โรยทรายควรจะอยู่รอฟังคำขอโทษจากปากเขาเสียก่อน...แต่ก็ไม่ทันฟังเมื่อรีบคว้าหนังสือนิยายที่วางอยู่ข้างตัวและดึงบทละครที่อยู่ในมือเขาคืนกลับมาแล้วรีบจ้ำเท้าจวนเป็วิ่งกลับไปยังห้องพักของตนเอง
เขาเองก็ไม่ทันได้วิ่งไปยื้อเธอไว้ได้แต่มองตาละห้อยมองด้านหลังของหญิงสาววิ่งลับไป
เธอคงจะโกรธเขามาก...และเขาเองก็รู้สึกผิดไปไม่น้อยที่อุกอาจข่มเหงน้ำใจเธอไม่เลือกแม้แต่สถานที่ เขาควรจะประณามตัวเองอย่างไรดีให้เธอรับรู้ เผื่อเธอจะหายโกรธ
เมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงรีบวิ่งตามหลังเธอไปแม้ขาของเขาจะยาวกว่าเธอ แต่ก็ยังวิ่งไม่ทันเพราะไอ้ความคิดที่จับตัวเป็ก้อนอยากจะขอโทษเธอมันดีเลย์ชักช้ายืดยาดเกินควร
ลิฟต์ตัวที่เธอเพิ่งเข้าไปปิดสนิท ตัวเลขวิ่งไปจนถึงชั้นที่้ากว่าที่ลิฟต์ตัวที่เขาขึ้นตามมาจะเปิดออก ร่างบางของเธอก็ผลุบหายไปหลังประตูห้องเรียบร้อย
เขาก้าวเท้ายาวๆจนเกือบจะวิ่งมาหยุดยืนที่หน้าห้องของเธอ พยายามจะเคาะเรียก “คุณทรายครับ...ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ...คุณอย่าโกรธผมนะครับ”
เมื่อเคาะเท่าไหร่ก็ไม่มีวี่แววว่าประตูห้องจะเปิดออกเขาจึงเปลี่ยนเป็ทุบให้เสียงดังขึ้นอีก แต่ก็ไร้ผล...หญิงสาวข้างในห้องคงจะโกรธเขามาก
ทำไมหนอ...เขาจึงทำอะไรที่ไม่สมควรแก่เธอเฉกเช่นนี้ทั้งๆที่ในส่วนลึกกำลังเริ่มรู้สึกว่าอยากจะเข้าไปค้นหัวใจเธอแบบคนรัก อยากจะค่อยๆจีบเธออย่างเงียบๆไม่ให้รู้ตัว ไม่ใช่การจู่โจมแบบนักรักอย่างนี้
โดมทองได้แต่โทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาแม้ว่าจะกลับมานั่งจ่อมเจ่าอยู่ในห้องของตัวเองแล้วก็ตาม
เขาเดินไปข้างหลังห้องเลื่อนประตูกระจกใสออกช้าๆ แล้วไปหยุดยืนที่ระเบียงด้านนอก ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ในห้องของเธอข้างๆจึงชะโงกไปดูเมื่อนึกขึ้นได้ว่าห้องติดกัน
เขานึกหวั่นใจเหลือเกินว่าป่านนี้เธออาจจะกำลังนั่งร้องไห้กระซิกๆอยู่มุมใดของห้องส่วนเสียงกุกกักที่ได้ยินก็อาจจะเป็การระบายอารมณ์โกรธของเธอก็เป็ได้
โดมทองค่อยๆยื่นหน้าไปยังฝั่งด้านหลังห้องของหญิงสาวกวาดสายตาไปรอบห้องหลังผ้าม่านสีขาวบาง ก็เห็นเงารางๆของเธอกำลังเคลื่อนไหวไปมา
ร่างบางของเธอไม่ได้นั่งจับเจ่าอย่างที่เขาคิดกำลังเดินไปเดินมาวนจนแทบจะรอบห้อง มือไม้ของเธอก็ลูบขึ้นลงที่ใบหน้าอยู่อย่างนั้นทำไมท่าทางที่เธอควรจะโกรธกลับไม่ปรากฏบนใบหน้าเธอเลยสักนิด...เมื่อจังหวะที่เธอเดินผ่านมายังช่องที่ผ้าม่านปิดไว้ไม่ถึงเขาเห็นชัดเจนว่าใบหน้าเธอกำลังเปื้อนยิ้มต่างหาก
น้ำตาที่ทำท่าจะร่วงเผาะเมื่อครู่ก็ไม่มีสักนิดเดียวกลับมีแต้มรอยยิ้มฉาบอิ่มเอมอยู่เป็ประกายทั่วใบหน้างามนั้นมาทดแทน
เขากลับเข้ามาในห้องด้วยความแปลกใจกับภาพที่เห็นเสียเหลือเกิน หรือว่าเธอก็แอบมีใจให้กับเขา...ถ้าเป็อย่างนั้นก็คงดีสินะ
โดมทองล้มตัวลงนอนบนเตียงยกแขนขึ้นไพล่หน้าผากครุ่นคิดถึงภาพอันเย้ายวน บนดวงหน้าแฉล้มของเธอเมื่อครู่ รอยปากอิ่มเอิบของเธอยามคลายจากการเม้มขบมันช่างน่าจุมพิตเหลือเกินชักอยากจะเป็เ้าเข้าเ้าของเข้าไปจับจองพื้นที่หัวใจเธอทั้งดวงเสียแล้วสิ
นอนนึกอย่างสุขใจไม่นานเสียงกรีดร้องของโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวเตียงก็ดังเป็จังหวะเต้นรำขัดอารมณ์ที่กำลังเคลิ้มทันที
“ฮัลโหล...ว่าไงวะคุณเปรม”เขากรอกเสียงทักทายบุคคลที่โทรหาอย่างสนิทสนม
“ผมมีข่าวดีจะบอก...วันนี้คุณโดมว่างตอนไหน”เปรมรีบกล่าวสิ่งที่้าบอก
“ข่าวดีอะไรวะ...บอกทางโทรศัพท์ไม่ได้เหรอ”
“ข่าวดี...ผมบอกตอนนี้เลยก็ได้...แต่ที่ถามว่าว่างตอนไหนเพราะผมจะได้นัดคุณโดมออกมาคุยกับคนที่ทำให้มีข่าวดีน่ะสิครับ” เปรมพยายามจะสาธยาย
โดมทองยังคงนิ่วหน้ากับคำอธิบายซึ่งฟังแปร่งประหลาด“คุณเปรมมีข่าวดีอะไรก็พูดมาเลยครับ...ส่วนอยากนัดผมตอนไหนก็สะดวกทั้งนั้น...คนกำลังตกงานอยู่”
“เื่งานนั่นแหละครับ...ที่เป็ข่าวดี”
แค่ได้ฟังว่าข่าวดีเป็เื่งาน...โดมทองก็ออกอาการกระตือรือร้นอยากจะฟังรายละเอียดเพิ่มเติม“งานอะไรวะ”
“ถ่ายแบบไง...งานที่นายถนัดเลย...แต่ว่า...”คนพูดทำเสียงอึกอักเล็กน้อย
“มีต่งมีแต่อะไร...พูดมาให้หมดเล่นพูดกั๊กๆอย่างงี้...ผมหงุดหงิดนะครับเนี่ย”คนฟังเริ่มขมวดคิ้วมุ่นเป็วง
“โอเคครับ...ผมพูดตรงๆก็ได้ งานถ่ายแบบเซ็กซี่ครับ ลงนิตยสารดังเลยนะครับ แถมยังได้ถ่ายกับนางแบบหน้าใหม่ที่กำลังฮอตตอนนี้เลยครับเพียงแต่ว่างานนี้อาจจะต้องมีถอดแล้วถ่ายวับๆแวมๆหน่อย แบบชุดว่ายน้ำอ่ะครับ” คนเล่าหยุดฟังการโต้ตอบจากปลายสาย
“โป๊มั้ยวะ” คำถามนี้กว่าจะหลุดออกจากปากหลังจากใช้ความคิดในการตัดสินใจอยู่นาน
“เื่คอนเซปต์...ผมว่าคุณโดมต้องมาคุยกับเ้าของหนังสือแล้วก็คนติดต่อหางานให้จะดีกว่าไหมครับผมไม่สามารถให้คำตอบกับคุณโดมได้”
“แล้วใครเป็คนหางานให้ผมล่ะ ผมไม่มีผู้จัดการนี่ครับ อีกอย่างทำไมเขาถึงติดต่อผ่านทางเปรมล่ะ...ไม่ติดต่อผมโดยตรง” โดมทองยังคงสงสัย
“ก็เพราะคุณโดมไม่มีผู้จัดการดูแลคิวให้นี่แหละครับ...งานถึงไม่ค่อยเข้าคนที่เขาหางานให้คุณโดม เขาก็เลยเสนอจะเป็ผู้จัดการส่วนตัวให้คุณโดมด้วย ส่วนที่เขาติดต่อผ่านทางผมก็เพราะว่าผมตัดสินใจเซ็นสัญญาให้พี่เขาดูแลงานให้ผมเรียบร้อยแล้วครับ”
เขาพอจะปะติดปะต่อเื่ราวบางส่วนได้บ้างแล้วแต่ก็ยังไม่วายถามต่อ “แล้วคนที่เขาเสนอตัวจะมาเป็ผู้จัดการของผมเขาเป็ใครครับ”
“ชื่อวัลยาครับ...ผมเรียกว่าพี่หว่าหวา”
///////////////////////////////////////จบตอนที่ 6
2 ส่วนหนึ่งจากบทนำเื่ แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ โดยร่มแก้ว พิมพ์คำสำนักพิมพ์