เช้าต้นฤดูร้อนอากาศช่วงเที่ยงวันนั้นร้อนไปทุกหนแห่งยกเว้นจวนอนุหยวน
แมวจรจัดเข้ามานอนกองกันข้างจวนโดยไม่มีใครว่าอะไรแม้แต่โรงครัวก็ไม่ร้อนเพราะพัดลมเพดานที่กระจายไอเย็นจากละอองน้ำ
“คุณหนูท่านน่าจะทำขายนะเจ้าคะ” ลู่จื่อที่นั่งกินไอติมแท่งข้างๆ กับเสี่ยวเหยาและเสี่ยวหยู
“อยากออกไปขายหรือไม่” หยวนเข่อชิงที่นั่งกินน้ำแข็งไสอย่างสบายใจ
“ข้าอยากขายไอติมขอรับ” เสี่ยวหยู
“อืมก็ดี” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูบ่าวพูดถึงพัดลมไอน้ำต่างหากล่ะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
“ช่วงนี้ก็เพลาๆ ไว้ก่อน” หยวนเข่อชิง
ไม่อยากโดนสงสัยเพิ่มแค่เรื่องเสื้อเกราะจนป่านนี้ยังไม่มีคำตอบเลย
“คุณหนูเจ้าคะ” แม่นมสี
“มีข่าวดีอะไรหรือ” หยวนเข่อชิง
“ท่านอ๋องเจ้าค่ะท่านอ๋องจะกลับมาแล้วได้ข่าวว่าปราบโจรสำเร็จด้วยนะเจ้าคะต้นเดือนหน้าน่าจะมาถึงเมืองหลวง” แม่นมสี
ที่ดีใจคือลูกชายของนางยังมีชีวิตอยู่และเขียนจดหมายส่งข่าวมาบอกตอนนี้ทั้งเมืองหลวงเหมือนมีงานฉลองเพราะเหล่าทหารเขียนจดหมายบอกทางบ้านว่าจะกลับมาพร้อมชัยชนะ
เหล่าพ่อแม่ลูกเมียปู่ย่าตายายออกมาขอบคุณสวรรค์ที่จะได้คนกลับมา
ส่วนในจวนอ๋องเหล่าภรรยาของมู่อ๋องก็ตกแต่งบ้านเรือนและสั่งตัดเสื้อผ้าใหม่ทำให้ร้านผ้าไคหยวนได้รับคำสั่งซื้อมากมายโดยเฉพาะแบบใหม่ต้อนรับฤดูร้อน
“ดีเลยท่านอยากได้อะไรต้อนรับลูกชายก็บอกข้านะไปล่ะ” หยวนเข่อชิง
ตอนนี้ไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าแบบไหนคนที่เคยเรียกนางว่าอาเข่อก็จะเรียกว่าอาเข่อคนที่เรียกนางว่าคุณหนูหยวนก็เรียกคุณหนูหยวนหรือแม้แต่คนที่เรียกนางว่าอนุหยวนก็จะเรียกนางเหมือนเดิน
เหตุเพราะนางแต่งตัวแบบเฉพาะตัวนางสวมกางเกงที่ขาบานเหมือนกระโปรงเสื้อมีปกสีขาวเรียบตัวโคร่งผมมวยขึ้นไปไม่แต่งหน้าอย่างมากก็ทาแป้งบางๆ
วันนี้นางเข้ามาตามสาส์นของมหาบัณฑิต
“คุณหนูหยวน” โจวจื่อหยวน
“ท่านโจว” หยวนเข่อชิง
เป็นเพราะเขาเปลี่ยนชื่อเรียกของนางนางจึงเรียกคำเรียกเขาคืน
“หรือว่าท่านชอบให้ข้าเรียกท่านว่าอาเข่อเช่นเดิม” โจวจื่อหยวน
“ข้าชอบอาเข่อมากกว่าแต่ไม่ควรฝืนใจในเมื่อท่านรู้ว่าข้าเป็นใครแล้วจะให้เรียกนามแฝงท่านอาจจะอึดอัดเรียกตามท่านสะดวกเถอะแค่ไม่เรียกข้าว่านางปีศาจจิ้งจอกก็พอ” หยวนเข่อชิง
“เช่นนั้นก็ดีแต่เมื่อข้าทบทวนแล้วท่านมีสมองที่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป” โจวจื่อหยวน
“ที่จริงข้าเก่งเรื่องการคำนวณและเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุน่ะแต่ไม่ถึงขั้นปรมาจารย์” หยวนเข่อชิง
“แต่ขนมของท่านก็อร่อยมาก” โจวจื่อหยวน
“ข้าเก่งเรื่องอนุมานและจินตนาการน่ะ” หยวนเข่อชิง
“เสื้อผ้าท่านก็น่าสนใจ” โจวจื่อหยวน
“นั่นเพราะข้าขี้เกียจนะเลิกชมเถอะข้าไม่เขินอายหรอก” หยวนเข่อชิง
“ได้ข่าวว่าท่านมีสิ่งประดิษฐ์ที่ให้ความเย็น” โจวจื่อหยวน
“ถ้าเอาแบบมาขายท่านจะถามว่าข้าเป็นใครอีกหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“ไม่แล้วล่ะข้าเชื่อว่าท่านคิดเองไม่ใช่วิญญาณปีศาจ” โจวจื่อหยวน
“แล้วถ้าข้าบอกว่าข้าเป็นวิญญาณล่ะท่านจะเชื่อหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“หากท่านบอกว่าเป็นสิ่งใดข้าเชื่อคนที่อยู่เบื้องหน้าข้าเท่านั้น” โจวจื่อหยวน
“เช่นนั้นก็ดีข้ามีแบบมาขายท่านสามอย่าง” หยวนเข่อชิง
“ไหนล่ะ” โจวจื่อหยวน
“ลู่จื่อ” หยวนเข่อชิงเรียกสาวใช้ที่ถือกระเป๋าทรงแบนใบใหญ่เข้ามา
“นี่คือ” โจวจื่อหยวน
“แบบแรกคือพัดลมแบบตั้งโต๊ะและแบบแขวนเพดานใช้กลไกคือเชือกดึงและหัวตะปูส่วนแบบที่สองเป็นเครื่องพ่นละอองน้ำใช้แยกสามารถทำเป็นที่รดน้ำแบบกว้าง แต่ถ้าใช้คู่กับพัดลมก็เป็นพัดลมไอน้ำทำให้เย็นกว่าพัดลมธรรมดา” หยวนเข่อชิง
นางเริ่มตอบคำถามถึงส่วนต่างๆ
“ให้เช่าสิทธิ์หรือไม่” โจวจื่อหยวน
“ได้ข้าขี้เกียจทำ” หยวนเข่อชิง
“แล้วมีตัวอย่างหรือไม่” โจวจื่อหยวน
หยวนเข่อชิงหันไปพยักหน้าให้ลู่จื่อนางก็เดินออกไปเรียกคนงานให้เอาตัวอย่างมาให้
“ดีจริง” โจวจื่อหยวน
“วันนี้ท่านเหรินอวี้ไม่อยู่หรือ” หยวนเข่อชิง
“ข้าให้เขาไปซื้อขนมมาน่ะ” โจวจื่อหยวน
“อ้อ” หยวนเข่อชิงแล้วแบบที่สามล่ะ"โจวจื่อหยวน
เขากำลังถ่วงเวลาเพื่อแกล้งคนที่แอบอยู่ในห้องลับส่วนคนที่กำลังแอบอยู่ก็หงุดหงิดเพราะเขาไม่สามารถมองเห็นเธอได้ยินแต่เสียงเท่านั้น
หลังจากอธิบายเรื่องการทำน้ำแข็งและไอติมแท่งแล้ว
“ขายด้วยหรือไม่” โจวจื่อหยวน
“ไม่ขาย” หยวนเข่อชิง
“ทำไมล่ะ” โจวจื่อหยวน
“อยากจะผูกขาดสักหน่อย” หยวนเข่อชิง
“อ้อ” โจวจื่อหยวน
“….” หยวนเข่อชิง
นางไม่พูดอะไรเดินไปนั่งและมองหน้าเขา
“มีอะไรหรือ” โจวจื่อหยวน
“วันนี้ข้าว่างน่ะหากท่านอยากจะถ่วงเวลาก็ทำได้อีกหน่อยหรือเราจะจิบชากินขนมก่อนก็ได้แต่คราวหลังท่านเรียกแล้วข้าไม่มาก็อย่าว่ากัน” หยวนเข่อชิง
“เจ้าแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยไม่ได้หรือ” โจวจื่อหยวน
“ท่านกำลังทำข้าเสียเวลานอน” หยวนเข่อชิง
“เอาล่ะเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันข้าได้รับสาส์นจากมู่อ๋องเขาสนใจสั่งสินค้าจากเจ้านี่คือรายการสั่งซื้อ” โจวจื่อหยวน
“ไม่ถามราคาหน่อยหรือ” หยวนเข่อชิงสงสัย
“ข้าแจ้งรายละเอียดราคาที่เจ้าขายไปแล้วหากอยากลดให้ก็ทำใบลดหนี้ทีหลังได้” โจวจื่อหยวน
“แล้วเรื่องตัวแทนล่ะ” หยวนเข่อชิง
“เขาต้องการดูแบบเสียก่อนต้นเดือนหน้าคงถึงเมืองหลวงแต่ข้าว่าคงไม่มีปัญหา” โจวจื่อหยวน
“ไม่เป็นไรข้าไม่รีบเช่นนั้นข้าจะรับค่าเช่าสิทธิ์ได้เลยหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“เจ้ารีบหรือไม่เพราะเหรินอวี้ยังไม่กลับมาหรือให้ข้าให้คนส่งไปให้เจ้าทีหลัง” โจวจื่อหยวน
“ให้คนไปส่งเงินให้ข้าก็แล้วกัน” หยวนเข่อชิง
“เดี๋ยวให้คนไปรับของได้ที่ไหน” โจวจื่อหยวน
“จวนท่านอ๋องนั่นแหละจะเข้าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ไม่มีปัญหาแต่แนะนำว่าควรเลี่ยงด้านหน้าเพราะเหลือบไรมันเยอะ” หยวนเข่อชิง
“ได้แล้วเจ้าเตรียมของเสร็จเมื่อไหร่” โจวจื่อหยวน
“ก็พอดีกับที่ท่านอ๋องกลับมา” หยวนเข่อชิง
“ดีท่านอ๋องสั่งไว้ว่าจะให้องครักษ์เสิ่นเยี่ยเป็นผู้ไปรับของ” โจวจื่อหยวน
“บอกเขาด้วยอย่ามาก่อนเที่ยงข้ายังไม่ตื่นให้มารับหลังวันที่ท่านอ๋องกลับมาแล้วสักสองวันเขาจะได้พักด้วย” หยวนเข่อชิง
“เจ้าคงรอพบท่านอ๋องสินะ” โจวจื่อหยวน
“ช่วงนั้นข้าจะป่วยน่ะคงไปเข้าเฝ้าหรือต้อนรับท่านอ๋องไม่ไหวน่ะ” หยวนเข่อชิง
“อ้อ” โจวจื่อหยวน
“ลู่จื่อเอาขนมเข้ามา” หยวนเข่อชิง
ลู่จื่อถือขนมกล่องใหญ่เข้ามา
“ข้าทำขนมลิ้นแมวมาให้ท่านลองชิมก่อนขายจริงกินกับชาอร่อยมากไปล่ะ” หยวนเข่อชิง
“ทำไมให้เยอะ” โจวจื่อหยวน
“ก็เผื่อท่านเหรินกับสหายของท่านไง” หยวนเข่อชิง
นางจับได้ว่ามีคนอยู่แต่ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นความลับจึงไม่ว่าอะไรแค่เตือนว่าคราวหน้าหากจะทำอะไรต้องระวัง
“ออกมาได้แล้ว” โจวจื่อหยวน
“เจ้าว่านางรู้วรยุทธ์หรือไม่” ฉินมูู่หยาง
“ไม่แน่ใจแต่นางเคยเตะคนเบาๆ และคนผู้นั้นกระดูกซี่โครงหักไปสามซี่” โจวจื่อหยวน
เหตุที่ฉินมู่หยางสงสัยเพราะเขาใช้ปราณซ่อนตนไม่มีทางรู้ว่ามีอีกคนอยู่ในห้องลมหายใจของเขาแผ่วเบากว่าสายลมคนที่จะสามารถรู้ได้ไม่ใช่ว่าแค่มีวรยุทธ์แต่ต้องรู้สภาวะลมปราณด้วย
“น่าแปลกการเดินของนางไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์เลย” ฉินมู่หยาง
“หากเจอนางอีกจะรู้ว่านางมีเรื่องให้ประหลาดใจอีกมาก” โจวจื่อหยวน