คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอก ตอนที่ 2 จดหมายรักของเอริ
“ยินดียินดีค่ะ~~~” เอริปิดปากหัวเราะราวกับตนเองได้ทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ประสบความสำเร็จ
ด้วยนิสัยร่าเริงและชอบช่วยเหลือผู้อื่นอันเป็เอกลักษณ์ทำให้เอริมีแต่คนรักคนชอบน้อยคนนักที่จะรู้สึกเฉยเมยหรือไม่ชอบหน้าไม่เว้นกระทั่งทราเวียร์เองยังรู้สึกดีด้วยไม่น้อย
หวนย้อนกลับไปครั้งหนึ่งเมื่อเจอหน้าหญิงสาวครั้งแรก
...
ทราเวียร์กำลังนั่งทำงานโดยมีหญิงสาวยืนประกบด้านหลังคอยจ้องมองเอกสารในมือเขาด้วยแววตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความอยากช่วยเหลือ
“รุ่นพี่ค่ะให้หนูช่วยไหม---”
“หนูว่าง---”
“ให้หนู---”
ถ้อยมากมายที่ส่งออกมาให้ชายหนุ่มได้รับรู้ถึงความพยายามจะแบ่งเบาภาระ นอกจากมันจะไม่เกิดผลแล้วยังโดนเขาต่อว่ากลับไปอีกข้อหายุ่งย่ามทำตัวน่ารำคาญ
“ยุ่งวุ่นวายไม่เข้าเื่”เขาเองเคยออกไปไล่หญิงสาวผู้งดงามไปให้พ้นทาง สุดท้ายมันก็ไม่ได้ผลนอกเหนือจากรอยยิ้มเสียงหัวเราะสุขใจที่หล่อนเผยออกมาให้เห็นพร้อมลงมือช่วยเหลือเขาอย่างเต็มใจโดยไม่มีความคิดเก็บเกี่ยวสิ่งตอบแทน
“งานตรงนี้หนูถนัดนะ ให้หนูช่วย” ว่าแล้วหล่อนถือวิสาสะดึงเอางานที่เขาควรเป็คนทำไปรับผิดชอบเองเฉยเลย ทั้งงานที่ออกมายังสมบูรณ์แบบจนยากจะหาข้อติเตียน
แถมยังใช้เวลาน้อยกว่าเขาอีก
“...”เล่นเอาพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
เขาไม่อยากยอมรับว่างานหล่อนมันยอดเยี่ยมแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันเพราะผลงานมันปรากฎเป็หลักฐานอยู่เบื้องหน้า
สุดท้ายต้องเผยใบหน้าราวกับกัดกินแมลงเข้าไป
“พอใจไหมคะกับผลงานของหนู” เอริยิ้มมุมปากประกาศชัยชนะตัวเองให้โลกได้เห็น
...สมบูรณ์แบบมากเธอไม่ได้โกหกฉัน แถมบางจุดยังทำได้ดีกว่าฉันอีก ไม่น่าเชื่อ
“...”ทราเวียร์จ้องมองเอกสารในมือดวงตากระตุกหลายครั้งก่อนโยนเอกสารไปไว้ในตะกร้าที่ติดป้ายเอาไว้ว่า “เสร็จแล้ว”คล้ายกำลังบ่งบอกผ่านการกระทำว่าผลงานของหล่อนได้รับการยอมรับจากเขา
เอริที่เห็นหัวเราะชอบใจไม่มีหยุด
“เห็นถึงฝีมือหนูรึยังละ”
“ให้ตายสิ”
ได้คนช่วยมาหนึ่งคนดีกว่ามีคนมาก่อกวนหนึ่งคนไม่ว่าจะใช้วิธีการอะไรก็ไม่สามารถหยุดยั้งหล่อนเอาไว้ได้หากเอริว่างเมื่อไหร่และเห็นว่าเขามีงานยุ่งจนหาเวลาส่วนตัวไม่ได้
เธอจะแบ่งเวลาตัวเองเพื่อมาช่วยเหลือแน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิทธิพิเศษสำหรับเขาคนเดียว แต่เป็ของคนทุกคนที่หล่อนสามารถเอื้อมือเข้าไปถึงได้
จนบางครั้งเขาอดคิดไม่ได้ว่าหล่อนไม่คิดอยู่นิ่งทำในสิ่งตัวเองชื่นชอบบ้างเลยเหรออย่างเช่น งานอดิเรก กีฬาที่ชอบ หรือไม่ก็ท่องโลกกว้าง
...ไม่สิฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งเื่ของเธอ หากมันทำให้หล่อนสบายใจก็ปล่อยให้ทำไปละกัน
“นิสัยน่ารำคาญเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน”
ด้วยนิสัยเข้าหาคนง่ายทั้งยังไม่ทำให้คู่สนทนาต้องรู้สึกลำบากใจในใจทราเวียร์ตัวตนของหล่อนได้ถูกปรับเปลี่ยนยกระดับให้เหนือกว่าคนอื่นไปโดยไม่รู้ตัวจนอาจกลายเป็เพียงไม่กี่คนในบริษัทที่เขาพอจะพูดคุยแลกเปลี่ยนบทสนทนาได้โดยไม่ต้องเกร็งใบหน้าตีหน้าซื่อไปตลอด
เอริได้ยินคำบ่นส่งเสียงแทรกขึ้นมาทันที
“หนูไม่ได้น่ารำคาญนะปกติเวลาเห็นคนอื่นยืนนิ่งหน้าห้องทำงานตัวเอง ก็ต้องไปทักไม่ใช่เหรอ?”ใช่หากเป็กรณีปกติ บังเอิญว่าคนที่เธอเข้าไปทัก
มันไม่ได้้าให้ช่วยเหลือน่ะสิ
“...ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านคนอื่นเขาไปทั่วเพราะแบบนี้ถึงได้โดนเอาเปรียบอยู่บ่อยครั้ง” ทราเวียร์ถอนหายใจกล่าวเสียงเบาเนื่องจากไม่้าเข้าไปยุ่งทะเลาะให้วุ่นวายเข้าไปอีก
“...”แววตาเขากลับมานิ่งเรียบเหมือนเดิมไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเคืองบทสนทนาไม่ได้เหมือนคนอื่น แต่ก็ทำให้ทราเวียร์รู้สึกดีขึ้นทันตาเห็น
ใครจะไปคิดว่าอารมณ์ตนเองกำลังดำดิ่งจากถ้อยคำสกปรกมากมายั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาในบริษัทจะได้มาพบเจอเข้ากับแสงสว่างอบอุ่นเข้ามาอาบย้อมร่างกาย
ช่างเป็ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
…สมกับที่เป็เธอละนะ หากเธอปล่อยให้ฉันยืนนิ่งแล้วเข้าไปคนเดียวมันคงไม่ใช่หล่อน คนที่ฉันรู้จักคนที่ช่วยเหลือกระทั่งคนแปลกหน้าได้โดยไม่รู้ผิดแปลกอะไร
เอริได้ยินไม่ชัดเลยเอียงคอถาม
“พูดอะไรเหรอคะ?”
“เปล่า”
“แต่เอาเข้าจริงเธอจำไม่เป็ต้องเข้าห้องมาพร้อมฉันก็ได้นะ” ทราเวียร์กล่าวดักเอาไว้ก่อนด้วยมันสมองชาญฉลาดทำให้หล่อนเข้าใจได้ทันทีว่าชายหนุ่มร่างเตี้ยกำลัง้าสื่อสารอะไรออกมา
เอริยิ้มแห้ง
“หนูรู้พี่ไม่้าให้หนูมีข่าวลือกับพี่ใช่ไหมละ?”
“ประมาณนั้นแหละถ้าเข้าใจ จะล้มเลิกตอนนี้ก็ได้นะ ฉันไม่ถือหรอก”ใจจริงเขากลับอยากให้หล่อนเข้าใจจุดยืนตัวเองมากกว่านี้นะ
และเลือกปล่อยเขาทิ้งเอาไว้ด้านหลังเดินก้าวเท้าเข้าไปในประตูคนเดียวปล่อยให้เขาจมหายเข้าไปในกระแสไม่ต้องมาฉุดรั้งหรือพลักดัน
นอกเหนือมันจะมีประโยชน์กับหล่อนในระยะยาวยังดีต่อเขาอีกที่ไม่ต้องโดนอิจฉาบ่อยครั้งเวลาหล่อนก้าวเท้าเดินเข้ามาหอบเอางานเขาไป
แน่นอนว่าหล่อนรับรู้และเข้าใจแต่บางสิ่งไม่อาจเพิกเฉยได้ด้วยนิสัยนี้แหละที่ทำให้หล่อนกลายเป็ที่รักของทุกคนแต่ก็สร้างปัญหาให้เขาไม่น้อยเหมือนกัน
...น่าเหนื่อยใจจริงเมื่อไหร่จะเลิกใจอ่อนซักทีเนี่ย
“ไม่เป็ไรค่ะหนูเต็มใจช่วยเหลือ ไม่มีมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเองแน่นอนอีกอย่างแค่เดินเข้าห้องมาพร้อมกันมันไม่ใช่เื่คอขาดบาดตายซักหน่อยทำเป็เื่ใหญ่ไปได้” ไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับเธอ แต่อาจเป็เื่ใหญ่สำหรับใครบางคนที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องทำงาน
ทราเวียร์พอคาดเดาเหตุการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากก้าวเท้าเข้าไป
...ไอ้เด็กเวรมันต้องหึงหวงไม่เข้าท่าแน่ ถ้ามันได้มาเห็นเอริเดินคู่กับฉันตามปกติต้องหลีกเลี่ยงละนะ น่าเสียดายครั้งนี้มันช่างยากเย็นเหลือเกิน
“หากเดินกับคนปกติมันก็ไม่มีปัญหานะปัญหาคือฉันเดินมาพร้อมกับเธอต่างหากเธอคงไม่ได้โง่พอมองไม่ออกหรอกนะว่าคนด้านในจะรู้สึกยังไงหากเห็นฉันกับเธอเดินมาพร้อมกัน”
เอริขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบกลับมา
“...งั้นหนูให้รุ่นพี่เข้าไปก่อนหนูจะตามไปทีหลัง”
“เอาตามนั้นละกันฉันี้เีไปเดินตามหลังหล่อนด้วย” ดูจะเป็ทางเลือกที่เ็ปน้อยที่สุดละนะหากให้หล่อนเข้าไปคนแรกคงไม่พ้นต้องโดนเบียดไม่ให้เข้าั้แ่หน้าประตู
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากฝูงคนมารุมล้อมหญิงสาวมันไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาเลยแม้แต่น้อย
…แต่ก่อนเข้าประตูไปต้อง
ทราเวียร์หันไปมองเอริด้านหลังหล่อนเพียงเอียงคอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมองกลับมาจนกระทั่งได้ฟังคำพูดหล่อนถึงได้เข้าใจ
“ต่อจากนี้ถ้าเป็ไปได้ก็...อย่าพยายามเข้าใกล้ฉันอีกงานการไม่ต้องเข้าช่วย ฉันจัดการคนเดียวเองได้ เอาเวลาที่ช่วยเหลือคนอื่นเขาไปทำให้ตัวเองเถอะ อย่างน้อยที่สุดหาทางจัดการเกี่ยวกับขอบตาบ้างก็ดีเหมือนกัน”มาอีกแล้วถ้อยคำปฏิเสธสุดแปลก
...คราวนี้ยาวกว่าปกตินะว่าแต่ครั้งก่อนเขาพูดอะไรตอนที่ฉันเข้าไปช่วยเหลือ ช่างเถอะ
“ค่ะ”เอริยิ้มเล็กน้อย
ถามว่าหล่อนโกรธเคืองรึเปล่าที่โดนคำพูดไร้หัวใจกล่าวดักเอาไว้ หล่อนกล้าตอบเต็มปากเต็มคำเลยว่า “ไม่”แน่นอนว่ามันไม่ใช่เพียงแค่ครั้งสองครั้งที่ทราเวียร์เปิดปากพูดออกมาแต่มันเป็ทุกครั้งที่เธอเข้าไปช่วยเหลือมักมีคำพูดสุดประหลาดตามติดมาประจำ
มันเยอะจนเอริไม่คิดเก็บมาใส่หัวหากเขาอยากบอกก็บอกไป อีกอย่างต่อให้เขาบอก อย่า ห้ามยังไงแต่พอเธอเข้าช่วยเหลือเขายินยอมโอนอ่อนให้ตลอด
เพราะฉะนั่นไม่มีความจำเป็ต้องไปถือสาปล่อยผ่านไปดีที่สุด
“...”ดูจากสีหน้าหล่อนคงไม่คิดเก็บมาใส่ใจแน่นอน
เ้าตัวถอนหายใจเหนื่อยอ่อน
“ยัยเด็กดื้อ”
ทราเวียร์ออกเดินนำหน้าก้าวเท้าเข้าประตูไป
“...”รอยยิ้มธรรมชาติมอบให้เอริจางหายไปในพริบตาหลงเหลือเพียงรอยยิ้มธรรมดาตามมารยาทแน่นอนว่าหญิงสาวไม่ได้พบเห็นเนื่องจากเดินตามหลังเขาเข้ามาเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวจะโผล่ไปให้ทุกคนในห้องเห็นหน้า
ใช่เหลือเพียงอีกไม่กี่ก้าวเท่านั้นเอง
“อือ~~~อือออ~~” เอริฮัมเพลงไปมาอย่างอารมณ์ดี
ผิดกับทราเวียร์ที่ปั้นสีหน้าเ็าไม่สนใจโลก
“...”เขายังคงก้าวเท้าหนักแน่นไม่้าแสดงเนื้อแท้จิตใจให้ใครเห็น ไม่้าเพื่อนไม่้าสายสัมพันธ์กำแพงที่มองไม่เห็นกำลังก่อตัวขึ้นรวดเร็วปิดกั้นแยกทุกอย่างออกจากตัวชายหนุ่ม
น้ำเสียงเขาตอนนี้มันเ็าจนทำให้เอริเริ่มลำบากใจ
“อย่าลืมสิ่งที่ฉันได้พูดออกไป”
“...เข้าใจแล้วค่ะหนูจะไม่ทำให้รุ่นพี่ต้องลำบากใจแน่นอน”บางสิ่งอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ต่อให้พยายามมากมายเท่าไหร่ก็ตาม
เอริเข้าใจดีจนเลือกยอมรับโดยดีไม่คิดเข้าไปข้ามเส้น
“...”ประตูบานสุดท้ายมาปรากฏเบื้องหน้าทั้งสองหากเปิดเข้าไปก็จะพบเจอหน้าทุกคนได้ เจอเหล่าเพื่อนร่วมงานที่เป็มิตรต่อหญิงสาวจนมากเกินกว่าหล่อนจะตอบสนองไหว
แต่ความอบอุ่นเ่าั้มันไม่ได้มีเอาไว้เพื่อให้กับทราเวียร์สำหรับเ้าตัวแล้วมันคือโลกสังคมเหม็นเน่าเกินกว่าใครจะเข้าใจสังคมที่ไร้ซึ่งความอ่อนโยนเป็เพียงแหล่งทำงานหาเงิน เช้าเข้า เย็นออกไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น
ภายในห้องทำงาน
“...พี่เอริหายไปไหน”เวนิสถอนหายใจเบื่อหน่ายขณะใช้สายตาตัวเองจ้องมองไปยังโต๊ะข้างกายมองหาร่างหนึ่งควรหัวเราะมีความสุขนั่งทำงานสบายตามอารมณ์
ว่างเมื่อไหร่จำต้องเดินวุ่นเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น
“นายควรปล่อยของในมือนะไปยุ่งวุ่นวายกับของคนอื่นเขา ไม่กลัวเ้าของโต๊ะเกิดโมโหเหรอ?”จดหมายในมือเวนิสถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือหญิงสาวผู้มาใหม่
เวนิสยิ้มเล็กน้อย
“...พี่นุช?”
“ทำหน้าเบื่อโลกกลัวไม่ได้เจอหน้าพี่เอริ?”
“เธอน่ะมาแน่ผมมั่นใจ” ด้วยนิสัยเ้าระเบียบของหล่อนคงไม่คิดลางานแน่นอนต่อให้ตัวเองล้มป่วยลงเขาจึงมั่นใจว่ายังไงหล่อนก็ต้องมา
แต่จะมาในสภาพไหนต้องไปว่ากันอีกทีหนึ่ง
...คิดส่งจดหมายรักเหรอโบราณสิ้นดีวะ
“...หึ”ปัญหาตอนนี้คือจดหมายอยู่ในมือเขาต่างหาก
“จดหมายรัก?”นุชถามขึ้น
“ใช่”มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละนะ ที่กล้าใช้จดหมายเขียนเป็ข้อความส่งมาให้กับหล่อนแถมยังเป็คนที่เขาไม่ค่อยชอบหน้าชอบตาอีกด้วย
นุชหัวเราะปิดปาก
“ของพี่เคย์สินะคนเดียวที่กล้าทำแบบนี้คงมีแค่เขาเท่านั้น”เธอรู้ว่ารุ่นน้องหนุ่มตรงหน้ากับรุ่นพี่เคย์หนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของบริษัทต่างหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้งสองไม่ค่อยลงรอยกันซักเท่าไหร่
ยิ่งมาเจอจดหมายรักของอีกฝ่ายด้วยอารมณ์เดือดดาลยิ่งเพิ่มพูนมากกว่าปกติ
“ครับมันเป็ของพี่เคย์ พี่ชายที่ผมเคารพรัก หึหึหึ” เวนิสโยนกลับไปบนโต๊ะเอริ
ไม่มีความนุ่มนวลให้เห็น