นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.2 เด็กซิ่วผมเกรียนคนนั้น

    F-16 สองลำแท็กซี่ช้า ๆ เข้าสู่ลานจอดหน้าฝูงบิน 103

    เครื่องยนต์ยังคงส่งเสียงหวีดต่ำสม่ำเสมอ ไอร้อนจากท้ายเครื่องสั่นไหวเหนือพื้นคอนกรีต ​เ๯้าหน้าที่ภาคพื้นยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านหน้าเครื่อง หนึ่งในนั้นยกมือส่งสัญญาณโบกนำเครื่องเข้าจอด


    จักราวุธบังคับคันบังคับเบา ๆ พา ‘เหยี่ยวประจัญบาน’ ของเขา เคลื่อนเข้ามาตรงตำแหน่งจอดอย่างแม่นยำ

    ​F-16 อีกลำหนึ่งแท็กซี่เข้ามาจอดข้างกัน

    ทันทีเมื่อเครื่องหยุดนิ่ง นักบินผ่อนคันเร่งลงสู่ Idle (รอบเดินเบา)

    เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ลดระดับลง เ๽้าหน้าที่ภาคพื้นยกมือทำสัญญาณ Engine Shutdown (ดับเครื่องยนต์)


    ​จักราวุธถอนคันเร่งกลับสุด ก่อนโยกสวิตช์ดับเครื่องยนต์ เสียงเครื่องค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านลานบิน

    ไม่กี่วินาทีต่อมา เ๯้าหน้าที่ภาคพื้นตั้งบันไดปีนขึ้น Cockpit (ห้องนักบิน) สัญญาณเปิด Canopy (ฝาครอบแก้วห้องนักบิน) ถูกส่งขึ้นมา หลังคาค่อย ๆ เปิดออก อากาศยามเช้าพัดเข้ามาแทนที่อากาศอุ่นภายในห้องนักบิน


    จักกราวุธปลดสายรัดหมวกบิน แล้วถอดหมวกออกช้า ๆ มีรอยหน้ากากออกซิเจนบนใบหน้าอย่างชัดเจน รอยเหงื่อซึมตามโคนผม เขาปีนลงจากเครื่องอย่างคล่องแคล่ว เมื่อรองเท้า Flight Gear (ชุดอุปกรณ์การบิน) ของเขาแตะพื้นคอนกรีต

    ​‘เหยี่ยวประจัญบาน’ อีกลำหนึ่งก็จอดอยู่ข้างกันแล้ว

    นักบินจากอีกเครื่องปีนลงมาจากห้องนักบิน


    นาวาอากาศตรี อรรถพล Callsign (นามเรียกขาน) — Earthquake

    เขาถอดหมวกบินออก ใบหน้ามีรอยกดของหน้ากากออกซิเจนเช่นกัน ก่อนจะเดินเข้ามาหาจักราวุธ


    ​“เป้าหมายเป็๲เครื่องบินส่วนบุคคลพลเรือน”


    เสียงเขานิ่ง ๆ


    “เรดาร์ตรวจจับน่าจะผิดพลาด”


    “ครับ”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “อย่างน้อยก็ไม่ใช่อะไรที่หนักกว่านั้น”


    อรรถพลหัวเราะเบา ๆ


    “อย่าพูดแบบนั้น เดี๋ยวโชคร้าย”


    ​เ๽้าหน้าที่ภาคพื้นเริ่มตรวจเครื่องบินทันที ลมร้อนจากเครื่องยนต์ยังคงลอยขึ้นเหนือพื้นคอนกรีต

    นักบินทั้งสองเดินกลับไปยังอาคารฝูงบิน


    ภายในอาคารฝูงบิน 103 อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัดกับไอร้อนของลานบินด้านนอกทันทีที่ประตูปิดลง

    จักราวุธถอด G-suit (ชุดต้านแรงจี) ออกจาก๰่๥๹เอว แล้ววางหมวกบินลงบนโต๊ะยาวกลางห้อง ​ผนังห้องเต็มไปด้วยแผนที่การบิน แผนป้องกันภัยทางอากาศ และภาพถ่ายภารกิจเก่า


    นี่คือ Ready Room (ห้องพักรอปฏิบัติการ) ห้องพักนักบินที่ใช้ระหว่างรอภารกิจ


    อรรถพลเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดน้ำออกมาสองขวด ก่อนโยนขวดหนึ่งให้จักราวุธ


    “เอาไป”


    ​จักราวุธรับไว้ แล้วดื่มน้ำครึ่งขวดรวดเดียว อรรถพลนั่งเอนหลังบนเก้าอี้


    “๰่๥๹นี้สถานการณ์ชายแดนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ Scramble (การบินสกัดกั้นด่วน) ถี่เลย๰่๥๹นี้”


    “คิดซะว่าซ้อมมือละกัน ยังไงก็ต้องบินอยู่แล้วครับ”


    จักราวุธยกไหล่เล็กน้อย อรรถพลหัวเราะ


    “เออ จริง”


    ​เขามองเพื่อนรุ่นน้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นมา


    “แล้วไง ชีวิตเด็กปีหนึ่งเป็๲ไงบ้าง”


    จักราวุธหมุนฝาขวดน้ำปิด


    “เสียงดัง”


    อรรถพลเลิกคิ้ว


    “หือ!? ที่มหาลัยนะเหรอ”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “คนเยอะ เด็กวัยรุ่นทั้งนั้นครับ”


    ​อรรถพลหัวเราะทันที


    “แปลว่าปรับตัวยาก”


    จักราวุธไม่ตอบ เขาเพียงนั่งพิงเก้าอี้ อรรถพลมองเขาอย่างขำ ๆ


    “เอาจริงนะ นักบินรบ F-16 ต้องไปนั่งเรียน Calculus (แคลคูลัส) กับเด็กปีหนึ่ง ถ้าเล่าให้ใครฟัง คงไม่มีใครเชื่อ”


    จักราวุธยกมุมปากเล็กน้อย


    “ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันพี่”



    ​อรรถพลหมุนเก้าอี้เล่น ก่อนพูดต่อ


    “แต่ถ้าโครงการนี้สำเร็จจริง อีกหน่อย นักบินทุกคนคงต้องไปเรียนมหาลัยกันหมด”


    จักราวุธเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามสั้น ๆ


    “ผู้การว่าไงครับ”


    อรรถพลยักไหล่


    “เขาอยากเห็นผล ฝ่ายวิจัยกองทัพอยากรู้ว่าถ้านักบินได้เรียนแบบเต็มเวลาเหมือนนักศึกษาปกติโดยใช้หลักสูตรที่ต่างจากของเรา มันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถหรือเปล่า”


    ​เขาหยุดพูด แล้วมองจักราวุธ


    “แล้วนายล่ะ คิดว่ายังไง”


    จักราวุธหมุนขวดน้ำในมือช้า ๆ


    “ยังไม่รู้เหมือนกันพี่ เพิ่งเรียนไม่กี่วัน”


    อรรถพลหัวเราะ


    “งั้นขอถามอย่างเดียว มีคนจับได้ยังว่านายไม่ใช่เด็กปีหนึ่งจริง ๆ”


    จักราวุธส่ายหน้า


    “ยังครับ”


    ​อรรถพลพยักหน้าอย่างพอใจ


    “ดีแล้ว”


    เขาหยิบหมวกบินขึ้นมา ก่อนพูดทิ้งท้าย


    “จำไว้ นายเป็๞นักศึกษาธรรมดา อย่าทำอะไรให้เด่นเกินไป”


    จักราวุธยกคิ้วเล็กน้อย


    “ผมก็พยายามอยู่นะพี่”


    อรรถพลยิ้ม


    “ห้ามให้ใครรู้ เพราะถ้าอาจารย์หรือเด็กในคลาสรู้ว่า...”


    เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ


    “เด็กปีหนึ่งที่นั่งร่วมคลาส คือคนที่บิน F-16 เมื่อเช้าแล้วแอบมาเรียนด้วย”


    เขาหัวเราะเบา ๆ


    “มหาลัยคงวุ่นวายน่าดู”


    จักราวุธไม่ตอบ เขาเพียงมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ลานบินซึ่ง F-16 จอดนิ่งอยู่ใต้แดดสาย 

    ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเขายังอยู่บนท้องฟ้า ตอนนี้ เขาต้องกลับไปนั่งในห้องเรียนเหมือนนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง


    --------------------


    อีกสองวันต่อมา

    มหาวิทยาลัยย่านบางเขนเต็มไปด้วยนักศึกษาที่กำลังเดินขวักไขว่ไปตามทางเท้า เสียงพูดคุยดังระงม เสียงมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล่นผ่านเป็๞ระยะ และเสียงประกาศจากลำโพงกลางมหาวิทยาลัยดังแทรกเป็๞๰่๭๫ ๆ


    จักราวุธเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาหลายสิบคน เป้สะพายหลังหนึ่งใบอยู่บนไหล่ เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกรีดเรียบเหมือนเดิม แว่นสายตากรอบหนายังอยู่บนใบหน้า ทุกอย่างดูเหมือนนักศึกษาธรรมดา


    ยกเว้นอย่างเดียว…


    ท่าทางของเขานิ่งเกินไป เหมือนคนที่คุ้นเคยกับสถานที่ที่เสียงเงียบกว่านี้มาก


    “พี่ไอซ์!”


    เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

    จักราวุธหันกลับไป

    วาโยกำลังวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหา


    “ผมนึกว่าพี่ไม่มาแล้ว”


    จักราวุธเลิกคิ้วเล็กน้อย


    “ทำไม”


    วาโยทำหน้าตาจริงจัง


    “เมื่อวานพี่หายไปก่อนเลิกคลาส”

    “ผมนึกว่าพี่หนีเรียน”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “มีธุระ”


    วาโยพยักหน้า


    “ผมว่าแล้ว”


    เขาเดินเคียงข้างจักราวุธไปทางอาคารคณะ


    “พี่รู้ไหม เมื่อเช้าปีหนึ่งโดนรุ่นพี่ปีสองเรียกรวม”


    จักราวุธมองเขา


    “เ๱ื่๵๹อะไร”


    วาโยถอนหายใจ


    “ระบบรับน้องไง”

    “แต่ผมรอดนะ”


    เขายิ้มกว้าง


    “เด็กซิ่วมีสิทธิ์พิเศษ”

    “พวกนั้นไม่ค่อยยุ่งกับเด็กซิ่วเท่าไหร่”

    “ยกเว้นพวกหัวโจกบางคนเท่านั้น” 


    จักราวุธยกมุมปากเล็กน้อย ทั้งสองเดินผ่านลานกว้างหน้าอาคารเรียน

    จู่ ๆ มอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งก็แล่นผ่านทางแคบระหว่างนักศึกษาด้วยความเร็ว เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังก้าวลงจากทางเท้าโดยไม่ทันมอง

    จักราวุธขยับตัวทันที มือเขาดึงแขนวาโยถอยไปด้านหลังหนึ่งก้าว มอเตอร์ไซค์แล่นผ่านหน้าไปไม่ถึงหนึ่งเมตร


    วาโยกะพริบตา


    “โห…”


    เขาหันไปมองจักราวุธ


    “พี่เห็นก่อนผมอีก”


    จักราวุธปล่อยมือ


    “มันเสียงดัง”


    วาโยยังมองเขาอยู่ ก่อนจะพยักหน้า


    “เออ…ก็จริง”


    ทั้งสองเดินต่อไป


    เมื่อใกล้ถึงอาคารคณะ วาโยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้


    “อ้อ จริงสิ”


    เขาหันมามองจักราวุธ


    “อาจารย์พีชถามถึงพี่ด้วยนะ”


    จักราวุธหันมามองเขา


    “เ๹ื่๪๫อะไร”


    วาโยยักไหล่


    “ไม่รู้”

    “แต่ผมว่าเพราะเมื่อวาน”

    “ที่พี่ตอบสมการตอนนั่นไง”


    เขาหัวเราะเบา ๆ


    “ตอนแรกพี่บอกไม่แน่ใจ”

    “แต่สุดท้ายตอบถูกหมด”


    วาโยส่ายหัว


    “ผมยังงงกับโจทย์อยู่เลย”


    ทั้งสองเดินขึ้นบันไดอาคาร ขณะกำลังจะเข้าประตู

    จักราวุธเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ที่โถงทางเดินชั้นบน

    อาจารย์พิชญากำลังยืนคุยกับอาจารย์อีกคนอยู่ เธอก้มหน้าลงมาพอดี สายตาของทั้งสองสบกันเพียงครู่เดียว

    พิชญาจำเขาได้ทันที แต่เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงหันกลับไปคุยต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    วาโยเดินนำเข้าไปในอาคาร ก่อนหันกลับมาบอก


    “เร็วพี่”

    “วันนี้มีควิซ”


    จักราวุธมองเขาเล็กน้อย


    “ควิซอะไร”


    วาโยถอนหายใจ


    “Calculus”


    เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมา


    “พี่ทำได้ใช่ปะ”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “พอได้”


    วาโยพยักหน้าอย่างโล่งใจ


    “งั้นผมฝากชีวิตไว้กับพี่แล้วล่ะ”


    ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องเรียน โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีสายตาสวยคมคู่หนึ่ง กำลังจับจ้องเขาอยู่จากอีกฟากของโถงทางเดิน


    --------------------


    ภายในห้องเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์


    นักศึกษาปีหนึ่งทยอยเข้ามานั่งกันเกือบเต็มห้องแล้ว เสียงพูดคุยดังจอแจ บางคนเปิดโน้ตอ่านลวก ๆ บางคนกำลังเปิดโทรศัพท์ค้นสูตร

    วาโยวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนหันมาหาจักราวุธทันที


    “พี่...”

    “ผมถามจริงนะ”


    จักราวุธเลิกคิ้วเล็กน้อย


    “อะไร”


    วาโยโน้มตัวเข้ามากระซิบ


    “พี่เรียน Calculus มาก่อนใช่ไหม”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “นิดหน่อย”


    วาโยพยักหน้า


    “ดี…อย่างน้อยโต๊ะนี้ก็ยังมีคนรอด”


    จักราวุธยกมุมปากเล็กน้อย

    จังหวะนั้นเอง


    ปัง!


    ประตูห้องเปิดออก เสียงพูดคุยทั้งห้องเงียบลงแทบจะทันที

    พิชญาเดินเข้ามาในห้องเรียน ชุดสูทสีเรียบเหมือนเดิม แว่นตากรอบบางอยู่บนใบหน้า

    เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะหน้าห้อง ก่อนมองนักศึกษาทั้งห้อง


    “สวัสดีค่ะ นักศึกษาทุกคน”


    สายตาหยุดอยู่ที่แถวหลังเพียงครู่เดียวที่โต๊ะของจักราวุธ ก่อนจะหันกลับไปเขียนบนกระดาน


    “ก่อนเริ่มบทเรียนวันนี้”


    เธอพูดเรียบ ๆ


    “อาจารย์มีแบบทดสอบสั้น ๆ”


    วาโยถอนหายใจทันที


    “มาแล้ว…”


    เขาพึมพำเบา ๆ


    “ผมบอกพี่แล้วไง”

    “Calculus ของอาจารย์พีชไม่มีปรานี”


    พิชญาเริ่มเขียนโจทย์ลงบนกระดาน


    “คำถามข้อเดียวค่ะ”


    เธอพูดต่อ


    “หาค่าอนุพันธ์ของฟังก์ชันนี้”

    “แล้วหาค่านี้”


    เธอหันกลับมามองทั้งห้อง


    “เวลา 10 นาที…เริ่มได้”


    นักศึกษาหลายคนรีบหยิบปากกาขึ้นมาทันที บางคนยังมองโจทย์อย่างงง ๆ

    วาโยหันมากระซิบ


    “พี่…ผมพออ่านโจทย์ออกนะ”

    “แต่ผมทำไม่เป็๞”


    จักราวุธกวาดตามองโจทย์บนกระดาน มันง่ายกว่าการคำนวณค่าบนหน้าจอเรดาร์ใน cockpit เสียอีก เขาหยิบปากกาขึ้น ก่อนเริ่มเขียนคำตอบลงบนกระดาษอย่างช้า ๆแล้วแทนค่า เขาหยุดมือเล็กน้อย ก่อนจะเขียนขั้นตอนให้ดูเหมือนนักศึกษาที่กำลังคิด


    ไม่เร็วเกินไป...และไม่ช้าเกินไป


    พิชญาเดินตรวจไปรอบห้อง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเบา ๆ

    เมื่อเธอเดินผ่านโต๊ะของจักราวุธ สายตาเหลือบมองกระดาษคำตอบของเขาเพียงครู่เดียว

    คำตอบเรียงเป็๞ระเบียบ ขั้นตอนครบ และถูกต้อง

    เธอหยุดเดินเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    วาโยหันมากระซิบอีกครั้ง


    “พี่…ได้ไหม”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “พอได้”


    วาโยทำหน้าราวกับได้ยินข่าวดีที่สุดของวัน


    “งั้นผมก็รอดแล้ว”


    เวลาผ่านไปไม่นาน

    พิชญาปิดแฟ้มเอกสาร


    “หมดเวลา”


    เสียงถอนหายใจดังขึ้นทั้งห้อง

    เธอเก็บกระดาษคำตอบจากแถวหน้า ก่อนเงยหน้าขึ้นมองนักศึกษาทั้งห้องอีกครั้ง


    “จากที่อาจารย์ดูคร่าว ๆ”


    เธอพูดช้า ๆ


    “ดูเหมือนบางคนในห้องนี้”

    “จะมีพื้นฐานขั้นสูงมาก่อน”


    สายตาเธอหยุดอยู่ที่แถวหลังอีกครั้ง

    เพียงเสี้ยววินาที

    แต่จักราวุธรู้สึกได้ เธอกำลังมองมาที่เขา

    วาโยหันมามองจักราวุธทันที ก่อนกระซิบเบา ๆ


    “พี่…”

    “ผมว่าพี่โดนเล็งอีกแล้ว”


    พิชญาปิดแฟ้มลง ก่อนพูดต่อ


    “เอาล่ะค่ะ”

    “เปิดหนังสือหน้า 42”


    บทเรียนของวันนี้เริ่มต้นขึ้น


    เวลาผ่านไปจนกระทั่งหมดเวลา เสียงออดเลิกคาบดังขึ้น นักศึกษาทยอยเก็บของและเดินออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว

    วาโยลุกขึ้นสะพายกระเป๋า ก่อนหันมาหาจักราวุธ


    “พี่…ผมไปรอข้างล่างนะ”

    “อาจารย์เรียกพี่นี่”


    วาโยมองเขาด้วยสีหน้ากึ่งสงสาร กึ่งซวยแล้ว

    จักราวุธหันมาบอกเขา


    “กลับไปก่อนเลย ท่าจะยาว”


    วาโยพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

    ไม่นานนัก ห้องเรียนก็เงียบลง เหลือเพียงสองคน


    พิชญายืนเรียงกระดาษควิซบนโต๊ะหน้าห้องอย่างเป็๲ระเบียบ

    ส่วนจักราวุธยืนพิงโต๊ะ กอดอก นิ้วมือเคาะเบา ๆ เป็๞จังหวะที่ต้นแขน

    เธอไม่ได้พูดทันที ปล่อยให้ความเงียบอยู่ในห้องครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าขึ้น


    “คุณจักราวุธ”


    เขามองไปที่เธอ


    “ครับ”


    พิชญาหยิบกระดาษคำตอบของเขาขึ้นมา


    “คุณเคยเรียน Calculus ขั้นสูงมาก่อนหรือเปล่า”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “นิดหน่อยครับ”


    พิชญามองกระดาษในมืออีกครั้ง


    “ขั้นตอนคุณถูกหมด”


    เธอวางกระดาษลงบนโต๊ะ ก่อนมองเขาตรง ๆ ผ่านกรอบแว่น


    “แต่คุณใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็๲”

    “ทั้งๆที่วิธีคิดไม่ได้ซับซ้อน”


    เธอพูดต่ออย่างเรียบ ๆ


    “คุณกำลังแกล้งทำเป็๞คิดอยู่หรือเปล่า”


    จักราวุธตอบโดยไม่ลังเล


    “ผมไม่อยากมั่นใจเร็วเกินไปครับ”


    พิชญามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังพิจารณาคำตอบนั้นก่อนถามคำถามต่อไป


    “ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาก่อน”


    คำถามนั้นมาอย่างตรงไปตรงมา

    จักราวุธเงียบไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบ


    “ทำงานเกี่ยวกับสามล้อครับ”


    “....”


    พิชญากะพริบตาหนึ่งครั้ง เธอมองหน้าเขาเหมือนกำลังประเมินว่า คำตอบนั้นจริงจังหรือประชด


    “สามล้อ…”


    เธอทวนช้า ๆ


    “หมายถึงขับสามล้อ?”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “ก็..ทำนองนั้นครับ”


    เขาตอบเรียบ ๆ เหมือนกำลังพูดเ๱ื่๵๹ธรรมดาที่สุดในโลก

    พิชญามองเขาอยู่อีกครู่ ก่อนพยักหน้าเบา ๆ


    “เข้าใจแล้วค่ะ”


    แม้น้ำเสียงจะเรียบ แต่สายตาของเธอยังเต็มไปด้วยความสงสัย

    เธอเก็บกระดาษควิซเข้ากับแฟ้มก่อนพูดสั้น ๆ


    “คุณกลับได้แล้วค่ะ”


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับ”


    เขาหันหลังเดินออกจากห้องเรียน ประตูปิดลงเบา ๆ

    พิชญามองตามไป ก่อนหยิบกระดาษคำตอบของเขาขึ้นมาอีกครั้ง ขั้นตอนการคำนวณเรียงอย่างเป็๞ระเบียบเหมือนคนที่คุ้นเคยกับมันมานาน

    เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง


    “คนขับสามล้อ…”


    เธอมองสมการบนกระดาษอีกครั้ง ก่อนพูดต่อช้า ๆ


    “…ทำ Calculus แบบนี้ได้ด้วยเหรอ”


    --------------------


    ๰่๥๹บ่ายของวันเดียวกัน

    ห้องพักอาจารย์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์เงียบกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ จากหน้าต่างส่องลงมาบนโต๊ะทำงาน

    พิชญานั่งอยู่หลังโต๊ะ กองกระดาษควิซของนักศึกษาปีหนึ่งวางเรียงอยู่ตรงหน้า

    เธอหยิบแผ่นแรกขึ้นมา สายตาไล่อ่านคำตอบอย่างรวดเร็ว บางแผ่นเขียนผิด๻ั้๫แ๻่บรรทัดแรก บางแผ่นเว้นว่างบางแผ่นเขียนสูตรผิดทั้งหมด


    พิชญาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนวางกระดาษลง

    เธอหยิบแผ่นต่อไปขึ้นมา ชื่อที่มุมกระดาษทำให้สายตาหยุดเล็กน้อย

    ‘จักราวุธ’

    พิชญามองคำตอบอีกครั้ง สมการถูกเขียนอย่างเป็๲ระเบียบ ขั้นตอนครบ ไม่มีรอยลบ ไม่มีการลองผิดลองถูกเหมือนคนที่รู้คำตอบ๻ั้๹แ๻่แรก

    เธอเอนหลังพิงเก้าอี้เล็กน้อย สายตามองกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง


    “เด็กซิ่วปีหนึ่ง...”


    เธอพึมพำเบา ๆ


    ขั้นตอนแบบนี้ ไม่ใช่คนที่เพิ่งเรียน Calculus ครั้งแรก 

    ภาพในห้องเรียนย้อนกลับมาในความคิด


    “ขับสามล้อครับ”


    พิชญาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอวางกระดาษลงบนโต๊ะ ก่อนหยิบโน๊ตบุคขึ้นมาเปิดหน้าจอ

    เธอเปิดระบบฐานข้อมูลนักศึกษาของมหาวิทยาลัย นิ้วมือพิมพ์ชื่อ ‘จักราวุธ’

    หน้าจอกำลังค้นหาข้อมูล วงกลมเล็ก ๆ หมุนอยู่บนหน้าจอ


    พิชญามองมันนิ่ง ๆ ไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่า นักศึกษาคนนี้ มีอะไรบางอย่างไม่ธรรมดา

    หน้าจอโหลดข้อมูลเสร็จ รายละเอียดของนักศึกษากำลังจะปรากฏ

    เธอโน้มตัวเข้าไปดูใกล้ขึ้น เธอมองข้อมูลบนหน้าจอ


    ทุกอย่างดูปกติ...


    นักศึกษาปีหนึ่ง เทียบโอนหน่วยกิต ไม่มีอะไรผิดปกติ

    เธอมองสมการบนกระดาษอีกครั้งก่อนพึมพำเบา ๆ


    “เด็กซิ่ว…”


    สายตาเธอหรี่ลงเล็กน้อย


    “…จริงเหรอ”

    เธอพับหน้าจอโน๊ตบุคลงช้า ๆ ก่อนพึมพำกับตัวเอง


    “จักราวุธ…”

    “คุณเป็๞ใครกันแน่”


    และนี่คือคำถามที่เธอยังไม่รู้ ว่าคำตอบของมัน

    จะทำให้ชีวิตของเธอปั่นป่วนในไม่ช้า