เื่เมื่อวานที่เห็นใบหน้าเศร้าหมองของเตทำเอาเขานอนไม่หลับเกือบจะทั้งคืนวันนี้เขาจึงโทรหารุ่นน้องตัวสูงนัดให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน เพื่อช่วยคลายเศร้า หากร่างสูงอยากไปที่ไหนเขาจะยอมตามใจเต็มที่เพราะเขารู้สึกผิดที่ช่วยอีกฝ่ายจีบคนที่ชอบไม่สำเร็จ
“ร่าเริงหน่อย ยิ้มไว้” แขนเล็กพาดบ่าอีกคนพร้อมกับบีบให้กำลังใจ
“อือ”
เตยิ้มให้กับนิว หลังจากเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มหวานมาให้ก่อน
“นี่ใส่ขาสั้นเอาใจเลยนะให้ยืมมองขาอ่อนก่อนได้” ขาเรียวยาวยกขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้คนตัวสูงเห็นได้อย่างถนัดอันที่จริงวันนี้มันร้อนเกินกว่าจะใส่กางเกงยีนส์ขายาวได้ นิวจึงเลือกที่จะใส่ขาสามส่วนมาแทนไม่ได้ตั้งใจจะโชว์ให้รุ่นน้องต่างคณะเห็นอย่างที่ปากว่าหรอก
“ตลก”
“อยากไปไหนเป็พิเศษไหม” นิวถาม
“เมื่อวานไปร้านคาเฟ่แมวมามีตัวนึงเหมือนนายเลย อยากพานายไปเจอมัน” ตัวที่เตได้ถ่ายรูปเอาไว้ ซึ่งนิวเห็นจากข้อความที่ร่างสูงส่งมาแล้วไม่เห็นจะเหมือนกันตรงไหนก็แค่แมวตัวขาวๆ ตาแป๋วๆ แต่เตบอกว่ามันขี้อ้อนชอบร้องจะเอาขนม เหมือนตอนที่นิวตื้อให้สอนภาษาอังกฤษวันแรกไม่มีผิด
“ไปแล้วจะไม่รู้สึกแย่หรอเพิ่งไปกับมีนมาเองนะ”
เตคิดตามคำพูดของนิวมันก็จริงอย่างที่ร่างบางว่า อีกอย่างเขาก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ชอบเหล่าสัตว์มีขนสักเท่าไรจึงเปลี่ยนสถานที่แทน
“งั้นไปดูหนังแทนถึงเมื่อวานดูกับมีนแล้ว แต่เราดูเื่อื่นแทนก็ได้”
“ไปร้องคาราโอเกะกันดีกว่าไม่ได้ไปนาน”
“ร้องเพลงไม่เป็”
“ร้องๆ ไปเถอะตอนเราเลิกกับแฟนใหม่ๆ ก็ไปแหกปากในห้องคาราโอเกะ ปลดปล่อยดี”
“ไหนว่าจะตามใจฉัน”
“ก็...ตามใจนายแล้วกันอยากไปไหนลากเราไปเลย”
แขนเล็กยื่นมาตรงหน้าของเตเป็เชิงให้อีกฝ่ายลากตัวเองไปไหนมาไหนตามสบายจะไม่ขัดขืน
เตมองมือเล็กที่เคยจับอย่างช่างใจสุดท้ายก็ยอมจับไว้ เขากระชับมืออีกคนแน่นก่อนจะจูงไปโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดีนิวเดินตามต้อยๆ ไม่หือไม่อือ อย่างที่เ้าตัวบอกว่าจะตามใจนั่นแหละ
พวกเขามาถึงย่านใจกลางเมือง สถานที่ที่เตเพิ่งได้มาเมื่อวานที่เดิมแต่คนข้างๆ ไม่ใช่คนเดิม
เตไม่ได้ดูเศร้ามากอย่างที่นิวคิดแต่ก็ดีแล้ว ยิ่งร่างสูงยิ้มได้แสดงว่าทำใจได้ไวหรืออาจจะเตรียมเผื่อใจมาั้แ่แรกแล้วจึงไม่รู้สึกผิดหวังมากเกินไป แม้ลึกๆจะผิดหวังมากก็ตาม
มือหนายังกอบกุมมือเล็กั้แ่อยู่บนรถจนกระทั้งตอนนี้ก็ยังไม่ปล่อยออกหากนิวไม่คัดค้านเขาก็จะจับแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยังไม่อยากปล่อยมือจากใคร ใจของเขาน่ะยังไม่แข็งแรงพอ
“ไปหอศิลป์กันไม่ได้มาเดินนานแล้ว” นานที่ว่าก็ครึ่งปีได้
“อย่าเรียกว่าตามใจฉันเลยเรียกตามใจนายเถอะนิว”
“ฮ่าๆ งั้นไปที่นายอยากไปเลยนายจูง”
“ไปหอศิลป์นั่นแหละยังไม่เคยไป”
“อ่าว แล้วทำพูด”
“มา” เตกระตุกแขนเล็กให้เดินตามไป
“ยังไม่เคยไปแล้วรู้หรอว่าทางไหน”
“รู้”
เตยังคงจูงแขนอีกคนไม่ปล่อยอาจจะเป็เพราะความลืมตัวหรืออะไรก็ตามตราบใดที่นิวไม่ทักท้วงเขาก็จะจับอยู่แบบนั้น
ดวงตาของนิวมักจะเป็ประกายเสมอเมื่อเจอสิ่งที่ชอบครั้งนี้ก็เช่นกัน สายตาที่จดจ้องอยู่กับผลงานศิลปะดูสนอกสนใจทำให้เตละสายตาจากคนด้านข้างไม่ได้เช่นกัน
“เบื่อไหมบางคนที่ไม่ชอบดูงานพวกนี้เขาชอบบ่นว่าเบื่อ”
“ไม่อ่ะ ดีเหมือนกัน สบายใจดีรูปพวกนี้สวยดีด้วย”
“วันนี้เราไปเดินเล่นพวกสวนสาธารณะกันบ้างไหม”นิวว่า “สวนลุม”
“เอาดิ่”
ไม่ว่านิวเอ่ยชวนไปไหนเขาก็ตอบตกลงทั้งหมดเพราะเตเองก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วเหมือนกัน
“แล้วไม่ร้องคาราโอเกะแล้วหรอ”เตท้วงถามระหว่างที่รอขึ้นรถไฟฟ้า
“นายอยากร้องหรือไงถึงถาม”
เตส่ายหน้าก่อนจะตอบ “ไม่”
เขาเพียงแค่เห็นว่าก่อนหน้านี้คนข้างๆดูเหมือนอยากจะร้องเพลงเหลือเกินก็เลยถามขึ้นมา เขาไม่ชอบร้องเพลงสักเท่าไรปกติฟังอย่างเดียว
พวกเขามาถึงสวนสาธารณะในเวลาบ่ายแก่ๆเริ่มมีผู้คนมาออกกำลังกายให้เห็นประปราย ทั้งคู่เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆบรรยากาศสบายๆ ลมเอื่อยๆ และมองดูชีวิตผู้คน มองต้นไม้ใบหญ้าสองข้างทาง ไม่ต้องพบเจอความวุ่นวายเหมือนตอนอยู่ในเมืองที่มีคนพลุกพล่านและรีบร้อน
“บรรยากาศดีจัง” เตยืดตัวผ่อนคลายเขาไม่ค่อยได้มาในสถานที่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้สักเท่าไร ก่อนจะได้รู้จักกับนิวชีวิตก็วนเวียนอยู่กับแค่มหาวิทยาลัยหอ ร้านข้าว และกลับไปบ้านบ้างเป็บางที
“ใช่ไหมล่ะถ้าเที่ยวของคนอื่นคือห้างเราก็ที่นี่แหละ”
“ปกติมากับใคร” เตถามคนที่อยู่ด้านข้าง
“ส่วนใหญ่มาคนเดียวไม่สบายใจก็มา” นิวว่า “ตอนเลิกกับแฟนก็มา”
ใบหน้ายามที่พูดถึงแฟนเก่าของนิวไม่ได้ดูเศร้าสร้อยเหมือนอย่างในวันนั้นแล้วทำให้เตรู้สึกโล่งใจ คนแบบนิวน่ะควรจะมีแต่ความสุขและมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าถึงจะเหมาะสม
“วันหลังขอมาด้วยดิ” เตว่า
“ได้ ไว้มาแล้วชวน”
“ถ้าวันไหนไม่มีเพื่อนไปก็ชวนได้ฉันไม่ค่อยได้เที่ยว พอออกมาเปิดหูเปิดตาก็ดีเหมือนกัน”
“แล้วแบบนี้นายจะเอายังไงต่อ...เื่มีน”เมื่อเห็นว่าเตเริ่มสบายใจขึ้นแล้วนิวจึงถามถึงบุคคลที่สามขึ้นมา
“....” เตเงียบ นิวจึงถามคำถามต่อมา
“จะตื้อจีบต่อ หรือพอแค่นี้”
“พอแค่นี้แหละ”
“ได้ยังไงอุตส่าห์มาถึงขนาดนี้ตื้อหน่อยเดี๋ยวก็ใจอ่อน”
“แค่ได้บอกความในใจไปก็ดีแล้ว”
ตามที่เขาได้บอกนิวเพียงแค่ได้บอกความในใจกับมีนไปเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเขาไม่ได้้าอะไรไปมากกว่านี้เหมือนอย่างที่ตั้งใจมาั้แ่ตอนแรกแม้ว่าเมื่อก่อนเคยอยากเป็แฟนกับมีนมากขนาดไหนก็ตาม แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็อีกแล้ว
“ตามใจนายแต่ไม่มีแฟนก็ยังมีเพื่อนที่หล่อๆ อย่างฉันอยู่ทั้งคน ไม่เหงาหรอก”
เตเบ้หน้าเมื่อคนหลงตัวเองพูดว่าหล่อออกมานิวหล่อก็จริงแต่มันติดไปทางน่ารักมากกว่า อย่างที่พวกผู้หญิงเพื่อนของมีนพูดเลยยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งรู้จักก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ของนิวมากขึ้นเรื่อยๆ
คนที่ดูดีในสายตาของคนอื่นยิ้มเก่ง แต่เหมือนจะเข้าถึงยาก พอได้มารู้จักจริงๆ กลับเป็คนเรียบง่ายรู้ที่จะให้กำลังใจคนอื่นและไม่เคยทิ้งเพื่อนเลยสักครั้งคนแบบนี้ทำไมถึงโดนทิ้งได้นะ
“ถามได้ไหมทำไมเลิกกับแฟนเก่าเพราะเขามีคนใหม่หรอ”
“เปล่า”
“แล้วเพราะอะไร”
“เพราะเราไม่ค่อยมีเวลาให้่ปีสามมีโปรเจคทำแต่งาน พอว่างก็อยู่กับเพื่อน จริงๆ ก็ไปง้อด้วย”
“อ่า...”
“แต่ไม่สำเร็จเพราะเราเทเขารอบหนึ่งเพื่อมาติวภาษาอังกฤษกับนายเขาเลยหาว่าไม่จริงใจ มีคนอื่น บลาๆๆ”
“ตอนนี้ยังรักเขาอยู่ไหม”
“ผูกพันมากกว่า แต่อย่างว่าเราไม่ค่อยว่าง ไม่มีเวลานั่งคิดเื่เขาแล้วมันก็ห่างไปเรื่อยๆ”แล้วยิ่งเหมือนว่าตอนนี้หัวใจของนิวไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วด้วย...เขาไม่ได้บอกประโยคนี้กับเตได้แต่เก็บไว้ในใจ“เราทำใจได้แล้วล่ะ”
“ดีแล้ว...ดีมากเลย”
“อะไรนะ” นิวถามย้ำเมื่อเขาได้ยินประโยคหลังที่เตพูดไม่ถนัดแต่เตส่ายหน้าปฏิเสธ
ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆก่อนจะจบลงที่ริมแม่น้ำกว้างใหญ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศดีมากเลยทีเดียวแสงไฟเริ่มถูกเปิดขึ้นมาหลังจากดวงอาทิตย์เริ่มหายไปจากขอบฟ้า ลมเย็นๆพาให้ผ่อนคลายและสบายใจ ยิ่งมีคนข้างๆ อยู่ด้วยทำให้รู้สึกดีขึ้นไปใหญ่
“วันนี้ขอบคุณนะที่มาเป็เพื่อน”เตเป็ฝ่ายเปิดปากพูดทำลายความเงียบก่อน
“ไม่เป็ไร ไม่อยากให้เศร้าไง”นิวว่า
“เมื่อวานนี้ตั้งใจจะพูดกับมีนไปว่าไม่อยากเป็เพื่อนแล้ว”
“อ่า..”
“เราเป็คนไม่ค่อยยิ้มแต่พอเห็นเธอยิ้มเราอดยิ้มตามไม่ได้เลย เราชอบรอยยิ้มของเธอ...ชอบเธอด้วย”
เตพูดประโยคที่เตรียมไว้สารภาพรักกับมีนออกมาทั้งหมด...
“เอาหน่าเขาไม่รับรักก็ไม่เป็ไร นายทำดีที่สุดแล้วเต”
“ประโยคเมื่อกี้เมื่อวานฉันยังไม่ได้บอกมีน”
“อ่าวแล้ว....”
เพื่อที่จะ...
“ฉันเก็บไว้มาบอกนายแทน นิว”
เหมือนหูอื้ออึงไปชั่วขณะ นิวได้ยินดังนั้นจึงนิ่งอึ้งไปหลายวิเหมือนว่าสมองจะหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ก่อนที่จะตั้งสติได้แล้ววิ่งหนีเตด้วยความรู้สึกสับสนส่วนร่างสูงก็วิ่งตามไป
“นิวรอก่อน!” เสียงทุ้มพยายามะโเรียกคนที่วิ่งไปไกลให้หยุดคุยกันก่อนแต่อีกฝ่ายไม่ยอม นิววิ่งหนีสุดชีวิตในขณะที่เตยังตามมาติดๆ วิ่งมาไกลมากจนนิวรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดพัก
“วิ่งหนีทำไม” เตยืนหอบหายใจแรง
“ที่พูดหมายความว่ายังไง” นิวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เข้าใจเขาไม่เข้าสิ่งที่เตพูดเลยสักนิดไม่เข้าใจเลยว่าชอบมีนอยู่แล้วทำไมกลับมาพูดเหมือนกับว่ากำลังชอบนิวอย่างไงอย่างนั้น
หรือจะแกล้งกัน...แต่มันไม่ตลกเลยนะ
“หมายความว่าฉันชอบนาย” เตพูดสิ่งที่อยู่ในใจอันที่จริงเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าความสับสนเพียงชั่วขณะทำไมมันทำให้เขาหันหัวเรือกลับมาแทนที่จะเดินหน้าต่อไปกับคนที่เคยอยู่ในใจ
“แล้ว...”
“ฉันไม่ได้บอกชอบเขาไป”
นิวอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแต่ต้องหุบลงเพราะไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรออกมา เขาสับสนไปหมดแล้วกับสิ่งที่เตกำลังบอก
ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย
เตไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาแต่อย่างใดเขาจ้องมองเข้าไปในตาสีน้ำตาลเข้มของนิว ให้สายตาช่วยสื่อสารอย่างที่นิวเคยสอนเอาไว้
“ั้แ่เมื่อไร” นิวถามขึ้นมาอีกครั้ง
ั้แ่เมื่อไรน่ะหรอ...
“ไม่รู้รู้ตัวอีกทีก็ชอบไปแล้ว”