“หืม เ้ากล้า?” หลิวซิงมาถึงแล้วเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกเดือดดาลขึ้นมาทันที “หน้าไม่อายเป็บุรุษแต่พาลหาเื่สตรี คุณชายผู้นี้อยู่ต่อหน้าเ้าแล้วไงมาสิเข้ามา”
ตัวมันเองไม่เคยคิดเลยว่าหลิวซิงที่ตัวมันเองน้องชายและคุณชายใหญ่เคยแกล้งไว้เมื่อสมัยก่อนวันนี้มันกลับกล้าพูดจาถือดีเช่นนี้ต่อหน้ามันได้
“โอ้ ดีดีมากในที่สุดก็โผล่หัวมาจนได้ดีๆ” หลิวมู่เหยียนที่กำลังจะตบเฉินเหม่ยเย่ทันทีที่เห็นหลิวซิงมันไม่สนใจเฉินเหม่ยเย่อีกต่อไปและหันมาสนใจหลิวซิงแทน ความโกรธของมันประทุขึ้นมาเช่นกัน น้องของมันโดนคุณชายขยะอัดจนาเ็ปางตายมีหรือมันจะอยู่เฉยๆได้
ถ้าหากเป็ที่ตระกูลหลิวหรือในเขตตระกูลหลิวมันจะไม่กล้าลงมือรุนแรงเท่าใดนัก แต่ตอนนี้เป็ที่นี่ในสำนักหงส์ฟ้านี้มันก็ลงมือได้ไม่ยาก เหล่าอาจารย์ของสำนักจะไม่ค่อยก้าวก่ายเกี่ยวกับความบาดหมางของเหล่าศิษย์เท่าใดนักขอแค่ไม่ให้ถึงกับเสียชีวิตก็พอ
“มาๆ มารับความเ็ปจากข้าซะไอ้สวะ”
หลิวมู่เหยียนแค่นเสียงและเดินก้าวเข้าหาหลิวซิง วันนี้มัน้าจะทุบตีคุณชายสวะเต็มที่
หลิวซิงที่เห็นหลิวมู่เหยียนปล่อยออร่าแรงกดดันมาหาเขาก็ต้องขมวดคิ้วเขาวิตกกังวลเพราะแรงกดดันมันมีมากกว่าตัวเขาเองหลายเท่านัก แต่เขาก็ยังยืนมั่นและเตรียมใจเข้าประทะเอาไว้แล้ว
หลิวมู่เหยียนตรงดิ่งเข้าไปจู่โจมชกหมัดออกไป
หลิวซิงเห็นพลังหมัดของหลิวมู่เหยียนแล้วเขาไม่กล้าประมาทจึงใส่แรงลงไปเต็มที่“ฮื่ม”
ปัง
หมัดกับหมัดประทะกัน หลิวซิงหมัดของเขาถูกกระแทกจนกระเด็นแขนขวาที่ชกออกไปนั้นแทบถูกบดขยี้จากแรงหมัดของหลิวมู่เหยียน ชายหนุ่มกระเด็นตัวลอยไปสิบเมตร ก่อนจะเซอีกเล็กน้อยเกือบล้มหัวคะมำแต่ก็ตั้งหลักได้เสียก่อน
แขนขวาของเขากระดูกร้าวกล้ามเนื้อฉีกขาด อาการไม่สู้ดีนักและคาดว่าจะใช้จู่โจมไม่ได้อีก
หลิวม่เหยียนอยู่ระดับััิญญาขั้นสาม ซึ่งมันมีช่องว่างห่างไกลกันหลายขั้นนัก
ตอนนี้เขาสู้กับหลิวมู่เหยียนไม่ได้เลย
เฉินเหม่ยเย่ที่เห็นหลิวซิงเสียเปรียบและไม่อาจต่อกรกับหลิวมู่เหยียนได้นั้นนางก็กำลังเข้ามาแทรกหวังจะช่วยหลิวซิงสู้ด้วย แต่ศิษย์สตรีร่วมหอพักมาห้ามนางเอาไว้เพราะอาการเฉินเหม่ยเย่เองก็ค่อนข้างสาหัส พวกนางบางคนเห็นท่าไม่ดีแล้วก็รีบออกจากหอไปตามอาจารย์
“ฮ่าๆ วันนี้ข้าจะทุบตีเ้าเยี่ยงสุนัข” หลิวมู่เหยียนเห็นหลิวซิงาเ็และไม่อาจต้านพลังมันได้ก็ได้ใจเตรียมเข้ามาซ้ำอีกหมัด
“เหอะ แน่จริงก็ตามมาเด๊” หลิวซิงยั่วยุพลางร่นถอยและวิ่งหนีไปทางป่าหลังหอสตรี
“คิดหนีรึ? อย่างหวัง” มู่เหยียนเห็นดังนั้นก็รีบตามไปทันที
“พวกเราตามไป” ศิษย์สตรีที่หอต่างก็รีบตามไปดู พวกนางโกรธแค้นหลิวมู่เหยียนเช่นกันแต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้เพราะฝีมือนั้นต่างกันเกินไปทำได้แค่เพียงดูและเอาใจช่วยให้หลิวซิงหนีรอดไปได้
“บัดซบมันหายไปไหน” หลิวมู่เหยียนตามมาไม่นาน หลิวซิงก็คาดสายตาไปด้วยทัศนะวิสัยที่มืดมิดมีแต่แสงจันทร์ พื้นที่โดยรอบก็มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมดทำให้การติดตามคนๆนึงในสถานที่แบบนี้ยากอย่างยิ่ง
หลิวซิงก็ไม่ได้หนีเฉยๆ ถึงเขาจะาเ็ใช้งานแขนขวาไม่ได้แต่ก็ไม่คิดหนีและไม่กลัวที่จะเข้าสู้อีกครั้ง หลิวมู่เหยียนมันบังอาจลงไม้ลงมือกับเฉินเหม่ยเย่สหายของเขานั้นทำให้หลิวซิงโกรธแค้นเป็อย่างยิ่ง
“หืม?” หลิวมู่เหยียนทันใดนั้นเห็นประกายแสงวิบวับทางหางตามันจึงรีบหันไปมอง
ในพุ่มไม้ไม่ไกลนั้นมีเงาเคลื่อนไหว มีดสั้นสีเงินมีดทำครัวสะท้อนกับแสงจันทร์สาดส่องมากระทบกำลังขยับเคลื่อนไหวเป็แนวแทยง
“ตัดวายุ”
ชิ้ง สายลมโหมกระหน่ำพัดใบไม้แห้งแหวกแยกเป็สองทาง คลื่นลมวงเสี้ยวแหวกผ่านพุ่งออกไป เป้าหมายคือ หลิวมู่เหยียน
“ทักษะขยะสิ้นดี” หลิวมู่เหยียนเห็นทักษะนั้นมันก็ดูถูกทันที มันไม่ได้ถอยหนีเลยมันเพียงเอามือแตะพื้นดิน “ทักษะระดับสาม เกราะปฐี”
กึกๆ เศษดินหินจากพื้นพลันเข้ามาห่อหุ้มร่างกายของมันทันใด
ปึง คลื่นตัดวายุเข้ามากระทบและสลายไปทันทีราววกับกระทบกับท่อนเหล็กที่แข็งแกร่ง หลิวมู่เหยียนที่ถูกหุ้มไว้ด้วย เกราะปฐี ไม่สะทกสะท้านใดๆเลย
หลิวซิงที่ซ่อนตัวอยู่และใช้ทักษะออกมาลอบจู่โจมนั้นก็เป็การเปิดเผยตำแหน่งของเขา หลิวมู่เหยียนก็รีบเข้าไปหาทันที ตอนนี้ร่างกายของหลิวมู่เหยียนถูกห่อหุ้มไปด้วยเกราะปฐีดูบึกบึนและแข็งแกร่งดั่งขุนเขาแต่ความเร็วของมันก็ไม่ได้ด้อยลงเลย
หลิวมู่เหยียนพุ่งมาอย่างรวดเร็วแล้วใช้ลำตัวกระแทกราวกับมันเป็กระทิงป่าที่แสนดุร้าย
“อั่ก” หลิวซิงโดนกระแทกเต็มๆแรงประทะทำให้ตัวเขาปลิวไปราวกับไร้แรงโน้มถ่วงพร้อมกระอักเืออกมา
ตูมม เขาลอยมาตกในลำธาล ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้สึกว่าเหมือนกับถูกรถบรรทุกชนยังไงยังงั้นเลย “อ่า แย่จริง แค่กกๆ”
หลิวมู่เหยียนเห็นหลิวซิงยังลุกขึ้นมาได้มันก็ใไม่น้อยเลยมันแค่นเสียงในลำคอ มันไม่คิดเลยว่าการโจมตีของมันเมื่อครู่จะยังไม่แรงพอที่จะน๊อคผู้ที่อยู่แค่ขั้นกำเนิดลมปราณ
อันที่จริงหากเป็คนอื่นที่ไม่ใช่หลิวซิงแล้วก็อาจจะใช่ หลิวซิงถึงจะอยู่ในขั้นกำเนิดลมปราณแต่ร่างกายเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก เขาได้รับพลังจากสายเลือกั ไม่ใช่ัธรรมดาแต่สายเืนั้นเป็ถึงเทพัเมฆาอัสนีย์
พลังสายเืัทั่วไปจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งิั กระดูก กล้ามเนื้อ และอวัยวะต่างๆในร่างกายแข็งแกร่งขึ้นมาก และสายเืจากเทพัเมฆาอัสนีย์นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแล้วก็ยังได้รับพลังพิเศษอีกคืออำนาจของอัสนีย์จากสายเืเทพัเมฆาอัสนีย์อาจารย์ของเขาเอง
เปรี๊ยๆ ๆ
หลิวซิงยืนอยู่ในลำธาล พลันเกิดสายฟ้าสีดำประทุขึ้นมาแผ่ออกมาจากร่างกาย พลังปราณอันมากมายถูกชายหนุ่มเรียกใช้ออกมาจากทะเลลมปราณของเขา มันมากกว่าขั้นกำเนิดลมปราณปรกติทั่วไปหลายเท่า
แม้แต่ตัวหลิวซิงเองก็ไม่อาจควบคุมมันได้ดีพอจึงทำให้คลื่นออร่าปราณที่ออกมาจากร่างกายเขากระทบกับผิวน้ำจนน้ำในลำธาลแหวกกระจายและกระเด็นขึ้นสูง
ตอนนี้ทุกคนต่างตะลึงไร้คำพูด เหล่าศิษย์สตรีที่เฝ้ามองสถานการณ์ต่างอึ้ง ทุกคนล้วนััได้ว่าหลิวซิงนั้นแค่อยู่ในขั้นแรกกำเนิดลมปรานเท่านั้น แล้วเขามีพลังปราณมากมายขนาดนี้ได้ยังไงกัน
แม้แต่หลิวมู่เหยียนเองยังทำใจให้เชื่อในสิ่งที่เห็นลำบาก ในสายตาของมันหลิวซิงเป็เพียงแค่ขยะไร้ค่าเท่านั้น แต่ตอนนี้ราวกับเป็คนละคนจากหน้ามือเป็หลังมือ
จากคนที่พวกมันได้เคยกลั่นแกล้งได้ง่ายๆตอนนี้กลับใช้พลังปราณได้และเกือบจะมีปราณที่ทัดเทียมกับเขาได้ด้วยซ้ำไป แรงกดดันระดับนี้มันมากพอที่จะสู้กับตัวเขาที่อยู่ในขั้นััิญญาได้เลย
“ฮืม ถึงจะมีปราณมากก็ใช่ว่าจะสู้กับข้าได้ ทักษะแกกับข้ามันคนละชั้น” หลิวมู่เหยียนพูดมาถูกต้องอย่างมาก เนื่องจากทักษะของหลิวซิงที่ใช้เป็แค่ระดับหนึ่ง ส่วนมันไม่เคยคิดที่จะเรียนรู้ทักษะระดับต่ำเลย ตัวมันเองมีทักษะระดับสาม เกราะปฐีอยู่เลยไม่ต้องกังวลการโจมตีใดๆจากหลิวซิง
“จะจริงหรือ?” หลิวซิงกล่าวออกมาด้วยเสียงเ็า
ฟู้ม พร้อมกับเคลื่อนที่ออกจากม่านน้ำที่กำลังพุ่งขึ้นจากแรงกดดันปราณของเขาออกมาจากลำธาร เขาทะยานพุ่งออกไปด้วยความเร็วดุจะุ
ซี่ๆๆ มีดในมือซ้ายประทุสายฟ้าสีดำพันวนขดแน่นล้อมใบมีดและมีคลื่นวายุห่อหุ้มรวมด้วยกันระหว่างวายุและอัสนีย์รวมกันที่ใบมีด
“ตัดวายุอัสนีย์”
ชิ้งง
คลื่นวายุอัสนีย์ฟันออกไปยังหลิวมู่เหยียน “ฮ่าๆ ทักษะกระจอก” หลิวมู่เหยีนนก็พุ่งเข้าประทะซึ่งๆหน้า
ฉวะ ฉึก
“อ๊า” หลิวมู่เหยียนพลันกรีดร้อง เกราะปฐีที่หุ้มตัวของเขาพลันเกิดรอยบาดเนื่องจากโดนคลื่นปราณตัดวายุอัสนี และมีเืไหลซึมออกมาจากบริเวร่เอวของมัน
มู่เหยียนเริ่มกลายเป็เดือดดาลยิ่งขึ้นใบหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็น่าเกลียดมันได้รับาแจากคนที่มีระดับบ่มเพาะน้อยกว่ามันถือเป็ความอัปยศ
“ย๊ากแกตาย กำปั้นธรณี” หลิวมู่เหยียนอัดปราณเข้าไปในกำปั้นชกออกเต็มแรงของมัน
หลิวซิงแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ตัดวายุ”
วืบบบ มันชกพลาดไปหลิวมู่เหยียนที่เข้ามาประชิดหลิวซิงชกพลาดไปและหลิวซิงก็หายไปจากสายตาของมันอย่างรวดเร็ว
“ได้ยังไง!” หลิวมู่เหยียนใตอนนี้หลิวซิงมาโผล่ด้านหลังเขา
หลิวซิงใช้ตัดวายุออกจากเท้าเพื่อเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่หลบ กำปั้นธรณี และมาอยู่ด้านหลังของหลิวมู่เหยียน
ซี่สสส แข้งขวาที่อัดแน่นไปด้วยปราณสายฟ้าและคลื่นวายุถูกหวดออกมาในระยะประชิดกระแทกเข้าเอวจากด้านหลัง
ปั้ง
ชายหนุ่มหมุนตัวด้วยแรงเหวี่ยงจากขาซ้ายตามมา หวดจากศรีษะลงมาและดั่งเช่นเดิม ปราณตัดวายุอัสนีย์ก็ถูกใช้จากขาซ้ายเช่นกัน
ปั้งง
“อ๊ากกกก” หลิวมู่เหยียนร้องโหยหวนเกราะปฐีทางด้านหลังแตกกระจายไม่มีชิ้นดี มันกระอักเืออกมาสายตาเลื่อนลอย
หลิวซิงพลันคอมโบสุดท้ายมีดที่มือหุ้มไปด้วยสายฟ้าพลันจ้วงแทงเล็งไปที่หัวใจจากทางด้านหลัง
ฉึก
“หยุดได้แล้ว”
หลิวซิงตกในเขาปล่อยมือจากมีดทันที อาจารย์ฮุ้ยชิวนั้นได้เข้ามาเอามือมาจับมีดไว้ก่อนที่จะถึงตัวหลิวมู่เหยียน