บทที่ 7 คุณต้องดีใจมากแน่ๆ (รีไรต์)
เสียงยินดีและเสียงปรบมือของเพื่อนบ้านดังอยู่รอบทิศทาง ท่ามกลางสีหน้าปิติยินดีอย่างยิ่งของทุกคนนั้น สีหน้ามึนงงของเธอกลับเด่นชัดอย่างยิ่ง ทุกคนคิดว่าเธอดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เื่ดีขนาดนี้ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะก็เป็เื่ปกติ
“ฉันก็ว่าอยู่แล้ว หลินอี้เซวียนของพวกเราต้องโชคดีแน่ๆ ตอนที่เขาเกิด ท้องฟ้ายังมีปรากฏการณ์มหัศจรรย์เลย การที่เขารอดตายได้ แสดงว่า์มีตา!” จิ่นซูมองไปที่ป้าที่กำลังพูดจาโอ้อวดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เมื่อวานตอนที่ป้านี่นั่งซุบซิบนินทาอยู่ตรงกำแพง เธอยังพูดอีกอย่างอยู่เลยนี่!
“หลินอี้เซวียนยังไม่ตาย แสดงว่าซุนอิงก็มีโชควาสนาดีเหมือนกัน” มีคนพูดสนับสนุน
เธอมองไปยังคนคนนั้น “เมื่อวานคุณยังบอกว่าแม่ผัวฉันเป็ตัวซวย ทำให้ผัวตายลูกตายอยู่เลยนะ” ลุงที่ถูกเอ่ยถึงกับหน้าแดงก่ำ คนอื่นๆ ที่รู้สึกผิดก็พากันถอยห่าง กลัวว่าจิ่นซูจะโมโห แล้วแฉทุกเื่ที่พวกเขาทำมาตลอด
การซุบซิบนินทาลับหลัง รังแกแม่ม่ายที่ไม่มีใครปกป้อง เป็เื่ที่น่าตื่นเต้นก็จริง
แต่ถ้าหลินอี้เซวียนยังไม่ตาย มันก็เป็อีกเื่หนึ่ง เพราะเขาเป็เหมือนฮีโร่ที่คอยปราบเหล่าอันธพาลในระยะห้าลี้ใครจะไปกล้าแหยม…
หลี่เต๋อิมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เขาปักใจเชื่อทันทีว่าจิ่นซู คือหญิงสาวน่าสงสารที่โดนรังแกไม่แปลกใจเลย ที่พี่สะใภ้ต้องวิ่งขายไอศกรีมที่โรงหนังอย่างน่าสงสาร เพราะโดนคนพวกนี้รังแกยังไงล่ะ
ต้องไปบอกท่านผู้บัญชาการให้รู้เื่นี้สักหน่อย ดูสิพี่สะใภ้โดนรังแกจนไม่ยอมยิ้มเลย น่าสงสารจริง ๆ
ความจริงแล้วจิ่นซูไม่ได้อยากจะยิ้มเลยสักนิด เธอยอมรับในความสามารถของหลินอี้เซวียน ชื่นชมมุมมองในการใช้ชีวิตของเขา และชื่นชมในตัวเขาที่เป็ทหารที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้
ถ้าผู้ชายคนนี้เป็เพื่อนร่วมงานหรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของเธอ เธอยินดีอย่างยิ่ง เพราะวีรกรรมในอดีตของเขาพิสูจน์ได้ว่าเขาเป็คนที่มีความศรัทธา และพาร์ทเนอร์ที่มีความศรัทธา ย่อมเป็คนที่ไว้ใจได้ที่สุด
แต่ถ้าผู้ชายที่แสนดีคนนี้กลายเป็สามีของเธอ... เื่นี้มัน... ทำให้เธอปวดหัวจริงๆ
‘บัตรผ่านประสบการณ์แม่ม่ายผู้เป็อิสระ’ ของเธอเหลือเวลาใช้งานอีกแค่สองวันเท่านั้น
จู่ๆ ก็มีสามีโผล่มาแบบนี้ ใครจะไปยิ้มออก!
ภายในใจของจิ่นซูราวกับโดนพายุโหมกระหน่ำ แต่ด้วยความที่เธอผ่านโลกมาเยอะ เธอจึงใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการปรับอารมณ์ แล้วเชิญหลี่เต๋อิเข้าบ้าน
เพื่อนบ้านต่างพากันพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็ความรู้สึกจริงใจหรือเสแสร้ง แต่บรรยากาศโดยรวมก็ดูคึกคัก
จิ่นซูปิดประตู กั้นเสียงดังวุ่นวายจากภายนอก
หลี่เต๋อิเล่าเื่ที่เขาไปเจอหลินอี้เซวียนอย่างละเอียด
“ตอนนั้นผู้บัญชาการหลินไม่ได้นอนมาสามวันสามคืน ช่วยคนไปหลายสิบคน พอช่วยเด็กคนสุดท้าย เขาก็ะโลงไปในน้ำที่กำลังไหลเชี่ยว ร่างกายเลยอ่อนเพลีย ถึงจะช่วยเด็กขึ้นมาได้ แต่ตัวผู้บัญชาการหลินก็ถูกน้ำพัดหายไป”
กระแสน้ำเชี่ยวกรากมาก ทุกคนต่างคิดว่าเขาคงไม่รอดแล้ว
หลินอี้เซวียนเป็คนแข็งแกร่ง แถมยังโชคดีอีกต่างหาก เขาถูกกระแสน้ำพัดพาไปติดอยู่ที่หมู่บ้านท้ายน้ำ แม้ว่าจะาเ็สาหัสจนหมดสติ แต่ชาวบ้านก็ช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล เขากำลังรักษาตัวอยู่ในขั้นวิกฤติมาตลอด และเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเมื่อวานนี้เอง
เบื้องบนเป็ห่วงครอบครัวของเขา จึงส่งหลี่เต๋อิมาแจ้งข่าว
“อีกสองสามวัน ผู้บัญชาการหลินก็กลับมารวมพลกับพวกคุณได้แล้ว พี่สะใภ้ต้องดีใจมากแน่ๆ”
ในสายตาของพวกเขา หลินอี้เซวียนไม่ใช่แค่ผู้บังคับบัญชา แต่เป็เหมือนเทพาเลยทีเดียว
“ใช่ค่ะ ฉันดีใจ…”
จิ่นซูดีใจแทนประเทศชาติ ทหารที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ยังมีชีวิตอยู่ นับเป็ผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน
แต่จะเป็ผลดีต่อจิ่นซูหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
สถานการณ์ของครอบครัวหลินมันซับซ้อนเกินไป อีกอย่าง ด้วยฐานะของหลินอี้เซวียนคงจะหย่ากันได้ยาก
ตอนนี้แม่ของเขายัง้าคนดูแล ถ้าเธอขอหย่าในตอนนี้คงไม่ดีเท่าไหร่
สำหรับจิ่นซูที่ไม่อยากถูกพันธนาการด้วยชีวิตแต่งงาน และ้าทุ่มเทให้กับงาน การมีสามีที่หย่าไม่ได้โผล่มาแบบนี้ ความรู้สึกของเธอนั้นช่างสับสนวุ่นวาย
หลังจากเกิดใหม่ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกกดดัน
หลังจากส่งหลี่เต๋อิกลับไปแล้ว จิ่นซูก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อปรับอารมณ์ จากนั้นก็เข็นรถออกไปขายของต่อ
ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็หรือตาย เธอก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่มีสามีได้หรือเปล่า
อย่าว่าแต่สามีที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพเลย ตอนนี้ต่อให้ช้างแมมมอธฟื้นคืนชีพแล้วมาเต้นระบำอยู่ตรงหน้า เธอก็ไม่มีเวลามาสนใจหรอก เธอต้องหาเงิน คนงานในโรงงานไอศกรีมเห็นเธอถือลังเปล่ามาต่างก็ประหลาดใจมาก
“ชนะพนันแล้ว อย่าลืมแถมไอศกรีมรสมันม่วงห้าอันด้วยนะคะ” ตอนนี้เงินในมือของจิ่นซูเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า เงินทุนมีมากแล้วเธอจึงสั่งไอศกรีมรสมันม่วงมาร้อยอัน เพราะไอศกรีมราคาแพงมีกำไรดี ทำกำไรได้มากกว่า
“ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ” หัวหน้าโรงงานที่เดิมพันกับจิ่นซูพูดขึ้นอย่างชื่นชม
หลังจากที่เธอเดินจากไป ่เช้าหลายคนดูถูกจิ่นซู แต่บ่ายนี้ก็มีหลายคนชื่นชมเธอ
“หัวหน้าชมเธอเพราะเธอสวย แถมยังทำการค้าเก่งใช่หรือเปล่าครับ?”
หัวหน้าโรงงานส่ายหัว
“พวกเราก็เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ มาบ้างแล้ว และก็เคยเห็นคนที่ทำการค้าเก่ง ๆ มาบ้างแล้ว แต่พวกแกเคยเห็นผู้หญิงที่สุขุมเยือกเย็นแบบนี้บ้างไหม เมื่อเช้านี้พวกเราเยาะเย้ยถากถาง เธอก็ไม่โกรธ บ่ายนี้พวกเราชมเธอ เธอก็ไม่เหลิง…”
หัวหน้าเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงกับผู้หญิงที่เก่งกาจคนนี้ ตอนเจอครั้งแรก เขาก็รู้สึกว่าเธอสวย แต่พอได้พูดคุยกัน ก็พบว่าเธอไม่ธรรมดา มีอารมณ์ที่มั่นคงจนน่าใ
“ต่อให้มีูเาถล่มอยู่ตรงหน้าสีหน้าเธอก็คงไม่เปลี่ยน” ประโยคทำนองนี้เขาเคยอ่านเจอแต่ในหนังสือ วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว คนอื่นเอาโคลนขว้างใส่เธอ เธอกลับเอาโคลนนั้นมาสร้างตึก
ภายในใจเข้มแข็ง ไม่สนสายตาใครทั้งนั้น จดจ่ออยู่กับการกระทำ ยึดมั่นในเหตุผล ไม่ใช่ตัวบุคคล ใครจะมีความคิดที่กว้างไกลขนาดนี้ คนอื่นขายไอศกรีมทั้งวันได้แค่ไม่กี่สิบแท่งก็ถือว่าเก่งแล้ว
แต่เธอคนนี้นี่แค่ครึ่งเช้าก็ขายได้เท่ากับคนอื่นขายสองวัน บ่ายยังขายแต่ของราคาแพงอีก กล้าหาญมากจนคนอื่นต้องมองเธอใหม่เลย
หัวหน้าคิดว่าถึงพรุ่งนี้จิ่นซูจะทำรายได้ถล่มทลายมากกว่านี้ เขาก็คงไม่แปลกใจแล้ว โรงหนังยังไม่เลิกจิ่นซูต้องหาที่ขายที่อื่น ไอศกรีมราคาถูกสามารถขายเร่ไปตามตรอกซอยได้ แต่ไอศกรีมราคาแพงต้องเลือกทำเลหน่อย คนทั่วไปคงไม่ซื้อไอศกรีมราคาแพงขนาดนี้
บ่ายสองโมงกว่า ๆ เป็่ที่อากาศร้อนที่สุด จิ่นซูปั่นจักรยานตากแดดไปที่จัตุรัส นักท่องเที่ยวต่างถิ่นมาถึงปักกิ่งต้องมาที่นี่แน่นอน ราคาของในสถานที่ท่องเที่ยวแพงกว่าในโรงหนังเสียอีก จิ่นซูจอดจักรยานเสร็จก็แบกกล่องเดินไปในที่ที่มีคนเยอะ ๆ
ไม่นานก็มีลูกค้ามา แต่ความเร็วในการขายยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ ช้าไปหน่อย กล่องของเธอมีฉนวนกันความร้อนได้ดี แต่ถ้าเปิดบ่อย ๆ ความเย็นก็จะระบายออกได้ง่าย
เธอต้องหาวิธีเพิ่มความเร็วในการขาย ไม่อย่างนั้นไอศกรีมละลายก็จะทำให้ขาดทุน สายตาของเธอจับจ้องไปที่ช่างภาพข้างทาง
ตอนนี้กล้องถ่ายรูปยังไม่เป็ที่นิยมอย่างแพร่หลาย นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างถิ่นมักจะยอมจ่ายเงินไม่กี่หยวนเพื่อถ่ายรูปเป็ที่ระลึก ภาพถ่ายที่ล้างเสร็จแล้วก็จะถูกส่งกลับบ้าน การถ่ายภาพเป็ธุรกิจยอดนิยม มีคนต่อแถวกันมากมาย เธอจึงเข็นรถไปหาเขาเพื่อเสนอขายสินค้า
“สหาย ซื้อไอศกรีมรสมันม่วงถ่ายรูปกันไหมคะ? ของขึ้นชื่อเมืองหลวง ถ่ายรูปเป็ที่ระลึกดูดีมีระดับนะ”
“นี่ เธอทำอะไรของเธอ” ช่างภาพไม่พอใจที่เธอมาขายของแถวนี้ ไอศกรีมรสมันม่วงเป็ของขึ้นชื่อเมืองหลวงั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมเขาไม่รู้เื่ เขาจะเปิดโปงเธอ!
เธอขยับเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ พูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นท่าทีของช่างภาพก็เปลี่ยนไป เขาหันไปยิ้มร่าเริงพูดกับคนที่ยืนต่อแถวถ่ายรูปว่า
“ใช่แล้ว เธอพูดถูก ไอศกรีมรสมันม่วงเป็ของขึ้นชื่อเมืองหลวงจริง ๆ”