“..........”
ภายในห้องนอน เฉินเฟยค่อยๆตื่นขึ้น เขามองไปรอบๆ พบว่าห้องที่เขาตื่นขึ้นมาคือห้องที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างมาก นี่คือห้องนอนของเขา เขาจำมันได้
“กลับมาแล้วจริงๆ”
เฉินเฟยถอนหายใจโล่งอกก่อนที่เขาเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่อยู่บนโต๊ะข้างๆเตียง เพื่อดูวันที่และเวลา
07.22น 13-4-2022
“เวลายังไม่เดินไปไหนค่อยยังชั่วหน่อย เวลาที่เราใช้ไปกว่ายี่สิบปีที่โลกนั้น เวลายังไม่ผ่านไปสักวินาทีที่นี่”
เฉินเฟยค่อยๆลุกจากเตียงด้วยความสบายใจ เขาเดินลงมาจากห้องนอนของเขา เขาจำได้ว่าวันนี้เป็วันหยุด พ่อของเขาน่าจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นดูข่าว แม่ของเขาน่าจะอยู่ในห้องครัวทำอาหาร น้องสาวของเขาน่าจะยังไม่ตื่นเพราะต้องเตรียมตัวสอบเลยนอนดึกดื่น
“ชีวิตที่เรียบง่าย แบบนี้สิที่เราไฝ่หามานานกว่ายี่สิบปี”
พูดไปแล้วอยากจะร้องให้ เฉินเฟยถอนหายใจ เขานั้นอยากจะร้องให้ก็จริงๆ แต่ด้วยความลำบากที่เขาพบเจอมากว่ายี่สิบปี ทำให้เขาลืมไปแล้วว่าร้องให้ยังไง
ถึงแม้ว่ารอยแผลต่างๆบนร่างกายของเขาจะหายไป ไม่ได้หมายความว่าจิตใจที่เข้มแข็งของเขาที่ผ่านการหลอมมาเป็อย่างดีจะสามารถสั่นคลอนได้โดยง่าย
“ตื่นแล้วอย่างนั้นรึเฟย มาช่วยแม่จัดโต๊ะอาหารหน่อย”
หยูหยิงเรียกให้เฉินเฟยไปช่วยจัดโต๊ะอาหาร เฉินเฟยเกือบจะจำเสียงและใบหน้าของหยูหยิงไม่ได้เสียแล้ว
เฉินเฟยที่ได้ยินที่หยูหยิงสั่งเขาก็รีบจัดการสิ่งที่ควรจะทำทันที
ด้วยความรวดเร็วและชำนาญ เขาจัดโต๊ะอาหารด้วยความรวดเร็ว หยูหยิงที่กำลังทำอาหารอยู่ เมื่อเห็นความรวดเร็วและความชำนาญในการจัดโต๊ะอาหารก็ถึงกับอึ้ง
“นี่เฟย ไม่สบายหรือเป็อะไรหรือเปล่า”
“ทำไมอย่างนั้นหรือแม่”
“แม่… มะ มะไม่มีอะไร แค่ปกติเฟยจะไม่ค่อยอยากทำอะไรที่...แม่ขอ”
เฉินเฟยนึกขึ้นได้สมัยก่อนเขาเป็พวกเก็บตัวและดูมืดมน เขาจริงๆไม่ค่อยลงมาจากห้องนอนของเขาเท่าไหร่นัก วันๆก็เอาแต่เล่นเกม แต่ถึงจะอย่างนั้นเขาก็มีหัวที่ฉลาดมากๆ สามารถสอบติดเข้ามหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้
หยูหยิงในตอนนี้ดูมีความสุขมากๆ เธอรีบหันไปทำอาหารต่อ วันนี้เธอตัดสินใจจะทำอาหารที่เฉินเฟยชอบ
“เฟย... โตขึ้นแล้วซินะ”
หยูหยิงไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าคืนเดียวของเธอนั้น จะหมายถึงยี่สิบปีของเฉินเฟย
เฉินเฟยหลังจากนั้นก็เดินไปช่วยหยูหยิงทำอาหาร หยูหยิงได้แต่รู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เธอทำอาหารไปพร้อมกับน้ำตาแห่งความสุข
เฉินเฟยเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมา เขามานึกดูดีๆ เขาละอยากอัดตัวเขาเองในอดีตที่ทำให้หยูหยิงต้องรู้สึกช้ำใจเสียจริงๆ
ด้วยความช่วยเหลือของเฉินเฟย อาหารทั้งหมดจึงเสร็จอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นอาหารทั้งหมดดูน่ากินกว่าปกติมาก
“เฟยช่วยไปเรียกน้องจากเตียงให้แม่หน่อย แม่ไปเรียกพ่อเอง”
“เข้าใจแล้วครับ”
หยูหยิงมองเฉินเฟยเดินขึ้นไปชั้นสองก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นและะโกอดเฉินอิงด้วยความดีใจ
“หยิง เป็อะไรรึเปล่า ทำไมถึงร้องให้แบบนั้น เฟยทำอะไรอีกรึ”
“ไม่ๆ เฟยเป็เด็กดี เฟยไม่ได้ทำอะไร แต่เฟยยอมเรียกฉันว่าแม่แล้ว แถมยังพูดจากับฉันดีๆอีกด้วย ฉันแค่รู้สึกดีใจ”
หยูหยิงเป็แม่เลี้ยงของเฉินเฟย แม่จริงๆของเฉินเฟยนั้นเสียไปั้แ่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว
“เฟยยอมเรียกหยิงว่าแม่ แถมยังทำตัวดีๆด้วยอีก เื่แบบนี้มัน”
เฉินอิงเองก็อดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหม เขามีเพียงแค่เื่ทุกข์ใจเดียวเท่านั้น คือเื่ของเฉินเฟย และตอนนี้ดูเหมือนว่าเฉินเฟยจะเปลี่ยนไปแล้ว มันทำให้เขารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
เฉินเฟยไม่ได้คิดเื่นี้ เขาทำตามที่หยูหยิงบอก และมาปลุกหยูฮัวร์น้องสาวบุญธรรมของเขา
ก๊อกๆ เฉินเฟยเคาะประตูเบาๆ เขายืนรออยู่ที่หน้าประตู สักครู่หนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่กำลังงัวเงียจากหลังประตู
“ขออีกห้านาทีคะแม่”
เฉินเฟยส่ายหัวก่อนที่จะเคาะประตูอีกครั้ง
“ตื่นได้แล้ว มากินอาหารเช้า”
ครั้งนี้ไม่มีเสียงที่งัวเงียอยู่ มีแต่เสียงดังตุกตักๆและเสียงเหมือนอะไรบางอย่างตกจากเตียงดังตุ๊บ
“หืม”
เฉินเฟยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้อง เขารู้สึกสงสัย และในขณะที่เขากำลังสงสัยอยู่ประตูก็ค่อยๆเปิดออก
“อรุณสวัสดิ์ ฮัวร์ ลงมากินข้าวได้แล้ว”
“..........”
หยูฮัวร์มองมาที่เฉินเฟยที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องของเธอด้วยแววตาที่ประหลาดใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเฉินเฟยถึงเป็คนมาเคาะประตูห้องปลุกเธอแบบนี้
“ฮัวร์เป็อะไรรึเปล่า ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
หยูฮัวร์มองไปที่เฉินเฟยสักครู่หนึ่งก่อนที่จะส่ายหัวและไม่พูดอะไรกับเฉินเฟย เธอเปิดประตูก่อนที่จะเดินออกมาจากในห้อง
เฉินเฟยไม่เข้าใจเหตุที่หยูฮัวร์ทำไมแสดงสีหน้าแบบนั้น เขาใช้หลังมือข้างขวาของเขาััไปที่หน้าผากของหยูฮัวร์เบาๆ พบว่าอุณหภูมินั้นสูงกว่าปกติเล็กน้อย
“ดูเหมือนอาจจะมีไข้ ฮัวร์ ลงไปกินข้าวและกินยาพักผ่อน วันนี้งดอ่านหนังสือ เข้าใจไหม”
เห็นใบหน้าที่แสดงถึงความเป็ห่วงหยูฮัวร์ไม่รู้จะว่ายังไง เธอได้แต่ถอยหลังและออกห่างจากเฉินเฟยก่อนที่จะพยักหน้า ในสีหน้าของเธอนั้นมีบางอย่าง มันมีความรู้สึกกลัวและรู้สึกขยะแขยงอยู่
เห็นสีหน้าแบบนั้นของหยูฮัวร์ เฉินเฟยก็นึกขึ้นได้
“จริงซิ หยูฮัวร์ไม่ถูกกับเรานิ ไม่... น่าจะเรียกว่าเกลียดเราเข้าใส้เลยก็ว่าได้มากกว่า หลังจากเหตุการณ์วันนั้น”
เฉินเฟยเหมือนจะเคยทำอะไรบางอย่างผิดพลาดลงไป และมันเป็ความผิดพลาดที่ทำให้หยูฮัวร์เกลียดเขาั้แ่วันนั้น จนถึงวันนี้
เฉินเฟยไม่คิดที่จะขอให้หยูฮัวร์ยอมอภัยให้เขา เฉินเฟยได้แต่หันหลังและเดินลงไปข้างล่างอย่างช่วยไม่ได้