“น้ำรีบ ๆ ร้อนหน่อยซิ เพิ่งฝังไปยังไม่ถึงก้านธูปแน่ ๆ ตัวยังอุ่น ๆ อยู่เลย!”
“ซู้ด∼ หิวมาหลายวัน ในที่สุดวันนี้ข้าก็จะได้ลิ้มรสเนื้อเสียที!”
“พวกเ้าเสียสติไปแล้วรึ! จะกินเนื้อคนประทังชีวิตเนี่ยนะ! เลิกคิดอะไรบ้า ๆ ซะ!”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า มีสาวงามมาถวายตัวเป็เสบียงอาหารเช่นนี้ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติเนื้อสาวสวย ๆ จะเป็เช่นไร!”
“เฮ้อ∼ จะว่าไปรูปร่างหน้าตาของนางไม่เลวเลยนะ… หรือว่าพวกเราฉวยโอกาสตอนที่ร่างนางยังอุ่น ๆ มาทำอะไรสนุก ๆ กันดีกว่าไหม?”
“ฮี่ ๆ ๆ…”
…
วาจาสถุนต่ำตมของชายกลุ่มนี้ หลานจิ่วได้ยินถึงกับคิ้วขมวดแน่นด้วยความไม่พอใจ
คนพวกนี้เป็ใครกัน?
ระหว่างที่กำลังคิดหญิงสาวก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีคนกำลังฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางออก ด้วยการถูกจู่โจมอย่างกะทันหันจึงตอบสนองกลับไปโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นในทันใด คว้ามือที่เป็ภัยคุกคามให้หยุดการกระทำทันท่วงที
“ผะ ผะ ผีหลอก! อ๊ากกกกก!!!”
หลังจากเสียงกรีดร้องของชายถ่อยผู้นั้น นิ้วมือนิ้วหนึ่งก็ตกลงบนพื้น
ชายสองคนที่นั่งหันหลังเขี่ยกองไฟอยู่ได้ยินเสียงกรีดร้องของสหายจึงรีบหันมาเอ็ด “โอ๊ย! เ้าอยากสนุกก็สนุกไปสิ จะแหกปากหา…”
คนที่หันมายังต่อว่าไม่ทันจบก็ต้องใจนหงายหลังไปกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องภาพเหลือเชื่อตรงหน้า ปากสั่นเทาพูดตะกุกตะกักด้วยความใ “ผะ ผะ ผะ ผีหลอก!!”
ชายอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ แม้ไม่ได้เปล่งเสียงใดออกมา แต่ก็มีสภาพขวัญผวาไม่ต่างกัน ของเหลวสีเหลืองใสไหลรดกางเกงจนชุ่ม ตามมาด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยออกมา
“พูดสิ พูดต่อสิ”
หลานจิ่วจับจ้องสามชายโฉดเขม็ง ั์ตาเผยจิตสังหารออกมา
“ยะ อย่า อย่าเข้ามานะ!”
ชายทั้งสามมองสตรีที่ควรจะไร้ลมหายใจไปแล้วด้วยความหวาดกลัว เสียงกรีดร้องดังก้องออกไปนอกถ้ำ
“อ๊ากกกกก…”
“ม่ายยยยย…”
“ปล่อยข้าาาา…”
.
ผ่านไปครู่ใหญ่…
หลานจิ่วถือห่อผ้าขาด ๆ เดินออกมาจากถ้ำ เปลวไฟด้านหลังลุกโชนกว้างขึ้น
พวกสารเลวแบบนี้สมควรเผาทิ้งให้สิ้นซาก!
ตอนนี้หญิงสาวเข้าใจต้นสายปลายเหตุของเื่ราวอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว…
…‘หลานจิ่ว’ ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงชาวนานามว่า ‘เหอจิ่วเหนียง’ และเมื่อครู่ชายสามคนนั้นขุดศพของเหอจิ่วเหนียงออกมาจากหลุมเพื่อจะใช้เนื้อของนางบรรเทาความหิว ระหว่างนั้นพวกเขาเห็นว่านางรูปร่างหน้าตาดี จึงเกิดความคิดกักขฬะขึ้น
และนับจากนี้ไป หลานจิ่วก็คือ — ‘เหอจิ่วเหนียง’...
เมื่อมองไปเบื้องหน้า …ความแห้งแล้งทอดยาวสุดสายตา ดอกไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉายืนต้นตาย
ความแร้นแค้นที่เกิดขึ้นตลอดสามปีได้พลัดพรากสิ่งมีชีวิตไปจากโลกนี้แล้วนับไม่ถ้วน หลังจากที่ครอบครัวของเ้าของร่างเดิมใช้เสบียงที่กักตุนไว้ทั้งชีวิตจนหมด จึงจำใจต้องอพยพเพื่อหลีกหนีความตาย และบนเส้นทางอันยากลำบาก เ้าของร่างเดิมจึงยอมอดเพื่อให้ลูกน้อยที่กำพร้าพ่อได้อิ่มท้อง…จึงเป็บทสรุปให้นางต้องทิ้งชีวิตไว้ระหว่างทาง
เหอจิ่วเหนียงหลุบตาลง… เ้าของร่างเดิมช่างน่าสงสารยิ่งนัก
อาจเป็เพราะจิตใต้สำนึกของเ้าของร่างเดิมฝังแน่นเกินไป อาการเจ็บป่วยและท่าทางอ่อนแอชวนปวดใจของบุตรชายจึงฉายขึ้นในหัวของนางบ่อย ๆ
และนางััได้ว่า เ้าของร่างเดิม้าให้นางตามหาเด็กชายคนนั้น
“เฮ้อ…” หญิงสาวผู้ทะลุมิติถอนหายใจออกมา “แห้งแล้งขนาดนี้ ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะเอาชีวิตรอดหรือไม่ แล้วจะดูแลลูกของเ้าได้อย่างไรกัน”
จะว่าไปแล้วหลานจิ่วเองก็เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเช่นกัน ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตและได้โอกาสทะลุมิติมา แต่เมื่อลืมตาตื่นกลับพบว่าตัวเองมายังสถานที่รกร้างเช่นนี้อีก
แม้จะมีความสามารถรอบด้านและเยี่ยมยอด แต่นางก็มิอาจเปลี่ยนแปลงธรรมชาติได้
ไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหน หากขาดข้าวสารตกถึงท้องชีวิตก็มิอาจทำการใดได้สำเร็จ
ในขณะที่คิดเช่นนั้น…
ข้าวสารกระสอบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าคนใจลอย!
ข้าวสารขาวเม็ดยาวสวย ส่องระยับจับตาเป็พิเศษเมื่อกระทบแสงแดด
เหอจิ่วเหนียงใช้มือช้อนสิ่งที่อยู่ในถุงออกมาดูด้วยความใ เมื่อตรวจสอบจนมั่นใจว่าสิ่งที่วาบขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่คือข้าวสาร นางจึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
แค่คิดในหัวว่าไม่มีข้าวสาร ์ก็เมตตาส่งข้าวสารให้นางทันที!?
แล้วถ้านางอยากได้น้ำด้วยล่ะ!
ทันใดนั้นน้ำแร่ถังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างถุงข้าวสาร!
ถังน้ำใบนี้เป็ถังน้ำของยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังใหม่เอี่ยม
เหอจิ่วเหนียงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
หรือว่านี่คือนิ้วทองคำที่ทะลุมิติมาด้วย?
มีของเล่นเช่นนี้อยู่ อย่าว่าแต่ช่วยเ้าของร่างเดิมเลี้ยงลูกเลย ต่อให้เลี้ยงดูคนทั้งใต้หล้าก็ไม่ใช่ปัญหา!
เหอจิ่วเหนียงนึกถึงพร์และความสามารถของตัวเอกในนิยายหลายเื่ที่เคยอ่านในโลกก่อนจึงลองทำตาม …นางหลับตาลง ใช้ความคิดเป็ตัวควบคุม… และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตนเองมาอยู่อีกที่หนึ่งแล้ว
เบื้องหน้าคืออุโมงค์ดำมืดอันเคว้งคว้างไร้ขอบเขต มีสิ่งของมากมายลอยอยู่ภายในหลุมดำขนาดั์นี้
เหอจิ่วเหนียงลองยื่นมือข้างหนึ่งออกไปก็สามารถคว้าของที่ลอยอยู่มาได้อย่างง่ายดาย
“เกี๊ยวน้ำชามหนึ่ง” นางลองใช้วิธีเอ่ยปากขอ
ทันใดนั้นเกี๊ยวน้ำร้อน ๆ หนึ่งชามก็ปรากฏขึ้นในมือ
สตรีผู้ได้ของเล่นใหม่ตื่นเต้นอย่างมาก นางกินมื้อนี้จนอิ่มอย่างเปรมปรีดิ์ จากนั้นหาที่เหมาะ ๆ เพื่อเตรียมความพร้อม แล้วสะพายห่อผ้าขาดออกเดินทางตามหา ‘บุตรชาย’
แม้ในชาติก่อนหลานจิ่วยังมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ หลายสิ่งที่นึกย้อนไปแล้วล้วนกลายเป็ความเสียใจที่ไม่อาจจางหายไปได้เลย
แต่ตอนนี้เธออยู่ในร่างของคนอื่น สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือช่วยเหลือครอบครัวของเ้าของร่างก่อน
ต้องมีชีวิตต่อไป ถึงจะมีจิตใจคิดเื่อื่น
.
เหอจิ่วเหนียงเค้นภาพในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเกี่ยวกับคนในครอบครัว เ้าของร่างเดิมเป็หญิงม่าย สามีออกไปเป็หน่วยรบแนวหน้าเมื่อสามปีก่อนแล้วจนถึงตอนนี้ก็ไม่หวนกลับมา ชาวบ้านต่างบอกว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว คนตระกูลลู่แสดงท่าทีต่อต้าน แต่สุดท้ายภายในใจก็ค่อย ๆ ยอมรับ
ตระกูลลู่ไม่ได้แยกครอบครัวกันอยู่ เ้าของร่างเดิมและบุตรชายยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่สามีและครอบครัวพี่ชายทั้งสองของสามีเหมือนเดิม
หลังจากที่เ้าของร่างเดิมสิ้นใจ ครอบครัวนางก็ขุดหลุมฝังอย่างเรียบง่ายแล้วรีบเดินทางต่อ
การที่คนในครอบครัวตายจากย่อมเป็เื่เศร้าโศก แต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไปไม่ใช่หรือ
โชคดีที่พ่อแม่สามี พี่ชาย และพี่สะใภ้เป็คนดี แม้่หลายปีที่ผ่านมานี้เ้าของร่างเดิมจะประสบกับความยากลำบาก ก็ไม่ถึงกับใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้
----------
อีกด้านหนึ่ง
ครอบครัวแซ่ลู่ผู้ลี้ภัยเพิ่งเจอบ้านร้างหลังหนึ่งจึงหยุดพักผ่อนกันที่นี่
เด็กน้อยวัยสองขวบกว่าอยู่ในอาการสลบไสล ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก สีหน้าเหลืองราวกับขมิ้น อีกทั้งยังมีไข้สูง ในตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมแขนของนางซุนผู้เป็ย่า
“นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วยังไม่มีท่าทีจะฟื้นเลย ์ ท่าน้าพรากดวงใจของหญิงแก่อย่างข้าไปอีกอย่างนั้นหรือ!”
นางซุนยกมือปาดน้ำตา ก่อนจะกอดเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยความปวดใจ จากนั้นเรียกนางหยู ลูกสะใภ้คนโตแล้วเอ่ยถาม “พวกเรายังมีน้ำเหลืออีกหรือไม่?”
นางหยูส่ายหน้าอย่างทดท้อ “หมดไปั้แ่ตอนเช้าแล้วเ้าค่ะ”
ขณะที่กล่าวนางหยูก็มองเด็กน้อยในอ้อมแขนของแม่สามีไปด้วย ก่อนจะถอนหายใจออกมา “โก่วเอ๋อร์เด็กคนนี้รู้ความั้แ่เด็กจริง ๆ ถึงแม้ยังไม่ฟื้นแต่ก็รู้ว่าแม่ของตัวเองจากโลกนี้ไปแล้ว หรือว่า…”
เอ่ยได้เพียงเท่านั้นสะใภ้คนโตก็นึกขึ้นได้ว่าตนพูดจาเพลี่ยงพล้ำไปจึงรีบยกมือปิดปาก
นางซุนจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “ปากอัปมงคล! โก่วเอ๋อร์หลานข้าต้องไม่เป็อะไร!”
โก่วเอ๋อร์เป็เืเนื้อเชื้อไขของบุตรชายผู้สาบสูญ บิดาโก่วเอ๋อร์ไม่อยู่ั้แ่เ้าตัวน้อยยังไม่ออกมาลืมตาดูโลก พอเกิดมาร่างกายก็อ่อนแอเจ็บป่วยง่าย ผู้เป็ย่าจึงตั้งใจตั้งชื่อเล่นให้เขาเป็พิเศษ เพื่อหวังให้เด็กคนนี้มีชีวิตที่ดี สุดท้าย์ช่างเล่นตลก มารดาเพิ่งจะลาโลกไปเมื่อคืน ตอนนี้ตัวเองก็ป่วยหนักไร้ทางรักษา จะฟื้นหรือตายก็ยังไม่รู้ นางซุนจึงรักและหวงแหนหลานชายคนนี้อย่างสุดหัวใจ
“ข้าไม่ดีเองเ้าค่ะที่ปากพล่อย ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะเ้าคะ โก่วเอ๋อร์จะต้องหายแน่นอน น้องสามกับน้องสะใภ้สามรักลูกของพวกเขามาก สองคนนั้นจะต้องคุ้มครองเขาเ้าค่ะ!”
นางหยูปลอบใจหญิงชรา เมื่อเห็นว่าแม่สามีอายุมากแล้ว บวกกับสีหน้าไม่ค่อยดีนัก จึงจะอาสาช่วยอุ้มหลาน แต่กลับถูกนางซุนปฏิเสธ
แม้ปากจะกล่าวโทษ แต่ในใจนางซุนเองก็รู้ดี… บนเส้นทางหฤโหดเช่นนี้แม้แต่คนวัยหนุ่มสาวมีพละกำลังก็อาจทนได้อีกไม่กี่วัน นับประสาอะไรกับเด็กน้อยร่างกายอ่อนแอเช่นนี้
ใน่เวลาที่เหลือไม่มาก หญิงชราก็แค่อยากจะกอดหลานดวงอาภัพผู้นี้ให้นานที่สุด และหวังให้เขามีชีวิตอยู่ต่อตราบนานเท่านาน
“ท่านแม่…”
ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุดลใจอะไร จู่ๆ เด็กน้อยที่สลบไสลไปหลายวันก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น นิ้วมือป้อม ๆ ชี้อย่างอ่อนแรง “ท่านแม่กลับมาแล้ว…”
.
.
.