กรุงเทพมหานคร ทำเนียบรัฐบาล
มีการจัดประชุมลับอย่างเร่งด่วนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในห้องประชุมล้วนเเล้วเต็มไปด้วยคณะรัฐบาลเเละเหล่านักวิชาการจากหลากหลายสาขามาเข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ ในห้องเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายกันระหว่างของคณะรัฐบาลเเละนักวิชาการการเถียงที่ไม่สิ้นสุดของทั้งสองฝั่งก็ต้องเงียบลงเมื่อประตูขนาดใหญ่ได้เปิดออกทุกคนในห้องต่างลุกขึ้นพร้อมกันเเละเเสดงความเคารพในทันที
“ ตามสบายทุกท่าน ”
หลังจากนายกรัฐมนตรีได้นั่งลงไปที่เก้าอี้ประจําตําแหน่งของตัวเองทุกคนก็ต่างนั่งลงไปยังที่ของตัวเอง
“ ท่านนายกครับถ้างั้นผมขอสรุปสถานการณ์ให้ฟังเลยนะครับ "
ชายในชุดคลุมสีขาวลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนที่หยิบเอกสารจากในซองเอกสารขึ้นมา
“ เมื่อ 2 วันที่เเล้วเกิดเเผ่นดินขนาดใหญ่อย่างรุนเเรงรอบประเทศเเต่หลังจากเเผ่นดินไหวได้สงบลงเราพยายามติดต่อประเทศรอบข้างเพื่อที่จะเเลกเปลี่ยนข้อมูลกันเเต่ว่าเราก็ไม่สามารถที่จะติดต่อได้เเละเราก็ได้รับรายงานจากทหารที่ออกลาดตระเวนเเละที่เข้าช่วยเหลือประชาชนบริเวณชายเเดนพวกเขาบอกว่าที่อีกฝั่งของชายเเดนที่เป็ป่าเป็ถนนคอนกรีตถูกตัดเเละหายไปหมดไม่เหมือนกับร่องรอยของเเผ่นดินไหว ”
“ เดี๋ยวนะหมายความว่ายังไงที่บอกว่าอีกฝั่งของชายเเดนหายไป ”
“ คือว่าตามที่เรารับรายงาน ความเป็จริงเราควรที่จะเห็นอีกฝั่งของชายเเดนเป็ป่าเเต่ว่าตอนนี้มันกลายเป็มหาสมุทราไปเเล้วครับ ”
ทั่วทั้งห้องต่างใเมื่อได้ยินรายงานที่เป็ทางการจากชายชุดขาว ถ้าหากนี้เป็รายงานที่ไม่เป็ทางการหรือว่าไปได้ยินใครเล่ามาก็คงไม่มีใครที่จะเชื่อในเื่ที่เป็ไปไม่ได้เเบบนี้
“ เเละนี้คือภาพถ่ายจากเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือ ”
ชายในชุดคลุมสีขาวได้ฉายภาพผ่านโปรเจคเตอร์ภายในห้องประชุม เผยให้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังบินบนท้องฟ้า ทั่วทั้งตัวมีสีดำทมิฬเเละมีหางอันเเหลมคมเเละบนหลังของมันก็มีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์อยู่บนหลังของมัน ภาพก็ยังคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนถึงภาพของเมืองขนาดใหญ่ที่ราวหลุดมาจากยุคกลาง
เมื่อการรายงานจบลงนายกรัฐมนตรีได้ยกมือขึ้นมากุมขมับ ภายในห้องตกอยู่ภายใต้ความเงียบ
“ หมายความว่าหลังจากการเกิดเเผ่นดินไหว เราก็มาอยู่ในที่เราไม่รู้จักเเละตัวที่บินนั้นใช่ัหรือเปล่าเเต่ถ้าดูจากตัวของมันก็เล็กอยู่นะถ้าเทียบกับตำนานในจีนหรือพวกยุโรป ”
“ เื่นี้ผมก็ไม่เเน่ใจเหมือนกันครับว่าจะเรียกว่าัดีมั้ย เเต่ข้อมูลเราก็ยังก็ยังมีน้อยเกินไป ”
“ เหมือนการประชุมในครั้งนี้น่าจะนานกว่าเดิมเเล้วสิ ”
หลังจากการประชุมอย่างดุเดือดเเละยาวนานก็ทำให้ทางรัฐบาลได้ข้อสรุปเเละเเนวทางในครั้งนี้ทางรัฐบาลได้ประกาศถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เเก่ประชาชนได้รับทราบเพื่อที่จะลดความโกลาหลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเเละการที่ไม่สามารถติดต่อประเทศรอบข้างได้เหมือนในอดีตก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านทรัพยากรเพื่อที่จะเเก้ไขปัญหา จึงจำเป็ที่จะต้องมีการติดต่อประเทศรอบข้างที่ไม่รู้จัก เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือในด้านทรัพยากรเเละประเทสที่คาดว่าจะติดต่อเป็ประเทศเเรกก็คือประเทศจากทางด้านฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ที่ได้ทำการส่งเครื่องบินไปสำรวจมา รัฐบาลไทยจึงตัดสินใจที่จะส่งนักการทูตไปพร้อมกับเรือบรรทุกอากาศยานอย่างเรือหลวงจักรีนฤเบรศเเละเนื่องจากพวกยังไม่รู้จักดาวดวงนี้เเละข้อมูลที่มีน้อยเพื่อความปลอดภัยจึงได้มีคำสั่งให้กองเรือฟริเกตที่ 1 เเละ 2 มาเข้าร่วมในภารกิจในการคุ้มกันครั้งนี้
อาณาเขตของราชรัฐคัวทอย์น
ปฎิทินกลาง 1639
เเสงเเดดที่ส่องลงมาจากเบื้องบนฟ้าบวกกับสภาพอากาศที่อบอ้าวจากทะเล กัปตันเรือเเซนเเวน ผู้ที่เป็ผู้บังคับบัญชาของเรือสำเภาลำนี้ เขานั้นได้รับคำสั่งจากราชรัฐคัวทอย์นให้ออกมาลาดตระเวนบริเวณเขตทางด้านฝั่งตะวันออกของอาณาจักรเนื่องจากมีเหตุการณ์ที่มีวัตถุไม่ทราบสัญชาติได้ลุกล้ำเข้ามายังอาณาเขตของราชรัฐคัวทอย์น ถึงเเม้ว่าวัตถุนั้นจะไม่ได้ทำความเสียให้มากสักเท่าไหร่เเต่ก็มีความเป็ไปได้ที่วัตถุนั้นมาทำหน้าที่ในการสอดเเนมบวกกับความตึงเครียดจากอาณาจักรลอเลียที่พร้อมจะปะทุาขึ้นทุกเมื่อ ทำให้ทางด้านราชรัฐคัวทอย์นต้องเพิ่มการออกลาดตระเวนมากขึ้นอีก 3 เท่า
“ กัปตันครับ ! ”
กัปตันที่กำลังยืนชมวิวทิวทัศน์ของทะเลด้วยความสะบายก็ต้องถูกขัดจังหวะโดยกะลาสีคนหนึ่งที่ได้วิ่งเข้ามาหาด้วยความเร่งรีบ
“ มีอะไร? ”
“ เราได้รับรายงานจากเรือประมงของพวกชาวบ้าน พวกชาวประมงได้บอกว่ามีเรือขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่าเป็ของประเทศไหนเเละกำลังลอยอยู่เหนือน่านน้ำของเรา พวกนั้นบอกว่าอยากให้เราเข้าไปตรวจสอบด้วยครับเกรงว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับเื่ที่วัตถุไม่ทราบสัญชาติที่บินเข้ามาในอาณาเขตเรา ถ้าตามที่พวกนั้นได้บอกเราคงห่างจากจุดนั้นเพียงเเค่ 30 กิโลเมตรครับ ”
กัปตันเรือเเซนเเวนยืนครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจออกมา
“ เข้าใจละ ไม่เเน่ว่าเรือลำนั้นอาจจะเป็เพียงเเค่เรือบรรทุกสินค้าจากอาณาจักรอื่นที่หลงเข้ามาในอาณาเขตของเรา ถ้าอย่างนั้นเราจะเข้าไปตรวจสอบเรือลำนั้นโดยทันที ให้ลูกเรือทุกนายรีบเตรียมตัวเร็วเข้า ”
เมื่อกะลาสีทุกนายที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินคำสั่งก็จึงรีบออกไปทำหน้าที่ของตนเองโดยทันที ใบเรือถูกกางออกอย่างเต็มที่เพื่อที่จะสามารถรับในการเคลื่อนที่ พร้อมกับเสียงกลองที่ตีเพื่อเป็จังหวะของฝีพายที่ยื่นออกมาจากตัวเรือ
เรือสำเภาลำนี้ได้ออกเดินทางไปอยู่สักพักจนเกือบที่จะถึงในจุดที่ชาวประมงบอกไว้ ก็มีเสียงดังมาจากบนเสาเรือเสียงนั้นคือเสียงจากกะลาสีที่มีหน้าที่คอยสังเกตการณ์
“ กัปตัน! ผมเห็นเกาะลอยน้ำจำนวนมากอยู่ที่เส้นขอบฟ้า ”
คำพูดจากกะลาสีคนนั้นได้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าลูกเรือเเละกัปตัน ในตอนเเรกสิ่งที่พวกเขามองเห็นก็คือเกาะลอยน้ำจำนวนมาก ถึงเเม้ตอนเเรกพวกเขาจะคิดว่าเป็เพียงเเค่เกาะเท่านั้นเเต่ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ในสายตาของพวกเขาเห็นก็คือเกาะที่ในตอนเเรกหยุดนิ่งเเต่ตอนนี้มันกำลังเคลื่อนที่มาหาพวกเขา
กัปตันเรือที่เห็นอย่างนั้นไม่รอช้าจึงได้ออกคำสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวพร้อมรบในทันที่ เรือสำเภาที่เพียงเเค่มีหน้าที่ในการออก
ลาดตระเวนก็เเปลงสภาพเป็เรือรบอย่างสมบูรณ์ ลูกเรือทั้งหมดต่างรีบสวมใส่ชุดเกราะหนังพร้อมรบเเละขึ้นมารอยังบนดาดฟ้าของเรือ ทุกคนต่างเตรียมธนูให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ โล่ไม้ถูกตั้งขึ้นทั่วรอบเรือ ใบหน้าของลูกเรือเเละกัปตันที่เต็มไปด้วยใบหน้าพร้อมรบก็ต้องเปลี่ยนเป็สีหน้าที่ซีดเผือก เมื่อเกาะลอยน้ำนั้นได้เข้ามาใกล้มากขึ้น
“ กัปตัน เกาะลอยน้ำหยุดนิ่งเเล้วมีเพียงเเค่เกาะด้านหน้าสุดที่ยังคงเคลื่อนที่มาหาเราเเละความเร็วของมันก็ช้าลงจากตอนเเรกเป็อย่างมากไม่เเน่ว่ามันอาจจะเห็นเราเลยเคลื่อนที่ช้าลง ”
ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นภาพของเกาะลอยน้ำชัดมากยิ่งขึ้น ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นเเตกต่างจากเมื่อหลายนาทีก่อนเป็อย่างมาก ขนาดของมันใหญ่ยิ่งกว่าเรือของพวกเขาเสียอีก
“ เออ…กัปตันนี้มันคือเรือเหล็กไม่ใช่หรือทำไมมันถึงได้มีขนาดที่ใหญ่อย่างนี้ ”
“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เรือลำนี้ใหญ่กว่าพวกมหาอำนาจเสียอีก ข้าเคยเห็นเรือของพวกเพาพัลเดียที่พวกนั้นเรียกว่า เรือร้อยปืนใหญ่ พวกนั้นบอกว่ามันคือจุดสูงสุดของมหาอำนาจทางทะเลที่จะทำลายได้ทุกอย่างเเต่ลองเทียบดูเเล้วเหมือนว่าเรือลำนี้จะใหญ่กว่าอีก ”
เมื่อเรือเหล็กลำนั้นได้เข้ามาใกล้มากขึ้น เรือของเขาก็ถูกปกคุลมไปด้วยเงาของเรือลำั์พวกเขาเงยหน้ามองขึ้นไปยังบนเรือลำั์เเละพยายามที่จะวิเคราะห์เกี่ยวกับเรือลำนี้เเต่เมื่อพวกเขากำลังมองก็ได้เห็นกับสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งกำลังโบกมือให้พวกเขา
“ มนุษย์อย่างงั้นหรอ ? ”
ทั้งกัปตันเเละลูกเรือก็ต่างโบกมือตอบกลับเเละมนุษย์ที่อยู่บนเรือก็ได้ชี้ไปที่ด้านหลังของเรือเเละอีกไม่กี่นาทีต่อมาก็มีเเผ่นโลหะเลื่อนลงมายังด้านล่าง
“ พวกเขา้าให้เราขึ้นไปทางนั้นสินะ ในหน้าที่ของกัปตันข้าขอฝากเรือไว้กับพวกเ้าด้วยเเละนายสองคนตรงนั้นตามข้ามา ”
“ ครับ ”
หลังจากนั้นกัปตันเเซนเเวนเเละลูกเรืออีกสองคนก็ได้ขึ้นไปยังบนเรือเหล็กลำั์