ไม่นานนักโจวเจียฮุ่ยก็วิ่งไปตามตัวจ้าวหงซิ่วกับสามีที่กำลังทำงานอยู่ในไร่นากลับมาได้
จ้าวหงซิ่วมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับจ้าวหงเหมยแต่บุคลิกกลับแตกต่างกันแบบสุดขั้ว
จ้าวหงซิ่วดูเป็นหญิงแกร่งออกจะหัวแข็งเสียด้วยซ้ำ
ส่วนโจวเลี่ยงที่เดินตามหลังจ้าวหงซิ่วมาติดๆเขาเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วมที่ผิวคล้ำหน่อยพูดได้ว่ารูปร่างหน้าตาของโจวเลี่ยงไม่สมกับจ้าวหงซิ่วเลยแม้แต่น้อย
แต่โจวเลี่ยงมีชามข้าวเหล็กเพราะเป็นครูประถมซึ่งช่วยชดเชยข้อบกพร่องด้านรูปร่างหน้าตาไปได้มาก
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธีจ้าวหงซิ่วก็หันมายิ้มให้หูหลันเยวี่ย "เยวี่ยเยวี่ยมาบ้านป้าเป็นครั้งแรก ต้องอยู่กินข้าวเที่ยงที่บ้านก่อนค่อยกลับนะ"
หูหลันเยวี่ยรีบยิ้มตอบ"ไม่ต้องให้น้าชวน หนูเองก็ต้องกินข้าวก่อนค่อยกลับอยู่แล้วค่ะ"
จ้าวหงซิ่วพยักหน้าพอใจ"ต้องอย่างนี้สิ เยวี่ยเยวี่ย หนูอายุเท่ากับพี่สาวเรียนรู้กันไว้เยอะๆ ผูกมิตรกันไว้มากๆ นะ"
ก่อนหน้านี้จ้าวหงซิ่วไม่ค่อยชอบหลานสาวที่กลับมาจากในเมืองคนนี้เท่าไหร่เพราะเคยเห็นกับตาว่าจ้าวหงเหมยท้องโตขนาดนั้นแล้วยังต้องซักเสื้อผ้าให้หูหลันเยวี่ยอีก
แต่พักหลังตอนที่เธอไปหมู่บ้านซิ่วสุ่ยอีกครั้งแล้วได้รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของหูหลันเยวี่ยจากจ้าวหงเหมยท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไป
ทันใดนั้นหูหลันเยวี่ยก็นำไข่ต้มน้ำชาในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะแปดเซียน"คุณป้า ลุงเขยคะ นี่เป็นไข่ต้มน้ำชาที่หนูทำเองค่ะที่บ้านมีไข่อยู่บ้าง เลยเอามาให้ลองชิมกันก่อน"
"ไม่นึกเลยว่าเยวี่ยเยวี่ยจะทำไข่ต้มน้ำชาเป็นด้วย มีฝีมือจริงๆ!"จ้าวหงซิ่วมองดวงตาที่สดใสของหูหลันเยวี่ยอย่างชื่นชมรู้สึกถูกชะตากับหลานสาวคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
หูฉางหมินพูดอย่างภาคภูมิใจ"เยวี่ยเยวี่ยของบ้านผม ไม่ได้ทำเป็นแค่ไข่ต้มน้ำชานะ ผัด ทอดต้ม ย่าง ทำได้หมดทุกอย่าง อาหารหลายอย่างที่ลูกสาวผมทำพวกคุณอาจจะยังไม่เคยกินเลยด้วยซ้ำ"
นี่เป็นครั้งแรกที่หูฉางหมินคุยอวดลูกสาวต่อหน้าสองสามีภรรยาจ้าวหงซิ่วอย่างภาคภูมิใจที่ผ่านมาเพราะว่าตนไม่มีลูกชาย เขาจึงมักจะรู้สึกด้อยกว่าญาติที่มีลูกชายเสมอ
โจวเลี่ยงสามีของจ้าวหงซิ่วยิ้มรับคำพูดของหูฉางหมิน"ในเมื่อหลานสาวเก่งขนาดนี้อีกเดี๋ยวแสดงฝีมือให้พวกเราดูหน่อยสิ"
จ้าวหงซิ่วค้อนสามีก่อนจะหันมายิ้มให้หูหลันเยวี่ย "เยวี่ยเยวี่ยอย่าไปฟังลุงเขยพูดไร้สาระเลยนะ ไปเดินเล่นกับพี่สาวคุยเรื่องส่วนตัวของผู้หญิงกันดีกว่า"
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็เดินตามโจวเจียฮุ่ยออกไปนอกบ้าน
"เยวี่ยเยวี่ย ได้ยินว่าเธอกับถิงถิงขึ้นเขาไปหาของป่ามาขายได้เยอะเลยนี่ก่อนหน้านี้เธออยู่แต่ในเมือง เธอรู้ได้ยังไงว่าบนเขามีของที่ขายได้ด้วย?"โจวเจียฮุ่ยถามด้วยความอยากรู้
หูหลันเยวี่ยตอบ"ตอนที่ฉันอยู่ในเมือง เคยตามญาติทางนั้นไปเดินตลาดสดหลายครั้งเห็นพวกชาวบ้านที่เอาของป่ามาขายในเมืองบ่อยๆ หมู่บ้านเรามีภูเขาเยอะแยะบนเขาก็ต้องมีพวกสมุนไพรที่เอาไปแลกเงินได้เยอะเหมือนกัน"
"เสียดายที่หมู่บ้านพวกเราไม่มีภูเขาไม่งั้นฉันก็จะขึ้นเขาไปหาของป่ามาขายเป็นเงินส่วนตัวบ้าง" โจวเจียฮุ่ยพูดอย่างเสียดาย
จากนั้นโจวเจียฮุ่ยก็ค่อยๆเลื่อนสายตาสำรวจหูหลันเยวี่ย "เยวี่ยเยวี่ยฉันว่าเธอผอมลงไปเยอะเลยนะเป็นเพราะว่าอยู่บ้านนอกแล้วกินไม่ดีเหมือนอยู่ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์เหรอ?"
"ช่วงนี้ฉันกำลังลดน้ำหนักอยู่ค่ะ เมื่อก่อนอ้วนเกินไป ใส่เสื้อผ้าสวยๆไม่ได้เลย"
หูหลันเยวี่ยยอมรับว่าตัวเองผอมลงจริงการที่ตัวเองผอมลงจนคนสังเกตเห็นได้ชัดเจนก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
พอได้ยินว่าหูหลันเยวี่ยกำลังลดน้ำหนักโจวเจียฮุ่ยก็รู้สึกเหลือเชื่อ "ลดน้ำหนัก?เธอตั้งใจทำให้ตัวเองผอมลงเหรอ กินอะไรบ้างไหมเนี่ย?"
หูหลันเยวี่ยหัวเราะ"ก็แค่ขยันทำงาน ขยันออกกำลังกาย แล้วก็กินของมันๆหรือของหวานให้น้อยลง ทำไปนานๆ ก็ผอมลงเองแหละค่ะ"
สองสาวคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆความรู้สึกแปลกหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป
หลังจากพูดคุยกับโจวเจียฮุ่ยหูหลันเยวี่ยก็พอจะเข้าใจบุคลิกของอีกฝ่าย
โจวเจียฮุ่ยมีบุคลิกค่อนข้างร่าเริงเป็นคนเข้ากับคนง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร ให้ความรู้สึกว่าหลอกง่ายมาก
ด้วยเหตุนี้หูหลันเยวี่ยก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในชาติก่อนโจวเจียฮุ่ยถึงโดนคนงานเหมืองแร่ในหมู่บ้านเดียวกันหลอกให้หนีตามไป
เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีโจวเจียฮุ่ยก็จะหนีตามคนอื่นไปแล้วบางทีตอนนี้ทั้งคู่อาจจะเริ่มติดต่อกันบ้างแล้วก็ได้
เพราะยังไม่ได้สนิทกับโจวเจียฮุ่ยมากพอตอนนี้หูหลันเยวี่ยเลยยังไม่กล้าพูดอะไรที่ลึกซึ้งเกินไป
หนทางยังอีกยาวไกลหูหลันเยวี่ยเชื่อว่าตัวเองต้องมีโอกาสค่อยๆเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโจวเจียฮุ่ยในชาติก่อนได้แน่
หูหลันเยวี่ยกลับมาก็อยู่กินข้าวเที่ยงที่บ้านสกุลโจวก่อนจะเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับหูฉางหมิน
สองสามีภรรยาจ้าวหงซิ่วช่วยหูฉางหมินจับหมูลายด่างขาวดำขนาดราวๆสี่สิบห้าสิบจินออกมาจากเล้าสองตัว
นี่เป็นครั้งแรกที่หูหลันเยวี่ยได้เห็นหมูตัวเล็กขนาดนี้
หมูลายด่างสองตัวถูกจับใส่ไว้ในตะกร้าสองใบ
ตอนจะกลับจ้าวหงซิ่วก็ยัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับขนมเถาซูใส่กระเป๋าให้หูหลันเยวี่ย
หูหลันเยวี่ยหันไปยิ้มให้โจวเจียฮุ่ยที่มาส่งเธอถึงหน้าประตูบ้านพร้อมกับชวน
"พี่สาว ถ้าว่างๆ ก็ไปเที่ยวบ้านฉันนะคะ เดี๋ยวมันเทศก็ขุดได้แล้วฉันจะทำมันเทศเชื่อมน้ำตาลให้กิน"
โจวเจียฮุ่ยรีบตอบรับด้วยรอยยิ้ม"แน่นอนอยู่แล้ว ฉันต้องไปแน่ ได้ยินว่ามีนิยายด้วยนี่ขอยืมอ่านด้วยนะ"
หูหลันเยวี่ยตอบ"ไม่มีปัญหา"
พอส่งคนกลับไปแล้วโจวเจียฮุ่ยก็หันไปบอกกับแม่ของตัวเอง "แม่คะหนูว่าเยวี่ยเยวี่ยเข้ากับคนง่ายกว่าเชี่ยนเชี่ยนนะ ถึงเชี่ยนเชี่ยนจะอ่อนโยนแต่หนูว่าเธอไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่"
จ้าวหงซิ่วเห็นด้วยกับสิ่งที่ลูกสาวพูด"เยวี่ยเยวี่ยดูจริงใจกว่าเชี่ยนเชี่ยนเยอะเลยถ้าเธอเข้ากับพ่อแม่ของตัวเองได้ดีแล้ว ต่อไปชีวิตของพวกเขาคงจะค่อยๆดีขึ้นเองแหละ"
ชั่วโมงกว่าต่อมาหูหลันเยวี่ยก็กลับถึงบ้านพร้อมกับหูฉางหมิน
หมูลายด่างสองตัวถูกนำไปไว้ในเล้าหมูด้านทิศตะวันตกของบ้านที่ว่างอยู่สักพักแล้ว
หูฉางหมินไปจัดการเรื่องหมูส่วนหูหลันเยวี่ยก็เดินเข้าไปในบ้าน
พอเข้าไปในบ้านหูหลันเยวี่ยก็ได้ยินเสียงผู้หญิงแปลกหน้าดังมาจากในห้องรับแขก
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปทางห้องโถง
พอหูหลันเยวี่ยเข้าไปในห้องผู้หญิงวัยสามสิบกว่าที่กำลังคุยอยู่กับจ้าวหงเหมยก็หันมามอง"หลันเยวี่ยกลับมาแล้วเหรอ แม่หนูบอกว่าหนูไปบ้านป้ารองกับพ่อเดินไปเดินมาเหนื่อยแย่เลยสิ"
จ้าวหงเหมยรีบแนะนำหูหลันเยวี่ย"เยวี่ยเยวี่ย นี่คือประธานสมาคมสตรีประจำหมู่บ้านเราหนูต้องเรียกว่าพี่ซิ่วหลันนะ"
"สวัสดีค่ะพี่ซิ่วหลัน" หูหลันเยวี่ยรีบทักทายหยางซิ่วหลันประธานสมาคมสตรีอย่างสุภาพ "พี่ซิ่วหลันคะนี่เป็นขนมเถาซูที่ป้ารองให้มาค่ะ กรอบๆ หวานๆ ป้าลองชิมดูสิคะ"
พูดจบหูหลันเยวี่ยก็วางขนมเถาซูถุงหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้าหยางซิ่วหลัน
"ขนมเถาซูหนูกับถิงถิงเก็บไว้กินเถอะป้าเพิ่งกินข้าวเที่ยงมายังไม่อยากกินอะไร" หยางซิ่วหลันยิ้มพร้อมกับดันขนมเถาซูตรงหน้าออกไป
จากนั้นหยางซิ่วหลันก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับหูหลันเยวี่ยจึงรีบไปส่งพร้อมกับจ้าวหงเหมย
พอเดินกลับเข้ามาในห้องโถงหูหลันเยวี่ยก็ลองเชิงถาม "แม่คะพี่ซิ่วหลันมาบ้านเรานี่ มาเร่งให้แม่ไปคุมกำเนิดหรือเปล่าคะ?"