ข้าวขวัญจำใจต้องเดินตามนายทิวลงมาที่หลังบ้าน เพราะเธอไม่อยากจะได้ชื่อว่าดื้อดึงในภาวะคับขันเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ใจนั้นไม่อยากแม้แต่จะจับปืน แต่การได้มีปืนติดตัวใน่เวลาอย่างนี้ มันก็ให้ความรู้สึกที่ปลอดภัยกว่าไม่มีแน่นอน อย่างน้อยก็เอาไว้ยิงไอ้นายวิรุณบ้ากามนั่นก็ยังดี ถ้ามันโผล่มานะ
ลุงนพยืนรออยู่หลังบ้าน เหมือนในหนังอีกแล้ว กระป๋องน้ำอัดลมเปล่าหลายใบถูกวางเรียงรายอยู่บนตอไม้ ทิวไทยื่นปืนให้ข้าวขวัญ เธอรับมาแบบหวาดๆ ด้วยความไม่เต็มใจเลยสักนิด
"ปลายกระบอกปืนไม่ว่าจะมีลูกหรือไม่มี ต้องไม่หันเข้าหาคนเด็ดขาด นอกจากตอนจะยิงเท่านั้น คุณลองจับปืนดู"
เมื่อมือเรียวบางประคองปืน ทิวไทจึงเข้ายืนซ้อนข้างหลังเพื่อช่วยประคองปืนให้ถูกวิธี ชายหนุ่มโน้มตัวลงเอาคางเกยไหล่ข้างหนึ่งของข้าวขวัญอย่างถือวิสาสะ
"เล็งอย่างนี้ เหนี่ยวไก แล้วยิงแบบนี้ เกร็งมือไว้ดี ๆ เหนี่ยวไกเลย ยิง!"
ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ที่ซอกคอ ในขณะที่มือใหญ่จับมือข้าวขวัญให้ทำนู่นทำนี่กับปืน เธอรู้สึกแปลกๆ แต่ก็นิ่งไว้ เพราะคนสอนดูตั้งอกตั้งใจจนไม่อยากจะขัดศรัทธา
ปังง!
"ว้ายย!"
ข้าวขวัญเบือนหน้าหนีตามสัญชาตญาณ ทำให้ใบหน้านั้นหันชนเข้ากับด้านข้างของใบหน้าชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองไปที่กระป๋อง จึงเหมือนกับว่าเธอกำลังหอมแก้มเขาอยู่ ข้าวขวัญจึงรีบปล่อยมือออกจากปืนแล้วผละตัวเองออกด้วยความใ แต่มือใหญ่กลับกระชับมือของเธอไว้ให้จับปืนแล้วดึงเธอเข้าหาอ้อมกอดของเขา ร่างเล็กจึงถลากลับเข้าไปชิดอกแกร่งอย่างช่วยไม่ได้
"จะยิงคนต้องใจแข็งกว่านี้ มือต้องไม่สั่น จับแน่นๆ อย่างนี้ นี่ผมเลือกแบบแรงสะบัดน้อยที่สุดให้แล้วนะ คุณเล่นใแล้วส่ายปากกระบอกปืนสะเปะสะปะแบบนี้ไม่ได้"
ทิวไทดุข้าวขวัญเสียงเข้ม เขาต้องใช้สูตรเร่งรัดเพราะเวลาไม่คอยใคร เขาประเมินไว้ว่า พวกมันต้องบุกมาคืนนี้แน่นอน! ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะนิ่ง เมื่อเห็นว่าใบหน้าของข้าวขวัญนั้นแดงราวกับลูกตำลึงสุกเพราะหอมแก้มของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่หัวใจของเขาเองก็เต้นโครมครามไม่เบาอยู่เหมือนกัน
'ใจเย็นๆ นะไอ้ทิว ยังไม่ใช่เวลานี้' ชายหนุ่มปลอบตัวเอง ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะหวั่นไหว แต่ใจของเขามันรวนหน่อยๆเข้าให้แล้ว
"ฉันไม่เอา ฉันกลัว"
ข้าวขวัญสะบัดตัวออก แล้วยื่นปืนคืนให้ทิวไท
"คุณข้าว ผมไม่อยากจะบังคับคุณนะ แต่มันจำเป็เพราะว่าคุณต้องมีไว้ป้องกันตัว เผื่อฉุกเฉิน"
"ฉันจะอยู่ใกล้ ๆ คุณแล้วก็เชื่อคุณทุกอย่างได้มั้ย? แต่ฉันจะไม่ขอถือปืน ฉันยิงใครไม่ได้หรอก ฉะ...ฉันกลัว"
หญิงสาวสารภาพในที่สุด ทิวไทมองหน้าคนที่เงยหน้ามองเขา หน้าสวยๆ ที่ห่างจากหน้าเขาไม่มาก ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มที่มุมปากใส่คนตัวเล็ก
"ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ คุณก็ต้องไปนอนกับผมที่ห้อง"
สีหน้าและแววตาบอกว่า เขาไม่ได้พูดเล่น ทำให้ใบหน้าสวยนั้นร้อนผ่าว ข้าวขวัญหันหลังให้เขาแล้ววิ่งหนีขึ้นบ้าน แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะด่าเขาทิ้งท้าย
"คนบ้า!"
หลังอาหารเย็น ทิวไทยื่นปืนคืนให้ข้าวขวัญ บอกให้เธอรีบเข้าห้องนอนโดยบอกว่า นอนั้แ่หัวค่ำจะได้ไม่เครียด ข้าวขวัญี้เีจะเถียงด้วยจึงเข้าห้องไปเพราะคิดว่าเขาคงชินที่จะออกคำสั่งกับเธอแล้วเธอเองก็อยากจะอยู่คนเดียว
ข้าวขวัญนั่งอยู่บนเตียงนอนแล้วมองไปรอบๆห้อง ในห้องนี้คือห้องนอนของเธอจริงๆ ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ทุกอย่างจัดไว้พร้อม ราวกับรู้ว่าจะมีวันที่ข้าวขวัญจะได้มาอยู่ที่นี่จริงๆ นายทิวเองก็เช่นกัน เขามีเสื้อผ้าใส่โดยไม่เดือดร้อนขาดแคลน นั่นก็แสดงว่า ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้วโดยบิดาของเธอ ไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อจะเป็ยังไง เพราะไม่มีใครให้ข่าวเธอได้เลย โทรศัพท์เธอก็ไม่ได้เอามา ขนาดรองเท้าเธอยังไม่ทันได้สวมมาเลยด้วยซ้ำ ดีว่าที่นี่มีรองเท้าแตะคีบให้เธอใช้ ที่นี่ไม่มีเครื่องมือติดต่อสื่อสารใดๆให้เธอรู้ข่าวคราวเลย ว่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน จะเป็ข่าวใหญ่โตมากแค่ไหน
คืนนี้ ข้าวขวัญคงต้องนอนไปพร้อมกับปืนกระบอกเล็กที่นายทิวจัดหามาให้ ถ้าไม่อย่างนั้น เธอคงต้องไปนอนกับเขาที่ห้องจริง ๆ อย่างที่เขาบอก เพราะตอนที่พูด หน้าตาเขาดูจริงจังจนเธอกลัว แล้วรอยยิ้มที่ไม่ค่อยได้เห็นง่าย ๆ เธอก็เพิ่งจะได้เห็นเมื่อตอนบ่ายนี้เอง ใบหน้าที่โกนหนวดเคราออกแล้วรวมกับรอยยิ้ม มันทำให้เธอรู้สึกไว้ใจและอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เพราะถึงแม้ว่าจะไม่รู้จักกัน แต่นายทิวก็ดูห่วงใยเธอตามหน้าที่เป็อย่างดี แค่คิด ข้าวขวัญก็ร้อนขึ้นที่ใบหน้า แล้วพาลนึกไปถึงตอนที่เขาเอาคางมาเกยที่ไหล่ตอนสอนยิงปืน จนเกิดเหตุให้เธอหันไปหอมแก้มเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ข้าวขวัญปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน ปืนกระบอกเล็กนั้นถูกวางไว้ใกล้ ๆ หมอนเพื่อให้หยิบได้สะดวก ข้าวขวัญเหนื่อยล้ากับความเครียดสารพัดที่เจอ จึงเผลอยหลับไปภายในเวลาไม่กี่นาทีโดยไม่รู้ตัว...
ไฟในห้องของข้าวขวัญดับไปแล้ว ทิวไทรออีกสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าข้าวขวัญหลับสนิท ชายหนุ่มจึงเริ่มเตรียมการของเขาทันที
ตีสาม.....
ฝนตกค่อนข้างหนักและฟ้าร้องฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ยิ่งง่ายต่อพวกของนายวิรุณที่จะเข้าฉุดข้าวขวัญไปให้นายของพวกมัน...
ไอ้พงษ์ ไอ้บุญและลูกน้องเสี่ยวิรุณอีกสองคนได้ลัดเลาะเข้ามาทางด้านข้างของสวน จนเข้ามาถึงบนบ้านแล้ว แสงจันทร์ที่ไม่เต็มดวงสาดเข้ามาตามรูหน้าต่าง ทำให้ลูกน้องเสี่ยวิรุณมองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง
"มีสองห้อง ห้องไหนหล่ะพี่พงษ์?" ลูกสมุนกระซิบกระซาบ
"แล้วกูจะรู้ไหม? แยกกันไป ถ้าเป็ไอ้ทิวก็ยิงแม่งเลย ถ้าเป็ผู้หญิงก็ลากออกมา แต่อย่าให้ผู้หญิงช้ำนะโว้ยย"
บุญกับพงษ์แยกกันเข้าคนละห้อง โดยมีลูกน้องอีกสองคนแยกกันสมทบลูกพี่ หลังจากที่กุญแจผีและวิชาสะเดาะกลอนของโจรทำงาน ห้องนอนทั้งสองห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมๆกัน
กริ๊ก!
ในขณะที่พงษ์กับสมุนเดินย่องเข้าไปในห้องของข้าวขวัญ ทิวไทก้าวออกมาจากมุมมืดด้านหนึ่งของห้องโถงกลาง แล้วเดินไปเอื้อมมือดึงประตูห้องนอนของตัวเองที่ไอ้บุญกับลูกกระจ๊อกของมันเพิ่งเดินเข้าไป ให้ปิดแล้วใส่กุญแจลูกโตล็อกแ่าจากด้านนอกอย่างรวดเร็วและเงียบที่สุด ฝนฟ้าเป็ใจดังครืนโครมอยู่ข้างนอก ถ้าพวกมันคิดว่าฟ้าฝนเป็ใจให้มันมาเหยียบจมูกไอ้ทิวได้ง่ายๆ ทิวไทก็จะบอกพวกมันว่า พวกมึงคิดผิด!!
ชายหนุ่มรีบเดินไปที่ห้องนอนของข้าวขวัญที่อยู่อีกด้านหนึ่งอย่างใจเย็น เพื่อที่จะจัดการกับพวกมัน
"กรี๊ดด ช่วยย..อุ๊บ อื้อ อื้อ!"
ลูกสมุนที่มาด้วยะโขึ้นเตียงแล้วปิดปากข้าวขวัญแน่น ร่างหนานั้นลากเธอลงมาจากเตียง ข้าวขวัญพยายามตั้งสติแต่มันไม่ทัน เพราะถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว ข้าวขวัญดิ้นแต่ไม่มีเสียงร้องเพราะถูกอุดปากไว้แน่น มันทำให้เธอกลัวจนคุมสติไม่อยู่จึงยิ่งดิ้นอย่างไม่คิดชีวิต
สิ่งแรกที่ข้าวขวัญนึกถึงคือ..ทิว! นายทิว! ช่วยฉันด้วย! ขอให้นายได้ยินเสียงด้วยเถอะ!
"สวยฉิบหาย"
พงษ์พึมพัมเมื่อมองร่างบางที่ดิ้นอยู่ในอ้อมแขนลูกสมุนของเขา ข้าวขวัญในชุดนอน เธอสวมเสื้อยืดสีขาวและแน่นอนว่าโนบรากับกางเกงขาสั้นบางเบาสีขาวใส่สบาย แสงแลบแปลบปลาบของฝนฟ้า ทำให้พงษ์มองเห็นขาเรียวยาวกับผิวเนียนละเอียดรำไร เห็นแล้วน้ำลายไอ้พงษ์ก็ไหล น่าเอาชมัด! คุณข้าวขวัญของไอ้พงษ์
'ไอ้พงษ์ขอสักทีเถอะนะนาย ไอ้พงษ์สัญญาว่าจะไม่ให้ช้ำเลย!'
"มานี่!"
พงษ์เอาปืนเข้าซองที่เอว แล้วกระชากข้าวขวัญเข้าสู้อ้อมกอด มันผลักร่างบางกลับลงไปที่เตียง ข้าวขวัญเขยิบตัวหนีจนไปติดหัวเตียงก่อนที่สองขาเรียวจะถูกกระชากให้ลงไปนอนหงายแล้วขึ้นคร่อมทันที
"กูไม่ไหวแล้วหว่ะ สวยจริงๆ สวยทั้งตัวเลย น่าเอาชิบหาย!"
ลูกสมุนของพงษ์เลิกลั่ก เพราะไม่คิดว่าลูกพี่ของตัวเองจะทำอย่างนี้
"พี่พงษ์ ฉันว่าเอาอีนี่ไปก่อนดีไหม ส่วนพี่จะทำอะไรกลางทางนั่นค่อยว่ากัน"
"กูรอไม่ไหวหว่ะ สวยฉิบหาย คนอะไร น่าเ_็ดชมัด ขอกูเอาก่อนนะ"
ไอ้พงษ์หน้ามืดเสียแล้ว มันก้มลงปล้ำจูบข้าวขวัญ ถึงแม้เธอจะดิ้นรนต่อสู้ แต่เธอก็แพ้แรงผู้ชายตัวโตๆ มือหนาสากไล่ลูบไล้ไปทั่วตัวจนเธอรู้สึกขยะแขยง น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำไมตัวเองถึงได้โชคร้ายนักก็ไม่รู้
ทิว! นายอยู่ไหน ช่วยฉันด้วย!
ข้าวขวัญดิ้นจนหมดแรง ทำให้ไอ้พงษ์ได้ใจ มันยิ่งไล่จูบใบหน้านวลที่ส่ายหนี ไม่ยากเลย ตัวเล็กแค่นี้เดี๋ยวก็เสร็จไอ้พงษ์แล้ว
ปั่ก!
ลูกสมุนที่ยืนเงอะงะรอลูกพี่ปล้ำผู้หญิงอยู่ สลบทันทีโดยยังไม่ทันได้รู้ตัว
ทิวไทซัดท้ายทอยมันจนหมอบไปหนึ่ง....ฝนที่ตกหนักและความหน้ามืดของไอ้พงษ์ที่กำลังคร่อมร่างข้าวขวัญและหันหลังให้ประตูทำให้มันไม่ได้ยินเสียงของทิวไทที่เข้ามาอย่างเงียบๆ
ปัง!!