เมื่อนางทั้งสองลงไปยังลานประลองเสียงบริเวณรอบๆต่างเงียบโดยฉับพลันไม่มีแม้แต่เสียงกระแอมไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจดั่งคล้าย ณ สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลยทุกสายตาจับจ้องไปยังลานประลองคล้ายกับกำลังจ้องมองนางฟ้านาง์
"เริ่มประลอง!!!" หลี่ต๋าะโขึ้นเสียงดัง เสียงของหลี่ต๋าเหมือนทัณฑ์์ล่วงหล่นกระแทกหัวทุกคนกลับคืนสติ เจียวเหมย ใบหน้าสะคราญโฉมไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตาหรือแม้แต่พลังยุทธ์นับว่ามีน้อยมากในเมืองแห่งนี้ที่สามารถประชันึความงานและฝีมือกับนางได้ ส่วนทาง ไป๋หลงเสวี่ยเองความงดงามของนางไม่ได้ด้อยไปกว่าเจียวเหมยเลยแม้แต่น้อย ริมฝีบางอวบอิ่มสีชมพูใบหน้าของนางนั้นไม่ว่าจะเป็ดวงตาหรือจมูกถูก์สร้างมาได้อย่างไร้ที่ติ
"โอ้โหแม่เ้าโว๊ย"
"ข้าคนทนดูไม่ได้จริงๆที่ต้องเห็นนางฟ้าทั้งสองต้องมาตบตีกันเอง"
"ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะข้าก็ไม่เสียใจ"
"อึก!!"
บุรุษต่างส่งเสียงออกมาอย่างน่าเสียดายเพราะสตรีที่งดงามที่สุดทั้งสองกำลังต้องปะมือกันบางคนก็ไม่อยากเห็นทั้งสองต้องทำเช่นนี้แต่บางคนก็รอชมการปะมือของทั้งสองแต่เสียงกลืนน้ำลายในตอนท้ายนี้กลับดังขึ้นพร้อมเพียงกันนั่นก็คือ!!!!
"ถ้าต้องตายแล้วเกิดใหม่อีกกี่ชาติถึงจะได้มันทั้งคู่?" ผู้คนต่างอุทานขึ้นมาเป็เสียงเดียวกัน หน้าอกอันมหึมาสองคู่ตั้งชูชันอยู่กลางลานประลองท่ามกลางสายตาของผู้คน
"ไม่ได้พบกันนานเ้าดูเ้าสบายดี?" เจียวเหมย นางเอ่ยปากพูดขึ้น "เ้าก็ด้วย" ไปหลงเสวี่ยนายกลับตอบมาด้วยคำสั้นๆไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกนางทั้งสองเคยพบเจอกันมาก่อน "ท่านป้ากับท่านลุงสบายดี?" ไปหลงเสวี่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ทั้งสองคนสบายดีข้าเคยคิดจะกลับไปเยี่ยมเยียนเ้าอยู่แต่มีเื่ราวบางอย่างเกิดขึ้นมาเสียก่อน"
"พวกเ้าทั้งสองเริ่มประลองได้แล้ว" หลี่ต๋า ะโขึ้นอีกครั้งเพราะทั้งสองคนนิ่งเฉยกันมานาน
เจียวเหมยนางปลายตามองไปยังหลี่ต๋าครานึงจากนั้นก็หันกลับมา "ดูเหมือนที่นี่จะไม่เหมาะให้เราสองคนได้เสวนากันเสียเท่าไหร่ เช่นนั้นเรามาย้อนความหลังกันเสียหน่อย" หลังสิ้นเสียง เจียวเหมยเรียกกระบี่ยาวสีเงินออกมา ไป๋หลงเสวี่ยก็เรียกอาวุธของนางขึ้นมาเช่นกันเป็กระบี่หยกสีขาวมีไอพลังเหมันต์แผ่ออกมาจากตัวกระบี่เล็กน้อย
"กระบี่หยกน้ำแข็งเ้าสามารถใช้มันได้?" สีหน้าตกตะลึงของเจียวเหมยที่ปนไปด้วยความยินดี "กระบี่หยกน้ำแข็ง" เจียวเหมยเองก็รู้ดีว่ามันเป็อาวุธระดับใดและอาวุธชิ้นนี้มันเลือกผู้ถือครองมากกว่าผู้ที่้าเลือกมันเสียอีก ไป๋หลงเสวี่ยพยักหน้าทีนึง เมื่อไป๋หลงเสวี่ยนางเรียกกระบี่ของนางออกมาอากาศโดยรอบพลันเปลี่ยนเป็หนาวสุดจับใจทันที
"รับมือ!!!" ควับ.... ไป๋หลงเสวี่ฟาดฟันออกไปหนึ่งกระบี่เป็แนวขวางหนึ่งครั้งบังเกิดน้ำแข็งแหลมคมขึ้นตามพื้นพุ่งตรงไปยังที่ๆเจียวเมยยืนอยู่ อเจียวเหมยนางที่เห็นแท่งน้ำแข็งค่อยๆผุดขึ้นมาจากพื้นพุ่งขึ้นมาจนใกล้จะถึงตน นางเร่งะโถอยหลังออกไปหลายสิบเมตรแต่แท่งน้ำแข็งก็ยังผุดขึ้นตามมา
"เปรี้ยงงง!!" เจียวเหมยนางฟาดฟันกระบี่เข้าปะทะกับแท่งน้ำแข็งนั้นบังเกิดเสียงดังสนั่นแท่งน้ำแข็งเ่าั้แตกกระจายกลายเป็เศษน้ำแข็งระยิบระยับขึ้นเต็มท้องฟ้าไอความหนาวเย็นกระจายออกไปพื้นที่โดยรอบ สงผลให้ทุกคนที่มีพลังปราณต่ำกว่าปราณนภานั่งตัวสั่นไปครู่หนึ่งแต่มันไม่ส่งผลอันใดกับจิ๋นเม่ยหลงเลยแม้แต่นิดเดียว
"แค่กระบี่เดียวไม่อาจตัดสินใครได้จริงๆ" จิ๋นเม่ยหลง พึมพำเสียงเบาสองตาจ้องไปยังลานประลอง
"ข้ารู้นี้ไม่ใช่พลังฝีมือทั้งหมดของเ้า! ไม่ต้องออมมือให้ข้าก็ได้" คำพูดของเจียวเหมยที่พูดออกมาส่งผลให้ ไป๋หลงเสวี่ยเผยรอยยิ้มเล็กๆออกมา
"โอ๊ยยยยยยยยยยยย"
"แม่นางรอยยิ้มของเ้ามันได้สังหารข้าลงไปแล้ว"
"แม่นางเหตุใดจึงทำเช่นนี้ เข้าทำให้ข้าไม่อาจนีกถึงสตรีนางอื่นนอกจากเ้าได้"
เสียงของผู้คนที่รับชมการประลองพูดขึ้นอีกครั้ง จิ๋นเม่ยหลง ที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ก็ยิ้มออกมาอย่างแหยงๆ
ไป๋หลงเสวี่ย นางยกกระบี่ขึ้นมาข้างหน้าตนเอง "ดาราเหมันต์" นางวาดกระบี่ออกเป็วงกลมปรากฏแท่งน้ำแข็งสุดแหลมคมนับร้อยแท่งอยู่ด้านหลัง "ลองรับกระบวนท่านี้ของข้าดู" หลังจากนางพูดจบแท่งน้ำแข็งนับร้อยก็พุ่งเข้าใส่เจียวเหมยทันที เจียวเหมยนางยกกระบี่ฟาดฟันออกไปเข้าปะทะกับแท่งน้ำแข็งอีกครั้ง
"ปุ้ง..ปุ้ง เปรี้ยง!" เสียงกระบี่ของเจียวเหมยเข้าปะทะกับแท่งน้ำแข็งของไป๋หลงเสวี่ย เจียวเหมยใบหน้าของนางมิได้สงบดั่งเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว แท่งน้ำแข็งที่ไป๋หลงเสวี่ยการโจมตีของมันรุนแรงเกินไปถ้าหากยังรับการโจมตีนี้ต่อไปคงจะไม่ดีเป็แน่ เจียวเหมย เริ่มที่จะหลบหลีกแทน เจียวเหมย ะโถอยหลังออกไปอีกหลายเมตรวิ่งหลบแท่งน้ำแข็งของไป๋หลงเสวี่ย
"กิ้ง..ตู้มม กิ้ง..ตู้มมม!!!" แท่งน้ำแข็งกระทบลงกับพื้นห่างจากเจียวเหมยไปแค่นิดเดียวแท่งน้ำแข็งที่กระทบกับพื้นนั้นแช่แข็งพื้นลานประลองทันทีและยังแผ่ขยายออกเล็กน้อยด้วย "ข้าคงจะต้องตอบโต้เ้ากลับไปบ้างสิ่นะ" หลังจากพูดจบ เจียวเหมยก็หยุดนิ่งมือข้างขวากำชับกระบี่นางหลับตาลงไปครั้งหนึ่ง พลังมหาศาลเริ่มที่จะแผ่ออกจากร่างกายของเจียวเหมย
พลังมหาศานี้ทำให้ไป๋หลงเสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ไม่นานก็กลับมาเป็ปกติ "เ้าแข็งแกร่งขึ้นมามากทำเอาข้าตกตะลึงไปไม่น้อย" ไป๋หลงเสวี่ยนางยกกระบี่ขึ้นอีกครั้งดวงตาของนางเปลี่ยนไปในทันที มันเป็ดวงตาที่เ็าใครที่จ้องไปในดวงตาของนางต้องสติหลุดเป็แน่
เจียวเหมย ค่อยๆลืมตาขึ้นมามุมปากเชิดขึ้น "นี้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น" พลังมหาศาลของเจียวเหมยก็ยังคงแผ่ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนคล้ายกับพลังนี้ไร้ขีดจำกัด "เ้าเองก็ลองรับกระบวนท่าของข้าดูบ้าง"
"ครืนนนน.." พลังมหาศาลถูกเจียวเหมยรวบรวมเอาไว้ที่กระบี่
"วูบบ" การเคลื่อนไหวของเจียวเหมยเพียงเสี้ยววินาทีก็อยู่ตรงหน้าของไป๋หลงเสวี่ยกระบี่ที่ประกอบไปด้วยพลังอันมหาศาลฟันเข้าใส่ไป๋หลงเสวี่ย ใบหน้าของไป๋หลงเสวี่ยไม่ได้แตกตื่นหรือใอันใดเพียงถอยหลังออกไปเล็กน้อย "กำแพงน้ำแข็ง" ชั้นกำแพงน้ำแข็งหลายสิบชั้นถูกไป๋หลงเสวี่ยสร้างขึ้นมาป้องกันการโจมตีของเจียวเหมย
"แกร๊กก.. แคร๊กก.." เสียงชั้นน้ำแข็งที่ไป๋หลงเสวี่ยใช้ขึ้นมารับกระบี่ของเจียวเหมยแต่ว่า ชั้นน้ำแข็งชั้นแล้วชั้นเล่ากลับแตกระเอียดกลายเป็ผุยผงกระจัดกระจายเต็มพื้น
"กึก.. แกร่ก.." ก่อนที่จะกระบี่ของเจียวเหมยจะหยุดลงกำแพงน้ำแข็งชั้นสุดท้ายของไป๋หลงเสวี่ยก็บังเกิดรอยแตกร้าวก่อนที่จะล่วงลงเป็เศษน้ำแข็ง "เหมันต์นิรันดร" เสียงพึมพำของไป๋หลงเสวี่ยดังขึ้นอย่างบางเบา ั้แ่ที่นางเรียก "กระบี่หยกน้ำแข็ง" ขึ้นมาอากาศก็หนาวจนสั่นอยู่แล้วแต่หลังจากที่นางใช้วิชา "เหมันต์นิรันดร" อากาศยิ่งทวีความหนาวเน็บยิ่งขึ้นไปอีก
"กึกๆ" เสียงฟันกระทบกันดังขึ้นไปทอดๆ ขนาดจิ๋นเม่ยหลงเองก็ยังมีอาการหนาวเล็กน้อย "เหมันต์นิรันดร" ไม่ได้เพิ่มแค่ความหนาวเน็บเท่านั้นมันยังค่อยๆบังเกิดหมอกสีขาวขึ้นอีกด้วยหมอกเริ่มที่จะบดบังการมองเห็นของผู้คน ตอนนี้ทั้งลานประลองมีหมอกบดบังจนมิดชิด "วิชานี้ข้าใช้เวลาฝึกฝนมันอยู่หลายปีแต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้มันกับเ้า" ในหมอกสีขาวบังเกิดสุ้มเสียงของไป๋หลงเสวี่ยดังขึ้นแต่ก็ไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใดเพราะเสียงนี้มันดังอยู่ทั่วทิศทางของเจียวเหมย
"ไม่เพียงแค่ซ่อนกายแต่ยังซ่อนพลังปราณของเ้าเสียด้วยข้าคงจะประมาทวิชานี้ไม่ได้เสียแล้ว" เจียวเหมย นางส่ายหัวพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไปหมอกปรากฏรอยแยกเป็เส้นสายกระบี่ที่ฟาดฟันออกไปไม่นานหมอกเ่าั้ก็กลับมาปกปิดเช่นเดิม "กะไว้แล้วเชียวต้องเป็เช่นนี้"
"แต่โชคร้ายหน่อยที่วิชาของเ้าต้องมาเจอกับข้า!!" เจี่ยวเมยนางเก็บกระบี่กลับไปยืดแขนทั้งสองข้างออก "สิรุยันสาดส่อง" แสงสว่างสาดส่องออกไปทั่วหมอกสีขาวแสงสว่างค่อยๆกลืนกินหมอกไปทีละนิดทีละนิดไม่นานหมอกนั้นก็ถูกแสงสว่างจ้าของเจียวเหมย กลืนกินจนหมดสิ้นจากนั้นแสงสว่างก็ค่อยๆดับลง
ลานประลองที่ถูกหมอกสีขาวปกคลุมตอนนี้ไม่หลงเหลือหมอกอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้ในลานประลองทุกสายตาสามารถมองเห็นร่างของเทพธิดาทั้งสองดั่งเดิมไม่มีอะไรมาบดบังอีกแล้วความหนาวเน็บก็หายไปเกือบจะหมดแล้วด้วย "วิชาที่ข้าฝึกฝนมาหลายปีกลับถูกเ้าทำลายลงได้อย่างง่ายดาย" ไป๋หลงเสวี่ยหลับตาก้มหน้าส่ายหัวแต่มุมปากก็ยังเผยยิ้มอยู่ "ถ้าหากข้ายอมแพ้เ้าเสียตอนนี้พรรคของข้าคงต้องเสียใจเป็แน่"
"เ้ายังมีไพ่ตายอยู่อีก?" คิ้วของเจียวเหมยขมวดเข้าด้วยความสงสัย "กระบี่หยกน้ำแข็ง" ถูกไป๋หลงเสวี่ยฟันออกไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้พลังโจมตีของมันรุนแรงมากกว่าครั้งไหนๆ แท่งน้ำแข็งผุดขึ้นมาจากพื้นใหญ่และแหลมคมกว่าครั้งแรกมาก "เปรี้ยงง!!!" เจียวเหมยฟาดฟันกระบี่เข้าปะทะกับแท่งนั้นแข็งนั้น เสียงดังสนั่นบังเกิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ผู้จับจ้องดูการประลองอย่างลืมหายใจ
หลังจากกระบี่เข้าปะทะกับแท่งน้ำแข็งทำให้มือของเจียวเหมยด้านชาไปในทันทีและพลังอันมหาศาลของเจียวเหมยก็ค่อยๆจางหายไปทีละน้อยแต่เจียวเหมยไม่มีเวลามาสนใจอาการด้านชาของตนเองเพราะไป๋หลงเสวี่ยฟันออกมาอีกครั้ง
"เปรี้ยง..ตู้มมมมม!!" แม้พวกนางจะอยู่ห่างกันหลายสิบเมตรแต่การโจมตีกลับรุนแรงเหนือคณานับ เจียวเหมยเองก็กันฟันไว้แน่นถ้าหากนางประมาทไป๋หลงเสวี่ยมากไปกว่านี้คงได้เป็ฝ่ายที่พ่ายแพ้เป็แน่หน้าอกของทั้งคู่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงแต่ไป๋หลงเสวี่ยนั้นนางเริ่มที่จะหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ สองกระบี่ที่นางปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้คงจะกินพลังปราณของนางไปไม่ใช่น้อย
"ัฟ้าอสนีบาตสะท้านฟ้า" เงาร่างัสีฟ้าครามที่ถูกครอบคลุมด้วยสายฟ้าร่ายรำอยู่กลางท้องนภา "นี่คือกระบวนท่าสุดท้ายที่ข้าใช้พลังทั้งหมดไปกับมันถ้าหากเ้าสามารถที่จะรับมันได้ข้าจะเป็ฝ่ายขอยอมแพ้ในการประลองครั้งนี้" เจียวเหมยนางชี้กระบี่ออกไปทางไป๋หลงเสวี่ย เงาร่างัฟ้าค่อยๆทะยานลงมาอย่างรวดเร็วพุ่งใส่ไป๋หลงเสวี่ย
"กำแพงน้ำแข็ง" ครั้งนี้ไป๋หลงเสวี่ยนางต้องใช้พลังปราณทั้งหมดสร้างกำแพงน้ำแข็งออกมา กำแพงน้ำแข็งที่ดูหนากว่าครั้งก่อนถูกสร้างขึ้นมาทับซ้อนกันหลายสิบชั้นเช่นเดิม
"เปรี้ยงงงงง!!!!!!!!!" เสียงดังกัมปนาทกว่าครั้งไหนๆ หูของผู้คนอื้อไปในทันที กำแพงน้ำแข็งของไป๋หลงเสวี่ยเมื่อถูกัฟ้าอัสนีบาตของเจียวเหมยเข้าปะทะกำแพงน้ำแข็งแตกสลายลงอย่างง่ายดายทีละชั้นๆจนหมด แต่ร่างัก็ยังคงพุ่งตรงเข้าไปหาไป๋หลงเสวี่ยอยู่ ดวงตาของไป๋หลงเสวี่ยหดรีบลงร่างกายสั่นเล็กน้อยนางใช้พลังทั้งหมดไปกับการสร้างกำแพงน้ำแข็งหมดแล้วตอนนี้นางไม่ต่างอะไรกับการล่วงลงก้นหุบเขา
นางหลับตาลงแขนทั้งสองข้างยกขึ้นมากันเตรียมรับแรงกระแทงจากกระบวนท่าของเจียวเหมย "ตุบ!" ไป๋หลงเสวี่ยนางหยี๋ตาทีนึงจากนั้นก็ค่อยๆลืมตาขึ้นปรากฏว่าไม่ใช่ัอัสนีบาตของเจียวเหมยกลับเป็ร่างของเจียวเหมยเองที่ใช้กระบี่เคาะลงบนศรีษะของไป๋หลงเสวี่ย "แค่นี้ทำให้เ้ากลัวรึ?" เจียวเหมย พูดออกมาเชิงหัวร่อ "ฮึ" ไป๋หลงเสวี่ยนางหลับตาแล้วถอนหายใจออกมา
"ทุกครั้งที่เราปะมือกันเป็เ้าที่ชอบออมมือให้กับข้าตลอด และท่าเมื่อครู่ข้าขอเดาว่ายังมิใช่พลังทั้งหมดของเ้า" ไป๋หลงเสวี่ย พูดออกมาใบหน้ากลับเป็ปกติผมเพ้าของนางยุ่งเล็กนอกเนื่อจากการประทะเมื่อครู่ "ฮึฮึ" เจียวเมย ทำแค่หัวร่อตอบกลับ "ไว้เดี๋ยวข้าจะแวะไปเยี่ยมท่านป้ากับท่านลุง" ไป๋หลงเสวี่ยพูดขึ้นมาอีกครั้ง เจียวเหมย นางพยักหน้าครั้งหนึ่ง
"ข้าขอยอมแพ้" ไป๋หลงเสวี่ยพูดและปรายตามองไปทางหลี่ต๋า หลี่ต๋าที่ได้ยินไป๋หลงเสวี่ยะโขอยอมแพ้ก็เร่งเอ่ยปากขึ้นทันที "ไป๋หลงเสวี่ยของยอมแพ้ เจียวเหมย จากพรรคัอัสนีเป็ฝ่ายชนะ รอประลองในรอบต่อไป" กว่าการประลองของทั้งสองจะจบก็กินเวลาไปเกือบค่ำ
"แปะแปะแปะ" เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วลานประลอง กระปะมือของนางทั้งคู่นั้นอาจจะธรรมดาไปบ้างสำหรับบางคนแต่หลายคนนั้นกลับต้องจดจำการประลองของทั้งสองเทพธิดานี้ไปอีกนาน
"การประลองในวันพรุ่งนี้ จิ๋นเม่ยหลง พบกับ หยางเจี้ยน" เสียงปรบมือที่ดังอยู่พลันเงียบลงทันที จิ๋นเม่ยหลง มองไปยังพรรคเหล็กทมิฬก็ปรากฏสายตาคู่หนึ่งจ้องกลับมาเช่นกัน "ทำไมคู่ประลองของข้าต้องเป็พวกเช่นนี้ด้วย" จิ๋นเม่ยหลง พูดออกมาเสียงเบา