WHO ARE YOU
อาณาจักรซอท (Søt) ประกอบด้วย 4 เมือง ได้แก่ คาท (katt) ดามา (Dama) ยอร์ท (hjort) และคานิน (kanin) โดยมีเมืองยอร์ทเป็เมืองหลวงปกครองโดยคิงอาเทอร์และควีนเฮเลน ทั้งสองมีพระธิดาเพียงองค์เดียว คือ เ้าหญิงอลิสเบธ นอกจากเ้าหญิงแล้ว ยังมีบุตรชายอีกองค์ที่เกิดจากพระสนม คือ ดยุคเออร์กี้ที่รับตำแหน่งผู้นำเมืองดามา ซึ่งเป็เมืองที่มีความเข้มแข็งทางทหารอย่างมาก ทั้งสองเมืองมีอาณาเขตเชื่อมต่อกันตรงกลางของแผนที่ ตัดขาดการเชื่อมต่อของเมืองคาทและคานิน
โดยเมืองคานิน เป็เมืองทางตอนใต้ที่มีกลิ่นอายของเมืองเวนิส มีลำน้ำผ่านกลาง มีการเดินทางด้วยน้ำเชื่อมต่อกับทะเลสาบและทะเล ถือเป็เมืองการค้าที่ร่ำรวย มีผู้นำคือดยุคอาวเฟรตและดัชเชสมารี มีบุตรีเพียงคนเดียว คือ เลดี้ไอรีน
ส่วนเมืองคาท เป็เมืองทางตอนเหนือขึ้นชื่อเื่วิทยาการทางการแพทย์และเวทมนตร์ ปกครองโดยดยุคสโนวคราว มีบุตรธิดา 2 คน คือ ลอร์ดอดัม และเลดี้เอวา
การเป็ผู้ปกครองเมืองที่ห่างไกลและหนาวเหน็บ ในฐานะตระกูลผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักร ดูก็รู้ว่าเกิดจากความกลัวเกรงในพลังอำนาจอันค่ามากกว่ากำลังทหารและเงินทอง ตระกูลเพิร์ลเป็ตระกูลที่สืบเชื้อสายอันศักดิ์สิทธิ์จากเทพเ้า ทุกคนในตระกูลล้วนมีมานาแหล่งกำเนิดของพลังเวทย์ อีกทั้งยังมีวิทยาการทางด้านการปรุงยาทุกรูปแบบ ไม่แปลกที่อีกสามตระกูลจะเกรงกลัวในพลังอำนาจนี้ ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลที่ตั้งตนคุมอำนาจทั้งอาณาจักรไว้ในกำมือ การกีดกันตระกูลเพิร์ลให้อยู่ห่างไกลจึงเป็เื่ที่ทั้งสามตระกูลพึงกระทำ
ต่อมาคิงองค์ก่อนคิดจะรวมอำนาจทั้ง 4 ตระกูลเป็หนึ่งเดียว ทรงมีบัญชาให้เลดี้อิงกริดจากตระกูลที่มีอำนาจทางทหารอย่างดามาแต่งงานกับลูกชายของตนอย่างคิงอาเทอร์ โชคยังดีที่อีกทั้ง 2 ตระกูลให้กำเนิดบุตรชายการรวมอำนาจครั้งนี้จึงทำได้เพียง 2 ตระกูลเท่านั้น เวลาผ่านไปคิงองค์ก่อนก็ยังไม่เลิกล้มแผนรวมอำนาจจึงตกลงกับทั้งสองตระกูลว่าจะให้ท่านพี่อดัมหมั้นหมายกับเ้าหญิงอลิสเบธและส่งหลานชายของตัวเองอย่างดยุคเออร์กี้ขึ้นปกครองเมืองดามา พร้อมทั้งหมั้นหมายกับเลดี้ไอรีแห่งคานิน
โชคดีที่ข้าไม่ได้ตกเป็เป้าหมายของการรวมอำนาจครั้งนี้ จึงได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ต้องถูกจับคู่ให้หมั้นหมายกับใคร ดังนั้นการออกเดินทางไปยังดินแดนอื่น ๆ เพื่อศึกษาการใช้พลังเวทและค้นหาวิทยาการใหม่ ๆ อยู่เสมอ ถึงแม้ท่านพ่อและท่านพี่จะไม่เห็นด้วยกับการเดินทางเท่าที่ควรแต่ก็ไม่เคยขัดขวาง
ข้าเดินทางไปมาท่องเที่ยวไปทั่วอาณาจักรซอทและอาณาจักรใกล้เคียง โดยใช้เวทมนตร์ปกปิดมิให้มีผู้ใดจำได้นอกจากคนในตระกูลเพิร์ล แม้รูปร่างหน้าตาจะไม่ต่างจากเดิม แต่จะไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็ใคร ข้าจึงสามารถไปได้ทุกหนแห่งที่ข้าอยากไปโดยมีผ้าปิดบังใบหน้าเล็กน้อยเผื่อพบเจอผู้มีมานาจากดินแดนอื่น
วันหนึ่งข้าได้ไปท่องเที่ยวในเมืองคานิน เมืองแห่งทะเลที่แสนสวยงามระยิบระยับตัดกับขอบฟ้าสีสดใส ที่ที่คาทไม่มีทางมี ข้าชอบมาพายเรือเล่นแถวท่าเรือที่มีผู้คนและข้าวของมากมาย วิทยาการใหม่ ๆ มักเกิดขึ้นได้จากข้าวของเหล่านี้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีข่าวว่ามีสำเภาจากโพ้นทะเลแล่นเข้ามา ข้ามักจะมาหาซื้อข้าวของเ่าั้เสมอ
วันนี้ก็เช่นเคย ข้ามาหาซื้อข้าวของที่มาจากเมืองแผ่นดินใหญ่ของอีกซีกโลก เพียงแต่วันนี้ไม่เป็เช่นทุกวัน จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงผมแดงร่วงลงมา ข้ารีบพายเรือเข้าไปรับแบบไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงคนตัวเล็กร้องโอดโอย เพียงได้เห็นหน้าก็จำได้ทันทีเลยว่าเป็เลดี้ไอรีนแห่งคานิน เด็กน้อยบ้าอำนาจที่ชอบกลั่นแกล้งคนอื่น ๆ ไปทั่ว ไม่เว้นแม้กระทั่งข้าเองก็ยังเคยเผชิญกับความร้ายกาจของนางจนเกือบเอาตัวไม่รอด
นางเอ่ยทักทายอย่างเป็มิตร ไม่หลงเหลือความร้ายกาจดั่งเช่นที่เคยเจอตอนในอดีต แถมยังมีท่าทีกลัวเกรงข้าอย่างเห็นได้ชัดจนทำท่าทางเหมือนจะปีนสะพานที่ทั้งสูงทั้งชันขึ้นไป้า ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่าลำพังตัวนางเองก็ไม่สามารถปีนขึ้นไปได้แท้ ๆ แต่กลับไม่ร้องขอให้ช่วยเลยแม้แต่น้อย หากเป็แต่ก่อนคงอวดอ้างบารมีพ่อนางบังคับให้พาไปส่งที่ปราสาทแล้วแท้ ๆ หรือเพราะว่าไม่มีใครมาด้วยจึงไม่กล้าเกเรกันแน่
หลังจากเห็นนางพยายามปีนสักพักก็อดสงสารไม่ได้ต้องพาไปส่งใกล้ ๆ กับปราสาทของนางจนได้ ระหว่างทางก็นางก็พยายามชวนคุยสารพัด แต่หลังจากรู้ว่าไม่เป็ผลก็หันเหไปสนใจอย่างอื่นแทนจนถึงป่าริมปราสาทก็ให้นางลง แต่นางก็คงไม่รู้ว่าข้าคือใครเพราะมนต์ที่ใช้อยู่ทั้งยังมีผ้าที่ปิดหน้าอยู่อีก และข้าก็หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกเร็ว ๆ นี้แน่ ชักอยากจะเห็นสีหน้านางตอนรู้ว่าข้าเป็ใครไม่ไหวแล้ว
ข้าไม่ได้บอกกล่าวครอบครัวว่าจะกลับมา ดังนั้นจึงเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วดินแดน พอเที่ยวจนเบื่อก็กลับไปหาเพื่อนเก่าอย่างอลิส หรือ เ้าหญิงอลิสเบธ ถึงครอบครัวของอลิสจะร้ายกาจ แต่นางเป็เพียงคนเดียวในตระกูลก็ว่าได้ที่สามารถไว้ใจได้ อลิสมีมานาซึ่งพรจากเทพเ้าที่ไม่มีใครล่วงรู้ เราอายุเท่ากันจึงสนิทกันมาั้แ่เด็ก และยังแอบออกไปเที่ยวในดินแดนอื่นด้วยกันอยู่หลายครั้งโดยที่ไม่มีใครรู้
“นึกว่าเ้าจะลืมข้าเสียแล้ว”
“สมแล้วที่เป็เ้านะอลิส”
“ก็เ้าเล่นใช้มุกเดิม ๆ ทุกครั้งที่มาหาข้า ไม่รู้ซิแปลก”
“ปลอมตัวเป็สาวใช้มันง่ายดีนี่”
“จะเดินเข้ามาในฐานะเลดี้เอวาแห่งคาทก็ได้ ใครจะกล้าว่าล่ะ”
“ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากให้ท่านพ่อกับท่านพี่รู้”
“เ้าเป็เด็กเล็ก ๆ ที่หนีออกจากบ้านรึไง”
“เ้าก็รู้นี่ว่า ว่าที่สามีเ้าดุเพียงใด หากรู้ว่าข้าอยู่นี่คงรีบมาตามตัวกลับ เ้าก็ระวังไว้เถอะแต่งกันไป คงโดนขังให้อยู่แต่ในกรงทองเช่นนี้ ข้าไม่อยู่เป็เพื่อนเ้าหรอกนะ”
“ข้ายังไม่คิดจะแต่งงานตอนนี้หรอก แต่เ้าต้องมางานเดบูตองต์ของข้าให้ได้ ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะได้เข้ามาที่นี่ได้อีก”
“เอาแต่ใจสมกับเป็เ้าหญิงดีนี่ ก็ได้ข้าจะไป แต่ต้องมีข้อแม้หนึ่งอย่าง”
ณ งานเดบูตองต์ ของเ้าหญิงอลิสเบธ
“เอวา เ้าคิดจะไปงานของข้าสภาพนี้จริงเหรอ” ว่าพลางมองเงาสะท้อนของเอวาอย่ากระจกบานใหญ่ ในชุดของหญิงรับใช้ในงานเลี้ยงพร้อมทั้งมีหน้ากากแบบเรียบสีดำถืออยู่ในมือ
“ข้าก็ไปงานเ้าแล้วนี่ไง”
“เ้าบอกให้จัดเป็งานเต้นรำใส่หน้ากากก็จริง แต่อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยปลอมตัวเป็เลดี้ไม่ได้เหรอ ไม่จำเป็ต้องแต่งตัวเป็สาวใช้เลยนี่”
“เป็สาวใช้เนี่ยะแหละดี ข้าหลบหน้าท่านพี่กับคนที่มาจากคาทง่ายดี”
“เ้านี่มัน....”
“เอาน่า อย่างน้อยข้าก็มาแล้วนี่ไง เข้างานได้แล้ว ป่านนี้ท่านพ่อเ้ากับท่านพี่ข้ารอแย่แล้วมั้ง”
หลังจากเข้ามาในงานข้าก็หลบมาประจำตรงเครื่องดื่ม เื่ถนัดที่สุดของชาวคาทคือปรุงยา ดังนั้นการปรุงแต่งสุราก็ไม่ใช่เื่ยาก หลังจากทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ไม่นานก็สังเกตเห็นคนที่เหมือนจะคุ้นเคย เด็กผู้หญิงผมแดง ดวงตาสีเหลืองอำพันที่เด่นชัดภายใต้หน้ากากกับชุดสีเหลืองสดใส ที่ขัดกับใบหน้าอันเศร้าสร้อยประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบก็ไม่ปาน
เด็กน้อยเดินหยิบโน่นนี่เข้าปากแบบไม่ระวังตัว หลังจากได้ของกินเข้าไปสีหน้าเศร้าสร้อยก็แปลเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มมีความสุขทันที ‘เอวาลอบยิ้มกับการกระทำของเด็กตรงหน้าที่ทำท่าทางมีความสุขเหลือเกินกับสิ่งที่หยิบเข้าปากอยู่’
เมื่อเห็นดังนั้นเอวาจึงผสมเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ถึงแม้จะมีสุราผสมแต่รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นและรสสุราที่ผสมอยู่ได้ หลังจากนั้นก็ใช้เวทมนตร์ซ่อนสิ่งที่ผสมนั้นกับคนอื่น ๆ แล้วจึงเดินเอาสิ่งที่ได้ไปให้เด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า
ไอรีนไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะคว้าแก้วนั้นขึ้นดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนหมดถาด จากนั้นเ้าตัวก็เดินตามเอวามาตรงจุดวางเครื่องดื่มที่ค่อนข้างห่างจากผู้คนด้วยสีหน้าที่แดงก่ำอย่างว่าง่าย
หลังจากนั้นก็เริ่มพูดคุยกับสาวใช้ตรงจุดเครื่องดื่มด้วยความร่าเริงสดใสแต่แววตานั้นแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อย และแฝงด้วยคำพูดเชิงตัดพ้อว่าเหงาและไม่มีใครคุยด้วย
ด้วยความอยากแกล้งเอวาจึงลวงหลอกเด็กน้อยว่าชื่ออีฟ เป็เพียงสาวใช้คนหนึ่งในพระราชวังแห่งนี้ พร้อมทั้งนึกสนุกแกล้งใช้คำพูดล่อลวงเด็กให้ตามตนไปที่อื่น อย่างทีเล่นทีจริงเพราะรู้อยู่แล้วว่าตนเป็เพียงสาวใช้ต่ำต้อย อีกทั้งยังเป็คนแปลกหน้า คงไม่มีใครที่ไหนกล้าตามไปด้วย แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเป็ความแปลกใจเมื่อได้ยินคำตอบของเด็กน้อยตรงหน้า
“อื้อ!! ไปซิ”
จากนั้นไม่นานรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย พร้อมทั้งผายมือให้เลดี้ตัวน้อยที่พร้อมเดินตามมาอย่างว่าง่าย
“แล้วเ้าจะเสียใจกับการกระทำครั้งนี้” เอวาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเดินนำเลดี้ตัวน้อยไป
TALK : เอวานี่เธอเป็นางเอกจริง ๆ ใช่มั้ยยย
ไรท์มาแล้วค่ะรีดที่น่ารักทุกคน มาอ่านในมุมมองของเอวากันบ้างงงง เอวาจะทำอะไรน้องน้าาาา
ไรท์จะมาอัพตอนใหม่วันอาทิตย์นี้นะคะ อย่าพึ่งเทไรท์กันน้าาาาาาาาา