เมื่อได้พูดคุยเรื่อยเปื่อยกันเพียงสองคน ฮ่าวหรานลืมไปเลยว่าต้องกินหญ้าหนวดเสือ คืนนั้น ร่างกายของเขาเริ่มร้อนเร่า หน้าแดงระเรื่อ กระสับกระส่ายเผลอขยับเข้าใกล้คนที่นอนข้าง ๆ กลิ่นหอมหวนฝังลึกในใจพลันก้มลงััริมฝีปากของหลินเฟิงซินโดยไม่รู้ตัวแล้วค่อย ๆ ซุกไซ้ซอกคอของคนใต้ร่างอย่างอ่อนโยน
หลินเฟิงซินลืมตาเพราะรู้สึกได้ว่าอะไรบางอย่างกำลังก่อกวนเวลานอนของเขาจึงได้เห็นใบหน้าของฮ่าวหรานที่อยู่ห่างเพียงคืบ ดวงตาสีเงินเป็ประกายสะท้อนแสงจันทร์ เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำสีหน้าเช่นนี้มาก่อน
“ฮ่าวหราน เ้าป่วยไข้หรือ เหตุใดจึงหน้าแดง”
คนเป็พี่นึกห่วงและกังวล เอื้อมมือโอบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
“…” ฮ่าวหรานไม่พูดอะไรแต่พรมจุมพิตที่ลำคอของหลินเฟิงซินอย่างช้า ๆ ดูดเม้มจนเป็รอยแดงแล้วขยับมาััริมฝีปากของเขาอีกครั้ง
เรียวลิ้นชื้นค่อย ๆ ไล้เล็มอย่างนุ่มนวล ความปรารถนากำลังก่อตัวอยู่ภายใน ขณะที่คนใสซื่อกำลังงุนงงอย่างยิ่งยวดว่าคนตรงหน้าทำอะไรอยู่ เหตุใดถึงได้คลอเคลียเขามากขนาดนี้
เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฮ่าวหรานพูดเมื่อตอนกลางวันก็รู้สึกว่าคล้ายคลึงกับสิ่งที่ฮ่าวหรานกำลังทำอยู่ไม่มีผิดจึงพยายามผลักเขาออกแต่เรี่ยวแรงที่มีไม่อาจสู้
หลินเฟิงซินไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าร่างกายของฮ่าวหรานแข็งแกร่งมากแค่ไหน ทั้งที่เป็เพียงมนุษย์ธรรมดาแท้ ๆ
“…” เ้าตัวไม่อาจพูดสิ่งใดได้เพราะถูกปิดปากด้วยจุมพิตเร่าร้อน มือไม้สองข้างโดนจับขึงเหนือศีรษะไม่อาจต้านแรงได้ไหว ก่อนที่ฮ่าวหรานจะถอนจุมพิตนั้นออกมาให้เขาได้หายใจ
“…” สายตาหยาดเยิ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์มองไม่วางตา รอยยิ้มบางแห่งความสุขเปี่ยมล้น
“ฮ่าวหราน เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำอันใด” เขาเอ่ยถามเรียกสติอีกฝ่ายหวังว่าจะรู้ตัว
“ข้ารู้…” เขาตอบทันควันแล้วปลดเชือกเสื้อ้าที่หลุดรุ่ยออกจนเห็นร่างเปลือยเปล่าแล้วก้มลงโลมเลียยอดอกคนใต้ร่างด้วยความกระหายแต่ถึงอย่างนั้นหลินเฟิงซินยังไม่แสดงอารมณ์อื่นใดร่วมด้วยมีเพียงแค่ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าทำไมฮ่าวหรานจึงทำอย่างนี้กับเขา
“แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร เ้าละเมอถึงผู้อื่นอยู่หรือ” คนตัวเล็กกว่าพยายามหลีกหนีแต่ทำไม่ได้ เมื่อคิดจะใช้พลังก็ไม่รู้ว่าควรต้องร่ายสิ่งใดกลัวแต่จะทำให้เขาาเ็
“ข้ารู้ว่าเป็ท่าน หลินเฟิงซิน” รอยยิ้มของฮ่าวหรานดูเ้าเล่ห์ขึ้นมาทันใด
“เ้ารู้ว่าเป็ข้าแต่ก็ยังทำเช่นนี้หรือ” เขาแปลกใจยิ่งนักไม่รู้ว่าฮ่าวหรานแอบกินอะไรผิดสำแดงจึงแสดงออกอย่างนี้
“ข้ารู้ว่าเป็ท่านพี่ ข้าจึงทำอย่างนี้กับท่านต่างหาก” ฮ่าวหรานไม่พูดเปล่าแต่ผูกผ้ารอบข้อมือหลินเฟิงซินเอาไว้
“ทำอันใดอีก!!!” เ้าตัวร้องเสียงหลง “ข้าเป็บุรุษนะ แล้วข้าก็ไม่ใช่คู่ครองของเ้าด้วย”
“…” ฮ่าวหรานเลิกคิ้ว สายตามองอย่างมีความนัยแต่ไม่ตอบสิ่งใดแล้วก้มลงกัดเชือกที่ผูกกางเกงของหลินเฟิงซิน แก้ปมออกก่อนคาบขอบกางเกงเลื่อนลงมา
“เ้าจะทำอันใด ถอดกางเกงข้าทำไม อย่าเล่นอย่างนี้นะ” เขางุนงงและสับสนไม่รู้ว่าต้องจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไรเพราะฮ่าวหรานไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน
ภาพที่เคยคิดตามตอนที่อีกฝ่ายเล่าให้ฟังกำลังผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน หมาป่าสีเงินกำลังทำสิ่งที่คนรักทำหลังเข้าห้องหอ
คนเป็น้องใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมจับแก่นกายคนใต้ร่างในขณะที่มืออีกข้างล้วงเข้าไปในกางเกงตัวเองนำสิ่งที่เหมือนกันขยับเข้าใกล้ถูไถเบา ๆ ด้วยสีหน้าอิ่มเอม
“ข้าทำอย่างนี้แล้ว ท่านพี่ยังไม่รู้สึกอันใดเลยหรือ” ร่างสูงที่ติดอยู่ในภวังค์ตัณหาสงสัยว่าที่ตรงนั้นของหลินเฟิงซินยังใช้งานได้อยู่หรือไม่
“ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าเ้าควรหยุดกระทำอย่างนี้เสีย”
“หยุดสิ่งใด พูดให้ชัดได้หรือไม่” ฮ่าวหรานทำหูทวนลมไม่อาจต้านทานสัญชาตญาณของตัวเอง ลืมกินหญ้าหนวดเสือระงับกำหนัดเพียงครั้งเดียวถึงกับควบคุมอาการไม่ได้ดังใจเพราะวัยแห่งการสืบพันธุ์เริ่มกระชั้นชิดเข้ามา
“เ้าต้องทำกับคนรักของเ้าในคืนเข้าหอ” สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนละทางโลกไปแล้วจริง ๆ ท่อนกลางหว่างขาเองก็นิ่งสงบเช่นกัน
“ข้ารักท่านพี่”
“ไม่ใช่รักอย่างนั้น” หลินเฟิงซินเอ่ยค้านทันควันคิดว่าฮ่าวหรานเข้าใจความรักที่มีให้แบบผิด ๆ
“ข้ารักท่านพี่จึงอยากทำเช่นนี้ด้วย” เขาทำตาละห้อยขอความเห็นใจ “ข้างในกายข้าร้อนผ่าวยิ่งนัก หัวใจข้าเต้นแรงไม่เป็จังหวะ ท่านพี่ช่วยข้าสักครั้งได้หรือไม่”
“…”
“หากท่านพี่ไม่ช่วย ข้าคงต้องหาใครสักคนที่ไม่ใจร้ายมาช่วยข้า”
“…” เ้าตัวกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบอย่างไร ใครสักคนที่ว่าจะช่วยฮ่าวหรานได้จริงหรือ
“ข้าจะทำแค่เพียงเท่านี้ ได้หรือไม่ขอรับ” ฮ่าวหรานหน้าแดงระเรื่อ ไอความร้อนแผ่ออกมาจนหลินเฟิงซินััได้ พอเห็นท่าทางทรมานของเขาก็ลังเล ครุ่นคิดว่าทำเพียงเท่านี้คงไม่เป็อันใดกระมัง ไม่ได้รู้ความเื่กามารมณ์เลยสักนิด
ฮ่าวหรานใช้มือสองข้างกำรอบแก่นกายของทั้งคู่แล้วััอย่างที่ใจ้า แม้คราวแรกหลินเฟิงซินจะนิ่งเฉยแต่เมื่อถูกรุกเร้าหนักหน่วง ใบหน้าของเขาก็เริ่มแดงขึ้นมาพลันร่างกายรู้สึกแปลก ๆ เป็ครั้งแรกจนส่วนล่างของเขาเกิดอารมณ์
เมื่อคนใต้ร่างไม่ขัดขืนอันใด ฮ่าวหรานยิ้มหวานด้วยสีหน้าสุขสมเปลี่ยนท่าใหม่ หนีบขาของหลินเฟิงซินยกเหยียดชิดกันแล้วสอดใส่ของตัวเองกลางช่องว่างหว่างขาของอีกฝ่าย
“อือ…” เสียงครางของเขาแ่เบา สะโพกขยับเป็จังหวะครูดไถเนื้อต้นขาคนใต้ร่าง “อา…” สีหน้าแห่งราคะแสดงออกชัดเจนส่วนหลินเฟิงซินก็เริ่มรู้สึกเร่าร้อนไม่แพ้กัน ทั้งรู้สึกดีและสับสนไม่เข้าใจอาการตัวเองอย่างยิ่ง
“ฮ่าวหราน…” เขาเรียกคนตรงหน้าเพราะรู้สึกกลั้นบางสิ่งบางอย่างไม่ไหว
“ท่านพี่…” คนเ้าเล่ห์ยิ้มมุมปาก “รู้สึกดีใช่หรือไม่”
“…” รู้สึกดีคืออะไร คือสิ่งที่ข้ารู้สึกอยู่อย่างนั้นหรือ ััเช่นนี้เรียกว่ารู้สึกดีอย่างนั้นหรือ อ๊า...
“ท่านพี่… ข้ารักท่านยิ่งนัก” เขาเอ่ยตามความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจมาเนิ่นนาน “ข้ารู้สึกดีอย่างยิ่งที่ได้ทำเช่นนี้กับท่านพี่”
“เ้าป่วยแน่ ๆ ฮ่าวหราน เ้า… อื้อ…” ความรู้สึกแปลก ๆ ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ร่างกายของเขาตอบสนองการััของฮ่าวหรานโดยไม่รู้ตัว
“ฮ่าวหรานหยุดก่อน… ข้า…”
ทว่า คนตรงหน้ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม มีหรือจะหยุดอย่างที่อีกฝ่ายบอกจึงมีแต่จะเพิ่มความถี่กระชั้น เร่งเร้าตามความปรารถนาจนกระทั่งถึงจุดหฤหรรษ์ที่ของเหลวขาวขุ่นพุ่งกระจายออกมาพร้อมกัน
“ท่านพี่… ข้าชอบ…” เมื่อได้ปลดปล่อยอย่างใจอยาก จู่ ๆ ร่างกายหนักอึ้งก็ทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ หลินเฟิงซินทันทีราวกับหมดแรงเพราะกดพลังของตนเองเอาไว้ไม่ให้หูและหางโผล่มากลางคัน
ขณะที่หลินเฟิงซินได้แต่อึ้งเพราะััความรู้สึกวาบหวามจนร่างกายยังคงสั่นระริก เวลานี้เหมือนเข้าใจสิ่งที่ฮ่าวหรานพูดให้ฟังเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่าวหรานจึงเกิดกระสันกับตนเอง
ต่อให้คิดทบทวนหลายตลบก็เหมือนไม่ได้คำตอบใดจึงสรุปไปเองว่าฮ่าวหรานคงจะเผลอกินดอกไม้ป่าเล่นอย่างเคยแล้วเกิดอาการเช่นนี้จนต้องหาที่ระบายและเขาเผอิญอยู่ด้วยพอดีก็เท่านั้น
“พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาเ้าคงจำไม่ได้แล้วกระมัง” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พยายามขยับแก้เชือกแต่ทำไม่ได้ “นี่มันเชือกอะไรกันทำไมข้าแก้ไม่ได้สักที” สายตามองคนที่หลับใหลพาลคิดว่าผู้เป็น้องมีอะไรปิดยังเขาอยู่แน่ ๆ
ครั้นจะเช็ดเนื้อตัว ใส่เสื้อผ้าก็ขยับไม่ได้ดังใจเพราะคนข้างกายเอื้อมวงแขนหนากกกอดเอาไว้แนบชิด ใบหน้าฮ่าวหรานซุกอยู่ลำคอของหลินเฟิงซิน สูดกลิ่นรัญจวนที่เขาชอบแล้วหลับฝันดี
คนเป็พี่ใช้ความคิดจนเหนื่อยล้าไปด้วย ร่างกายที่เจอเื่แปลกก็คงหมดแรงจึงผล็อยหลับไปในอ้อมกอดฮ่าวหรานไปทั้งอย่างนั้น
เช้าวันต่อมา
ฮ่าวหรานตื่นก่อนเขาเหมือนเคย สติและอารมณ์กลับมาเป็ปกติ เหลือบตามองข้างกายของตัวเองจึงได้เห็นว่าหลินเฟิงซินไม่ได้สวมเสื้อผ้านอน มือสองข้างถูกมัดเอาไว้ ท่อนบนเต็มไปด้วยรอยแดง ยอดอกสองข้างบวมเล็กน้อยและส่วนล่างยังคงเปรอะเปื้อนน้ำรักที่พุ่งกระฉูด
เขาตบแก้มตัวเองครั้งหนึ่งพึมพำว่า เดรัจฉาน ข้ามันเดรัจฉาน ทำอย่างนี้กับท่านพี่ได้อย่างไรกัน จากนั้นจึงรีบกุลีกุจอแก้เชือกออก นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายอีกฝ่ายอย่างแ่เบา กลัวว่าจะทำให้เขาตื่นแล้วสวมเสื้อผ้าให้ก่อนจะนอนลงข้าง ๆ ความคิดฟุ้งซ่านตีกันวุ่นวาย
ท่านพี่จะโกรธข้าหรือไม่นะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ข้าอดทนแล้ว ข้าอดทนมาตลอดแต่ว่า… เฮ้อ ข้ามันเดรัจฉาน ข้าผิดเอง แต่ข้ารู้สึกดียิ่งนัก ข้าอยากทำกับท่านพี่อีก คราวนี้ข้าอยากสอดใส่เข้าไปช่องทางตรงนั้น ข้าปรารถนาเติมเต็มภายในของท่านแล้วผูกสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ทำให้ท่านพี่เป็ของข้า ไม่ได้... ข้าทำอย่างนั้นไม่ได้ ข้าต้องรอให้ท่านพี่ยินยอมเสียก่อน ข้าต้องอดทน…
ดวงตาสีเขียวอ่อนสบประสานคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง สายตามองดูร่างกายตัวเองที่อยู่ในสภาพเรียบร้อยคิดว่าฮ่าวหรานคงจะได้สติกลับมาแล้ว คราวนี้จะได้พูดคุยอย่างจริงจังเสียที
“ฮ่าวหราน…”
“ท่านพี่ ข้าขอโทษ” ฮ่าวหรานทำมือขอโทษคนตรงหน้าทันทีที่เขาเอ่ยปากเรียก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ ท่านพี่อย่าโกรธเกลียดข้า อย่าไล่ข้าไปไหนเลยนะขอรับ”
น้ำเสียงอ้อนวอนของฮ่าวหรานทำให้หลินเฟิงซินขมวดคิ้วเป็ปมก่อนจะทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่าน้ำตาของคนตรงหน้าเอ่อล้นอาบแก้ม
“ฮ่าวหราน เ้าร้องไห้ทำไม” เขาเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้ กระวนกระวายไม่แพ้กัน “ฮ่าวหราน…”
“ท่านพี่ไม่พูดสิ่งใดเลย ข้ากลัวว่าท่านพี่จะโกรธข้า ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอรับ” ฮ่าวหรานเอ่ยแ่เบา ส่งเสียงกระซิก ๆ
หลินเฟิงซินเห็นดังนั้นจึงคว้าเข้ามากอด ลูบหลังอย่างอ่อนโยนแล้วบอกว่า “ข้าไม่โกรธเ้าหรอก อย่าร้องไห้เลยนะ”
“…”
“เอาไว้เราสองคนมาพูดเื่นี้กันทีหลังดีหรือไม่”
“อือ…” เ้าตัวพยักหน้าแล้วกอดหลินเฟิงซินกลับ จมูกสูดกลิ่นรัญจวนพลันนึกถึงเื่ราวในค่ำคืนที่ผ่านมา แนบใบหน้าซบไหล่แล้วกระซิบเบา ๆ
“ข้ารักท่านพี่”