หลี่ินิ่งไปครู่หนึ่งก่อนกล่าว “ความจริงหรือ? ความจริงเื่ใดหรือแม่นม… เื่ที่ท่านพ่อ…” เขากลืนคำพูดไปเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงชายผู้เป็บิดา หากแต่บัดนี้เขาไม่อาจเรียกชายผู้นั้นว่าบิดาได้เต็มปากอีกแล้ว “…ที่เขาวางยาพิษท่านแม่ ใช่หรือไม่?”
แม่นมพยักหน้า น้ำตาคลอเบ้า “ใช่แล้ว… เื่ราวทั้งหมดที่เ้าคงได้ยินมาจากปากคนทรยศคู่นั้น” นางกล่าวด้วยเสียงสั่น “นังฮูหยินรองนั่นวางยาพิษในอาหารและยาให้ฮูหยินใหญ่ ผู้เป็มารดาของหลี่ิ กินสะสมมานานหลายปี โดยที่นายหญิงไม่ระแวงสงสัยเลย เพราะคิดว่ามันคือยาบำรุงที่สามีมีน้ำใจจัดหามาให้”
หลี่ิฟังแล้วขบกรามแน่น กำมือสั่นสะท้านด้วยโทสะ “ท่านแม่ต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด…” เขาพึมพำ ดวงตามีน้ำใสเอ่อคลอเมื่อนึกภาพมารดาที่ค่อยๆ ซูบเซียวลงในแต่ละวันโดยที่เขาเองก็ไร้อำนาจจะช่วยเหลือเมื่อครั้งยังเด็ก
“นายหญิงของข้าเป็คนจิตใจดี มีความรักให้สามีอย่างเต็มเปี่ยม” แม่นมเล่าต่อ แววตาโศกเศร้า“แต่ท่านกลับถูกคนที่ตนรักหักหลังอย่างเ็ป เมื่อเริ่มรู้สึกว่าร่างกายผิดปกติ ก็ช้าเกินกว่าจะเยียวยา นางค้นพบความจริงว่าสามีของนาง นายท่านหลี่ได้แต่งงานกับนางก็เพียงเพราะ้า ตำรายาล้ำค่าของสกุลนาง”
“ตำรายาเล่มนั้นสำคัญอย่างไรหรือ?” หลี่ิเอ่ยถาม แม้ใจจะพอคาดเดาได้บ้าง “ทำไมท่านพ่อถึง้าถึงเพียงนั้น?”
แม่นมถอนใจยาว “ตระกูลของนายหญิงแต่เดิมเป็แพทย์หลวงที่มีชื่อเสียง ตำรายานั้นมีสูตรโอสถวิเศษและยาทรงคุณค่าหายากมากมาย หากผู้ใดย่อมสามารถใช้รักษาโรคและเพิ่มวาสนาบารมีได้ และบางตำราก็อาจนำไปใช้ในทางชั่วร้ายได้เช่นกัน” นางส่ายหน้าช้าๆ “นายท่านหลี่เปลี่ยนไปเป็คนทะเยอทะยานใฝ่อำนาจ เขาเห็นคุณค่าของตำรายามากกว่าความรักที่นายหญิงมีให้ จึงวางแผนทุกอย่าง”
หลี่ิรู้สึกหนาวะเืไปทั้งสรรพางค์กายเมื่อได้ยิน แม้จะพอได้ยินมาบ้างจากที่แอบฟัง แต่เมื่อมาได้ยินยืนยันจากปากแม่นมผู้รู้เห็นทุกอย่างก็ยิ่งปวดร้าว “แล้วท่านแม่… ท่านแม่รู้ตัวเมื่อไร?”
“นายหญิงเริ่มระแวงเมื่อเห็นว่าแม้จะกินยาบำรุงทุกวัน แต่ร่างกายกลับทรุดโทรมลงเรื่อยๆ” แม่นมเล่า น้ำเสียงแหบแห้งขาดเป็่ๆ “นางรู้สึกถึงพิษเย็นที่สะสมในเืลม ข้าเองก็เริ่มสงสัยจึงลองชิมยาที่ให้ท่านกิน แล้วพบว่ามันเจือยาพิษขนานหนึ่ง ข้าใมากจึงคิดจะไปทูลนายท่าน คิดว่าคงมีผู้ปองร้ายวางยา แต่…”
แม่นมหยุดเล่า หน้าเครียดเคร่งด้วยความทรงจำอันเลวร้าย “แต่แล้วข้ากลับพบเห็น… ท่านพ่อของเ้าแอบมอบซองยาพิษนั้นให้ฮูหยินรองกับตาตัวเอง สั่งให้นางผสมในยาบำรุงของนายหญิงทุกวัน” น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความชิงชัง “ตอนนั้นเองที่ข้ารู้ว่าผู้บงการทั้งหมดคือตัวนายท่านหลี่เอง ข้าใและโกรธมาก แต่จำต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ กลับไปเตือนให้นายหญิงระวังตัว”
หลี่ิกำหมัดแน่น น้ำเสียงเขาสั่นเทาเมื่อเอ่ยถาม “แล้วท่านแม่ทำอย่างไรต่อ?”
“นายหญิงร้องไห้แทบจะขาดใจเมื่อรู้ว่าสามีที่ตนรักและไว้ใจเป็คนวางยาพิษนางเอง” แม่นมกล่าวพลางหลับตาลง หยาดน้ำตาไหลริน “แต่ท่านก็รีบตั้งสติ นางทำทีไม่รู้ไม่เห็นต่อไป พยายามหาหนทางซ่อนตำรายาและของสำคัญต่างๆ เอาไว้ รวมทั้งเขียนจดหมายถึงเ้า…” พูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงนางก็ขาดหายไป ใบหน้าชราสั่นระริกด้วยสะอื้น
“จดหมายถึงข้าหรือ?” หลี่ิถามเร็ว “ตอนแม่สิ้นใจข้าไม่เห็นมี…” เขานิ่งไปเมื่อนึกขึ้นได้ บิดาแทบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อยู่สองต่อสองกับร่างมารดาในวาระสุดท้าย ทุกอย่างถูกจัดการโดยบ่าวของบิดาทั้งสิ้น
“นายหญิงเขียนไว้ แต่ไม่ทันได้ส่งให้เ้า” แม่นมเอ่ยเสียงแ่ “คืนที่อาการทรุดหนัก นางพยายามเรียกหาหลี่ิ… แต่คนใจร้ายนั่นมันไม่ให้เ้าเข้าใกล้แม่เ้าเลย” นางสั่นศีรษะ “จดหมายที่เขียนไว้ถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตานายหญิง ก่อนที่นางจะสิ้นใจ”
หลี่ิรู้สึกราวหัวใจโดนมีดนับพันแทงซ้ำ เขาหลับตาลงกลั้นน้ำตาที่จะไหล “ท่านแม่…” เสียงเขาแตกพร่า ความคั่งแค้นและเศร้าสะท้านก้องในอก
แม่นมเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า เห็นแววเ็ปในดวงตาเขาก็ยิ่งเวทนา นางเอื้อมมือมากุมมือของหลี่ิไว้ “นายหญิงฝากให้ข้าช่วยคุณชาย” นางพูด “ก่อนสิ้นใจนางกระซิบบอกข้าว่า ให้ข้าพาคุณชายหนีไป หากมีภัย ข้าเองก็วางแผนจะพาคุณชายหนีออกจากจวนทางอุโมงค์ลับนั้น แต่ว่า…” นางนิ่งไปอึดใจ “แต่คืนนั้นเองหลังจาก ที่คุณชายทะเลาะฮูหยินรองแย่งกุญแจทองกัน ข้าถูกตีจนสลบ ก็ถูกพวกบ่าวของฮูหยินรองรวบตัว ข้าถูกลากมาขังที่เรือนเก็บของนั่นทันที”
“พวกมันบอกกับข้าว่าอย่างไรทราบหรือไม่?” แม่นมกล่าวต่อ น้ำเสียงเจ็บแค้น “นังฮูหยินรองนั่นบอกข้าว่า ‘อย่าหวังว่าจะได้ตายดีๆ ไปตามนายหญิงแกเลย แกจะต้องอยู่ทรมานดูความสำเร็จของนายใหม่ของแก!’ แล้วมันก็ปิดขังข้าไว้ ไม่มีใครล่วงรู้ชะตากรรมของข้า ข้าคิดว่านายท่านคงปล่อยข่าวว่าแม่นมตายตามฮูหยินไปแล้ว คุณชายเองก็คงเชื่อเช่นนั้น”
หลี่ิพยักหน้า “ข้าโง่เองที่เชื่อสนิทใจ…” เขากล่าวด้วยความขมขื่น “ตอนนั้นข้าเสียใจมากเมื่อทั้งแม่ทั้งแม่นมจากไป ข้าจึงปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่ขอกลับมาที่นี่อีก แต่โชคชะตาก็พาข้ากลับมา… ให้ข้าได้พบความจริง”
แม่นมยิ้มเศร้า “คุณชายอย่าโทษตัวเองเลย เ้ายังเยาว์นักในตอนนั้น ใครจะคิดว่าบิดาแท้ๆ จะทำเื่โเี้เพียงนี้ ไม่มีผู้ใดอยากเชื่อ” นางถอนใจ “หลายปีมานี้ที่ข้าถูกจองจำ ข้ามีชีวิตอยู่มาได้เพราะยังมีภารกิจที่ต้องทำให้ลุล่วง”
“ภารกิจ?” หลี่ิขมวดคิ้ว “ท่านหมายถึง…”แม่นมจึงค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นยืนอีกครั้ง “ช่วยพยุงข้าหน่อย คุณชาย” นางกล่าว หลี่ิรีบประคองร่างผอมบางนั้นยืนขึ้น แม่นมหยิบตะเกียงจากมือเขามาถือไว้ นางมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามมาทัน แล้วจึงก้าวกลับเข้าไปในปากอุโมงค์ลับอีกครั้งโดยมีหลี่ิติดตาม
ภายในอุโมงค์ที่เงียบสงัด แม่นมใช้แสงตะเกียงส่องหาบางสิ่งบนผนังดิน นางเดินไปไม่ไกลจากปากทางออก พลางนับก้าวเบาๆ “หนึ่ง…สอง…สาม…” จนถึงจุดหนึ่งที่พื้นดินยุบตัวเล็กน้อย นางหยุด “ตรงนี้ล่ะ”
หลี่ิมองตามอย่างฉงน “มีอะไรหรือแม่นม?”
หญิงชราไม่ตอบแต่ทรุดนั่งลง ใช้มือข้างหนึ่งขูดเขี่ยดินตรงพื้นและผนังอย่างรู้งาน ไม่นานก็ดึงห่อผ้าเล็กๆ ที่เปรอะดินออกมาจากโพรงใต้ผนังอุโมงค์ “โชคดีเหลือเกินที่พวกมันไม่พบที่นี่” นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะส่งห่อผ้านั้นให้หลี่ิ “เปิดดูสิ”
หลี่ิรับมาด้วยมือสั่นน้อยๆ คลี่ผ้าห่อช้าๆ ภายในมี กล่องไม้ประณีต กล่องหนึ่ง เขาจำได้ดี มันคือกล่องเครื่องประดับที่มารดาเคยหวงแหนรักษาไว้อย่างดี สลักลวดลายดอกโบตั๋นวิจิตรบรรจง ดุมกลมของฝากล่องเป็ช่องสำหรับกุญแจเล็กๆ
มือของหลี่ิลูบไล้กล่องไม้นั้นราวกับ้าััถึงมือของมารดาที่เคยจับต้องมัน “กล่องนี้…” เขาเอ่ยแ่เบา “ข้าจำได้ ท่านแม่เคยเก็บสมบัติมีค่าที่สุดของนางไว้ในนี้”
“ถูกแล้ว” แม่นมพูดพลางล้วงเข้าไปในชายเสื้อผ้าหยาบเก่าของตน และดึงบางสิ่งออกมา มันคือ กุญแจทองคำดอกเล็กอันงดงาม ที่ส่องประกายในความมืด นางยื่นมันคืนให้แก่หลี่ิ “นี่คือกุญแจทองที่คุณชายตามหา ข้าเก็บมันไว้มิให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่ว นี่คือกุญแจของกล่องใบนี้”
หลี่ิรับกุญแจมาด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขาจำมันได้แม่นยำ มารดาเคยมอบให้แม่นมเก็บรักษาเมื่อคราวสงสัยในตัวบิดาใหม่ๆ “ฮูหยินรองคงคิดว่าข้าโง่เง่า” แม่นมเอ่ยเสียงขื่น “นางขโมยกุญแจไปจากคุณชาย แต่มันไม่รู้ว่ากุญแจที่ได้ไปเป็ของปลอม นายหญิงแอบทำกุญแจปลอมหลอกไว้ ทำให้นายท่านกับฮูหยินรองนึกว่าได้กุญแจของจริงนายหญิงล่วงรู้จึงให้ข้านำกุญแจมาไปข้าซ่อนไว้กับตัวตลอดจนวันที่โดนจับ แต่ข้าไหวตัวทันเลยซ่อนมันไว้ที่นี่ก่อนจะถูกคุมตัวไป”
หลี่ิพยักหน้าเข้าใจ นับถือในความกล้าหาญและภักดี ของแม่นมยิ่งนัก “แม่นมทำดีมาก” เขากล่าวเสียงเบา “หาไม่แล้วกุญแจนี้คงหายไปตลอดกาล”
ด้วยมือที่ยังสั่นด้วยความตื่นเต้นและะเืใจ หลี่ิค่อยๆ สอดกุญแจทองเข้าช่องกุญแจบนฝากล่องไม้ หมุนเบาๆ “คลิก” เสียงกลไกดังขึ้น ฝากล่องเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายใน
ภายในกล่องบุผ้าไหมเก่าๆ มีเพียงแหวนเงินเกลี้ยงวงหนึ่งวางอยู่อย่างเรียบง่าย หลี่ิหยิบแหวนวงนั้นขึ้นมา มันดูเป็เพียงแหวนเงินธรรมดา ไม่มีลวดลายใดๆ ใหญ่พอประมาณที่จะสวมลงบนนิ้วหัวแม่มือของบุรุษได้
“แหวนวงนี้…” เขาพึมพำ หัวใจพลันรู้สึกถึงความผูกพันอย่างประหลาดเมื่อปลายนิ้วัักับมัน
แม่นมมองแล้วอมยิ้มน้อยๆ “อย่าดูถูกมันเพราะรูปลักษณ์ธรรมดา เ้าค่ะคุณชาย” นางกล่าว “นี่คือ แหวนวิเศษ ที่นายหญิงได้มาจากบรรพบุรุษของนาง แหวนวงนี้สามารถเก็บสิ่งของได้ในมิติพิเศษ ราวกับห้วงมิติในแหวน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กเพียงใด หากผู้นึกถึง สิ่งนั้นก็จะถูกเก็บไว้หรือเรียกออกมาได้ตามใจปรารถนา”
หลี่ิเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง เขาเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับวัตถุวิเศษทำนองนี้ แต่ไม่เคยคาดคิดว่ามารดาของตนจะมีอยู่ “ท่านแม่มีของเช่นนี้…” เขาพึมพำ “แล้วเหตุใดนางจึงไม่บอกข้า”
“นางเห็นว่าเ้ายังเด็ก จึงมิได้เล่า” แม่นมอธิบาย “แต่นางตั้งใจจะมอบให้เ้ายามจำเป็ เมื่อรู้ตัวว่าอาจเอาชีวิตไม่รอด นางจึงฝากข้าไว้พร้อมกุญแจ” หญิงชราพยายามกลั้นสะอื้น “นางบอกว่า… หากวันหนึ่งหลี่ิต้องเผชิญภัยพาลตามลำพัง ให้ส่งมอบแหวนวงนี้แก่เขา… เพื่อปกป้องตัวเองและไขความลับที่นางทิ้งไว้”
หลี่ิรับฟังด้วยความรู้สึกอันล้นพ้น น้ำตาอุ่นไหลพรากเมื่อจินตนาการถึงมารดาที่คิดวางแผนทุกอย่างเพื่อปกป้องเขาแม้ในวาระสุดท้าย เขากุมแหวนในมือแน่น ประหนึ่งจับมือนุ่มของมารดาที่เคยลูบศีรษะเขา “ท่านแม่…” เขาพูดทั้งน้ำตา “ข้าจะใช้ะแหวนวงนี้ให้คุ้มค่า จะไม่ทำให้ความรักและความเสียสละของท่านต้องสูญเปล่า”
แม่นมวางมือลงบนบ่าของหลี่ิเบาๆ “นายหญิงรักเ้ามากเหลือเกินคุณชาย” นางเอ่ย “นางรู้ว่าซักวันความจริงจะปรากฏและเ้าจะกลับมา นางเชื่อในตัวเ้ามาตลอด คุณชายต้องหยดเืใส่แหวนเพื่อให้แหวนเป็ของท่านเพียวผู้เดียวใครก็ใช้ไม่ได้”
หลี่ิพยักหน้าทั้งที่น้ำตายังไหลอาบแก้ม ทว่าดวงตาส่องประกายมุ่งมั่น “ข้าจะต้องทวงความยุติธรรมคืนมาให้แก่นาง” เขากล่าวเน้นชัดทีละคำ “ท่านพ่อ… ไม่สิ ชายคนนั้นและนังแม่เลี้ยง ต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้แก่ท่านแม่และทุกคน” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้น ต่างจากน้ำเสียงอ่อนโยนยามพูดกับแม่นม
หญิงชรามองดูสีหน้าของหลี่ิ ก็รับรู้ได้ถึงจิตใจที่เติบโตและหนักแน่นขึ้นของผู้ที่เคยเป็เพียงเด็กน้อยที่นางเลี้ยงมา “ข้าจะอยู่เคียงข้างคุณชายเอง” นางเอ่ยหนักแน่น “แม้ชีวิตที่เหลือจะไม่ยืนยาวนัก แต่ข้าจะช่วยเ้าทำตามความปรารถนาของนายหญิง”
หลี่ิสวมกอดแม่นมไว้แน่น ความอบอุ่นและโศกเศร้า หลั่งไหลผสมกัน “ข้าซาบซึ้งใจยิ่ง แม่นม ท่านเป็ดั่งญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายของข้าแล้ว” เขากล่าวเสียงสั่น “จากนี้ข้าจะดูแลท่านเอง”
ใต้ฟ้าราตรีอันมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์บางเบาสาดลงมาต้องสองร่างที่โอบกอดกันไว้ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความรู้สึกมากมาย เื้ัคือจวนตระกูลหลี่อันโอ่อ่าที่บัดนี้กลายเป็ดั่ง เงามืดแห่งความทรยศและความเ็ป เบื้องหน้าไม่แน่ว่าเส้นทางจะพาพวกเขาไปสู่อะไร แต่หลี่ิรู้ว่า มรดกของมารดา ที่ได้รับในคืนนี้ ทั้งความจริงอันเ็ป ความรักอันยิ่งใหญ่ และสิ่งของวิเศษที่มารดาทิ้งไว้ จะเป็แสงสว่างนำทางให้เขาก้าวเดินต่อไปเพื่อเปิดเผยความจริงและชำระแค้นในวันข้างหน้า