“จินเออร์ เจ้าอยากไปสถานศึกษาหรือไม่” จู่ๆ เป่ยตงหลินก็เอ่ยออกมาทำให้ทุกคนบนโต๊ะที่กำลังทานข้าวต่างเงยหน้าขึ้นมาอย่างสนใจในคำตอบของเด็กสาวคนเดียวในบ้านหลังนี้
“ห๊ะ แค่กๆ แค่ก ๆ ท่านตาว่าอันใดนะเจ้าค่ะ” ท่านตาข้าจะไปเรียนทำไมก่อน อายุข้าตั้งเยอะตั้งแยะจะให้กลับไปเรียนกับพวกเด็กน้อยได้ยังงายยย
เป่ยตงหลินที่เอ่ยออกมาระหว่างที่ครอบครัวกำลังนั่งทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน ทำให้เป่ยจินที่กำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยถึงกับสำลักออกมาอย่างแรง พร้อมกับหันควับไปยังบุคคลที่ถามออกมา
“อยากไปเรียนหนังสือหรือไม่ ตาเห็นว่าหลานก็เริ่มโตแล้ว” เป่ยตงหลินเอ่ยย้ำออกมาอีกรอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงที่เอ่ยยังคงคาดหวังในคำตอบของตัวหลานสาวที่รักเป็นอย่างมาก
“หลานต้องไปด้วยหรือเจ้าค่ะ” จินเออร์ที่ตั้งสติได้แล้ว จึงถามท่านตากลับไปด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่ทำให้คนฟัง ได้ยินแล้วถึงกับเอ็นดูในความไม่รู้ความของเด็กตรงหน้า
เพียงแต่นั้นมันคือหน้ากากที่จินเออร์แสดงออกไปต่างหาก นางไม่อยากไปเรียนใหม่อีกรอบกับเด็กน้อยที่ยังคงร้องไห้แงๆ ด้วยจิตวิญญาณหญิงสาววัยรุ่นตอนปลายหรอกนะ หึ
“อืม ตา...เอ่อ ตาเพียงเห็นว่าเด็กแถวนี้ต่างไปเรียนกันหมดไม่ใช่รึ” เป่ยตงหลินเอ่ยกลับมาอ่อมแอ้มด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ พร้อมด้วยสายตากรอกไปมา
อันที่จริงแล้วสาเหตุที่เอ่ยออกมาเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเป่ยตงหลินเห็นเด็กๆ ในหมู่บ้านออกไปยังสถานศึกษาแล้วญาติๆ ของคนเหล่านั้นต่างมาโม้ให้กับตงหลินฟังนั้นเอง จึงเป็นสาเหตุให้บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารบทนี้เกิดขึ้น
“ข้าต้องไปหรือเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่” จินเออร์ที่เห็นว่าแววตาของท่านตามีความมุ่งมั่นเกินไปที่จะเอ่ยขัดได้นั้น จึงหันไปมองทางด้านท่านพ่อท่านแม่ เพื่อขอความเห็นใจแทน
“ท่านน่าจะไปเรียนนะ” จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“เรื่องสิ เจ้านั่งแทะผลไม้เงียบๆ ไปเลยเจ้ากระต่ายบ้า หึย” จินเออร์เอ่ยออกมาเพียงแต่จะติดที่น้ำเสียงออกจะกัดฟันและเบามาก เป็นเสียงกระซิบที่รู้กันอยู่สองคน
“พ่อแล้วแต่เจ้านะจินเออร์” ท่านพ่อเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ ว่าจินเออร์นั้นมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เห็น เรื่องจะเรียนนั้นคงแล้วแต่บุตรสาวของตนจริงๆ
“แต่แม่เห็นด้วยกับท่านตานะจินเออร์” ท่านแม่ของจินเออร์เอ่ยออกมา เพียงแต่ในความคิดของนางนั้น บุตรสาวมีความเป็นผู้ใหญ่ก็จริงอยู่ แต่ในเรื่องของการศึกษานั้น นางอยากให้บุตรสาวได้ร่ำเรียนในเรื่องศาสตร์และศิลป์ของหญิงสาวชนชั้นสูง ที่ควรรู้เป็นความรู้ประดับติดตัวไว้บ้าง แต่หากบุตรสาวไม่สนใจจริงๆ นางเองก็ไม่บังคับ
“ท่านยายเจ้าขาาาาาาา” จินเออร์ที่เห็นว่าคงจะไม่มีใครช่วยนางได้แล้วในเรื่องนี้ จึงหันไปอ้อนท่านยายพร้อมกับเอาตัวไปซบ เงยหน้าขึ้นมองท่านยายของตนเองอย่างอ้อนๆ
“ยายจะไม่บังคับเจ้าหรอก แต่การมีความรู้อื่นนอกเหนือจากสิ่งที่เจ้าทำอยู่ก็ดีไม่ใช่หรือ” ท่านยายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแววตาที่ทองมาเต็มไปด้วยความหวังดี
“อืออ ท่านยายเจ้าขา แต่รูปลักษณ์ของหลานตอนนี้ มันเกินกว่าเด็ก 10 หนาวไปอีกนะเจ้าค่ะ” ต้องต่อรองไว้ก่อนจินเออร์
“จริงด้วยสินะ เช่นนั้นทำอย่างไรดีเล่าตาแก่” ท่านยายเอ่ยออกมาอย่างตกใจ
“เช่นนั้นเอาแบบนี้ดีหรือไม่ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านซูเอ่ยขัดขึ้นมาในระหว่างบทสนทนา
ปล.1 อุ้ย เอาตอนเรียนมาล่อด้ายม่ายยยยย ล่อคุณรี้ดด้ายม่ายยยย อือออ