแล้วทำความเคารพแบบเต็มพิธีการก่อนจะเป็ฝ่ายเอ่ยปาก
“ส่งภารกิจพร้อมรับภารกิจถัดไป”
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ใบหน้าใจดีที่มีรอยยิ้มตลอดเวลาแสดงท่าทางเหนื่อยใจ มือหนาสะบัดไปมาแล้วเอ่ยปัด
“อย่าพึ่งรีบร้อนเลยจากตารางนายมีเวลาพักหนึ่งสัปดาห์ก็ไปพักผ่อนเถอะน่า”
“แต่พันตรีซาร์ฟ-”
“ไม่มีแต่ โหมงานหนักเกินไปต่อให้เป็นายก็ใช่ว่าจะไม่ตายเซ็ท ไปพักซะนี่คือคำสั่ง”
ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจะพยักหน้ารับ “...รับทราบ”
“จะว่าไปแต้มคะแนนนายทะลุหลอดเยอะไปแล้วไม่คิดจะขอรางวัลอะไรกับทางเบื้องบนเขาหน่อยรึไง”
“ผมไม่มีสิ่งที่อยากได้”
“หืม? มันน่าจะมีสักอย่างสองอย่างสินายลองคิดดูดีๆ แต้มคะแนนผลงานระดับนี้ขอลาพักยาวสักปียังได้เลย หรือเอาที่อยู่ยานพาหนะ หุ่นยนต์ เอไอตัวใหม่ เอ้านึกเข้าๆ”
พันตรีซาร์ฟผู้เป็หัวหน้ายืนขึ้นแล้วชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มใบหน้าใจดีที่มีรอยยิ้มจับจ้องกดดันในระยะประชิดเ้าหน้าที่ผู้เ็าหลับตาลงคิดซักพักก่อนจะลืมตาสองสีขึ้นมาอีกครั้งคำพูดของเขาเป็เพียงคำสั้นๆที่ทำให้ชายที่อยู่ระดับสูงกว่าชะงักไปพร้อมด้วยทีท่าเคร่งเครียด
“...อิสระ”
“นาย...้าอะไรนะเซ็ท”
“ผมไม่ได้้าอะไร”
เซ็ทตอบด้วยความจริงจังจนพันตรีซาร์ฟขมวดคิ้วงุนงง
“แต่เมื่อกี้นายพึ่งจะพูดว่า...”
“มันก็แค่คำที่ติดอยู่ในสมองผมไม่ได้้ามัน” ชายหนุ่มส่ายศีรษะตอบด้วยน้ำเสียงชัดแจ้งก่อนจะกล่าวตัดบทพร้อมก้าวเท้าออกจากห้อง “ผมจะไปพักตามที่คุณว่าแต่ถ้ามีภารกิจมาอย่าลืมเรียกผม”
“...โอเค ไม่มีปัญหาพักให้สบายเถอะเซ็ท”
ทันทีที่ร่างของเ้าหน้าที่มือหนึ่งเดินหายลับไปจากสายตาพันตรีที่หน้าตาใจดีมาตลอดก็พลันแปรเปลี่ยนไป ใบหน้ายับย่นเคร่งขรึมมือเหี่ยวรีบกดโค้ดลับลงบนจอภาพที่โต๊ะตัวกว้าง
[มีอะไร?]
“ZET ZERO เกิดปัญหา ้าคำสั่งครับ”
ทันทีที่จอภาพฉายรูปคนที่อยู่ปลายทางเสียงทุ้มก็พูดขึ้นโดยไม่คิดชักช้าในขณะเดียวกันเขาก็ขอให้เอไอคู่ใจฉายภาพสิ่งที่พึ่งจบลง
ชายที่มีรูปอยู่บนจอภาพทำหน้าเคร่งเครียดความไม่พอใจปะทุขึ้นสูงจนต้องหาที่ลง
[นายควบคุมดูแลมันยังไงมันถึงได้มีความคิดบ้าๆ แบบนั้นขึ้นมา ถ้าเกิดเราควบคุมมันไม่ได้อย่างที่ผ่านๆ มามันจะเกิดอะไรขึ้นรู้บ้างมั้ย!?]
“ผมทราบครับเพียงแต่ระบบความคิดที่เราป้อนเข้าไปเราก็ระบุชัดเจนว่ามันไม่มีทางทรยศหักหลังเราได้ อีกทั้งมันยังไม่สามารถโกหกดังนั้นผมคิดว่าเื่นี้อาจจะไม่เป็ปัญหาใหญ่เพียงแต่เราอาจต้องเช็กสภาพมันเพื่อความแน่นอนครับ”
ซาร์ฟพยายามแก้คำแต่ว่าผู้ฟังกลับทำท่าโมโหยิ่งกว่าเดิม
[โปรแกรมมันก็เป็เพียงโปรแกรมมนุษย์มันซับซ้อนกว่าที่นายคิด การดัดแปลงโดยไม่เกิดข้อผิดพลาดตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็ถือว่าเกินกว่าที่หน่วยวิจัยคาดเดาไว้แล้วแล้วนายจะเอาอะไรมายืนยันว่ามันไม่ได้มีความคิดที่จะทรยศ!?]
“แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีจะ-”
[หุบปาก!ส่งไฟล์นั่นมา ประชุมฉุกเฉินต้องเกิดขึ้นภายในห้านาทีต่อจากนี้ นายก็มาร่วมด้วยเป็กรณีพิเศษซะเชื่อเถอะว่าเบื้องบนไม่้าให้มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้นเตรียมโละมันทิ้งได้เลย]
การประชุมฉุกเฉินถูกจัดขึ้นภายในห้านาทีต่อมาดังคำกล่าวระดับสูงทั้งหมดของกองทัพล้วนพร้อมใจกันมาเข้าประชุมเมื่อได้อ่านหัวข้อเร่งด่วน
ผลลัพธ์จากการตัดสินนั้นจบลงอย่างง่ายดายในเวลาไม่นานด้วย...คำสั่งทำลาย
ซาร์ฟมองภาพเบื้องหน้าด้วยความเ็ป
กลุ่มคนทั้งหมดที่เขาเห็นอยู่นี้ทั้งขี้ขลาดเลวทราม โลภมาก ไร้หัวใจ ไร้ความเป็มนุษย์ เป็ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานน่าขยะแขยงทั้งๆ ที่สร้างเขาขึ้นมาโดยที่เขาไม่เต็มใจ พอใช้ไม่ได้ก็ทำลายเขาด้วยมือ
คนพวกนี้ไม่ได้มองว่าคนอื่นๆเป็มนุษย์ด้วยกันด้วยซ้ำในสายตาพวกมันคนที่ใช้ประโยชน์ได้ก็เป็แค่เครื่องมือที่จะเปลี่ยนใหม่ซักกี่ชิ้นก็ได้
...เกลียดนัก...
เวลาที่คนอื่นมองว่าเขาเป็แบบเดียวกับพวกมัน
[เห็นมั้ยว่าพวกเบื้องบนกลัวอันตรายครั้งนี้ขนาดไหนนายมันคิดน้อยเกินไป แต่ก็ด้วยคำถามของนายเราถึงตั้งรับปัญหาในครั้งนี้ทันนับว่ามีความดีความชอบ]
“...”
ซาร์ฟทำหน้านิ่งใบหน้าก้มต่ำจนปลายคางแทบแนบชิดจรดแผ่นอก หากแต่ปลายสายไม่ได้สนใจท่าทางนั้นแต่กลับพูดต่อไป
[ถึงจะเสียดายผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดแต่เราก็จะปล่อยให้มันอยู่ต่อไม่ได้ ต่อให้เสียซุสกี่ดวงก็จำเป็ต้องกำจัดมันให้ได้ก่อนที่มันจะกลายมาเป็ภัยต่อเราเข้าใจนะ...ซาร์ฟ]
“...ครับ”
ผู้เป็หัวหน้าและเป็ผู้ควบคุมดูแลใกล้ชิดมาตลอดระยะเวลากว่าสิบปีได้แต่กัดฟันรับคำสั่งสิ่งที่เขาต้องทำต่อไปนี้คือการทำลายผลงานที่ผิดพลาดของกองทัพทิ้งไม่ใช่การฆ่าคนคนหนึ่งที่เขามองอีกฝ่ายเหมือนลูกหลานมาตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมันเป็หน้าที่ที่เขาต้องทำ...
...แม้จะไม่อยากทำมากแค่ไหนแต่มันก็เป็หน้าที่...
...มันเป็หน้าที่...
...ซาร์ฟได้แต่บอกตัวเองแบบนั้น
หลังจากวันนั้นสองวันคำสั่งเรียกตัวด่วนเนื่องจากภารกิจพิเศษก็ถูกส่งตรงถึงเซ็ทชายหนุ่มที่ไม่รู้เื่ว่าตัวเองถูกลงมติกำจัดก็มุ่งหน้าไปทำภารกิจแบบที่เคยทว่าไม่รู้ว่าเพราะภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดความยากไว้ที่ระดับพิเศษรึเปล่าพันตรีซาร์ฟถึงได้แวะมาหาเขาแต่เช้าตรู่
“เซ็ท รับมันไว้สิแล้ว...รักษาตัวด้วยนะ”
เซ็ทรับสร้อยคอหินสีฟ้าที่เหมือนกันดวงตาข้างหนึ่งของเขาจากมือของพันตรีมาสวมอย่างไม่คิดอะไรจากนั้นเขาจึงพยักหน้าแล้วเดินจากไป
“รับทราบ ผมไปล่ะ”
พันตรีซาร์ฟมองส่งเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาที่แสนเศร้าสร้อย
สองเท้าที่ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปตามทางเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งที่เขาบังเกิดนึกถึงคำถามของพันตรีว่าสรุปแล้วตัวเขากำลัง้าอะไรทำไมตอนนั้นคำว่าอิสระถึงได้แวบเข้ามาในหัวเขาได้ ในเมื่อทั้งชีวิตนี้ทั้งหมดก็เพื่อกองทัพตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีเสี้ยวนาทีไหนเลยที่เขาจะไม่คิดแบบนั้น
แล้วคำว่าอิสระมันโผล่มาจากซอกหลืบไหนในสมองกัน
{ถึงจุดเป้าหมาย...}
เสียงของสมองกลที่ทำหน้าที่ร่วมกันมาตลอดนับสิบปีดังขึ้นในสมองเซ็ทจึงกวาดตามองรอบตัว พื้นที่รกร้างกว้างใหญ่ที่มีข่าวว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายซ่อนตัวอยู่แต่ในความจริงแล้วความแห้งแล้งขนาดนี้อย่าว่าแต่มนุษย์เลยแม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่นก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้
“ตรวจสอบเป้าหมายอีกครั้งโร”
{ยืนยัน ที่นี่คือพื้นที่เป้าหมาย แต่ผมว่าคำสั่งของกองทัพเป็คำสั่งลวง}
“...”
{ผมรู้ว่าคุณรู้ความเป็ไปได้สูงมากที่กองทัพ้ากำจัดคุณจากคำตอบของคำถามที่พันตรีถามคุณผมขอเสนอว่าเราควรออกจากพื้นที่นี้ในทันที}
“ฉันนึกไว้บ้างแล้วล่ะโรฉันจะไม่หนีหรอก”
ถึงจะไม่รู้เื่การประชุมแต่ก็ใช่ว่าเซ็ทจะไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์การพลั้งปากครั้งแรกในชีวิตของเขาไว้เลย เซ็ทปลดอาวุธที่เอามาออกจากตัวดวงตาสองสีเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามเต็มตาเป็ครั้งสุดท้าย
...กองทัพไม่้าคนทรยศ...
...เซ็ทเกิดมาเพื่อกองทัพและต้องตายเพื่อกองทัพเท่านั้น...
ไม่มีความปรานีสำหรับผู้ที่้าถอนตัวออกจากกองทัพสำหรับเซ็ทที่เข้าถึงข้อมูลลับจำนวนมากยิ่งเป็ไปไม่ได้ต่อให้คำตอบว่าเขา้าอิสระจะเป็คำพูดเลื่อนลอยแล้วเขายืนยันว่าตัวเองภักดีต่อกองทัพขนาดไหนทางกองทัพก็จะกำจัดเขาทิ้งเพื่อความชัวร์อยู่ดี
แต่ถึงอย่างนั้นเซ็ทก็หาได้รู้สึกเกรงกลัวความตายกลับกันเซ็ทรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เคยไกลตัว
{ผมจะอยู่กับคุณจนกว่าคุณจะตายเซ็ท}
“ขอบใจ”
ความรู้สึกที่ไม่เคยได้รู้สึกอะไรมานานแสนนานทว่าตอนนี้เขากลับค่อนข้างรู้สึกยินดี ใช่ มันคือความรู้สึกยินดีถึงจะไม่แน่ใจแต่โรประมวลผลว่าสิ่งที่เขารู้สึกมันคือความยินดี
เซ็ทก้มลงมองสร้อยคอที่สวมอยู่ หินสีฟ้านี่มีความหมายว่าขอให้ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยนิยมมอบให้ตอนที่คนในครอบครัวหรือคนรักต้องออกเดินทางไปไกลหรือไปเสี่ยงอันตรายหากยังมีชีวิตขอให้กลับถึงบ้าน แต่ถึงตายไปก็ให้ิญญาได้กลับไปในที่ๆ ของตนได้กลับไปเกิดใหม่ ได้ไปที่ๆ อยากไป หรืออะไรก็ตามแต่
เซ็ทยกยิ้มพลางคิดว่าเขาไม่มีบ้านให้กลับไม่มีที่ๆ อยากไป และหากเชื่อเื่บุญบาปชีวิตเขาก็คงไม่พ้นต้องตกนรก บางครั้งการกระทำของพันตรีซาร์ฟก็ช่างแปลกพิลึก
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากขอบคุณถึงจะไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยินดีหรือเปล่า แต่หากพูดว่าพันตรีซาร์ฟเป็คนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอดไม่ต่างจากพ่อสำหรับคนทั่วไป คนๆ นี้ก็จะไม่ใช่แค่หัวหน้าแต่เป็คนที่เคารพรักไม่ต่างจากบิดา
เพราะแบบนั้นเขาขอคิดไปว่าตอนนี้เขากำลังขอบคุณบิดาที่น่าเคารพรักแล้วกัน
{จะปะทะในอีก...3…2...1}
เซ็ทกำจี้หินไว้ในมือ ลำแสงสีขาวที่พุ่งตรงลงมาจากฟ้ามีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะหนีออกจากขอบเขตการยิงได้ลำแสงจากซุสที่ยิงลงมานี้ทำลายพื้นที่กินรัศมีกว้างกว่ายี่สิบกิโลเมตรเซ็ทหลับตาลงปล่อยให้แสงสีขาวกระทบร่างกายปล่อยให้ชีวิตที่เหลืออยู่ถูกแผดเผามอดไหม้ไปกับลำแสงสีขาวพิสุทธิ์
{...0}
...ความตายเอง ก็นับเป็อิสระใช่มั้ยล่ะ...โร...
{ใช่ครับดังนั้นผมขอแสดงความยินดีที่คุณได้รับอิสระที่คุณเคยปรารถนาเมื่อนานมาแล้วครับ}
ตูมมมมม...!!!
แสงสีขาวส่องสว่างไปทั่วพื้นที่แม้แต่ผู้คนที่อยู่ห่างไกลก็ยังสังเกตเห็นเกือบสิบนาทีต่อมาแสงสีขาวที่ทอดยาวจากฟ้าจรดพื้นโลกพลันหายไปทิ้งไว้เพียงพื้นดินที่มอดไหม้และหลุมขนาดใหญ่มหึมาภายในพื้นที่นั้นไม่เหลือสัญญาณชีวิตของสิ่งใดอยู่เลย
ท่ามกลางพื้นที่เต็มไปด้วยไอควันจุดกึ่งกลางความพินาศมีเศษจี้หินสีฟ้าที่แทบจะป่นเป็ผงส่องกระทบกับแสงแดดเป็เครื่องยืนยันเพียงอย่างเดียวว่าก่อนหน้าที่เซ็ทจะหายไปตลอดกาลเขาเคยยืนอยู่ตรงนั้น
...เคยมีตัวตนอยู่จริง...
พันตรีซาร์ฟที่เฝ้าตามติดสถานการณ์ติดขอบจอได้แต่กรอกเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นลงในเครื่องมือสื่อสารสายตาที่เคยอ่อนโยนเหลือไว้เพียงความเศร้าหมองยามมองภาพเบื้องหน้า
[...ยืนยันZET ZERO ...ถูกกำจัด...เรียบร้อย...ครับ]
การปฏิบัติการครั้งนี้ใช้ดาวเทียมจู่โจมที่ชื่อว่าซุสไปทั้งสิ้นสิบสองดวงเป็การกำจัดเครื่องมือใช้แล้วทิ้งที่ใช้ทุนมากที่สุดในโลก และต้องเสียสละพื้นดินที่ถูกลำแสงไปประมาณหมู่เกาะหนึ่งรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่จำต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่สภาพแวดล้อมโดยรอบจะเหมาะแก่การอยู่อาศัยอีกครั้ง
...ข้อมูลทุกอย่างของเซ็ทถูกลงรหัสที่ซับซ้อนที่สุดในขณะเดียวกันก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตเครื่องมือชิ้นใหม่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิมของกองทัพ...
...เด็กๆถูกนำมาขายในราคาแพงที่สุดในรอบยี่สิบปี...
...และกองทัพ...
...รับซื้อทั้งหมด...
{{เริ่มการถ่ายโอนข้อมูลดวงิญญา…1%...5%...30%...70%...---100% ถ่ายโอนเรียบร้อย}}
{{เชื่อมต่อระบบข้อมูลความทรงจำ...1%...25% …30%...---100% ...เชื่อมต่อความจำเรียบร้อย}}
{{เชื่อมต่อระบบสมรรถภาพร่างกาย...1%...2%ขัดข้อง!เนื่องจากความแตกต่างทางสภาพร่างกายที่ต่างชั้นกันเกินไปร่างโฮสต์จำเป็ต้องมีการพัฒนามากกว่านี้ ระงับการเชื่อมต่อสมรรถภาพ}}
{{เชื่อมต่อระบบความรู้สึก...1%...3%...5%...10% ไม่สามารถเชื่อมต่อได้มากกว่านี้! เนื่องจากสภาพเก่าถูกตัดระบบความรู้สึกนึกคิดออกไปเป็ระยะเวลานานเกินไปการเชื่อมต่อระบบความรู้สึกที่แตกต่างจากเดิมมากไปจะทำให้เกิดอันตรายต่อระบบประมวลผลความคิด}}
{{ถ่ายโอนครึ่งของชีวิตระบบสมองกลอัตโนมัติอัจฉริยะ ...1%...5%...12%...---100% ถ่ายโอนระบบผู้ช่วยเรียบร้อย}}
{{ติดตั้งระบบดำเนินชีวิต…1%...23%...46%...65%...---100% ติดตั้งระบบเรียบร้อยขั้นตอนย่อยทั้งหลายพร้อมติดตั้ง...}}
{{เชื่อมต่อ...}}
{{ถ่ายโอนข้อมูลตั้งต้นจนปลายทางระบบทั้งหมด...พร้อมทำงาน!!}}
{{ขอต้อนรับโฮสต์คนใหม่ สู่การเริ่มต้นใหม่ของบทจบ}}
.
.
.
“...อืม”
{ยินดีที่ยังได้อยู่กับคุณต่อนะครับเซ็ท}
“...เสียงนี่มัน...โร?”
ดวงตาที่หลับสนิทลืมตาขึ้นอีกครั้งความรู้สึกไม่น่าพิสมัยแล่นจี๊ดไปทั่วร่างกายมันไม่ได้สาหัสอะไรแต่ก่อความรำคาญไม่หยุดมากกว่าเซ็ทไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดกับตัวเองคืออะไรแต่สองกลที่อยู่กับเขามานานก็ช่วยไขข้อสงสัยให้อย่างรวดเร็ว
{ผมขอบอกว่าสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกคือความเจ็บเนื่องจากสภาพร่างกายของคุณกำลังาเ็}
“...ฉันไม่ควรรู้สึกเจ็บ”
{คุณจะรู้เหตุผลในไม่ช้า}
เซ็ทรำพึงด้วยความฉงนเมื่อสำรวจร่างกายตัวเองคร่าวๆ เขาก็พบว่าตัวเองมีาแทั่วตัวจริงแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรเจ็บ และก็ไม่ควรมานั่งคิดอะไรมากแบบตอนนี้ได้ทว่าไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อเซ็ทก็ต้องยกมือสองข้างขึ้นกุมหัวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกประหลาด...ไม่สิ มันคือความรู้สึกเจ็บสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในเวลานี้คือความเจ็บที่แล่นไปทั่วทั้งศีรษะ
ฉับพลันภาพความจำของคนๆ หนึ่งพลันไหลทะลักเข้ามาราวกับน้ำป่าไหลหลากความทรงจำสำหรับระยะเวลาสิบหกปียาวนานราวกับไม่มีสิ้นสุด ทันทีที่ภาพเปลี่ยนไปความรู้สึกประหลาดพลันแทรกเข้ามา
ภาพครอบครัวแสนสุข...เขากำลังดีใจสนุกสนาน ยินดี ความสุข
ภาพของเล่นแปลกใหม่...เขากำลังท้าทายอยากรู้อยากลอง อยากได้อยากมี
ภาพคะแนนที่ห่วยแตก...เขากำลังเศร้าท้อใจ รู้สึกผิด
ภาพผู้หญิงคนหนึ่ง...เขากำลังมีความรักแล้วเขาก็ได้อกหัก
ภาพครอบครัวแตกแยก...เขากำลังพังทลาย
ภาพที่เขาถูกทุบตี...เขากำลังร้องขอความเมตตาหวาดกลัว เ็ป
ภาพที่เขาโดนกลั่นแกล้ง...เขาโกรธแค้น
ภาพที่เขาต้องวิ่งไปมา...เขากำลังดิ้นรน
ภาพตอนที่เขากำลังจะตาย...เขากำลังสิ้นหวังแล้วเขาก็เสียชีวิต
ทั้งหมดทั้งมวลนั่นไม่ใช่ภาพความจำของเซ็ทและความรู้สึกหลากหลายนั่นก็คือสิ่งที่เซ็ทไม่เคยมี เซ็ทกำมือทั้งสองข้างแน่นก่อนที่ฟันจะขบกัดริมฝีปากอย่างแรง
...สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่จบไม่สิ้นในเวลานี้มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเอาเสียเลย...
ภาพความจำที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เขาไม่เคยต้องเผชิญภาพเ่าั้คือความทรงจำของคนๆ หนึ่งั้แ่เกิดจนตายภายใน่อายุสิบหกปี
{คุณในเวลานี้ไม่ใช่คุณในอดีตอีกแล้วดังนั้นนั่นคงเพียงพอสำหรับการตอบข้อสงสัยของคุณเซ็ท}
“บอกทีว่านี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่น...”
...ทั้งหมดที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่ความฝัน...ใช่มั้ย?
...นี่คือชีวิตใหม่ของเขาภายในร่างของเ้าเด็กที่ชื่อว่า ‘เซ็ท หรือ อคิราห์ แอชลีย์’ เด็กหนุ่มที่ห่วยแตก น่าเวทนา ต้องมาผิดหวังกับชีวิตไปเสียทุกเื่
{เสียใจที่ต้องบอกคุณว่า...}
...เขากลายเป็...‘เซ็ท (SET)’ ไม่ใช่ ‘เซ็ท (ZET ZERO)’ อีกต่อไป
‘My Name is…Zet’