
(3 วันถัดมา)
....หลินเซียนขี่กระบี่กลับถึงบ้านเล็กในหุบเขา สายหมอกยามเช้าลอยอ้อยอิ่งเหนือชายคาไม้ไผ่ เสียงไก่ขันจากเล้าเล็กดังประสานกับเสียงลมพัดเบา ๆ บ้านหลังนั้นแม้เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความอบอุ่นที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสบายใจ
เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นดิน แม่เล้าในอาภรณ์หรูหราก้าวลงตามมา ท่าทีของนางดูสง่างามราวกับดอกไม้ในราตรี แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้หมู่ไม้รอบ ๆ สั่นไหวอย่างไร้เหตุผล
บานประตูไม้ไผ่ถูกผลักเปิดออก หญิงวัยชราในชุดผ้าฝ้ายธรรมดา ๆ เดินออกมาต้อนรับ ใบหน้าของนางเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยน แววตาอบอุ่นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อบุตรชาย
“เซียนเอ๋อร์ เ้ากลับมาแล้ว…” เสียงนุ่มนวลเอื้อนเอ่ย ก่อนจะหันไปมองหญิงที่ยืนข้างลูกชาย
ทันทีที่สายตาของนางปะทะกับดวงตาของแม่เล้า ความเงียบก็ปกคลุมลงเหนือบ้านเล็กทั้งหลัง สายตาทั้งสองสอดประสานกัน แฝงแววสะท้อนบางอย่างที่หลินเซียนไม่เข้าใจ
แม่เล้าสะกดกลั้นอารมณ์ไว้ ก่อนยกยิ้มบาง ๆ เอ่ยเบา ๆ ว่า
“ไม่คิดเลย… หลายสิบปีแล้ว จะได้เจอท่านพี่ที่นี่อีก”
ท่านแม่หลินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนตอบกลับด้วยเสียงเรียบ
“เื่เก่า ๆ ผ่านไปแล้ว… ปล่อยให้มันจมหายไปตามกาลเวลาเถิด”
หลินเซียนยืนมองอย่างงุนงง “ท่านแม่ ท่านกับแม่นาง…รู้จักกันมาก่อนหรือ?”
แม่เล้าเหลือบมองเขา แล้วเอ่ยขึ้นราวกับกล่าวสุภาษิต
“แม่น้ำที่แยกออกจากต้นน้ำ… ย่อมพบกันที่ทะเล”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งอึมครึม ราวกับมีเงาอดีตที่ถูกปกปิดอยู่เื้ั ท่านแม่เพียงหัวเราะเบา ๆ แล้วตัดบท
“เข้าบอกเถิดเซียนเอ๋อร์ เ้าคงเหนื่อยแล้ว”
สายลมเช้าพัดผ่านหุบเขาเล็ก ๆ แ่เบา แต่กลับพัดเอาความรู้สึกแปลกประหลาดมาให้หลินเซียน เขาให้แม่เล้าไว้ตรงลานกว้างหลังบ้าน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านยอดไม้ไผ่ แม่เล้าสำรวจรอบบ้านจนพอใจแล้ว พื้นที่ตรงนี้เหมาะที่สุดสำหรับการสร้างค่าย
"ข้าจะทำค่ายกลมหาเมฆา์ให้แม่เ้า"
แม่เล้ายืนสง่างาม มือขยับไปตามลม ร่างกายคล้ายเคลื่อนไหวตามจังหวะของพลังเวทย์ ทุกขั้นตอนที่นางทำ เสียงลมกระทบยอดไม้ไผ่ดังก้องประสานกับการเคลื่อนไหวราวกับเป็ดนตรี์
“หลาน.....เ้าหนุ่ม ดูให้ดีนะ การวางค่ายกลครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปกป้องบ้าน แต่เป็การป้องกันทุกสิ่งจากภยันตรายที่มองไม่เห็น”
แม่เล้าพูดด้วยเสียงสุภาพ แต่ในแววตากลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้หลินเซียนรู้สึก… ไม่ใช่แค่ความรู้สึกปกติของมนุษย์ธรรมดา
ท่านแม่ยืนอยู่ด้านข้าง แววตาอ่อนโยน แต่ก็ปกปิดบางสิ่งไว้ รอยยิ้มของนางอบอุ่น
แม่เล้ากวักมือ มือขวาแตะพื้น ลมฟ้าเริ่มหมุนวน พลังปราณไหลราวกับกระแสเมฆ์ทับถมเข้ามาในลานไม้ไผ่ กลุ่มเมฆสีขาวหมุนวนรอบตัวบ้าน เงาของมันสะท้อนบนพื้นดินราวกับร่างเงา์ล้อมรอบกำแพง
หลินเซียนใ "นี่! นางก็เป็เซียน แถมน่าจะระดับสูงกว่าข้าด้วย"
“อวิ๋นเซียวหู่เจี่ยจิ้น จะปกป้องบ้านของเ้าจากภัยใด ๆ ทั้งปวง”
แม่เล้าเอ่ยชื่อค่ายกลออกมา เสียงสะท้อนคล้ายดังก้องจากท้องฟ้า
ทันใดนั้น พลังของค่ายกลเริ่มแผ่ขยาย เมฆหมุนวนสูงขึ้นจนคลุมหลังคาบ้าน บ้านทั้งหลังกลายเป็ดั่ง ป้อมปราการทิพย์ ภายใต้หมอกขาวสะท้อนแสงตะวัน
หลินเซียนก้าวเข้าไปใกล้ เห็นสายลมและเมฆหมุนรอบตัวบ้าน แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นแม่เล้าและท่านแม่สบตากันอีกครั้ง คราวนี้แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วย ความทรงจำบางอย่าง
“แม่น้ำที่แยกออกจากต้นน้ำ… ย่อมพบกันที่ทะเล” แม่เล้าเอ่ยเบา ๆ อีกครั้ง เสียงนั้นเหมือนกระซิบถึงอดีตที่ผูกพัน ระหว่างสองคนที่เคยเติบโตมาด้วยกัน แม้เส้นทางจะต่าง แต่โชคชะตาก็ยังนำพามาพบกันอีกครั้ง
หลินเซียนเงยหน้ามองค่ายกลหมุนวนราวกับหมู่เมฆ์ที่ปกป้องบ้าน
หมอกสีขาวหนาทึบหมุนวนรอบบ้าน เสียงลมกระทบยอดไม้ไผ่ดังก้องเป็จังหวะราวกับจังหวะหัวใจ์ บ้านเล็กหลังนั้นราวกับถูก ล้อมด้วยกำแพงทิพย์แห่งอวิ๋นเซียวหู่เจี่ยจิ้น ทุกสิ่งภายในลานหายใจสะดวก ร่มไม้ไผ่สั่นไหวช้า ๆ ดุจมีชีวิต
หลินเซียนก้าวออกไปกลางลาน เห็นกลุ่มเมฆหมุนวนสูงขึ้น แสงสีขาวส่องลงมาสะท้อนบนใบไม้ราวกับดาวบนฟ้า นัยตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตา แต่ก็แฝงด้วยความสงสัย
ทันใดนั้น แม่เล้าเอ่ยเสียงนุ่ม แต่แฝงแรงกดดัน
“เ้าจะเห็น… ผลของอวิ๋นเซียวหู่เจี่ยจิ้น”
บ้านไม่ไกลนัก ปรากฏ แสงสีเงินและทองหมุนวนเหมือนอัญมณีแห่งท้องฟ้า ด้านหลังบ้าน หมอกขาวเริ่มก่อตัวขึ้นเป็ร่างคล้าย สัตว์เทพโบราณ ราวกับัขาวบินวนล้อมรอบบ้าน สัตว์นั้นไม่ได้โจมตี แต่หมุนวนเป็ดั่งเกราะคุ้มครอง ทุกครั้งที่ลมพัด สัตว์เทพปรากฏเป็เงาสะท้อนรอบ ๆ พื้นที่
หลินเซียนขมวดคิ้ว เขารู้สึกถึง พลังลึกลับบางอย่าง พุ่งเข้าหาตัวบ้าน แต่ไม่ใช่พลังศัตรู แต่เหมือน… ค่ายกลกำลังตรวจสอบความพร้อมของบ้านและผู้อยู่อาศัย
ท่านแม่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างเงียบ ๆ แต่สายตาของนางจับจ้องไปที่แม่เล้าอย่างลึกซึ้ง คล้ายรู้ดีว่า พลังนี้ไม่ใช่ธรรมดา แม้บ้านจะเรียบง่าย แต่ค่ายกลกำลังเปิดเผยบางสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่…
สายตาแม่เล้าเปล่งประกายบางอย่างออกมา
“อวิ๋นเซียวหู่เจี่ยจิ้น จะปกป้องทุกสิ่ง… แต่ยังคงบอกว่า ใครจะเข้ามา หรือใครจะอยู่ภายใน จะถูกมันพิจารณาเอง”
หลินเซียนก้าวถอยไปหนึ่งก้าว รู้สึกถึง ลมที่หมุนวนรอบตัวเขาเหมือนมีชีวิต พลังที่เคยเห็นจากกระบี่และวิชาเซียนในอดีต ยังเล็กน้อยไปเทียบกับสิ่งที่ค่ายกลนี้ส่องสะท้อน
“นี่…หมายความว่าอย่างไร?” หลินเซียนถามด้วยเสียงแ่
ท่านแม่เพียงรอยยิ้มบาง ๆ
“บางสิ่ง… แม้จะปกป้อง แต่ก็เปิดเผยบางอย่างของเ้าด้วย”
หมอกหมุนวนรอบบ้านต่อไป ราวกับ พลังจากฟ้าเรียกให้หลินเซียนตระหนัก ว่า บ้านที่เขาอยากปกป้องได้ปลอดภัยแล้ว
ร่างของสัตว์เทพโบราณหมุนวนสูงขึ้น เงาเมฆสีขาวและทองสะท้อนบนหลังคา ราวกับ เตือนว่าการปกป้องนี้ไม่ใช่เื่ง่าย และบางอย่างกำลังเฝ้ามองอยู่
"ข้าทำเสร็จแล้ว"
แม่เล้ารีบเดินมาจับมือหลินเซียนแล้วหันไปมองทางท่านแม่
"ถ้าข้ารู้ว่าเขาเป็ลูกชายท่าน ข้าคงมาตั้งนานแล้วท่านพี่"
"ลูกชายท่านช่างหล่อเหลาราวเทพเซียนจาก์ สมแล้วที่เป็บุตรของท่านพี่"
หลินเซียนทำหน้างงๆ ก่อนที่แม่เล้าจะพูดต่อเพื่อคลายข้อสงสัย
"ข้ากับแม่เ้าเกิดที่หมู่บ้านเดียวกัน ข้าเป็เด็กกำพร้า นางเป็เหมือนพี่สาวที่คอยแวะมาดูแลข้า เป็เพื่อนเล่นกับข้า"
"เห็นแบบนี้ แม่ของเ้าตอนสาวๆสวยมากนะ เศรษฐีในเมืองต่างชื่นชอบหลงไหลนาง และนาง..."
ท่านแม่กระแอม "เื่มันผ่านมานานแล้ว"
"ขอบใจเ้ามาก อย่างที่เห็นสภาพข้าตอนนี้ ข้าไม่มีอะไรตอบแทนเ้าได้เลย"
แม่เล้ายิ้มหัวเราะเบาๆ "ไม่เป็ไรท่านพี่ ในอดีตท่านมีพระคุณกับข้าไว้มากมายเหลือเกิน"
ท่านแม่หยิบปิ่นหยกปักผมสวยงามอันหนึ่งออกมาจากเสื้อ มอบให้แม่เล้า
"ข้ามีเท่านี้ เ้าเอาไปเถิด"
แม่เล้าใ "แต่...สิ่งนี้คือสิ่งที่องค์ชายมอบให้ท่านพี่ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก"
หญิงชราเริ่มมีอาการไอเพราะอากาศนอกบ้านหนาว
"เ้าเอาไปเถิด มันไม่มีค่าใดๆแล้วสำหรับข้า"
หลินเซียนฟังแล้วอึ้ง องค์ชาย? เขาเริ่มตั้งข้อสงสัยมากมายระหว่างบทสนทนาของท่านแม่และแม่เล้า
แม่เล้ารับปิ่นหยกนั้นมา แล้วเอาใส่มือหลินเซียน
"ข้ารับมาแล้ว และข้ามอบให้เป็ของขวัญแก่หลานข้า"
หลินเซียนมองดูปิ่นหยกในมือเขา มันช่างล้ำค่าสวยงามเกินกว่าสามัญชนอย่างเขาจะเคยเห็นมาก่อน แม้แต่ร้านขายเครื่องประดับชื่อดังในเมืองหลวงก็ไม่มีปิ่นหยกที่สวยเพียงนี้
"ข้าต้องไปแล้ว หากนานกว่านี้ จะมีคนสงสัย หากท่านพี่มีอะไรก็ให้หลานมาบอกข้าละกัน"
แม่เล้ายกพัดขึ้น กลายเป็ว่าพัดนั้นคือสมบัติเซียน มันขยายใหญ่ได้ กลายเป็พาหนะพาแม่เล้าเหาะไปในอากาศหายไปอย่างรวดเร็ว
ท่านแม่มองแม่เล้าแล้วจับมือหลินเซียน
"เ้า....คงมีข้อสงสัยในใจ ลูกรัก"
นางนั่งลงบนแค่ไม้ไผ่ หลินเซียนคุกเข่ากับพื้น ท่านแม่ยังคงจับมือลูกชายพลางลูบเบาๆไม่ให้หนาวเย็น
"ครั้งหนึ่งแม่เคยโชคดีเจอองค์ชายแคว้นจ้าวที่ปลอมตัวมาเดินตลาด แล้วพวกเราตกหลุมรักกัน แต่ด้วยความต่างชั้น อำนาจและความริษยามากมายของท่านหญิงต่างๆในราชสำนักและตระกูลใหญ่ แม่จึงตัดสินใจจากท่านมาอยู่ชนนบท จนได้พบกับพ่อของเ้า"
หลินเซียนกุมเมือแม่ของเขาแน่น
"้ข้า...ไม่เคยสงสัยอะไรในตัวท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านรักข้ามาก และข้าก็รักท่านแม่มากเช่นกัน"
"ท่านพ่อของข้า แม้ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ แต่เขาคือพ่อที่ดีที่สุดในชีวิตข้า ข้าโชคดีที่ได้พวกท่านเป็พ่อและแม่ของข้า"
ท่านแม่ยิ้มอย่างภูมิใจ
"ปิ่นหยกนี้ท่านน้ามอบให้เ้าแล้วเ้าเก็บไว้เถิด"
หลินเซียนพยักหน้าเขานำปิ่นหยกเลอค่านั้นเก็บใส่ลงในถุงสมบัติ
เวลานี้หลินเซียนรู้สึกโล่งใจ ค่ายกลนี้จะช่วยปกป้องท่านแม่ของข้าๆสามารถออกไปหาสมบัติเซียนที่คู่ควรกับข้าได้แล้ว!
