สามเดือนถัดมารุ่งเช้าที่ดวงอาทิตย์ ยังไม่สว่างเสียทีเดียว เทียนคง ลุกขึ้นมาจากห้องรับรองในเขตของโรงหลอมอาวุธ เขาได้ประกอบอาหารมื้อเช้าอย่างง่าย ๆ จากความรู้และทักษะของเขา ในตอนแรกเขาก็สงสัยอยุ่ไม่น้อยว่าเหตุใดความรู้ด้านอาหารและยา ถึงได้มีจำนวนมหาศาลนักเมื่อเทียบกับหมวดหมู่หลักอื่น ๆแล้วไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลย มาวันนี้เขาเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่ทำให้เขามีความรู้และทักษะเหล่านี้ใส่เื่อาหารและยาไว้มากมายเพราะอาหารคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุขสุนทรีได้อย่างน่าเหลือเชื่อฉะนั้นแล้ว เทียนคงจึงเริ่มทดลองทำอาหารั้แ่อยู่ที่โรงหลอมอาวุธได้ประมาณวันที่10 ทำและทานอย่างละเมนู จากที่มีบันทักไว้เป็แสน ๆเมนู ในคลังความรู้ของเขาในทุกๆวันยามเช้าเมื่อเขาตื่นนอน
“เฮ้ พวกเรานายช่างใหญ่ของพวกเราเริ่มทำอาหารแล้ว ตื่นได้แล้วพวก มาช่วยเขากันเร็วเข้า”หนึ่งในช่างฝีมือคนหนึ่งที่ทำงานในโรงหลอมอาวุธเรียกพรรคพวกให้รีบมาช่วยเทียนคง
“โอ้ ได้เวลาแล้วรึข้ารอไม่ไหวแล้วที่จะลิ้มลองรสชาตอาหารของนายช่างใหญ่” ช่างฝีมือและคนงานต่างพากันไปหาเทียนคง ที่ห้องรับรองของเขาเพื่อเป็ลูกมือช่วยเขาทำอาหาร เพื่อพวกเขาจะได้ทานมันได้เร็วขึ้น
“เฮ้ พวกท่าน อย่ากวนข้าสิอย่างไรข้าก็ทำเผื่อพวกท่านทุกคนอยู่แล้วออกไปกันได้แล้ว ข้าอึดอัดร้อนจะตายอยู่แล้ว พวกท่านทำบรรยากาศยามเช้าเสียอรรถรสหมด ให้ตายสิ ไป ๆๆออกไปรอด้านนอก” เทียนคงดุเหล่าคนงานและช่างฝีมือทั้งหลายด้วยความรำคานแต่กลับแฝงไปด้วยความยินดีที่คนเ่าั้ชื่นชอบอาหารที่เขาทำขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ ขอรับนายช่างใหญ่พวกข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านเป็ดั่ง์มาโปรดที่มอบความสุขให้กับพวกเราจริง ๆพวกเราจะไปเตรียมโต๊ะด้านนอกนะขอรับ”
ในวันแรกที่เทียนคงทำอาหาร เขาทำสำหรับเขาเพียงคนเดียวแต่เมื่อช่างฝีมือคนหนึ่งเดินผ่านห้องรับรองของเขาก็ได้กลิ่นหอมอันเย้ายวนโชยมาจากห้องของเทียนคง และยืนเหม่อลอยน้ำลายสออยู่หน้าห้อง เทียนคงััได้ว่ามีคนอยู่หน้าห้องของเขาจึงเรียกให้ช่างฝีมือดังกล่าวเข้ามารับประทานอาหารร่วมกับเขาช่างฝีมือไม่ปฏิเสธและได้ลิ้มรสความอร่อยจากอาหารของเทียนคง
พูดถึงเื่อาหาร เท่าที่ฟังจากเซียนอิน และเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ก็เหมือนกับเื่อื่น ๆ ที่ความรู้ความเข้าใจของคนที่นี่ ล้วนถอยหลังเข้าคลอง การทำอาหารของคนที่นี่ในมุมมองของเทียนคงนั้น พวกเขาทำเพียงเพื่อทานให้อิ่มท้องเพียงเท่านั้น เพราะรสชาตนั้นจืดสนิท พอถามหาเครื่องเทศหรือเครื่องปรุง ส่วนใหญ่ก็จะทำหน้าตางงงวย พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร
จริง ๆก็ถือว่าเป็เื่ปรกติของคนที่นี่ เพราะที่ผ่านมาเทียนคงได้เรียนรู้อย่างหนึ่งคือ พวกเขาทุกคนแทบจะไม่ทานอาหารกันด้วยซ้ำไป เพราะว่าไม่จำเป็ต้องทาน พวกเขาจะใช้วิธีซึมซับพลังชีวิตจากอัญมนีชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า "ไพลิน" หนึ่งในอัญมณีนพเก้า ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานมืดให้กลายเป็พลังชีวิต พวกเขาทุกคนที่นี่ล้วนเป็มนุษย์สายเืปีก์ แน่นอนว่าเป็ผู้ที่สามารถใช้พลังงานมืดได้ แม้คนที่มีความสามารถต่ำที่สุด ก็สามารถซึมซับเอาพลังงานนี้จากอัญมณีไปใช้หล่อเลี้ยงตัวเองได้ อาหารจึงไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานอีกต่อไป แต่กลายเป็สิ่งฟุ่มเฟือย ที่หากไม่ใช่คนมีฐานะแล้วละก็น้อยครั้งจะทานอาหารกัน
จากวันนั้น ข่าวที่เทียนคงเป็คนที่ทำอาหารรสเลิศได้ ก็กระจายไปทั่วโรงหลอม ในทุกๆวันเหล่าคนงานและช่างฝีมือจะมาคอยรับประทานอาหารจากเขาซึ่งพวกเขาเองก็ไม่ได้มามือเปล่า แต่จะนำวัตถุดิบต่างๆที่พวกเขาหาได้จากป่าในบริเวณรอบ ๆมาให้กับเทียนคงในทุก ๆเย็น และพากันอำนวยความสะดวกให้กับเทียนคงในเื่อื่น ๆ ดั่งเขาเป็าาของที่นี่
ด้วยประการฉะนี้ เทียนคง จึงได้เรียนรู้ทักษะในการควบคุมคนมาหนึ่งอย่าง คือด้วยอาหารของเขา
“วันนี้ข้าจะไปที่สำนักวิหคครามสาขาเมืองประกายเงินเพื่อเข้าเป็ศิษย์ของสำนัก ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อใด พวกท่านคงไม่คิดถึงข้าจนต้องตามไปที่สำนักหรอกนะฮ่าๆ” เทียนคง เอ่ยกับคนงานและช่างฝีมือที่ชื่นชอบอาหารของเขาด้วยท่าทีอยอกล้อ
“จริงรึแล้วท่านจะไม่กลับมาที่โรงหลอมนี้แล้วหรือ”หนึ่งในคนงานเอ่ยด้วยความเสียใจและเสียดายที่อาจจะไม่ได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสจากเทียนคงอีก
“ข้าคิดว่า ไปคราวนี้คงใช้เวลาไม่นานนักและแน่นอนว่าต้องกลับมายังที่นี่อีก เพื่อปรับปรุงโรงหลอมนี่ให้เสร็จแต่เมื่องานเสร็จแล้ว ข้าก็คงต้องไปจากที่นี่และก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะได้กลับมาอีกหรือไม่”
“พวกข้าเข้าใจคนมีความสามารถอย่างท่าน แน่นอนย่อมไม่อาจอยู่ที่นี่ไปตลอดได้ พวกข้าขอให้ท่านโชคดี”เหล่าคนงานและช่างฝีมือที่รายล้อมเทียนคงอยู่นั้น มีอายุมากกว่าเทียนคง 20-50 ปี แต่พวกเขาได้ประจักษ์ถึงความสามารถของเทียนคง ในหลาย ๆด้านระหว่างที่ดำเนินการปรับปรุงโรงหลอมนี้จึงพากันชื่นชมและนับถือเด็กหนุ่มน้อย ที่อายุดูไม่น่าเกิน 20 ปี ผู้นี้ให้เป็นายช่างใหญ่ประจำโรงหลอมวิชาความรู้ด้านการช่าง และทักษะต่าง ๆ ของพวกเขาต่างพากันก้าวหน้าเป็อย่างมากจากการฝึกสอนของเทียนคง ผนวกกับการที่เขาไม่เคยถือตัวเลยเื่ความสามารถและแม้จะเป็คนสนิทของรองเ้าเมืองอย่างหวังเซียนอินธิดาของเ้าเมืองหวังต้าเจิงเด็กหนุ่มก็ไม่เคยวางอำนาจบาตรใหญ่ใด ๆจึงทำให้พวกเขาเคารพและนับถือเด็กหนุ่มผู้นี้จากใจจริง
“ขอบใจพวกท่านมากตอนนี้ข้าต้องขอตัวก่อน ใกล้ถึงเวลาแล้ว” เมื่อเอ่ยลาเรียบร้อยเทียนคง ก็จากโรงหลอมอาวุธไประหว่างอยู่ใน่สายตาของคนงานและช่างฝีมือ เทียนคง เดินทางด้วยความเร็วไม่มากนักแต่เมื่อพ้นสายตาแล้ว เพียงพริบตาความเร็วของเทียนคงก็เพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า หายวับไปจากจุดเดิมเพียงพริบตา
ตำหนักเ้าเมืองประกายเงิน
“นี่เ้า มาถึงั้แ่เมื่อใดกัน”เซียนอินที่เพิ่งชำระร่างกายและแต่งตัวเสร็จ ตั้งใจจะออกมารอเทียนคง ที่ห้องรับรองก่อนถึงเวลาที่นัดหมายแต่กลับพบว่าเขามารออยู่ก่อนแล้ว จึงเอ่ยถามไปด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย
“ก่อนเ้ามาเพียงครู่เดียวเ้าทานอะไรหรือยัง” เทียนคงเอ่ยตอบเซียนอินว่าเขามาถึงก่อนนางเพียงครู่เดียว แต่แท้จริงแล้วเขามาถึงก่อนได้พักใหญ่เลยทีเดียวจากนั้นเขาจึงยื่นกล่องใบหนึ่งที่ข้างในบรรจุสำรับอาหารที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้านี้และถ้าสังเกตดี ๆแล้วสำรับนี้ดูเหมือนจะพิเศษกว่าอาหารที่เขาทำให้กับเหล่าคนงานและช่างฝีมืออย่างเห็นได้ชัด
“ข้าไม่ชอบทานอาหาร เ้าก็รู้ และมันเป็ของฟุ่ม ... หือออ เ้าทำอาหารพวกนี้เองหรือ”เซียนอิน เมื่อเห็นหน้าตาของอาหาร และกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเอาอาหารเหล่านี้มาจากไหนและคาดว่าเขาน่าจะทำเองเพราะรูปร่างหน้าตาดูไม่เหมือนอาหารของที่นี่เมืองประกายเงินและแม้แต่เมืองข้างเคียงก็ไม่มีอาหารแบบนี้ และต่อให้มีก็คงแพงมาก
“ใช่ ข้าทำเองและนี่ก็ทำมาเพื่อเ้าโดยเฉพาะ โปรดลองรับประทาน” เทียนคงเอ่ยตอบด้วยท่าทีเชื้อเชิญ
เซียนอินเห็นดังนั้นก็ตอบรับและได้ลองรับประทานอาหารสำรับนี้ดู *0* เมื่อได้ลองรับประทานคำแรกแล้วนางก็กินไม่หยุดไม่เหลือเค้าของท่านหญิงรองเ้าเมืองเลยแม้แต่น้อยการกินตอนนี้ของนางดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังสวาปามขนมอย่างอเอร็ดอร่อย
“นี่เ้า ง่ำๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยง่ำๆๆ ทำให้ข้าต้องแปลกใจอีกแล้ว” เซียนอินเอ่ยชมไม่หยุดทั้งๆที่อาหารยังเต็มปากและเคี้ยวต้อย
“เฮ้ ค่อยๆ ทานสิ เดี๋ยวจะสำลัก ไม่มีใครแย่งเ้าทานหรอก”
“ก็ข้าไม่เคยทานอะไรที่รสเลิศเช่นนี้มาก่อนั้แ่เกิดมาเลยนี่นา”
“ฮ่าๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว อาหารของที่นี่สู้ข้าทำไม่ได้หรอกถ้าเ้าชอบข้าก็ดีใจ ขอให้บอกมาว่าเ้าอยากทานอาหารฝีมือข้าเมื่อใด ข้าจะทำให้เ้าทาน” เทียนคงเอ่ยกับเซียนอินด้วยรอยยิ้มอุ่น และเขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าการที่เขาแค่อยากจะทำอาหารให้กับเซียนอินได้ทานเพียงเท่านั้นจริง ๆ แต่เซียนอินที่ได้ยินดังนั้นกลับหน้าแดงและได้แสดงท่าทีเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
“เชอะ อย่าสักแต่พูดหากข้าขอให้เ้าทำอาหารให้ข้าทานทุกวัน เ้าจะทำได้หรืออย่างไร” เซียนอินตัดบทเทียนคงในที่สุด
“ก็อาจเป็ไปได้นี่หากข้าค้นพบตัวเองและเ้าก็รู้แล้วว่าข้าเป็ใครและทั้งเ้าและข้าต่างยอมรับซึ่งกันและกันได้ ข้าสัญญาว่าจะทำอาหารให้เ้าทานทุกครั้งเมื่อเ้า้า” เทียนคง ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาถึงได้ตอบเซียนอินไปเช่นนั้นความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของเขานั้นเพียงบอกกับเขาว่า ในเวลานี้สตรีนางนี้มีความสำคัญกับตัวเขาเป็อย่างมากและเขา้ามอบสิ่งดี ๆให้กับสตรีนางนี้ เท่าที่จะทำได้ ก็เท่านั้นเอง ...